กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1218: เผาผลาญ!เผาผลาญ!
อู่ อวี้ มองผ่านวงเวทย์ค่ายกลหลากสีสันเข้าไปด้าน
ใน ทำให้เห็นนางไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่สิ่งที่เห็นแน่ๆ
คือไม่มีตนใดกล้าย่างกรายเข้ามาใกล้
บทเรียนจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวันนี้ บางที
อาจทำให้นางเติบโตขึ้นไปอีกขั้น
บทเรียนที่ผ่านมาทำให้นางเติบโตขึ้นมาก ก่อนหน้า
นั้นชีวิตของนางราบรื่นไม่มีสิ่งใดที่ทำให้นางต้องขุ่น
ข้องหมองใจ จากได้พบเจออุปสรรคจนสามารถผ่าน
พ้นมาได้ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้นางแข็งแกร่งขึ้น
มากจนกลายเป็นเจ้ามังกรวังสี่สมุทร
ถ้าชีวิตของนางราบรื่นไร้อุปสรรค นางอาจจะไม่รอด
จากภัยพิบัติครั้งที่สามได้
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วอนาคตของนางจะต้องรุ่งโรจน์
สดใส ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็รู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยสิ่ง
เขาก็ไม่ได้ทำร้ายนาง
ความเจ็บปวดในวันนี้สักวันหนึ่งวันเวลาจะช่วย
เยียวยารักษาให้สงบหน่อย
อาจจะ…
เพราะทุกอย่างได้จบสิ้นแล้ว
ยามนี้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงควบคุมร่างของ อู่
อวี้ ด้วยมือเดียวเท่านั้น แต่เขากลับไม่สามารถขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลย เขาทำได้เพียงร้องตะโกนใส่
มันเท่านั้น แล้วเวลานี้เขาก็ถูกโยนเข้าไปในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล
ทันทีที่เข้ามาเขาก็ได้พบเจอกับผืนทรายสีเหลืองทอง
อร่าม บ่งบอกว่านี่คือชั้นแรกของเจดีย์วิญญาณ
องค์การ
ไม่ว่า อู่ อวี้ จะพยายามใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดจาก
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลอย่างไร ก็ไม่สามารถ
กระโดดออกมาได้
” อย่าคิดจะใช้ประตูของพิภพปีศาจบรรพกาล เจดีย์
วิญญาณบรรพกาลของข้านั้นมีข้อจำกัด ไม่มีทางที่
เจ้าจะใช้ประตูแห่งพิภพปีศาจบรรพกาลหลบหนีไป
ยังโลกอื่นได้ ”
จักรพรรดิโบราณบอก อู่ อวี้ เพราะเหตุนี้มันถึงไม่ได้
สนใจว่าเขาจะหลบหนีมาเข้ามาอยู่ในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล
ด้วยเพราะเจดีย์หนังนี้คือศาสตราเซียน ฉะนั้น
จักรพรรดิโบราณจึงมั่นใจเป็นอย่างมากว่าสามารถ
กักขัง อู่ อวี้ ได้ ทันทีที่ร่างต้นของ อู่ อวี้ เข้ามา
ภายในเจดีย์ แผนการของมันก็สำเร็จไปแล้ว 95 ใน
ร้อยส่วน
นอกจากนี้มันยังตรวจสอบสถานการณ์ผ่านเฟิง
ซัวหยามาโดยตลอด ฉะนั้นมันคงรู้ดีว่าสถานการณ์ใน
พิภพปีศาจบรรพกาลนั้นเป็นเช่นไร รู้ว่าหนานซาน
หวางเยว่กับเย่ซีซีไม่สามารถไปไหนได้ ตราบใดที่มัน
ยังควบคุมตัว อู่ อวี้ เอาไว้เขาจะไม่มีทางหลบหนีไป
ไหนได้
หลังจากกักขังร่างต้นของ อู่ อวี้ ได้แล้ว จักรพรรดิ
โบราณก็มองไปที่ร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งอยู่ภายใต้การ
