กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1211: เผชิญหนา
เวลานี้เหล่าเทพปีศาจทั้งแปดถูกหลอมรวมอยู่ในร่าง
ของเขาเพียงผู้เดียว
ทั้งเต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์ถูกย่อยหมดแล้ว
เทพปีศาจทั้งแปดแต่ละตัวมีเอกลักษณ์เป็นของ
ตัวเอง ยกเว้นเทพจิ่วอิงเขาไม่ใช่สัตว์ทั่ว ๆ ไป อย่าง
วิหค , แมลง , ต้นไม้ แล้วก็สัตว์ทะเลอย่างมังกร
คราม , จักรพรรดิชิง , ปีศาจแดง , ปีศาจพฤกษาเขต
แดนวิญญาณ
ตอนนี้ร่างกลืนสวรรค์มีพลังอำนาจตามสายโลหิต
ชาติพันธุ์ของเทพปีศาจทุกตน เขามีพลังอำนาจทุก
อย่างบนสวรรค์และปฐพี
เขาสามารถเปลี่ยนร่างเป็นเทพปีศาจทั้งแปดได้ทุกตัว
สามารถท่องไปทุกที่ในโลกใบนี้
เพื่อให้การย่อยปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณเป็นไป
อย่างรวดเร็วเรียบร้อย จึงเลือกเข้าไปย่อยสลายที่
เจดีย์ล่องกำเนิดเพราะจะช่วยประหยัดเวลาเป็น
อย่างมาก เขาสามารถรวบรวมเทพปีศาจทั้งแปดเข้า
ด้วยกันในช่วงเวลาอันสั้น
ช่วงเวลานี้ร่างต้นมองร่างกลืนสวรรค์เป็นเสมือนดั่ง
สิ่งมหัศจรรย์
ปัจจุบันเขาแข็งแกร่งกว่าร่างต้นมาก
การซึมซับเต๋าของเทพปีศาจทั้งแปด ไม่ส่งผลกระทบ
ใด ๆ ต่อร่างต้น เขาไม่สามารถใช้พลังของร่างกลืน
สวรรค์ได้ ความสามารถต่าง ๆ ถูกจำกัดไว้แค่ที่ร่าง
กลืนสวรรค์เท่านั้น
อย่างไรก็ตามถ้าร่างต้นต้องการใช้ ‘เต๋า’ ก็ยัง
สามารถรับได้
แต่สำหรับ อู่ อวี้ ในวันนี้ ต่อให้ร่างกลืนสวรรค์ได้รับ
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่อาจ
เทียบเท่าสิ่งที่อยู่ในใจ ในใจของเขาตอนนี้กำลังพะว้า
พะวงอยู่ที่โลกอื่น
หลังจากเสร็จสิ้นแล้วก็กลับมาที่เรือรบอนันต์กาล
หนานซาน หวางเยว่ กับเย่ซีซี มองเขาด้วยอาการอึ้ง
ตะลึงอยู่เป็นเวลานาน
ตอนนี้ร่างกลืนสวรรค์อยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อ
ปั้องกันไม่ให้ผู้อื่นหวาดกลัวกับรูปลักษณ์ใหม่
” มีอะไรผิดปกติเช่นนั้นหรือ? ” หนานซาน หวางเยว่
ถามเศร้า ๆ
” ร่างกลืนสวรรค์ได้กลืนกินเทพปีศาจทั้งแปดแล้ว
ยามนี้เขาอยู่ในระดับกันต่อ ” การแสดงออกของ อู่
อวี้ ยังคงสงบเยือกเย็น ถึงแม้ว่าเขากำลังหิวมากก็
ตาม แต่ก็พยายามอดทน
” อะไรนะ!? ”
พวกเขาทั้งหมดคิดว่า อู่ อวี้ ออกไปล่าปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตแค่เพียงตัวเดียวเสียอีก
ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงตื่นตะลึงและรู้สึกว่ากลัว
บางอย่างจนบอกไม่ถูก
” แล้วเช่นนี้ท่านจะควบคุมตัวเองได้หรือ? ” เย่ซีซี
ถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” อย่าได้กังวล ทุกอย่างยังสามารถ
ควบคุมได้ เอาล่ะ … คงถึงเวลาเสียที เวลาได้ล่วงเลย
มานานมากโขแล้ว ข้าจะต้องกลับไปที่ชมพูทวีป
โลกธาตุไปต่อสู้กับจักรพรรดิโบราณ ”
เขามาที่นี่เพื่อกล่าวคำอำลากับพวกเขา
” ตอนนี้ในพิภพปีศาจบรรพกาลไม่มีเทพปีศาจอีก
ต่อไป ฉะนั้นเจ้าสามารถอาละวาดได้เต็มที่ อีกทั้ง
ประตูทั้ง 8 ก็ตกอยู่ในมือข้าแล้วเช่นกัน ถ้าข้าไม่
สามารถกลับมาได้ ข้าจะพยายามเอาประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาลกลับมาให้หนานซาน ส่วนคนอื่น ๆ
