กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1210: บุคคลประหลาด
เปั้าหมายต่อไปของเขาก็คือหนึ่งในสี่เทพปีศาจสี่
สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นประวัติการณ์ อู่ อวี้ ใช้เวลาแค่
เพียงไม่นานนัก ความแข็งแกร่งเขาก็ยกระดับขึ้น
อย่างน่าเหลือเชื่อ
ร่างกลืนสวรรค์สามารถสังหารเหยื่อได้อย่างมากมาย
แต่เขาก็ยังไม่พอใจกับความแข็งแกร่งระดับนี้ เขายัง
ต้องสังหารกลืนกินเทพปีศาจสมุทรอีกสี่ตัวที่เหลือ
บางทีอาจเป็นเพราะธรรมชาติในการกลืนกิน หรือไม่
ก็อาจจะเป็นเพราะแรงกดดันจากจักรพรรดิโบราณที่
บีบคั้นให้เขาต้องทำ
แม้ว่าจะเป็นร่างต้น เมื่อคิดถึงสถานการณ์ดังกล่าวก็
ยังรู้สึกอึดอัดใจจนโลหิตภายในการเดือดพล่าน
ความเกลียดชังมันเผาไหม้จนร่างกายเขาแทบจะ
ระเบิด ภายในอกร้อนรุ่มดั่งมีเพลิงเผาผลาญอย่างไม่
มีวันจบสิ้น เสียงคำรามที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วย
ความคับแค้นเกลียดชังอย่างสุดจะบรรยาย
” ท่านอาจารย์ ”
เขาจะลืมได้อย่างไรว่าผู้ที่พาตนเองมาสู่เส้นทางแห่ง
เซียนนั้นเป็นใคร
หลังจากสังหารเทพตั๊กแตน เขาก็ได้รับทุกสิ่งทุก
อย่างของเทพตั๊กแตนทั้งหมด
เมื่อเปลี่ยนร่างเป็นเทพตั๊กแตน เขาก็สามารถแยก
ร่างออกเป็นล้าน ๆ เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาคอย
สอดส่องให้แก่ อู่ อวี้
ตอนนี้เหลือเทพปีศาจสี่สมุทรเท่านั้น
ร่างแยกจำนวนนับไม่ถ้วนของเขาพุ่งทะยานไปทั่วทั้ง
น่านน้ำมหาสมุทร บนบกไม่มีเทพปีศาจอีกต่อไปแล้ว
เรือรบอนันต์กาลยังคงอยู่ในก้นมหาสมุทร คนทั้ง 5
ยังซุกซ่อนตัวด้วยหัวใจหวั่นเกรงเต้นระทึกอย่าเงียบ
ๆ
พวกเขาไม่รู้ว่า ‘ปีศาจแดง’ กำลังควานหาตัวพวกเขา
อยู่
พวกเขาไม่รู้ว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กำลังสกัด
กั้นดักหน้าปีศาจแดง
” จงออกมา! ข้าพบเรือกับสหายของมันแล้ว เพื่อ
ปั้องกันไม่ให้มันหลบหนี เราไปสังหารมันด้วยกัน
เถอะ ” อู่ อวี้ ปรากฏตัวต่อหน้าปีศาจแดงในฐานะ
เทพตั๊กแตน
” พบแล้วเช่นนั้นรึ? ” ปีศาจแดงออกมาจากพื้น
มหาสมุทร ร่างของเขาคล้ายกับราชินีปีศาจกุหลาบ
เป็นอย่างมาก ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเครือ
เถาวัลย์ที่ดูเสมือนดั่งเส้นโลหิต แต่สิ่งที่เห็นเหล่านี้
เป็นเพียงแค่ร่างกายส่วนหนึ่งของมันเท่านั้นหาใช่ร่าง
ที่แท้จริงไม่ ร่างที่แท้จริงของมันเป็นรูปทรงกลม
ขนาดใหญ่ดูคล้ายคลึงกับเม่นทะเล เส้นโลหิตบนร่าง
แทนที่หนามแหลมของเม่นทะเล
เมื่อมันโผล่ออกมาจากโคลนก้นทะเล อู่ อวี้ ก็ไม่ได้
เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเปลี่ยนร่างเป็นอสูรกลืนสวรรค์ แล้วใช้
‘อเวจีเก้าชั้น’ ของ ‘เทพจิ่วอิง’ ปลดปล่อยเข้าใส่มัน
ทันที!
