กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1219: ขามผานทัณฑสวรรคในสามทิวา
คราวนี้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงพร้อมที่จะ ‘เก็บ
เกี่ยว’ ผลไม้ทั้งห้าชนิด
ผลไม้ทั้งห้านี้ก็คือร่างต้นของ อู่ อวี้ , ร่างกลืนสวรรค์
, หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , เจดีย์ล่องกำเนิด
ท่ามกลางผลไม้ทั้งห้านี้ร่างต้นของ อู่ อวี้ ถือว่าเป็น
เปั้าหมายสำคัญมากที่สุด กล่าวตามตรงแค่จักรพรรดิ
โบราณจับตัว อู่ อวี้ ร่างต้นได้ มันก็รู้สึกว่าตนเอง
ประสบความสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง
ถึงแม้มันจะยังไม่อาจครอบครองผลไม้อีก 4 ชิ้นที่
เหลือได้ แต่อย่างไรเสียในอนาคตก็จะต้องตกเป็น
ของมันอยู่วันยังค่ำ
แผนดั้งเดิมของมันคือการครอบครองทุกสรรพสิ่ง ซึ่ง
ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้คิดถึงความล้มเหลวเลยแม้แต่
น้อย
อุบัติเหตุครั้งแรกคือ อู่ อวี้ ร่างกลืนสวรรค์กลืนกิน
เทพปีศาจจนแข็งแกร่งขึ้น
อุบัติเหตุครั้งที่สองคือความสามารถในการเผาผลาญ
ของร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งหลังจากการเผาผลาญทำให้
เขาแข็งแกร่งขึ้น
อุบัติเหตุครั้งที่สามคือ อู่ อวี้ มีแผนมานานแล้ว เขารู้
ดีว่าร่างต้นจะต้องถูกจักรพรรดิโบราณยึดครอง จึงได้
ฝากกุญแจสำคัญที่ใช้ในการหลบหนีอย่างประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาลไว้กับลั่วผิน
นี่ไม่ใช่การทิ้งเบี้ยเพื่อให้ขุนรอด แต่เป็นการเสียสละ
ขุนเพื่อเบี้ย
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ร่างต้นก็คือขุน เพราะเขาถือเป็น
ส่วนสำคัญทุกสรรพสิ่ง หลังจากจักรพรรดิโบราณจับ
ร่างต้นของเขาไป เขาจึงต้องเสียสละร่างนี้ เพื่อความ
อยู่รอด
ดังนั้นเขาจึงเลือกตัดตัวเองออกไป
เพื่อความอยู่รอดเขาจึงเลียนแบบจิ้งจกตุ๊กแก
แม้เขาจะสูญเสียร่างต้นไป แต่เขาก็ยังมีความหวัง
เหลืออยู่ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อหนานซานหวางเยว่
และเย่ซีซี ทั้งยังไม่สูญเสียเจดีย์ล่องกำเนิดไปอีก
ซึ่งถ้ากล่าวกันตามจริง ‘การเก็บเกี่ยว’ ของ
จักรพรรดิโบราณครั้งนี้ถือได้ว่าล้มเหลว เพราะมีเหตุ
อันไม่คาดคิดไม่เป็นไปตามแผนของมันหลายอย่าง
ด้วยแผนการที่มันจัดวางไว้แต่ละช่วงถือว่าค่อนข้าง
ได้เปรียบ อู่ อวี้ แทบทุกประตู และสิ่งที่เหลือเชื่อ
มากที่สุดนั่นก็คือมันไม่อาจครอบครองเปั้าหมายทั้ง
5 ได้ และครอบครองได้เพียง 1 เท่านั้น
แม้จะเป็นส่วนสำคัญที่สุดก็ตาม
จากเหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้น ถือได้ว่าแผนการของ
จักรพรรดิโบราณล้มเหลวเป็นอย่างยิ่ง!
