กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1217: ชีวิตใกลจบสิ้น ไรซึ่งอิสระในการ
ตัดสินใจ
หลังจากพวกเขาเจรจาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหล่ามังกรเทวะก็กลับคืนสู่ร่างเดิม จากนั้นก็ช่วยกัน
ปรับแต่งค่ายกล ให้ฟืนฟูกลับสู่สภาพเดิมอย่าง
รวดเร็ว
ลั่วผินมีไหวพริบดีมากนางรีบนั่งลงคุกเข่า พร้อมเอ่ย
ปากพูดคุยกับเทพมังกรสวรรค์ ” บรรพชนโปรดช่วย
พวกเราจากเงื้อมมือของจักรพรรดิโบราณผู้นี้ด้วย
เขาปกครองชมพูทวีปโลกธาตุด้วยความโหดร้ายเอา
แต่ใจสนองความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่
เพียงแต่จะบีบบังคับชนเผ่าอื่นๆ เขายังช่วยเหลือ
ปกปั้องเพียงลูกหลานเผ่าพันธุ์ของตนเอง แล้วตอนนี้
เขาต้องการจะยึดร่างของอัจฉริยะในโลกนี้ ซึ่งคนผู้
นั้นก็คือสหายของข้า ข้าให้เขาลี้ภัยมาอยู่ในค่ายกล
เก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน เขาคุกคามข่มขู่
พวกเราเผ่าพันธุ์มังกรกับสหายของข้า บรรพชนได้
โปรดช่วยเหลือสหายของข้าด้วย อย่าปล่อยให้แผน
ชั่วของจักรพรรดิโบราณพรุ่งนี้ประสบความสำเร็จ
เพราะมันจะนำพาซึ่งหายนะมาสู่คนทั้งโลก! ”
ที่ลั่วผินกล่าวเช่นนี้ออกไป เพราะอยากจะหักล้างสิ่ง
ที่มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ พวก
มันรู้สึกว่า อู่ อวี้ ต้องตายแน่แล้ว ขณะลั่วผินเอ่ยปาก
พูดเรื่องดังกล่าวนางก็ได้หันมามองพวกมันทั้ง 7 ด้วย
ดวงตาที่แดงก่ำ ด้วยท่าทางของนางตอนนี้ทำให้
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก ดังนั้น
มันจึงอึกอักไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ยใด ๆ โต้แย้งออกมาอีก
ในที่สุดนางก็เริ่มมีความหวัง สิ่งนี้เป็นเสมือนดั่งฟาง
เส้นสุดท้ายให้นางได้คว้าจับ นางต้องการให้อ๋าวห
ยางช่วยเหลือ อู่ อวี้ เขาคือความหวังเดียวของนาง
ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้ จักรพรรดิโบราณย่อมไม่ยอม
ปล่อยให้เขาพูดอย่างเด็ดขาด
แต่สิ่งที่นางพูดมันก็มากเพียงพอแล้วสำหรับเขา และ
ดูจากท่าทีของเทพมังกรสวรรค์ดูเหมือนจะฟังที่นาง
กล่าวอยู่เล็กน้อย อาจเป็นเพราะนางคือมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาลที่หายาก
” ยึดครองร่างเช่นนั้นหรือ? ” อ๋าวหยางมองดู
จักรพรรดิโบราณด้วยสายตาสงสัยกับกล่าวว่า ” เจ้า
ควรรู้ว่าวังสวรรค์มีบทลงโทษอย่างรุนแรงสำหรับ
‘บัญญัติเซียนต้องห้าม’
ในเวลานี้จักรพรรดิโบราณยังคงยืนหยัดอยู่กับที่อย่าง
ไม่เกรงกลัว ซ้ำร้ายมันยังระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
” พี่ชายอ๋าวหยางก็ควรรู้เช่นกันว่าข้อกำหนดของวัง
สวรรค์ ใช้ไม่ได้เมื่ออยู่ไหนโลกมนุษย์ ”
อ๋าวหยางไม่ได้กล่าวอันใดมากนัก แค่ประเมินมุมมอง
ของลั่วผินก็รู้ว่า อู่ อวี้ สำคัญต่อนางมากเพียงใด อัน
