กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 123 : กระบี่หยินหยาง!
ขณะนี้ เฟิง ซัวหยา จึงจมดิ่งลงไปสู่ห้วงความคิด
เพื่อครุ่นคิดบางสิ่ง
บางทีเรื่องการตาย หยาง ชิง มันคงกระทบกับ
จิตใจของเขาเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็ได้หันไป
มอง หลาน ฮั้วหยุน แล้วกล่าวว่า “เจ้ากล่าว
ถูกต้องแล้ว มันเป็นการปกปั้องพวกเขา และแผน
ของเจ้าก็ยังค่อนข้างไร้ที่ติ เพราะยังไงแล้วหากว่า
พวกเขาได้ออกไปจากเทือกเขาคราม พวกเขาก็
อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ “
หลาน ฮั้วหยุน ตอบกลับไปว่า “ข้าได้คิดมาอย่างถี่
ถ้วนแล้ว และข้าก็คิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้
พวกเขาจากไปได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้เทือกเขา
ครามของพวกเราถูกห้อมล้อมไปด้วยศัตรู ดังนั้น
พวกเราจึงต้องพาพวกเขาออกไปด้วยตัวเอง
ตราบใดที่พวกเขาไปถึง ‘อาณาเขตปั่าสวรรค์’แล้ว
เดินเท้าต่อไป จนไปถึงเมืองตงหวงที่อยู่ภายใน
‘อาณาเขตปั่าสวรรค์’เช่นนั้น เจียง เซี่ย ก็ย่อมหา
พวกเขาไม่พบเป็นแน่”
ทิศตะวันตกของเทือกเขาคราม อาณาเขตปั่า
สวรรค์ อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ว่ากันว่ามันเป็น
ปั่า แต่ความเป็นจริงแล้วมันคือเทือกเขาโบราณที่
ไร้จุดสิ้นสุด ที่นั่นมีต้นไม้ที่สูงอย่างน่าเหลือเชื่อ
เติบโตอยู่บนภูเขา ราวกับว่ามันเป็นโลกของยักษ์
ต้นไม้ใหญ่แห่งนั้นล้วนแต่มีความสูงถึง 100 จ้าง
ซึ่งราวกับเทือกเขายักษ์ก็มิปาน
นั่นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปถึงด้านในได้
หากไร้ซึ่งผู้นำทาง
เมื่อข้าม ‘อาณาเขตปั่าสวรรค์’ไป แล้วเดินเท้าไป
อีกสักพักหนึ่งก็จะถึงจุดหมายปลายทางที่เป็นเมือง
ตงหวงได้
“เมืองตงหวง?” เมื่อได้ยินชื่อนี้ สายตาของทุกคน
เปลี่ยนไป
“ถ้าหากว่าเทือกเขาครามพังทลายลงไป เมืองตง
หวงที่เป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยผู้ฝึกตนคับคั่ง มัน
จะเป็นสถานที่ต่อไปที่เหมาะสมจะให้พวกเขาเข้า
ไปอาศัยอยู่” ผู้อาวุโสเซินถู พยักหน้าเห็นด้วย
“พวกเราต้องไปส่งพวกเขาให้ถึงอาณาเขตปั่า
สวรรค์ เราสามารถหลีกเลี่ยงการถูกพบเจอจาก
ศัตรูได้ ตราบใดที่เข้าสู่อาณาเขตปั่าสวรรค์แล้ว
แม้แต่พวกเราก็ยากที่จะหาพวกเขาพบ ยิ่งไม่ต้อง
กล่าวถึง เจียง เซี่ย เลย นอกจากนี้ข้ายังคิดว่าควร
จะส่งผู้อาวุโสเดินทางไปด้วย1คน เพื่อติดตาม
เหล่าผู้เยาว์ไปจนถึงเมืองตงหวง” หลาน ฮั้วหยุน
กล่าว
หากเป็นไปตามแผนการของนาง ก็จะไม่มีอะไร
ผิดพลาด
ด้วยวิธีนี้ จะทำให้นิกายกระบี่สวรรค์สามารถคงอยู่
สืบไปได้
นางรู้ว่า เฟิง ซัวหยา จะสามารถถ่วงเวลาไว้ได้
เพียงแค่สั้นๆ แต่เขาย่อมต้องเห็นด้วยแน่นอนถ้า
เป็นเรื่องความปลอดภัยของลูกศิษย์