สะกดข่มของวงเวทย์เจดีย์วิญญาณสวรรค์หวง
“ถูกโจมตีหนักขนาดนี้ ยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ช่างปาฏิหาริย์จริงๆ” จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงชื่น
ชม
ความสามารถในการกลืนกินของอสูรกลืนสวรรค์
สร้างความประหลาดใจให้กับมันอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้
มันไม่เคยคิดว่าร่างกลืนสวรรค์จะน่าทึ่งเช่นนี้มาก่อน
แม้มันจะค่อนข้างยาก แต่มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
” อู่ อวี้ เจ้าเชื่อแล้วใช่หรือไม่?” จักรพรรดิโบราณ
ยังคงยืนเอามือไพล่หลังอยู่นอกวงเวทย์เจดีย์
วิญญาณสวรรค์หวง สายตาจับจ้องไปที่ร่างกลืน
สวรรค์ที่อยู่ด้านใน
ร่างกายอันแข็งแกร่งดวงตาสีแดงก่ำของร่างกลืน
สวรรค์ที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณสวรรค์หวง จ้อง
เขม็งมาที่จักรพรรดิโบราณตั้งแต่ต้นหัวจรดเท้า
ในเวลานี้เขากลายเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ความหิวกระหายทำให้เขาทุกข์ทรมานอย่างที่สุด
ความเจ็บปวดลึกเข้าไปยันไขกระดูกแลหัวจิตหัวใจ
ด้วยเพราะด้านหน้าตอนนี้คืออาหารอันโอชะที่หาได้
ยากยิ่ง!
” โฮกกก! ” ด้วยความหิวกระหายร่างกลืนสวรรค์ จึง
อดไม่ได้ที่จะกู่ร้องคำรามเสมือนสัตว์ร้าย
“ ช่างน่าเสียดายไม่ว่ามันจะวิเศษแค่ไหน มันก็ยัง
เป็นเพียงแค่สัตว์อสูรอยู่วันยังค่ำ” จักรพรรดิโบราณ
ยิ้ม มันกำลังสนุกสนานที่เห็นร่างกลืนสวรรค์อยู่
ภายใต้การควบคุมของตนเอง
” ทีนี้ก็มรดกของเจ้าพลองทองสมปรารถนา ทั้งมหา
พลังอิทธิฤทธิ์สี่วิถี ทั้งหมดจะตกเป็นของข้า ชื่อเสียง
ของเจ้าจะต้องระบือไกลไปถึงแดนเซียนวังสวรรค์ ใน
ไม่ช้าเจ้าจะสัมผัสได้ถึงแกนเมล็ดพันธุ์ผสานของข้า
กว่าจะถึงตอนนั้นเจ้าควรจะหุบปากพักผ่อนอยู่ไป
อย่างเงียบๆ ”
ตอนนี้มันได้ใช้ตัวอ่อนเซียนรวมศูนย์ปลูกฝังเข้าไป
ภายในร่างของ อู่ อวี้ เพียงเท่านี้แกนเมล็ดพันธุ์ผสาน
มันก็จะทำหน้าที่อยู่ภายในร่างของผู้ที่ถูกปลูกฝัง
ในเวลานี้จักรพรรดิโบราณได้จับร่างกลืนสวรรค์
ถึงแม้ หนานซานหวางเยว่ กับ เย่ซีซี จะหลบหนีไป
ได้ ทว่าเห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ไม่มีทางหลบหนีจากเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลไปได้
“ อาาาา∼ ทั้งหมดนี้เป็นของข้า มันช่างสวยงาม
มากจริง ๆ ข้ารอคอยวันนี้มานานแล้ว ”
จักรพรรดิโบราณยังคงดื่มด่ำอยู่ในห้วงอารมณ์แห่ง
ความสุข มันรู้สึกว่าตนเองโชคดีมากจริง ๆ สิ่งดี ๆ
มากมายตกอยู่ในการครอบครองของมัน
ร่างกลืนสวรรค์ อู่ อวี้ ไม่ตอบโต้อันใด เพียงแต่จ้อง
มองมันด้วยสายตาแดงก่ำดุร้าย
สายตาของเขาช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง เป็น
สายตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายโลภโมโทสัน
อย่างที่สุด จักรพรรดิโบราณรู้สึกราวกับว่าถูกเขา
กลืนกินเข้าไป
หิว! หิว! หิวววว!