ที่จริงเขาสนใจมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลที่อยู่
ตรงเบื้องหน้าของเขามากกว่า ด้วยเพราะนางนั้น
งดงามหมดจดเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า ”
เพื่อเห็นแก่หน้าข้า ไม่ทราบว่าเจ้าจะปล่อยเขาไปได้
หรือไม่? ”
ถ้าหากกล่าวถึงเรื่องไว้หน้ากัน หากจักรพรรดิโบราณ
ปฏิเสธ ก็เท่ากับเป็นการไม่ไว้หน้าเขา ซึ่งอาจทำให้
เรื่องนี้เลยเถิดรุนแรงมากยิ่งขึ้น และทำให้เขามี
โอกาสลงมือ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นมันก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ความจริงข้าไม่
อยากมีปัญหาอันใดกับท่าน แต่ท่านควรตระหนักถึง
ความสำคัญของพวกเขาทั้งสองไม่ใช่แค่เพียงสหาย
กันธรรมดา แต่เป็นคนรักให้คำสาบานว่าจะอยู่
ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ข้ารู้ว่าพวกท่าน
ต้องการสายเลือดบริสุทธิ์ที่หายาก รู้ว่าท่านให้
ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเพียงใด ต้องการให้พวก
เขาผลิตทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ แต่บุรุษผู้นี้เป็น
เพียงผู้ฝึกตนธรรมดา ๆ ซึ่งไม่ควรค่ากับนางแม้แต่
น้อย เมื่อข้ากล่าวเช่นแล้วท่านยังยืนยันอยู่อีกหรือไม่
ว่าต้องการให้ข้าปล่อยเขาไป? เพราะมีความเป็นไป
ได้สูงว่าสายโลหิตของท่านจะแปดเปือนมีมลทิน ”
” อันใดนะ! ” หลังจากได้ยินเรื่องนี้เทพมังกรสวรรค์ก็
พิโรธโกรธาเป็นอย่างมาก สีหน้าของลั่วผินและอู่อวี้
กำลังอยู่ในอาการอึ้งตะลึงมากเช่นเดียวกัน
เพราะพวกเขาเคยคิดว่า เมื่อไปถึงวังสวรรค์พวกเขา
ทั้งสองจะเป็นอิสระ
แต่ในเวลานี้เห็นอย่างชัดเจนว่าอ๋าวหยางโมโห
ฉุนเฉียวเป็นอย่างมาก เขาแผดเสียงคำรามแล้วกล่าว
ว่า ” มิน่าล่ะเจ้าถึงเป็นเดือดเป็นร้อนกับชายผู้นี้มาก
นัก อย่าได้คิดเล่นลูกไม้กับข้า ข้าขอเตือนให้เจ้าได้รู้
ไว้อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มังกรบนโลกมนุษย์หรือ
วังสวรรค์ล้วนมีกฎข้อเดียวกัน พวกเราจะต้องสืบ
สายโลหิตบริสุทธิ์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ไปเกลือกกลั้ว
กับเผ่าพันธ์อื่นจนแปดเปือนมีมลทิน! แต่เพราะเจ้า
ถึงกำเนิดอยู่ในโลกมนุษย์จึงไม่ได้เข้าใจถ่องแท้ใน
เรื่องนี้ ข้าก็ยังพออภัยให้เจ้าได้ แต่บัดนี้ข้าได้บอกเจ้า
ยังชัดเจนแล้วเกี่ยวกับกฎธรรมเนียมของเผ่าพันธุ์เรา
อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำอีก! และผู้ที่คู่ควรกับเจ้าจะต้อง
เป็นสายโลหิตฉันสูงลำดับต้น ๆ เท่านั้น! ”
” เจ้าที่มีสายโลหิตสูงส่งยอดเยี่ยมเช่นนี้ เป็นเสมือน
ดั่งของขวัญจากบรรพชนที่มอบให้แก่เจ้า ซึ่งถือเป็น
โชควาสนาของเจ้า แต่มันไม่ได้หมายความว่าร่างกาย
ของเจ้าจะเป็นของเจ้าอย่างสมบูรณ์! ยิ่งสายเลือด
สูงส่งมากเท่าไหร่ภาระที่ต้องแบกรับก็ยิ่งใหญ่หลวง