หลังจากที่ เฟิง ซัวหยา ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งเขาก็
กล่าวออกมา “เช่นนั้นก็เอาตามนี้ แต่จากนิสัยของ
พวกเขานั้น ย่อมไม่มีทางที่จะจากไปโดยขณะที่อยู่
ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นแน่แท้”
หลาน ฮั้วหยุนจึงหัวเราะแล้วกล่าวว่า “พวกเขา
เป็นเพียงกลุ่มของศิษย์รุ่นเยาว์ เราเพียงแค่หา
ข้ออ้างแล้วหลอกล่อพวกเขานิดหน่อยเท่านั้น
ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องกังวล เจ้าสามารถวางใจ
แล้วเพิ่มความแข็งแกร่งของค่ายกลหมื่นกระบี่
ต่อไปเถอะ”
เมื่อผ่านไปอีกหลายปี พวกเขาจะเข้าใจเอง
เฟิง ซัวหยาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เขาก็จ้องมองไป
ทางผู้อาวุโสเซินถู
“เซินถู เจ้าเป็นคนพาพวกเขาไปให้ถึงเมืองตง
หวง”
เมื่อผู้อาวุโส เซินถู ได้ยินอย่างนั้น จึงตกใจแล้วรีบ
กล่าวว่า “ท่านเจ้านิกาย ข้าต้องการที่จะอยู่ที่ร่วม
สู้ไปกับท่าน”
“การปกปั้องพวกเขาไปให้ถึงที่หมาย เป็นงานที่
สำคัญที่ไม่สามารถละเลยได้ ต้องทำให้มั่นใจ
จนกว่าจะส่งพวกเขาไปถึงเมืองตงหวงได้สำเร็จ
เสียก่อน หากพวกข้ายังไม่พ่ายแพ้ การที่เจ้าจะ
กลับมาเข้าร่วมในการต่อสู้นี้ก็ถือว่ายังไม่สาย
เกินไป”
“ตกลง….”
นี่ถือเป็นคำสั่ง
เฟิง ซัวหยา ครุ่นคิดอีกสักครู่ เมื่อยืนยันได้ว่า
แผนการนี้จะไม่มีช่องโหว่ใด เขาก็ปล่อยให้ หลาน
ฮั้วหยุน เริ่มดำเนินแผนการ เขารู้ว่านางเพียงแค่
เป็นห่วงในชีวิตของ หลาน หลิวหลี่ และ หลาน
สุ่ยเยว่ เท่านั้น จึงคิดวิธีการนี้ออกมา แต่คิดในแง่ดี
ก็ยังมี หวันเทียน หยู๋เซวีย กับ อู่ อวี้ ที่ยังได้
ติดตามไปด้วย
การที่จะให้นิกายกระบี่สวรรค์คงอยู่ต่อไป ถือว่า
เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
เพราะยังไงแล้ว พวกเขาก็จะต้องก่อสงคราม
ภายในเทือกเขาครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่กี่วันต่อมา ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังฝึก วัชระแก่น
แท้ธรรมสูตร หวันเทียน หยู๋เซวีย ซู หยานหลี่และ
โม่ ซื่อซู ที่กำลังขี่นกกระเรียนสวรรค์ ได้ตะโกน
เรียกให้ อู่ อวี้ออกมา
หวันเทียน หยู๋เซวียกล่าวออกมาว่า “ผู้พิทักษ์
สูงสุด เรียกพวกเราทั้ง4เข้าไปประชุม ไปกันเถอะ”
“ตกลง” อู่ อวี้ ได้ออกจากสวนสัตว์สวรรค์ แล้วขี่
นกกระเรียนสวรรค์บินผ่านท้องนภาข้ามผ่าน
เทือกเขาคราม ตามทุกคนไป จริงๆแล้วก่อนหน้านี้
อู่ อวี้ ยังไม่เคยไปเยือนที่เทือกเขาแก้วสวรรค์สัก
ครั้ง
นี่เป็นเพียงสถานที่เดียวที่มีหิมะตกในเทือกเขา
คราม
“ไม่รู้ว่าเรียกพวกเราไปเช่นนี้เป็นเพราะอะไรกัน
น่าสงสัยจริงๆ” ซู หยานหลี่ กล่าวกับ อู่ อวี้เบาๆ
โม่ ซื่อซู จึงโบกพัดในมือแล้วกล่าวว่า “ข้าคิดว่า
หลาน ฮั้วหยุน ต้องการให้ หลาน หลิวหลี่ หมั้นกับ
ศิษย์พี่ใหญ่ของเรา และให้ หลาน สุ่ยเยว่ มาหมั้น