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ของเทพปีศาจระดับสูง แล้วเวลานี้
พลังของเทพปีศาจทั้งสี่ที่ถูกเขากลืนกิน ได้ถูกนำมา
ประยุกต์ใช้เพื่อจัดการบดขยี้ปีศาจแดง!
การโจมตีเกิดขึ้นทันที
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้อเวจีเก้าชั้นโจมตีเข้าใส่ฝั่าย
ตรงข้ามเกือบจะในทันที พลังดังกล่าวถูกยกระดับขึ้น
อย่างใหญ่หลวง
อเวจีเก้าชั้นแต่ละพิภพเสมือนดั่งเขตแดนชำระล้าง
บีบบังคับตรึงร่างกายของฝั่ายตรงข้ามให้อยู่กับที่ ทุก
การชำระล้างเปียมล้นไปด้วยพลังมหาศาล
ความมืด , การกัดกร่อน , ความเย็น , ความตาย ,
ฯลฯ จากอเวจีเก้าชั้น ฉีกกระชากเข้าใส่ร่างปีศาจ
แดงทันที!
” เป็นไปไม่ได้! นี่มันอเวจีเก้าชั้นพลังอิทธิฤทธิ์ของ
‘เทพจิ่วอิง’ เจ้ามีพลังเช่นนี้ได้อย่างไร! ”
สายตาที่ อู่ อวี้ จับจ้องมองเทพปีศาจแดงด้วยสายตา
เย็นเยียบ ราวกับจ้องมองเหยื่อที่กำลังจะตกตาย
เย็นชาไร้ซึ่งความแยแส
มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา
ร่างกลืนสวรรค์กับร่างต้นเป็นหนึ่งเดียวกัน
หลังจากกลืนกินตัวตนระดับเทพปีศาจ ร่างกลืน
สวรรค์ของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รวมถึง
วิธีคิดที่แตกต่างจากเมื่อก่อน
มันคือสิ่งที่แตกต่างจากร่างต้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเขาไม่
สามารถเข้าใจได้
ดูเหมือนเขาจะเกียจคร้านที่จะเอ่ยปากพูดคุย เหตุผล
อาจเป็นเพราะผู้ที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่เหยื่อ ส่วน
เขาก็กำลังอยู่ในเกมแห่งการล่า ในสายตาของเขา
ปีศาจแดงเป็นเพียงอาหารมื้อใหญ่อันโอชะ มันคือ
เหยื่อที่เขาจะต้องกลืนกิน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่
เหยื่อจะดิ้นรนต่อต้าน แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้
นอกจากนี้เขายังใช้เวลาย่อยแค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
นับเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง มันช่าง
สะดวกสบายราบรื่นเป็นที่สุด มันช่างเป็นมื้ออาหารที่
เต็มไปด้วยความสุขเหลือล้น
แต่ความรู้สึกพึงพอใจกับความสุขดังกล่าวอยู่ได้แค่
เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะไม่นานร่างกลืนสวรรค์ก็จะ
กลับมาหิวอีกครั้ง เขารู้ว่าจะต้องควบคุมเรื่องนี้ใน
อนาคต แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
หลังจากเขากลืนกินปีศาจแดง เขาก็รู้ว่ายังมีเทพ
ปีศาจเหลืออีกสามตัว
ปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในภายในพิภพปีศาจบรรพกาลยัง