ดังนั้นร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ พร้อมกับ เจดีย์ล่อง
กำเนิดและประตูแห่งพิภพปีศาจบรรพกาลจึงหลุด
ลอยหายไปต่อหน้าต่อตาของมัน เหลือเพียงค่ายกล
เก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน ในเวลานี้
บรรยากาศเงียบสงบว่างเปล่า เหลือเพียงจักรพรรดิ
โบราณยืนอยู่ที่นี่เท่านั้น
เวลาแห่งความภาคภูมิใจกระหยิ่มยิ้มย่องของ
จักรพรรดิโบราณ อันเกิดจากแผนการของมันประสบ
ความสำเร็จ บัดนี้ความสุขดังกล่าวได้หลุดลอยไป
แล้ว
เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยโทสะอันโกรธเคือง
” อู่ อวี้! ” จักรพรรดิโบราณกวาดตามองไปรอบ ๆ
มันรีบพุ่งทะยานตรงไปยังเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
จากนั้นมันก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความขุ่น
เคืองว่า “เจ้าจงรีบกลับเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะต้อง
ชดใช้อย่างสาสม! ”
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล อู่ อวี้ มองมันอย่าง
เย็นชา
เมื่อมาจุดถึงเขาก็ค้นพบมันว่า ที่ตนเองสามารถมี
ชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว ความหรูหรา
โอ่อ่าหาใช่ความเป็นจริงไม่
แล้วเขาก็กล่าว ” เมื่อไหร่ที่ข้าสบายดีแล้ว ข้าจะ
กลับมาหาเจ้า แต่เมื่อใดที่ข้ากลับมาจากมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล มันคือวันตายของเจ้า โปรดเตรียมใจ
รอไว้ให้ดี ”
เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ทว่าทรงพลัง
เป็นอย่างยิ่ง เขาประกาศก้องต่อจักรพรรดิโบราณ
แล้วว่าเขาจะกลับมา ซึ่งความหมายก็คือเขาจะ
กลับมากลืนกินจักรพรรดิโบราณ!
เขาจะกลับมาตอนที่มีพลังฝีมือมากพอที่จะสังหาร
จักรพรรดิโบราณ
” เจ้าไม่กลัวจะกลายเป็นเช่นดั่งบรรพชนมารกลืน
สวรรค์อย่างนั้นหรือ? หากเจ้าสับสนจนไม่อาจ
ควบคุมความสุขุมของตนเองได้ เมื่อนั้นสวรรค์จะ
สังเกตเห็นเจ้า และส่งขุนพลสวรรค์ลงมาสังหารเจ้า
จนสิ้นซาก!” จักรพรรดิโบราณกล่าวด้วยโทสะอย่าง
ท่วมท้น เมื่อเห็นอากัปกิริยาของมัน อู่ อวี้ ก็รู้สึก
สะใจเป็นอย่างมาก
” จักรพรรดิโบราณเจ้าหวาดกลัวเช่นนั้นรึ? นับตั้งแต่
วินาทีแรกที่เจ้าเริ่มแผนนี้ขึ้นมา ข้าก็สัญญากับตนเอง
แล้วว่าจะไม่ยอมตายเด็ดขาด เจ้าจงอดใจรออีก
หน่อย ข้าจะเอาความทรมานอย่างไรที่สุดมาประเคน
ให้เจ้าถึงที่ ”
จักรพรรดิโบราณเหยียนพวงเย้ยหยัน ” หึ! คิดจะยั่ว
บาทาทำให้ข้ามีน้ำโห? เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่กล้า
ทำลายค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียนอีก
ครั้งเช่นนั้นรึ!? ”
หลังจากกล่าวจบ เพียงชั่วพริบตาร่างของจักรพรรดิ
โบราณก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าค่ายกลเก้ามังกร
สวรรค์เร้นลับสกัดเซียนอีกครั้งแล้วก็ทะลวงผ่านเข้า
ไป ซึ่งเวลานี้ลั่วผินกับเหล่ามังกรเทวะได้มารวมตัว
กันอยู่ แล้วครั้งนี้ดูเหมือนพวกเขาจะไม่พอใจเป็น
อย่างมาก
อู่ อวี้ มองไม่เห็นนางแม้แต่น้อย
หลังจากผ่านประสบการณ์อันแสนเจ็บปวด ทุกสิ่งทุก
อย่างในวันนี้ได้ทำให้นางเปลี่ยนแปลงไป สายตาของ
นางเต็มไปด้วยความเย็นชา ท่ามกลางสายลมโชย
เอื่อยเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวไปตาม
กระแสสายลมนั้น ปลดปล่อยอำนาจบารมีอันแข็ง