ข้าคงต้องฝากพวกเขาไว้กับเจ้า ” อู่ อวี้ พยายาม
เตรียมการในอนาคต
กล่าวได้ว่าปัจจุบันปีศาจบรรพกาลปลอดภัยแล้ว
เช่นเดียวกับปักษาน้อยและพรรคพวกของมัน พวก
มันไม่พบสัญญาณใด ๆ ของเรือรบอนันต์กาลได้เลย
สรุปก็คือ หนานซาน หวางเยว่ จะรออยู่ที่นี่ และใน
อนาคตพวกเขาสามารถไปยังโลกอื่นได้
” ไม่! ข้าไม่เห็นด้วย ” เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวเย่ซีซีก็
รีบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ” จักรพรรดิโบราณมันสั่งนัก
สั่งหนาวาให้พวกเราไปด้วย แล้วท่านจะไปรับหน้า
มันเพียงลำพังได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นมันจะทำร้าย
พี่สาวลั่วผิน ”
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวว่า ” อย่าเพิ่งหุนหันพลัน
แล่น ข้าคิดว่ายามนี้จักรพรรดิโบราณอาจจะไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของเจ้าก็ได้ อย่ากังวลมากเกินไปควรจะตาม
น้ำมันไปก่อน ตราบใดที่มันยังไม่ลงมือกับลั่วผิน เรา
ก็ยังมีโอกาสต่อสู้ต่อกลับและเอาชนะมันได้ ”
อู่หยูกล่าวว่า ” ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เจ้ามาถึงระดับนี้
แล้ว … บางทีจักรพรรดิโบราณอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของเจ้าแล้วก็ได้ ให้พวกเราติดตามก็มิใช่ปัญหาอันใด
ตราบใดที่มันยังไม่ลงมือกับลั่วผิน เราก็ยังมีโอกาส
พลิกสถานการณ์กลับ ”
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ รู้ว่าที่หนานซาน หวางเยว่
กับเย่ซีซีกล่าวนั้นหาใช่กลยุทธ์แต่อย่างใด ต่อให้ อู่
อวี้ จะบอกว่าได้กลืนกินเทพปีศาจทั้งหมดไปแล้ว แต่
พวกเขาก็ไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ ต้องไปเผชิญหน้ากับ
ภัยพิบัติร้ายแรงเพียงลำพัง พวกเขาต่อสู้เคียงบ่า
เคียงไหล่กันมานาน สายสัมพันธ์แนบแน่นเสมือนดั่ง
ญาติสนิทมิตรสหาย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากให้ อู่
อวี้ ออกหน้าไปเสี่ยงเพียงผู้เดียวอีก
ซึ่งพวกเขาทั้งสองเองก็เป็นเปั้าหมายของจักรพรรดิ
โบราณเช่นกัน ถ้าหากพวกเขาไม่ติดตามไปด้วย
จักรพรรดิโบราณก็จะโกรธเคืองเอาได้ และจะนำมา
ซึ่งภัยพิบัติอันใหญ่หลวง ลั่วผินอาจจะตกอยู่ใน
อันตรายจนถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายเลยก็เป็นได้ สิ่งนั้น
จะยิ่งทำให้ อู่ อวี้ เจ็บปวดใจจนสุดจะทานทน
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ เตรียมใจทุกอย่างมาพร้อม
ต่อให้เขาต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิโบราณเขาก็
ไม่ได้เกรงกลัวว่าจะตนเองตกตายเลยแม้แต่น้อย
การที่เขามีคนกลุ่มนี้คอยติดตามด้วยความจริงใจ
มั่นคงภักดี นับว่าเป็นพรประเสริฐยิ่งในชีวิตนี้
แล้วพวกเขาก็สำคัญที่สุดในชีวิตของ อู่ อวี้ เขากวาด
มองไปที่หนานซาน , เย่ซีซี , อู่หยู , จิ่วอิง , ซู
หยานหลี่
แล้วเขาก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเขาดิ้นรน หนานซาน หวางเยว่ ก็มองเขา
ด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาตบไหล่ อู่ อวี้ แล้วพูดขึ้น
ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ” พี่ชาย … ไม่ว่าจะเป็นหรือ
ตายจะบุกน้ำลุยไฟ ชีวิตนี้ข้าจะไปกับเจ้าทุกที่ ข้าจะ
ดั้นด้นไปกับเจ้าต่อให้ตัวตายก็ยอม ข้า หนานซาน
หวางเยว่ จะหลบซ่อนตัวเป็นเต่าหดหัวได้อย่างไร
เมื่อการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กำลังรออยู่เบื้องหน้า ถ้าข้า
ไม่ไปข้าอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็เป็นได้ ”
” ใช่! ข้าก็ไม่กลัวตายเช่นกัน! ข้าต้องการไปต่อสู้กับ
มันด้วยตนเอง พี่ชายอวี้ต้องการแก้แค้นให้กับ
อาจารย์ ส่วนข้าก็ต้องการแก้แค้นให้กับบิดามารดา
เช่นกัน ”
พวกเขาทั้งสองตั้งใจแน่วแน่ หนานซาน หวางเยว่
แสดงท่าทางจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนเย่ซี
ซีก็น้ำตานองหน้าราวกับเด็กน้อย ด้วยเพราะกลัวว่า
อู่ อวี้ จะไม่เห็นด้วย
อู่ อวี้ ต่อสู้เพื่อพวกเขามาระยะหนึ่งแล้ว
” หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะให้พวกเจ้ากลับมาทันที
อย่างน้อยจักรพรรดิโบราณก็ไม่มีทางได้สมปรารถนา
สิ่งที่มันต้องการคือมรดกของพวกเราทั้งสาม ”
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงช่างเปนคนโลภมาก
เหลือเกิน
” ตกลง ”
เย่ซีซีดีใจมาก
นางรู้สึกกลัวจริง ๆ กลัวว่า อู่ อวี้ จะไปต่อสู้เพียง
ลำพัง
ดังนั้นจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเล
ส่วนอู่หยู , จิ่วอิงและซูหยานหลี่ ยังคงอยู่ในเรือรบ
อนันต์กาล พวกเขาไม่สามารถติดตามไปด้วยได้
” ขออภัย พี่ข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลย ” ก่อนหน้านี้จิ่
วอิงก็ไม่เอ่ยปากกล่าวอันใดเลย
” เวลาข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก ข้าจะไม่ตาย ” อู่ อวี้
กล่าว
จิ่วอิงนับเป็นสุภาพบุรุษยิ่ง
” ศิษย์น้อง การแก้แค้นให้กับท่านอาจารย์อีกสิบปีก็
ยังไม่สาย ” ซูหยานหลี่กล่าว
นางรู้ว่า อู่ อวี้ ต้องการแก้แค้นเสียวันนี้เลยถ้าทำได้
แต่ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เขาควร
จะต้องรอให้แน่ใจเสียก่อนว่ามีพลังมากพอที่จะ
จัดการกับฝั่ายตรงข้ามได้
จากนั้นอู่หยูก็กล่าว ” เมื่อจิตใจสงบเยือกเย็น ก็จะมี
กลยุทธ์ ไร้คู่ต่อกร ”
นางรู้ว่า อู่ อวี้ กำลังพยายามสะกดข่มอารมณ์
ภายในหัวใจของเขายามนี้คับแค้นข้องใจอย่างที่สุด
เป็นห่วงอารมณ์แห่งความโกรธแค้นที่สามารถพลิก
ฟั้าพลิกสมุทรได้เลยทีเดียว
ทั้งความโกรธแค้นเกลียดชัง ฯลฯ ราวกับมีภูเขาไฟ
ลูกใหญ่ที่กำลังปะทุอัดแน่นอยู่ในอกซึ่งเป็นพื้นที่เล็ก
ๆ ของเขา บางทีเมื่อได้เห็นจักรพรรดิโบราณ ความ
เดือดดาลดังกล่าวอาจจะระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เลยก็เป็นได้
อู่หยูรู้จักน้องชายของนางดี นางรู้ดีว่า อู่ อวี้ มี
อุปนิสัยใจคอเช่นไรมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาเป็นคน
ตรงไปตรงมา กล้าได้กล้าเสียรักแรงเกลียดแรง แล้ว
ยามนี้อาจารย์อันเป็นที่รักถูกสังหาร คนรักก็ถูกจับ
เป็นตัวประกัน เรียกได้ว่าฝั่ายตรงข้ามกำลังล้ำเส้น
เขาอย่างใหญ่หลวง!