ไม่ล่วงรู้เรื่องนี้ เพราะพวกมันถูกครอบงำโดยเทพ
ปีศาจเหล่านี้มานาน ซึ่งเหล่าเทพปีศาจค่อย ๆ
หายไปทีละตัว และปัจจุบันหายไป 5 แล้ว
และเทพปีศาจที่เหลืออยู่ก็คือปีศาจพฤกษาเขตแดน
วิญญาณ มังกรคราม กับ จักรพรรดิชิง
ซึ่งที่เหลือก็ดูเหมือนจะง่ายดายไม่จำเป็นต้องใช้กล
ยุทธ์แพรวพราว
ยิ่งกว่านั้นเขายังคุ้นเคยพลังอิทธิฤทธิ์มากกว่าสิบชนิด
แล้วในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น
คาดว่าจะมากกว่าสามสิบชนิด
นอกจากพลังอิทธิฤทธิ์ของแต่ละตนแล้ว อู่ อวี้ ก็ยังมี
เต๋าจำนวนมากเพียงพอเพื่อจะเอามาใช้สำแดงเดช
พลังอิทธิฤทธิ์
เปั้าหมายต่อไปคือมังกรคราม
หลังจากนั้นไม่นานนักเขาก็หิวอีกครั้ง ในหัวของร่าง
กลืนสวรรค์เขากำลังคิดถึงรูปร่างอันใหญ่โตของมังกร
คราม คิดถึงเนื้อหนังโลหิตสด ๆ ฉับพลันท้องของเขา
ก็ร้องจ๊อก ๆ ด้วยความหิว
เขากำลังหิวมากขึ้นเรื่อย ๆ!
มันช่างเป็นความหิวที่ชวนอึดอัดเป็นอย่างมาก มัน
เป็นความรู้สึกที่ดูเหมือนมีมดคลานไต่ยั้วเยี้ยเต็มไป
หมด
ท้องของเขาว่างเปล่า
ความหิวนี้ทำให้ร่างกลืนสวรรค์คลั่งจนแทบบ้า
” หิวจัง หิวอีกแล้ว ” ดวงตาของร่างกลืนสวรรค์แดง
มากขึ้น
เวลานี้เขารู้ตำแหน่งในมหาสมุทรของมังกรคราม
อย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงเร่งทะยานความเร็วมุ่งหน้า
ไปที่นั่น
ยิ่งเขาเข้าใกล้มันมากเท่าไหร่ดวงตาของเขาก็ยิ่งเป็น
สีแดงก่ำมากขึ้น
“ ข้าหิวมาก ” อู่ อวี้ กัดฟันกรอด เขากลายเป็นอสูร
กลืนสวรรค์ที่มีร่างกายขนาดใหญ่อย่างไม่คิดหลบ
ซ่อนปิดบัง ในเวลานี้เขากำลังมุ่งหน้าไล่ล่าไปยัง
ตำแหน่งของมังกรคราม
” อู่ อวี้ เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน … ” หมิงซวง
กล่าวทันที
” เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น? ” อู่ อวี้ ถามด้วยความ
งุนงง
” เพราะถ้าเจ้ากลายเป็นบรรพชนมารกลืนสวรรค์มัน
คงน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก ข้าหวังว่าหลังจากนี้
เจ้าจะควบคุมความบ้าคลั่งของตนเองได้ ” หมิงซวง
กล่าวขึ้นด้วยความกระอักกระอ่วน
ดูราวกับว่านางกำลังเสียใจแทน อู่ อวี้ อย่างสุดซึ้ง
“ ไม่ต้องเป็นห่วง ต่อให้ข้ากลืนกินเทพปีศาจมากกว่า
นี้ ข้าก็จะไม่ถูกความบ้าคลั่งกลืนกิน ข้าแค่ต้องการ
ยกระดับพลังเพิ่มขึ้น ใช่ … แค่ต้องการยกระดับพลัง
แล้วหลังจากนั้นข้าก็จะกลับเป็นตัวของตนเอง ” อู่
อวี้ ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับกล่าวขึ้น
” ข้าหวังว่าหลังจากเจ้ากลืนกินเทพปีศาจทั้งสามแล้ว