กร้าว ถึงแม้ยามนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
โบราณแต่นางก็ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย
” ภายในสามวัน ข้าจะเป็นเซียนอมตะให้จงได้! เมื่อ
นั้นข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าไปตราบชั่วนิรันดร์ ” ขณะที่
นางเผชิญหน้ากับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงนางก็
กล่าวคำนี้ออกมา
ความตายและการทรยศมันคืออดีตไปแล้ว
“เจ้ามังกร … ” แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นมังกร
ปีศาจเทวะพิสุทธิ์ก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อากัปกิริยาและท่าทางของนางยามนี้ทำให้พวกมันไม่
กล้าที่จะห้ามปรามแต่อย่างใด
จักรพรรดิโบราณแค่นเสียงเย้ยหยันแล้วกล่าวว่า ”
เห๊อะ! จะบอกว่าตัวเจ้าเป็นอัจฉริยะเช่นนั้นสินะ ไม่
คิดว่าตนเองโอหังไปหน่อยหรือ พูดก็พูดเถอะนะถ้า
ข้าจำไม่ผิดเจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลังจาก
เผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งที่ 3 อย่ามาทำเป็นคุยโวโอ้
อวดหน่อยเลย แทบไม่ต้องการถึงมหาภัยพิบัติแห่ง
เซียน เอาชีวิตตนเองให้รอดก่อนเถอะ ฮ่า ๆ ”
” ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็คอยดูเอาเองแล้วกัน ”
นางไม่เอื้อนเอ่ยอันใดอีก หลังจากนั้นนางก็เดินหลัง
กลับแหวกฝั่าฝูงมังกรไป
นางรีบกลับเพื่อเตรียมตัวรอรับมหาภัยพิบัติแห่ง
เซียนทันที
” เจ้ามังกร…มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในวันนี้ มัน
อาจจะทำให้ท่านสะเทือนอารมณ์เป็นอย่างมาก และ
ความเจ็บช้ำก็ยังไม่ลบเลือนหายไป ข้าคิดว่าท่านควร
จะพักผ่อนสักสองสามเดือนแล้วค่อย … ” เหล่าผู้
อาวุโสมังกรต่างพูดด้วยน้ำเสียงก็กล้าๆ กลัวๆ ขณะที่
นางกำลังเดินผ่านพวกมัน
แต่ลั่วผินหาได้แยแสกับคำพูดของพวกมันแม้แต่น้อย
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ นี่
คือความเชื่อมั่นอันน่าสะพรึงกลัว และนี่คือสิ่งที่นาง
ต้องการเป็นอย่างมาก ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานางไม่เคย
มีความเชื่อมั่นมากมายขนาดนี้มาก่อน
นางเปลี่ยนไป
สีหน้าแลดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเย็นชาเป็น
อย่างมาก
ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะมา
สั่นคลอนความมุ่งมั่นของนางได้
ด้วยท่าทีของนางทำให้มังกรเทวะตนอื่น ๆ ไม่กล้า
แตะต้องหรือยุ่งเกี่ยวกับนาง จนร่างของนางหายลับ
ไปในวังมังกร หลังจากนั้นมังกรทุกตัวก็เข้าใจว่า
‘มหาภัยพิบัติแห่งเซียน’ มาถึงภายในสามวัน!
นางอาจจะตกตายไปก่อนที่จะได้เป็นเซียนอมตะ
ยามนี้ลั่วผินกำลังเตรียมทุกอย่างไว้ทั้งหมด นางไม่
คำนึงถึงอาการบาดเจ็บ นางกล้าที่จะท้าทาย
โชคชะตา!
” รนหาที่ตายแท้ๆ ”
จักรพรรดิโบราณยังคงสบประมาท
หลังจากนางกลับไปทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงบ
จักรพรรดิโบราณเองก็กำลังสงบสติอารมณ์ของ
ตนเองแล้วครุ่นคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ
มันรู้ว่า อู่ อวี้ หลบหนีออกจากที่นี่ได้เป็นผลสำเร็จ
เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งมันยังไม่สามารถจับลั่วผินมา
เป็นตัวประกันต่อรองได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอา
ร่างกลืนสวรรค์กลับคืนมา
นอกเสียจาก อู่ อวี้ จะมีความมั่นใจมากพอแล้ว