มากขึ้นเท่านั้น เผ่าพันธุ์มังกรจะต้องฟืนฟู โดยเฉพาะ
สายเลือดระดับสูงถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนการ
ฟืนคืน เจ้าไม่มีสิทธิ์เห็นแก่ตัวโดยไปรักใคร่ชอบพอ
กับเผ่าพันธุ์อื่น เพราะผลที่ตามมาจะมีเพียงสถาน
เดียวนั่นก็คือหายนะ! จงจดจำสิ่งที่ข้าได้กล่าวในวันนี้
ให้ชัดแจ้ง เพราะเจ้ายังอยู่ในโลกมนุษย์จึงยังไม่
สามารถยุ่งเกี่ยวอะไรกับเจ้าได้ แต่เมื่อใดที่ขึ้นไปบน
สวรรค์ เมื่อนั้นน่าจะแจ้งให้เจ้าทราบเกี่ยวกับ
เรื่องราวข้อห้ามเหล่านี้อีกครั้ง! ”
หลังจากกล่าวจบประโยค ดวงเนตรของมันก็ทอแสง
ประกายสีแดงฉานขึ้น พร้อมส่องสว่างตกกระทบไป
บนไหล่ของลั่วผินปรากฎเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง จากนั้น
บรรพชนของอ๋าวหยางก็กล่าวว่า ” ตราประทับ
ดังกล่าวจะทำให้เจ้าไม่สามารถออกจากค่ายกลเก้า
มังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียนไปได้แม้แต่เพียงครึ่ง
ก้าว เมื่อใดที่เจ้าละเมิดข้อห้ามนี้เจ้าจะรู้สึกเหมือน
คมมีดเฉือนตัด ร้อนรุ่มทุกข์ทรมานดุจเพลิงเผาผลาญ
ร่างกาย! แล้วเมื่อใดที่เจ้าสามารถข้ามผ่านมหาภัย
พิบัติแห่งเซียนไปได้ จะมีบรรพชนพาเจ้าไปยังวัง
สวรรค์ โดยสายโลหิตที่ยอดเยี่ยมของเจ้า ๆ จะถูก
อบรมบ่มเพาะเป็นกรณีพิเศษ แล้วสักวันหนึ่งอนาคต
ของเจ้าจะรุ่งเรืองสู่จุดสูงสุดของแดนเซียนวังสวรรค์
เมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะได้รู้ว่าข้าเมตตากับเจ้ามาก
เพียงใด ขอให้เจ้าจงลืมผู้ฝึกตนหนุ่มน้อยบนโลก
มนุษย์นี้ไปเสียให้สิ้น ”
อ๋าวหยางกล่าวถ้อยคำมากมายด้วยเวลาหนึ่งลม
หายใจ
หลังจากกล่าวจบเขาก็เริ่มซ่อมแซมค่ายกลเก้ามังกร
สวรรค์เร้นลับสกัดเซียน ระดับความเร็วในการ
ซ่อมแซมฟืนฟูนั้นเร็วมากคาดว่าใช้เวลาประมาณ
สามสิบลมหายใจเท่านั้น ก็สามารถสร้างค่ายกลเก้า
มังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียนขึ้นมาใหม่จนเสร็จ
สมบูรณ์
หลังจากได้ยินฝั่ายตรงข้ามเอื้อนเอ่ยคำพูดดังกล่าว
จักรพรรดิโบราณก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มทะแลงสุด
ๆ หลังจากนั้นมันก็หันไปมอง อู่ อวี้ พร้อมส่ายศีรษะ
แล้วกล่าวว่า ” คนหนุ่มสาววัยนี้ช่างไร้เดียงสาเสียจริง
ๆ คิดว่าวังสวรรค์เป็นสถานที่แบบใดกัน? เทพเซียน
ทั้งหมดล้วนอยู่ในกฎเกณฑ์ของสวรรค์ ไม่ต้องพูดถึง
ความบาดหมางขมขื่นเมื่อครั้งอดีตของสัตว์สวรรค์
มังกรเทวะ เจ้ามิใช่มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล
การได้พบพานกับนางอีกครั้งบนวังสวรรค์ เป็นเรื่องที่
ยากยิ่งเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก อันที่จริง
คงต้องกล่าวว่าหมดโอกาสที่จะได้พบเจอนางอีกนั่น
แหละ ”
มันกำลังเยาะเย้ย อู่ อวี้ ช่างเป็นเทพเซียนที่ต่ำช้า
บัดซบเสียนี่กระไร