” อืม ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
ปัจจุบันร่างกลืนสวรรค์ยังคงอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด
ครั้งนี้ หนานซาน หวางเยว่กับเย่ซีซีได้ติดตาม อู่ อวี้
ไปยังชมพูทวีปโลกธาตุ โดยผ่านประตูชมพูทวีป
โลกธาตุ
ซึ่งประตูพิภพปีศาจบรรพกาลถือเป็นกุญแจเข้าออก
ของ อู่ อวี้
เพียงชั่วพริบตาพื้นที่ก็แปรเปลี่ยนไป การที่ อู่ อวี้
ยอมให้เขาสองคนติดตามมาด้วย ถึงกระนั้นพวกเขา
ก็ยังคงรู้สึกประหม่าเป็นอย่างยิ่ง
จะไม่ให้พวกเขาหวั่นเกรงได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขา
ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเหยียนหวงโบราณ
หลังจากที่ อู่ อวี้ กลืนกินเทพเจ้าปีศาจทั้งแปด
มาแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจักรพรรดิโบราณมีฝีมืออยู่ใน
ระดับใดกันแน่
เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเทพเซียน
ถึงแม้เขาจะมีพลังมากกว่าเทพเซียนบางคน แต่การ
จะจัดการเทพเซียนสักคนก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี
บัดนี้ชมพูทวีปโลกธาตุที่แสนคุ้นเคยได้อยู่ตรงเบื้อง
หน้าเขาแล้ว พวกเขาทั้งสามมาปรากฏตัวยังตำแหน่ง
ใจกลางชมพูทวีปโลกธาตุ นั่นก็คือนครเทวะของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
โลกนี้ยังคงสงบสุข จักรพรรดิโบราณได้ดูแลที่นี่เป็น
อย่างดี
ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงของจักรพรรดิโบราณ
ไม่ได้ทำให้โลกนี้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
เขาจะต้องอยู่ในทะเลบูรพาอย่างแน่นอน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงขี่เมฆาตลบฟั้าพา หนานซาน หวาง
เยว่ กับเย่ซีซีไปที่ทะเลบูรพา
นี่อาจเป็นการเดินทางที่ปันปั่วนมากที่สุด
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง คงจะเป็นความสงบสุข
ก่อนพายุจะเกิด สิ่งที่รอเขาอยู่ในอนาคตคือการต่อสู้
กับโชคชะตา
” อู่ อวี้ ข้ากำลังรอเจ้าอยู่ที่วังมังกรสี่สมุทร ”
ในเวลานี้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นระหว่างสวรรค์กับโลก ลม
พายุก้อนเมฆาปันปั่วนสับสน เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว
อู่ อวี้ ก็รีบบึ่งตะบึนไปยังจุดนัดพบทันที
จากที่ได้ยินแสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิโบราณกำลังจับ
ตามอง อู่ อวี้ อยู่ ดวงตาของ อู่ อวี้ ยามนี้ลุกโชนไป
ด้วยเปลวเพลิงอย่างเห็นได้ชัด พุ่งทะยานขับเคลื่อน
เมฆาตลบฟั้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความฉุนเฉียว
” พี่ชายอวี้ ท่านควรจะใจเย็น ๆ ” เย่ซีซีเตือนอู่อวี้
นางเข้าใจว่าตอนนี้สติสัมปชัญญะของ อู่ อวี้ กำลัง
ขาดผึงจนทำให้เขาขาดความยั้งคิด โดยเฉพาะหลังที่
เขากลืนกินเทพปีศาจทั้งหมด
ร่างกลืนสวรรค์ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ดวงตาแดงก่ำกำมือแน่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด
ฉุนเฉียวเป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกหิวโหยประทังเข้ามา
อย่างรุนแรงยิ่ง อารมณ์ดังกล่าวกำลังฉีกกระชาก
หัวใจของเขาให้ย่ำแย่ เขารู้ดีว่าไม่ได้มีเนื้อหนังอยู่
ตรงหน้า ไม่เช่นนั้นเขาคงไปฉีกกระชากกลืนกินมัน
แล้ว
“ ดูเหมือนว่าเวลาที่อสูรกลืนสวรรค์หิวโหย มันช่าง
เป็นความทรมานที่น่าอึดอัดเสียนี่คือกระไร ”
เขาเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางทิศบูรพา
มหาสมุทรบูรพา! มหาสมุทรบูรพา!