เมื่อเจ้ารู้สึกหิว เจ้าจะยังคิดเช่นนี้อยู่ ”
” ไม่ต้องกังวล … ”
เขาไม่อยากกล่าวอะไรให้มากความ ถึงแม้หมิงซวงจะ
ไม่ค่อยเชื่อมั่นการควบคุมของเขามากนัก แต่เขาเชื่อ
ว่าตนเองสามารถควบคุมมันได้
กลืนกินเทพปีศาจทั้ง 3 ทำความเข้าใจทุกสรรพ
สิ่งของมันอย่างถ่องแท้ จากนั้นก็ค่อยไปเตะก้น
จักรพรรดิโบราณ
วิกฤติครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถปราชัยได้ นี่คือการต่อสู้
สำคัญที่สุด ซึ่งเขามีมาเกือบหนึ่งศตวรรษ ถ้าเขาแพ้
เขาอาจสูญเสียทุกสรรพสิ่งไป ทั้งความรัก ความฝัน
และสิ่งที่ไขว่คว้าปรารถนาทั้งหมด
รวมถึงความใฝั่ฝันที่จะสืบทอดมรดกเซียนของฉี
เทียนต้าเซิ่นหรือยุทธวิชัยพุทธะ
” ข้าจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น
คือกลืนกิน! ”
อู่ อวี้ ย้ำเตือนตนเอง
ซึ่งเขาก็ตระหนักอย่างแจ่มแจ้งในสิ่งที่ได้ย้ำเตือนไป
จากนั้นเมื่อเขาพบกับมังกรคราม ก็ดูเหมือนว่าเขาจะ
ลืมเลือนตัวตนไป ยามนี้โลกของเขามีเพียงโลหิตสี
แดงฉานเท่านั้น
เมื่อมังกรครามเห็นตัวตนอันแสนเย็นชาของเขาพุ่ง
ทะยานเข้า ในคราแรกมันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก
แต่เมื่อ อู่ อวี้ ใช้กรงเล็บฉีกกระชากเลือดเนื้อโลหิต
สร้างความบาดเจ็บให้มันอย่างสุดแสน มันก็เข้าใจ
ในทันที
“ อ๊ากกก! ”
มังกรครามกรีดร้องด้วยความกลัว
อู่ อวี้ ใช้เวลาไม่ถึง 20 ลมหายใจก็ฉีกกระชากร่าง
ของมันเป็นชิ้น ๆ จนโลหิตเจิ่งนองอาบย้อมไปกว่า
ครึ่งมหาสมุทรเลยทีเดียว ราวกับว่าทั่วทั้งโลกหล้าถูก
อาบย้อมไปด้วยสีแดงฉาน แต่ไม่นานนักมหาสมุทร
ทั้งหมดก็กลับคืนสู่สภาพกระจกใสเปล่งประกาย
ระยิบระยับเช่นดังดังเดิม ด้วยเพราะ อู่ อวี้ กลืนกิน
โดยไม่ปล่อยให้เลือดสักหยดหลุดลอยไป
กลืนกินร่างอันใหญ่ยักษ์ของ มังกรคราม เข้าไป
โดยตรง
” เจ้าเป็นใคร! ” มังกรครามเพิ่งตกตายไป จักรพรรดิ
ชิงก็ถูกดึงดูดให้เข้ามายังทิศทางนี้
อู่ อวี้ เพิ่งกลืนกิน และย่อยสลายร่างของมังกรคราม
ไปหมาด ๆ แต่เมื่อเห็นจักรพรรดิชิง ความพึงพอใจ
ของเขาก็หายไปทันที
เขาหิวอีกครั้ง
” เจ้าจะว่าอะไร? ” อู่ อวี้ แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่าง
ของมังกรดำครามตัวเขื่อง ปรากฏกายต่อหน้า
จักรพรรดิชิง
หากแลมองผ่านมหาสมุทร สามารถแลเห็นได้ว่ามี
ดวงเนตรสีครามคู่ใหญ่อยู่จริง ๆ
” มังกรคราม? ” จักรพรรดิชิง กล่าวขึ้นด้วยความตก
ตะลึง ” เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่ใช่มังกรคราม! ”
” ข้านี่แหละมังกรครามตัวจริง! ” อู่ อวี้ หัวเราะ