แต่คำพูดของมันก็ไม่ทำให้ อู่ อวี้ สั่นคลอนแม้แต่
น้อย สิ่งที่เขารู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด คือคำพูด
ของอ๋าวหยาง เพราะคำพูดมันขึงขังจริงจังมีน้ำหนัก
เสียยิ่งกว่า 7 ผู้อาวุโสมากมายนัก
ทุกคำพูดของมันเหมือนดังคมมีดกรีดแทงหัวใจของ
เขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นลั่วผินก็ได้แต่นั่งก้มหน้า ไม่กล้าเงย
หน้ามอง อู่ อวี้
” จงจำไว้ว่าหลังจากเจ้าผ่านพ้นมหาภัยพิบัติแห่ง
เซียนมาได้ ชีวิตใหม่ของเจ้าจะเริ่มต้นขึ้น สำหรับชาย
หนุ่มผู้นี้เขาก็จะหายไปจากชีวิตของเจ้า ”
ประโยคหลังเหมือนเป็นคำพูดที่ส่งผ่านไปยัง
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ก่อนหน้านี้เขาต้องการ
ให้จักรพรรดิโบราณปล่อยตัว อู่ อวี้ แต่พอได้ล่วงรู้
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองตัวตนของ อู่ อวี้ ก็
เสมือนดั่งภัยคุกคามอันใหญ่หลวงสำหรับเผ่าพันธุ์
ฉะนั้นการปล่อยให้เสี้ยนหนามเล็ก ๆ อย่าง อู่ อวี้ ถูก
จักรพรรดิโบราณสังหารตกตายไปน่าจะเป็นหนทาง
ที่ดีที่สุด
เพียงชั่วพริบตาค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัด
เซียนก็ถูกฟืนฟูกลับสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิม ในตอนนี้
เผ่าพันธุ์มังกรทั้งหมดถูกค่ายกลดังกล่าวคุ้มกันอยู่
ด้านใน ส่วนร่างของ อู่ อวี้ อยู่ด้านนอก
อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเวลานี้ลั่วผินท้อแท้สิ้น
หวังอย่างที่สุด ร่างของนางทรุดลงกับพื้นอย่างหมด
อาลัยตายอยาก
บางทีนางอาจจะไม่เคยพบเจอกับเคราะห์กรรมภัย
พิบัติใหญ่หลวงถึงเพียงนี้มาก่อน สิ่งที่นางได้ประสบ
พบเจอไม่ได้ถูกโจมตีสร้างความเจ็บปวดจากร่างกาย
ภายนอก แต่กลับเป็นความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจาก
ภายใน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นหยาดน้ำตาของนางไหลรินออกมา
จากดวงตา ภายในหัวใจของเขาก็ถูกบีบรัดเจ็บปวด
ราวกับถูกคมมีดนับไม่ถ้วนกรีดเฉือน
ภายในหัวเขาก็เฝั้าแต่คิดว่า เขาจะกล่าวอันใดได้บ้าง
ตอนนี้?
เขากำลังจะตกตายในไม่ช้า
เขาไม่สามารถช่วยเหลือหรือปลอบประโลมนางได้
สิ่งกีดขวางทางรักของพวกเขาหาใช่ค่ายกลเก้ามังกร
สวรรค์เร้นลับสกัดเซียน แต่เป็นกฎเกณฑ์ของสวรรค์
และพิภพซึ่งเป็นช่องว่างความต่างที่ใหญ่หลวงที่ไม่
อาจรอดผ่านไป
มีกี่โลกที่พยายามแยกพวกเขาทั้งสองให้พลัดพราก
จากกัน? ไม่ว่าจะอยู่หรือเปล่าเส้นทางชีวิตของพวก
เขาทั้งสองก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นางกับเขาเคยแอบอิงพิงไหล่ซบหน้ากันและกัน เคย
ให้คำมั่นสัญญา เคยฝันหวานว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
บนวังสวรรค์ แต่บัดนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นความ
ฝันลมๆ แล้งๆ !