วังมังกรสี่สมุทร!
หวังว่านางจะยังไม่เป็นอะไร …
เขายังจดจำบรรยากาศที่พูดคุยกับนางใต้แสงจันทร์
ภายในนครหมื่นทวีปได้เป็นอย่างดี
ยังจดจำรอยยิ้มอันงดงามประดุจดั่งดวงจันทรา
ภายใต้แสงจันทราสอดส่องยามอยู่ที่วังมังกรสี่สมุทร
นางช่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เสมือนดั่งนางฟั้านางสวรรค์ก็
ไม่ปาน
เสมือนดอกบุปผาสีขาวบริสุทธิ์
ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ดินแดนในอุดมคติ!
หลังจากเดินทางมาได้สักพัก อู่ อวี้ ก็ได้กลิ่นของ
จักรพรรดิโบราณ
เขาได้เตรียมความพร้อมด้วยการพยายามเปิดประตูสู่
พิภพปีศาจบรรพกาลอยู่บ่อยครั้ง ช่วงเวลานี้มันถูก
เก็บซ่อนไว้ในถุงจักรวาล หากมีอะไรเกิดขึ้นปุบปับ
เขาจะสามารถจากไปได้ทุกเมื่อ
เขาเข้าใกล้มันแล้ว
จักรพรรดิโบราณมันจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน
หลังจาก อู่ อวี้ ลัดเลาะผ่านถ้ำเข้าก็โผล่ขึ้นมาเหนือ
ผิวน้ำ เมื่อมาถึงตรงนี้เขาก็พบกับ ‘วังมังกรสี่สมุทร’
อีกครั้ง เขาเห็นทรงกลมขนาดใหญ่ประกอบด้วย
เมฆาหลากสีสัน นี่คือค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับ
สกัดเซียน!
ตรงนั้นคือค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียนที่
อู่ อวี้ เคยพบเห็นมาก่อน
ในราตรีนั้นจักรพรรดิโบราณเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง
ในใจให้กับ อู่ อวี้ ฟัง ราตรีนั้นสายตาที่มันจ้องมอง
เสมือน อู่ อวี้ เป็นดั่งบุตรชายของมันจริง ๆ เมื่อมอง
จากไกล ๆ ชายผู้นี้ดูเป็นคนที่เปียมล้นไปด้วยภูมิ
ปัญญา ดูฉลาดเฉลียวและมากล้นไปด้วยเมตตาราว
กับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
ดวงตาข้างหนึ่งเสมือนดั่งดวงตะวันเผาผลาญ ส่วนอีก
ข้างนึงเสมือนดั่งดวงจันทราอันแสนหนาวเย็น
ดวงตาทั้งสองของเขาดูน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าเทพ
อสูรทั้ง 8 มันเหมือนกับดวงตาของสัตว์ร้ายก็ไม่ปาน
แต่ยามนี้ อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ‘ค่ายกลเก้า
มังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน’ ที่อยู่ด้านหลังของเขา
ยังคงปกติเช่นดังเดิม ไม่มีร่องรอยของการถูกทำลาย
แต่อย่างใด
นี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ!
อู่ อวี้ แอบคิดว่าสิ่งแรกที่เขาจะได้เห็นว่ามาถึงที่นี่ก็
คือ ลั่วผินจะต้องถูกจักรพรรดิโบราณจับตัวเป็นตัว
ประกัน
แต่เห็นในปัจจุบันหาใช่เช่นนั้นไม่
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
จักรพรรดิโบราณมองดูเขาด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า ”
ไม่เห็นต้องแปลกใจที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้น หากข้า
ต้องการทำลายค่ายกลนี่ เพื่อไปนำตัว ลั่วผิน ออกมา
คงใช้เวลาแค่ชั่วครู่เท่านั้น ในเมื่อเจ้าทำตามกฎที่เรา
ได้ตกลงกันไว้ ข้าจึงยังไม่ลงมือ ”
หรือจะกล่าวอีกอย่างว่าคือลั่วผินปลอดภัยแล้ว
ถึงกระนั้นความเกลียดชังอาฆาต อยากจะสังหารไอ้
คนตรงหน้าให้มันแดดิ้นดับสูญไปก็ระเบิดออกมา
———————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