แต่สำหรับ อู่ อวี้ ยามนี้มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความหิว
โหยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงแม้เดิมทีอสูรกลืน
สวรรค์จะโจมตีเหยื่อเพราะความหิวโหย แต่เป็น
เพราะตอนนี้จักรพรรดิโบราณได้กักขังเขา เพียงแต่
ล่อลวงร่างต้นของเขา ยังข่มขู่เขาอีก สิ่งที่เขาเป็นอยู่
ในตอนนี้คือความโกรธเปียมล้นไปด้วยโทสะ ความ
ใฝั่ฝันสูงสุดของเขายามนี้คือการฉีกกระชากเนื้อหนัง
ของจักรพรรดิโบราณให้หลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ
เวลานี้ร่างกลืนสวรรค์ได้กัดฟันแน่น สะกดอารมณ์
ต่อต้านความกระหายอยากจะกลืนกิน
“ ข้าอยากจะกลืนกินเจ้าเหลือเกิน”
ดวงตาสีแดงของร่างกลืนสวรรค์กลายเป็นสีแดงฉาน
น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความปันปั่วนขณะพูดคุยกับ
จักรพรรดิโบราณ
“ฮ่า ๆ เจ้าอสูรน้อยเจ้ารู้แต่วิธีกลืนกินสินะ”
จักรพรรดิโบราณหัวเราะจนงอหาย
มันกำลังภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง เพราะยาม
นี้แผนการทุกอย่างของมันประสบความสำเร็จอย่าง
ราบรื่น แม้ว่าร่างกลืนสวรรค์จะเหนือความ
คาดหมายของมันไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าราบรื่นอยู่ดี
“ทุกครั้งที่เจ้าภูมิใจในตนเอง อย่าลืมนึกถึงช่วงเวลาที่
เจ้าถูกข้าฉีกกระชากกลืนกินเนื้อหนังด้วยว่ามันจะ
รู้สึกเช่นใด”
ร่างกลืนสวรรค์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งทำให้คน
ฟังชวนขนลุกสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง
ถึงกระนั้นจักรพรรดิโบราณก็ยังคงระเบิดเสียง
หัวเราะหนักหนายิ่งขึ้น
อู่ อวี้ ยังคงพร่ำบอกตนเองอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอดจิ้งจกตุ๊กแกยังยอมทำถึง
ขนาดสลัดหางของตนเอง
เขาเติบโตขึ้นมาในทะเล เขาเห็นอย่างชัดเจนเพื่อ
หลบหลีกจากอันตรายปูน้อย มันจะบิดขาของตนเอง
เพื่อหลอกล่อให้ศัตรูสับสน
วันนี้เขาอาจสูญเสียร่างต้นที่สำคัญที่สุดไป
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังปรารถนาที่จะอยู่รอด ตราบใด
ที่สามารถมีชีวิตไปได้ เขาก็ยังมีโอกาสแก้แค้น
นอกเหนือจาก ‘หวนคืน’ หรือ ‘การคัดลอก’ อสูรกลืน
สวรรค์ก็ยังสามารถเดิมอยู่ซึ่งก็คือ ‘เผาผลาญ’
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าเขา ‘เผาผลาญ’ ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกสยบ ดังนั้นเวลานี้ไม่สามารถ
คิดวิธีอื่นได้ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกลไกของ
สัญชาตญาณ แล้วสัญชาตญาณได้บอกกับเขาว่าเขา
ยังมีความสามารถในการ ‘เผาผลาญ’!