” มหาสมุทรทำลายล้าง! ”
สิ้นเสียงหัวเราะ ปลาขนาดใหญ่ของเขาก็อ้าออก
ทันใดนั้นก็ปรากฏวารีสีครามซึ่งมีความหนาวเย็นถึง
ขีดสุด พัดพาฉีกกระชากแหวกผ่าเปิดมหาสมุทร
ห่อหุ้มปกคลุมร่างของจักรพรรดิชิงไว้ภายในทันที
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ของมังกรคราม แน่นอนว่า
จักรพรรดิชิงก็ทราบดีเช่นกัน อย่างไรก็ตามพลัง
อิทธิฤทธิ์นี้ปกคลุมอยู่แค่ด้านนอกเปลือกหอยของมัน
เท่านั้น แต่มันก็ปั้องกันได้เพียงไม่นานนัก ส่งผลให้
เปลือกหอยของมันถูก อู่ อวี้ บดขยี้เป็นชิ้น ๆ อู่ อวี้
สามารถสังหารจักรพรรดิชิงได้ด้วยการโจมตีเพียง
ครั้งเดียว นับเป็นการบดขยี้สังหารที่น่าเหลือเชื่อมาก
จริง ๆ
” เจ้าเป็นใครกันแน่! ” ก่อนตายจักรพรรดิชิงก็กรีด
ร้องขึ้นด้วยความสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
“ ข้าก็ไม่รู้ ” อู่ อวี้ กล่าว
แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ แล้วพูดตอบกลับไปอีก
ครั้งว่า ” ข้าคือ อู่ อวี้ ”
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิชิงได้ตกตายไปเสียแล้ว เมื่อ
อู่ อวี้ แลเห็นร่างปีศาจของมัน เขาก็กลืนกิน
จักรพรรดิชิงด้วยปากขนาดใหญ่ของมังกรครามทันที
เทพปีศาจทั้งเจ็ดรวมอยู่ในร่างของเขา ซึ่งเขาก็รู้สึก
ว่าตัวเองน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามความพึงพอใจและความอิ่มท้องใน
อาหารมื้อนี้ คงอยู่ไม่ถึง 1 ก้านธูปด้วยซ้ำไป จากนั้น
เขาก็เริ่มตามหาตัวปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ
ต่อไป เพราะเขารู้ว่าตนเองสามารถกลืนกินปีศาจ
พฤกษาเขตแดนวิญญาณได้
เขากลายเป็นปีศาจแดง จากนั้นก็พยายามติดต่อกับ
ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ
แม้จะติดต่อไป แต่อีกฝั่ายก็ไม่ตอบรับ
“ บางทีมันอาจจะทราบข่าว แล้วพยายามหลบซ่อน
ตัวอยู่ ”
อู่ อวี้ ยิ้ม
พิภพปีศาจบรรพกาลนั้นกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก
” เจ้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนน้า ”
ตอนนี้เขามีพลังของเทพปีศาจทั้งเจ็ดตน ดังนั้นการ
ค้นหาตัวเทพปีศาจอีกตนหนึ่งจึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง
เขากลายเป็นปีศาจแดง จากนั้นก็แผ่ขยายร่างออกไป
ทั่วทั้งผืนมหาสมุทร ในที่สุดเขาก็พบตำแหน่งของ
ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ มันกำลังซ่อนตัวอยู่
ด้วยร่างกายสั่นเทา
อู่ อวี้ มาปรากฏกายเบื้องหน้าดวงตาของมัน
“ เจ้าจะรู้ได้อย่างไร? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