ตอนนี้ อู่ อวี้ มองเห็นท่าทีของนางได้อย่างชัดเจน
โดยปกติแล้วลั่วผินจะเป็นคนฉลาดเฉลียวสุขุมเป็น
อย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้นางตื่นตระหนกได้
นางไม่แยแสต่อสิ่งใดและอ่อนโยนสุภาพอยู่เสมอ แต่
เวลานี้นางทรุดร่างลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตาย
อยาก บางทีวังสวรรค์อาจจะเป็นเปั้าหมายของนาง
แต่ยามนี้อ๋าวหยางบดขยี้ทำลายความฝันของนาง
ทั้งหมด!
ความฝันที่มีถูกทุบละเอียดจนไม่เหลือซากอาบโชค
ไปด้วยโลหิต
เมื่อถึงจุดนี้บางทีจักรพรรดิโบราณอาจจะยอมให้ อู่
อวี้ ในพูดคุยเป็นครั้งสุดท้าย ปากของเขาก็ช่างแห้ง
เผือดกว่าจะปริปากพูดอะไรออกมาช่างยากลำบาก
เสียเหลือเกิน เมื่อเห็นคนรักของตนเองตกอยู่ใน
สภาพเยี่ยงนี้ เขาก็รู้สึกทุกข์ทรมานใจเจ็บปวดอย่าง
ที่สุดจนไม่อาจบรรยายได้ แล้วเขาควรจะทำเช่นไร
กับสถานการณ์ตอนนี้?
ถ้าเช่นนั้นเขาก็จะยอมตายเช่นกัน!
เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเพราะความสามารถหรือ
โชคชะตากำหนด แต่เป็นเพราะจักรพรรดิโบราณ
คอยจับตาดูเขามาตลอด อีกทั้งยังวางแผนละครตบ
ตาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้แผนของมันบรรลุผล บาง
ทีอ๋าวหยางก็อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของมันด้วยก็ได้!
นี่ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างผู้มีพลังฝีมือเท่าเทียม ถ้า
หาก อู่ อวี้ สามารถชนะได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ยิ่ง
แล้ว
ในวันนั้นฮ่าวเทียนซ่างเซียนก็ให้เขากลืนกินผงสลาย
วิญญาณ เขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจนไร้สิ้น
หนทางเช่นเดียวกัน มนุษย์อย่างเขาจะไปทำอะไรได้
ก็ในเมื่อกลืนกินผงสลายไปแล้ว? พอเขาเลือกที่จะ
อาเจียนออกมาฮ่าวเทียนซ่างเซียนก็บีบบังคับให้เขา
กลืนกินเข้าไปใหม่
จนตรอกหมดหวัง ไร้ซึ่งหนทางจนหมดสิ้น!
ความเคียดแค้นชิงชังอัดแน่นอยู่ภายในใจมากมาย
เพียงใด
อู่ อวี้ รู้สึกเสียใจต่อนางเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เคย
เจ็บปวดรวดร้าวจนต้องร่ำไห้จนน้ำตาแทบจะเป็น
สายเลือดเช่นนี้มานานแล้ว หยาดน้ำตาที่ไหลรินใน
วันนี้หาใช่เกิดจากความหวาดกลัว มันเกิดขึ้นเพราะ
เห็นสตรีอันเป็นที่รักต้องทุกข์ระทมเสียใจมากมายถึง
เพียงนี้
ภาระที่นางต้องแบกรับช่างใหญ่หลวงเหลือคณา แต่
นางก็หาได้ถอดใจยอมแพ้แม้แต่น้อย ถ้านางถอดใจ
ยอมแพ้นางคงไม่พยายามช่วยเหลือ อู่ อวี้ นางคงไม่
ต้องแยแสจะได้ไม่ต้องมีผลกระทบใด ๆ ต่อความ
รุ่งโรจน์ในอนาคตของนาง
และสำหรับหลังจากนี้ อู่ อวี้ ชื่อเสียงของเขาอาจจะ
สร้างความครั่นคร้ามไปทั่วทั้งวังเซียนแดนสวรรค์ แต่
นั่นก็ไม่ใช่ อู่ อวี้ ตัวจริง
มันคือ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ความต่ำช้าเหี้ยมโหดอันยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้
การฝึกฝนคือการปล้นชิงพลังแลโชควาสนาของผู้อื่น
ผู้ใดอ่อนแอก็จะต้องได้รับบทเรียนในราคาที่สาสม!