ในความเป็นจริง ‘หวนคืน’ กับ ‘การคัดลอก’ ก็
ปรากฏขึ้นด้วยความต้องการของเขาด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ พบความสามารถเหล่านี้ทีละ
น้อยๆ
‘การเผาผลาญ’ นั้นช่างง่ายดาย
ขณะที่จักรพรรดิโบราณกำลังระเบิดเสียงหัวเราะ
ด้วยความภาคภูมิใจสุดชีวิต ทันใดนั้นเกล็ดมังกรสีดำ
ทมิฬบนร่างกลืนสวรรค์บังเกิดเปลวเพลิงสีโลหิตลุก
ไหม้อาบท่วม เปลวเพลิงสีโลหิตดังกล่าวเริ่มต้นจาก
ดวงตา หลังจากนั้นก็ลุกลามขยายไปทั่วทั้งร่าง
ท้ายที่สุดแล้วมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกเปลว
เพลิงกลืนกินไปด้วยนั่นคือเขาสีขาว!
เผาผลาญ!
เผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง!
เช่นดั่งที่เขากล่าว ชั่วขณะที่จักรพรรดิโบราณ
ภาคภูมิใจในตนเองถึงขีดสุด จนหลงลืมทุกสรรพสิ่ง
ไป ช่วงเวลานั้นเขาจะฉีกกระชากออกไป!
ร่างกลืนสวรรค์สามารถกลืนกินและขย้อนออกมาได้
ด้วยวิธีการเผาผลาญ
ภายในสามลมหายใจ เขาสามารถเผาผลาญพลังของ
เทพปีศาจทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยการโจมตีที่เหนือ
ยิ่งกว่าขีดจำกัดของตนเอง!
ช่วงเวลาสามลมหายใจนี้ ขณะที่อยู่ภายในเจดีย์
วิญญาณสวรรค์หวง ร่างกายของเขาก็แปร
เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมแผดเสียงคำรามดัง
สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ ร่างกลืน
สวรรค์อาศัยพลังทั้งหมด ฉีกกระชากหลบหนีจาก
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล!
“ยังไม่ยอมแพ้อีกงั้นหรือ!” จักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงหัวเราะ!
มันมุ่งเปั้าหมายที่เขาในชั่วพริบตา ร่างอสูรปกคลุมไป
ด้วยเปลวเพลิงสีแดงโลหิต
“อเวจีเก้าชั้น!”
ชั่วขณะนี้เองเปลวเพลิงโลหิตที่ปกคลุมร่างกายของ
เขา ก็ลุกโหมกระหน่ำพวยพุ่งขึ้นในบันดล เขาเผา
ผลาญพลังของเทพปีศาจทั้ง 3 ซึ่งหลังจากผ่านพ้น
ช่วงเวลานี้ไปแล้ว ร่างกายของเขาจะอ่อนแอมาก
ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ เลือกใช้วิธี ‘เผาผลาญ’ พลังถึงขีด
สุด เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว!
อเวจีเก้าชั้นซึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงโลหิต
ได้ห้อมล้อมปกคลุมจักรพรรดิโบราณไว้อีกครั้ง!
อู่ อวี้ แลเห็นอย่างชัดเจนว่าขณะที่มันถูกกักขังอยู่
ภายในอเวจีเก้าชั้น มันขมวดหัวคิ้วเข้าหากันจนเป็น
ปม แสดงให้เห็นว่า.. การฝั่าอเวจีเก้าชั้นมิใช่เรื่องง่าย
สำหรับมัน ทว่าจักรพรรดิโบราณก็ยังคงแสดงสีหน้า
เย้ยหยัน ทันใดนั้นมันก็ชักกระบี่สีดำทองออกมา นี่
ต้องเป็นศาสตราเซียนอย่างแน่นอน!
เห็นได้ชัดว่าเป็นศาสตราที่อันตรายยิ่งกว่าเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล!
“เจ้าต้องการใช้วิธีนี้สังหารข้าเช่นนั้นหรือ! ช่างไร้
เดียงสาสิ้นดี! ฮะฮ่าฮ่า!!!”
ต่อให้เผาผลาญพลังของเทพปีศาจทั้ง 3 สีหน้าของ
จักรพรรดิโบราณก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อเวจีเก้าชั้น
สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ แต่ก็ยังห่างไกลจากการ
สังหารมัน
อู่ อวี้ เผาผลาญพลังของเทพปีศาจทั้งสามอีกครั้ง!