พฤกษาเขตแดนวิญญาณสั่นเทาอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร
มันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัด ” ข้าสามารถแลเห็น
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้ ข้าเห็นเจ้ากลืนกินพวก
เขา จากนั้นก็กลายเป็นพวกเขา เจ้าคือปีศาจร้ายอัน
แสนน่าสะพรึงกลัว ”
” โอ้ … ในเมื่อเจ้ารู้มากขนาดนี้ ข้าคงปล่อยให้เจ้าไป
ไม่ได้ ” อู่ อวี้ พร้อมพุ่งตรงเข้าไปหามัน
ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝั่าย คงไม่สามารถต่อกร
เขาได้แม้แต่น้อย
ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น
เครือ ” ไม่ … ต่อให้ไม่ได้ออกจากพิภพปีศาจบรรพ
กาลก็ไม่เป็นไร ข้าอยู่ที่นี่ได้ อย่างไรเสียตัวข้าก็ไม่
เป็นอันตรายกับเจ้า ข้าจะคอยรับใช้เจ้า พิภพปีศาจ
บรรพกาลต้องการเทพปีศาจเพื่อคอยเฝั้าปกปักรักษา
ความสงบ มิเช่นนั้นโลกนี้จะตกเข้าสู่ห้วงแห่งความ
โกลาหลอย่างแน่นอน ”
” อู่ อวี้ ปล่อยเขาไปเถอะ แค่เทพปีศาจ 7 ตนก็
น่าจะพอแล้ว ” หมิงซวงกล่าว
” ไม่ ความแข็งแกร่งของข้ายังห่างจากจักรพรรดิ
โบราณมากนัก หากข้าพ่ายแพ้ เพียงเพราะไม่ได้กลืน
กินมันแค่ตนเดียว เจ้าจะรับผิดชอบหรือไม่? ” อู่ อวี้
ถาม
“ เจ้าต้องหยุดมัน ข้ามั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
แน่ จงจำไว้ว่าอย่าได้สูญเสียตนเองเด็ดขาด ” หมิ
งซวงกล่าวขึ้นด้วยความตึงเครียด
” เจ้ากังวลมากเกินไป ตอนนี้ข้ายังมีสติแจ่มแจ้ง ข้ามิ
อาจพ่ายแพ้ได้ ข้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด อย่า
มัวแต่มาคุยเรื่องไร้สาระนี้เลย ข้าขอกินเขา จากนั้นก็
จะกลับไปที่ชมพูทวีปโลกธาตุ เพื่อเผชิญหน้ากับการ
ต่อสู้ครั้งสุดท้าย ”
” หยุด … เจ้าทำเช่นนี้มันน่าสะพรึงกลัวมาก ” หมิ
งซวงไม่รู้ว่าการกระทำของตนเองนั้นถูกต้องหรือไม่
แต่นางตั้งใจช่วย อู่ อวี้ หยุดยั้งจิตเทวะดวงที่ 2 นี้ไว้
“ ข้าไม่กลัว จงเชื่อใจข้า ข้าสามารถควบคุมมันได้
ข้าต้องการแก้แค้น ต้องการช่วยนางออกมา ”
อู่ อวี้ กัดฟันกล่าวขึ้น
เขาตัดความกังวลทิ้งไป
แล้วพุ่งทะยานเข้าสังหาร ปีศาจพฤกษาเขตแดน
วิญญาณ
เทพปีศาจทั้ง 8 รวมเป็นหนึ่งเดียวในร่างของเขา
ไม่มีเทพปีศาจหลงเหลืออยู่ในพิภพบรรพกาลแห่งนี้
อีก
” ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่พ่ายแพ้เพราะเรื่องเพียงแค่นี้
แน่ ” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
แม้ว่าเขาจะหิวโหยมากก็ตาม
———————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