ความเจ็บปวดและโทสะที่อยู่ภายในของเขาเวลานี้คือ
ค่าตอบแทนของความอ่อนแอ
สำหรับจักรพรรดิโบราณไม่มีประโยชน์ที่จะพูดจา
เลวร้ายกับมัน เพราะคนอย่างมันเหี้ยมโหดต่ำช้ายิ่ง
กว่าสัตว์เดรัจฉาน มันเห็นเขาเป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง
ไม่มีทางที่ตัวเขาจะรอดเงื้อมมือไปจากการเข่นฆ่า
ของมันได้
คนเลี้ยงสุกรย่อมไม่หยุดตัดศีรษะของสุกรเพียงแค่
สุกรตัวนั้นกรีดร้อง
จักรพรรดิโบราณหันมามองหน้า อู่ อวี้ จากนั้นมันก็
ยิ้มให้กับเขาโดยสื่อออกมาเป็นความนัยว่า : ถึงแม้
จะปวดเศียรเวียนเกล้าไปบ้าง แต่ข้าก็สามารถชนะ
อุปสรรคทุกอย่างมาได้ และตัวเจ้าคือกำไรตอบความ
ยากลำบากนั้น
หลังจากเทพมังกรสวรรค์อ๋าวหยางได้ซ่อมแซมค่าย
กลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียนจนเสร็จสมบูรณ์
เป็นที่เรียบร้อย เขาก็หันกลับมามองลั่วผินแล้วกล่าว
ว่า ” เจ้าชั่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำ
ร้ายชีวิตของตนเอง เส้นทางของเจ้าไม่ใช่ที่นี่ แต่มัน
คือแดนเซียนวังสวรรค์อันยิ่งใหญ่ต่างหาก จงจำสิ่งที่
ข้าได้พูดคุยกับเจ้าให้ขึ้นใจ หากวันหน้าเจ้ายังกระทำ
ผิดซ้ำอีก ผลที่เจ้าได้รับจะยิ่งรุนแรงเลวร้ายมากกว่า
ในวันนี้ ”
ลั่วผินนั่งก้มหน้างุดอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไหล่ทั้ง
สองข้างของนางสั่นสะท้าน นางไม่ได้โต้ตอบคำพูดใด
ๆ กับเขา เส้นผมสีขาวบริสุทธิ์เกลื่อนกระจายไปทั่ว
พื้น ช่างเป็นภาพที่ดูแล้วน่าสลดหดหู่เสียเหลือเกิน
ขณะอ๋าวหยางกำลังจะจากไป
” เจ้ามังกรรีบขอบคุณในความเมตตาของบรรพชน
เร็วเข้า! ” มังกรมารเขาโลหิตที่อยู่ด้านหลังรีบเตือน
นาง
“เจ้ามังกร!” มังกรเทวะตัวอื่น ๆ ก็พยายามเตือน
เช่นกัน
อย่างไรก็ตามอ๋าวหยางแค่นเสียงเหอะอย่างในลำคอ
มันก็หายตัวไปท่ามกลางท้องนภา ส่วนลั่วผินไม่เงย
หน้าหันมามองมันแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ ก็เช่นกัน
หลังจากอ๋าวหยางหายไป ค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้น
ลับสกัดเซียนก็ได้รับการฟืนฟูกลับมาสู่สภาพสมบูรณ์
อู่ อวี้ กับนางก็ถูกแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง จากสิ่งที่
เห็นทำให้รู้สึกราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะจบสิ้น
แล้ว
———————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