ตอนนี้เขาเหลือพลังของเทพปีศาจเพียง 2 ตนเท่านั้น
หลังจากหมดสิ้นซึ่งพลัง จักรพรรดิโบราณก็สามารถ
จับตัวเขาได้อย่างง่ายดาย
อำนาจของเทพปีศาจทั้ง 3 ได้ยกระดับพลังทำลาย
ล้างของอเวจีเก้าชั้นขึ้นไปอีกขั้น!
ทว่าจักรพรรดิโบราณก็ยังคงหัวเราะโดยมิได้ตื่น
ตระหนกแม้แต่น้อย จากนั้นมันก็ฉีกกระชากออกจาก
อเวจี 9 ชั้นด้วยท่าทางดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง
มันรู้สึกว่า อู่ อวี้ ยังเด็กเกินไป เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ไม่
อาจสังหารมันได้ แต่ อู่ อวี้ ก็พยายามดิ้นรนอย่าง
กล้าหาญไม่เลิกรา
“ช่างไร้เดียงสาและโง่เขลาเสียนี่กระไร! การที่เจ้าไม่
อาจรักษาทุกสรรพสิ่งไว้ได้ ก็นับสมเหตุสมผลแล้ว
จัดการกับตัวโง่งมเช่นเจ้า มันช่างง่ายดายเหลือเกิน!”
ระหว่างที่จักรพรรดิโบราณกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
มันก็บดขยี้ฝั่าอเวจีชั้นออกมาชั้นแล้วชั้นเล่า
มันมองออกว่าหลังจาก อู่ อวี้ ปลดปล่อยวิชานี้
ออกมา เขาก็เป็นเสมือนดั่งศรสุดแรงบิน ที่ไร้ซึ่งกำลัง
ดิ้นรน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้ปลดปล่อยการโจมตีอย่าง
บ้าคลั่งอย่างที่คาดไว้ ฉับพลันเขาก็ปรากฏกายขึ้น
เบื้องนอกค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน!
แล้วทันใดนั้นภายในค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับ
สกัดเซียน ก็มีร่างของคนผู้หนึ่งวิ่งออกมา
นางก็คือลั่วผิน!
เพียงแค่ก้าวออกมา ตราประทับที่อยู่บนไหล่ของนาง
ก็ปลดปล่อยเปลวเพลิงโหมกระหน่ำเผาผลาญร่าง
ของนางทันที
อย่างไรก็ตามนางยังคงฝืนทน มอบของ 2 สิ่งให้กับ
มือของ อู่ อวี้ นั่นคือ : เจดีย์ล่องกำเนิดและประตู
พิภพปีศาจบรรพกาล!
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงไม่เคยคาดคิดว่า แท้จริง
แล้วของวิเศษทั้งสองจะอยู่กับลั่วผิน
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ร่างต้นได้พบกับนางช่วงเวลาหนึ่ง
ซึ่งเขาก็ได้มอบสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้กับนาง
เพราะมันคือของสำคัญ ซึ่งใช้ในการหลบหนีของเขา
แล้วเขาจะเก็บไว้กับร่างต้นได้อย่างไร?
แน่นอนว่าจักรพรรดิโบราณยังคงกักขังร่างต้นของ
เขาเอาไว้ เพราะกลัวว่า อู่ อวี้ ร่างต้นจะใช้ของวิเศษ
ทั้งสองหลบหนีออกไป ซึ่งมันก็มั่นใจว่าด้วยความ
แข็งแกร่งของตนสามารถปิดกั้นการเคลื่อนย้ายของ
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลภายใน เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล ได้อย่างสมบูรณ์
บางที อู่ อวี้ อาจตระหนักถึงมันตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าสิ่ง
ใดที่สามารถหลบหนีได้ แล้วสิ่งใดที่ไม่สามารถ
หลบหนีไปได้
การปรากฏตัวของ อ๋าวหยาง เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
แต่ท้ายสุดแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อยู่ดี
ชั่วขณะที่มันกำลังฟืนฟูค่ายกล ถือเป็นช่วงเวลาที่
สร้างโอกาสให้ อู่ อวี้ มากขึ้น
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้รับประตูพิภพปีศาจ
บรรพกาลและเจดีย์ล่องกำเนิดแล้ว
อย่างไรก็ตามเขาจะไม่มีวันลืมภาพของสตรีที่ยินยอม
ให้ไฟอาบท่วมร่าง เพื่อมอบสิ่งสำคัญให้กับเขา
แม้ว่านางจะถูกเปลวเพลิงเผาผลาญอย่างรุนแรง แต่
ใบหน้าของนางก็ยังคงยิ้มให้แก่เขา!