กลับมาสังหารมัน
ยามนี้มันไม่สามารถติดตามร่างกลืนสวรรค์ไปได้จริง
เนื่องจากท้ายสุดแล้ว การไปยังโลกอื่นมิใช่เรื่องง่าย
“ ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไม่ต่างจากบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นตัวตนที่ดึงดูด
ความสนใจของสวรรค์เป็นอย่างมาก มีสิทธิ์ที่มันจะ
โดนสวรรค์ลงทัณฑ์ได้ทุกเมื่อ! เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นที่ข้า
จะมานั่งกังวลเรื่องของมัน ”
” ไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะต้องถูกความปรารถนาดูดกลืน
เมื่อใดที่เขาไม่สามารถควบคุมจิตใจตนเองได้ ก็จะมี
เพียงสัญชาตญาณของสัตว์อสูรที่ต้องการเพียงแค่
การกลืนกินเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นจะเกิดการ
เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และความตายจะมาหาเขาในไม่
ช้า ”
” เช่นนั้นก็ไม่น่ากังวลอันใด เจ้าเด็กนั่นคงไม่มีปัญญา
ไปไหนได้ไกล นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะ
ในอนาคตข้าจะต้องสูงส่งกว่านางอย่างไร้สิ้นสุด ”
” ส่วนหนานซานหวางเยว่กับซีซี ข้าค่อยตามหาพวก
มันคราวหน้าก็แล้วกัน อย่างไรเสียพวกนั้นก็โง่เง่าไร้
พรสวรรค์ แม่จะสืบทอดมรดกเซียน แต่ก็ไม่อาจ
เทียบเคียงกับข้าได้ ตราบใดที่ข้าแข็งแกร่งมากกว่า
พวกนั้น อีกทั้งยังล่วงรู้ความลับทุกสิ่งทุกอย่างของ
พวกมัน สักวันหนึ่งข้าก็จะหาตัวของพวกมันพบอย่าง
แน่นอน ”
” ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ คือเร่งกระบวนการ
‘บัญญัติเทวะยึดครองแกนผสาน’ โอกาสดีๆ เช่นนี้
หาได้ยากยิ่งนัก เมื่อเรื่องนี้ประสบความสำเร็จก็ถือ
ว่าเปั้าหมายที่ข้าวางไว้บรรลุผล เพียงแค่ทำปลาหลุด
รอดไปไม่กี่ตัวเท่านั้น ”
” แค่สามารถครอบครองมรดกของ ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’
ได้ ก็มากเพียงพอที่จะปรับเปลี่ยนชะตากรรมของ
ตนเอง เมื่อนั้นข้าจะได้ยืนอยู่ในจุดสูงสุดของแดน
เซียนวังสวรรค์! ด้วยพรสวรรค์ระดับเทพเซียนของข้า
หลังจากสืบทอดมรดก อาณาจักรฝึกตนของข้าจะ
ทะยานขึ้นอย่างไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้! ซึ่งมันน่าจะใช้
เวลาเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ต่อให้ อู่ อวี้ ร่างกลืน
สวรรค์จะกลืนกินผู้ใด ก็ไม่อาจเทียบเคียงความเร็ว
ของข้าได้ นอกจากนี้มันอาจโดนความปรารถนาใน
การกลืนกินเข้าควบคุม ทำให้มีโอกาสถูกสังหาร
ค่อนข้างสูงอย่างน้อยก็ 95 ในร้อยส่วน! เมื่อใดที่ข้า
แข็งแกร่งมากพอ ข้าจะไปจับตัวหนานซานหวางเยว่
กับเย่ซีซีมา”
ข้อได้เปรียบมากที่สุดของมันก็คือแผนการและ
ความเร็ว
ต่อให้ทั้งสองหนีออกไปไกล แต่ประเด็นสำคัญก็มี
เพียงมันผู้เดียวเท่านั้นที่รู้ความลับของหนานซาน
หวางเยว่กับเย่ซีซี
ทั้งมันยังรู้เรื่องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ รู้ว่าร่าง
กลืนสวรรค์ไม่สามารถควบคุมได้ แล้วมันก็มั่นใจว่า
ในเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ คงเต็มไปด้วย
ความเกลียดชัง เขาจะต้องอาละวาดไปทั่วอย่าง
แน่นอน ดังนั้นความหายนะจึงอยู่ไม่ไกลจากเขามาก
เกินไป เขาจะต้องถูกสังหารและปิดผนึก นี่ก็คือจุด
จบของบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ถึงกระนั้นมันก็ยังรู้สึกถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่
ภายในใจของมันรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ แต่มันไม่
สามารถรั้งรอได้อีกต่อไป ดังนั้นมันจึงจะใช้ ‘บัญญัติ
เทวะยึดครองแกนผสาน’ ยึดครองร่างของอู่อวี้ให้ได้
เสียก่อน
” เปั้าหมายยังไม่บรรลุเสร็จสมบูรณ์ ถึงมันจะสายไป
หน่อย แต่ข้าก็รอได้ ”
จักรพรรดิโบราณยังจะจำได้ดีมาก เมื่อใดที่มันมีชีวิต
ใหม่ เมื่อนั้นมันจะสามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ
แดนเซียนวังสวรรค์ ถึงแม้แผนการจะไม่สมบูรณ์
ตามที่คาดไว้ทั้งหมด แต่มันก็ยังยิ้มได้
มันเฝั้ารอให้ถึงวันนี้มาอย่างเนิ่นนาน
…………………………………………
อู่ อวี้ ไม่มีอารมณ์มาสนใจกับ ‘พิภพเทพสงคราม’
หลังจากมาถึงพิภพเทพสงคราม เขาก็เปิดประตูกลับ
สู่พิภพปีศาจบรรพกาลทันที หลังจากรออยู่ชั่วครู่ก็
กลับสู่พิภพปีศาจบรรพกาล
พิภพปีศาจบรรพกาลในขณะนี้ ไร้ซึ่งเทพปีศาจ
ปกครองฉะนั้นกล่าวได้ว่าดินแดนแห่งนี้กลายเป็น
ของพวกเขาอย่างสมบูรณ์
หนานซานหวางเยว่ กับ เย่ซีซี กำลังรอคอยอย่างใจ
จดใจจ่ออยู่ที่นี่
เมื่อร่างกลืนสวรรค์ปรากฏตัว พวกเขาทุกคนก็ถึงกับ
ร่ำไห้ออกมาอย่างอัดอั้น
“แล้วร่างต้นล่ะ?” หนานซานหวางเยว่ถามด้วยความ
กระวนกระวายใจอย่างที่สุด
“ ฝังนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก เขาจึงถูกมันจับตัวไป
โชคดีที่ข้าหนีออกมาได้ ” ร่างกลืนสวรรค์ส่ายศีรษะ
เหตุผลที่ร่างกลืนสวรรค์มาปรากฏตัวที่นี่ก่อน เป็น
เพราะไม่ต้องการให้พวกเขาเป็นกังวลเกินไปนัก
เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องของร่างต้น สีหน้าของแต่ละ
คนก็อยู่ในอาการเศร้าหมองหดหู่เป็นอย่างยิ่ง เพราะ
รู้ดีว่ามันหมายถึงอันใด
อู่ อวี้ จะไม่รอด
หลังจากนั้นร่างกลืนสวรรค์ก็บอกเล่าถึงเจตนาที่ร่าง
ต้นต้องการให้ร่างกลืนสวรรค์แยกจากกันอย่าง
ละเอียด แต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าการสูญเสียร่างต้น
ทำให้เขาไร้ซึ่งสามารถอันเป็นประโยชน์ไป ไม่ว่าจะ
เป็นเมฆาตลบฟั้า , ร่างอวตารนอกวิถี , เนตรเพลิง,
พลังอิทธิฤทธิ์ฯลฯ
บางทีในอนาคตอาจมีบุคคลอื่นใช้ร่างกายของเขา
รวมถึงพลังอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ของเขา
“ต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่?” หนานซานหวาง
เยว่สงบจิตใจลงแล้วถาม
ร่างกลืนสวรรค์กล่าว “ข้าจะไปยังมหาพิภพทมิฬ
บรรพกาล เพื่อดูว่าพอจะมีพลังอันใดที่สามารถ
จัดการกับมันได้บ้าง ตอนนี้มันอาจจะเริ่มลงมือแล้ว
ข้าเองก็ต้องแข่งกับเวลาเช่นกัน”
เย่ซีซีกล่าวออกมาด้วยความกังวล ” พี่ชายอวี้ หาก
ท่านยังกลืนกินเช่นนี้ต่อไปจะไม่เกิดปัญหาเช่นนั้น
หรือ? หากเกินขีดจำกัดอาจจะเกิดผลร้ายตามมาก็ได้
เมื่อถึงเวลานั้นท่านมั่นใจมากเพียงใดว่าจะควบคุม
มันได้? ”
ความกังวลของนางนับว่าสมเหตุสมผลมากทีเดียว
ความสามารถในการกลืนกินของร่างกลืนสวรรค์
เสมือนดั่งปีศาจก็ไม่ปาน ผู้ใดจะรู้ว่าหากเขายังคง
กลืนกินต่อไป สนองความอยากของปากท้อง เขาจะ
ไม่สูญเสียตัวตนไปโดยสิ้นเชิง?
อีกทั้งหลังจากการเผาผลาญ ร่างกลืนสวรรค์ก็หิว
มากขึ้น
ความหิวโหยนั้นมากมายยิ่งกว่าเดิม มันสามารถทำ
ให้เขาบ้าคลั่งได้เลยทีเดียว แม้แต่หนานซานหวางเยว่
กับ เย่ซีซี ยังรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่จะกลืนกิน
ของร่างกลืนสวรรค์
———————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