นางมิได้ร่ำไห้หรือแสดงท่าทางเจ็บปวดแม้แต่น้อย
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นจากนางคือความอ่อนโยนและความ
เชื่อมั่นอย่างไม่สิ้นสุดที่มอบให้แก่ตัวเขา
ร่างของนางยังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง จนผิวเริ่มดำ
คล้ำ ทว่าสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ภาพของนางใน
ช่วงเวลานี้จะฝังตราตรึงอยู่ภายในจิตใจของเขา
ตลอดไป
นางกล่าวว่า “อู่ อวี้ เปั้าหมายของเรายังเป็นเช่นเดิม
เราจะพบกันบนสวรรค์”
หลังจากประสบกับภัยพิบัติ ต้องทนทุกข์ทรมานกับ
การฉีกกระชากความหวังและไร้ซึ่งอิสรภาพ จิตใจ
ของนางก็ยังคงยึดมั่นยืนหยัดอย่างแน่วแน่ ท่ามกลาง
เปลวเพลิง นางยังคงยิ้มและกล่าวสิ่งนี้กับ อู่ อวี้
“ข้าจะไม่ตาย เราจะพบกันบนสวรรค์!”
อู่ อวี้ กล่าวประโยคนี้ออกไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
เขากำลังร่ำไห้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่ในช่วงชีวิตนี้
การได้ผูกสัมพันธ์ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนาง มันล้ำค่า
เสียยิ่งกว่าการได้รับมรดกเซียนเสียอีก นับเป็นโชค
วาสนาอันล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา
อ๋าวหยางได้ฝังตราประทับนี้ไว้บนร่างของนาง แต่
นางก็ก้าวเดินออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อีกทั้งนางยังไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ เห็นความเจ็บปวด
ของนาง นางยังคงยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน นี่ถือ
เป็นสิ่งสำคัญมาก อย่างน้อยมันก็เป็นกำลังใจให้ อู่
อวี้ อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้พวกเขาต้องแยกจาก
แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นก้าวเดินไปเบื้องหน้าด้วย
ความปรารถนา เพื่อไล่ตามความฝันและเปั้าหมาย
เช่นเดิม
พบพานกันบนสวรรค์!
แม้กฎสวรรค์จะขัดขวาง!
แม้ต้องแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของ
เผ่าพันธุ์มังกร!
แม้จะต้องแยกจากด้วยชีวิตและความตาย!
นางก็ไม่ลังเล ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ไม่ลังเลเช่นกัน
ช่วงเวลานี้จะคงอยู่ไปตราบชั่วนิรันดร์
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ผลักให้นางถอยกลับไปในค่าย
กล เขาไม่ต้องการให้นางเจ็บปวดทุกข์ทรมานไป
มากกว่านี้
อีกทั้งจักรพรรดิโบราณยังมิได้ให้เวลาเขามากนัก
หากลังเลเพียงชั่วอึดใจ อาจสูญเสียทุกสรรพสิ่ง
เขาไม่มีเวลามารอให้ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลเปิด
นานถึงหนึ่งก้านธูป
เขานำ ‘ประตูพิภพเทพสงคราม’ ออกมา พร้อม
กระแทกมันเข้าใส่ ‘กุญแจ’ แล้วทะยานเข้าไปภาย
ในทันที
แควกตูม!!!
เมื่อร่างกลืนสวรรค์หายเข้าไปในพิภพอื่น จักรพรรดิ
โบราณก็ฉีกกระชากอเวจีเก้าชั้นออกมาได้สำเร็จ
จากนั้นก็จับจ้องไปยังพื้นที่อันว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใด
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