กับศิษย์น้องเล็กของเราเป็นแน่ พวกเจ้าทั้ง2
จะต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอน ทีนี้ก็จะเหลือ
เพียงแค่ข้ากับ ซู หยานหลี่ เท่านั้นที่คงต้องอยู่
เพียงลำพัง ข้าคิดว่า มันคงจะดี ถ้าพวกเรามา
แต่งงานกัน”
“เจ้าก็แต่งกับเหล่าสาวใช้หญิงสาวทั้ง 100 คน
ของเจ้าไปสิ” ซู หยานหลี่ นั้นเริ่มที่จะเบื่อหน่าย
และไม่อยากจะสนทนากับเขาอีก
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่เรื่องตลก อู่ อวี้ รู้ดีว่ามัน
ต้องมีอะไรบางอย่าง
หลังจากขี่นกกระเรียนสวรรค์ได้ไม่นานนัก ในที่สุด
ก็มาถึงยอดเขาแก้วสวรรค์ พวกเขาถลาลงจอด
บริเวณเชิงเขา หลังจากนั้นก็พากันก้าวเดินขึ้นไป
บนยอดเขาแก้วสวรรค์ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่พระราชวัง
ผลึกสวรรค์ หากเงยหน้าแหงนมองขึ้นไปด้าน จะ
เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ ท้วมท้นไปด้วยหิมะสีขาว
บริสุทธิ์จำนวนมากปกคลุมอยู่
“ถึงแล้ว”
เมื่อถึงประตูพระราชวังแก้วสวรรค์ ก็เห็นว่ามันได้
เปิดรอพวกเขาอยู่แล้ว
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไป ก็พบว่าที่แห่งนี้นั้นสะอาด
และสวยงามเป็นอย่างมาก หลังจากเดินเข้ามาก็
พบว่า หลาน ฮั้วหยุน นั้นได้นั่งอยู่บนบัลลังก์
ข้างล่างนั้นเป็นเหล่าลูกศิษย์ทั้ง 4 คน ของนาง
หลาน สุ่ยเยว่ เองก็อยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่ได้
พบหน้านางมาเป็นเวลานานแล้ว ยามนี้เมื่อนางได้
เห็น อู่ อวี้ ก้าวเข้ามา นางก็ได้ทำการหลบสายตา
อู่ อวี้ ในทันที
“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งหมดมาถึงแล้ว ข้าจะขอเข้า
เรื่องเลยก็แล้วกัน” หลาน ฮั้วหยุน กวาดสายตา
มองไปที่เหล่าลูกศิษย์ แล้วหยุดมอง หวันเทียน หยู๋
เซวีย กับ อู่ อวี้ สักครู่หนึ่ง
จากนั้นนางก็กล่าวว่า “คราวนี้มีภารกิจที่สำคัญยิ่ง
จำต้องมอบให้กับพวกเจ้าเพื่อไปทำมันให้สำเร็จ
ลุล่วง”
ทั้ง 8 คนต่างเพ่งสมาธิเพื่อตั้งใจฟัง
พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาเป็นกลุ่มผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์
มากที่สุด
“พวกเจ้าทั้งหมดคงจะรู้ดีว่า ปัจจุบันนิกายกระบี่
สวรรค์ของพวกเรา ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู ด้วย
การผนึกพลังของกองกำลังทั้ง 3 ฝั่าย ทำให้พวก
มันมีผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนนภามากกว่าพวกเรา
ดังนั้นข้าจึงได้ขอความช่วยเหลือจากผู้แข็งแกร่ง
ขั้นสร้างแกนนภาผู้หนึ่งเอาไว้อยู่ ในเวลานี้ ข้าได้
ทำข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างกับผู้นั้นเอาไว้ เขา
สัญญาว่าจะช่วยพวกเรา แต่ว่าพวกเราต้องทำ
ตามเงื่อนไขอย่างหนึ่งของเขาให้สำเร็จ”
“เงื่อนไข?”
นี่นับว่าเป็นข่าวดี แต่พวกเขาไม่เข้าใจอยู่ดีว่า
เรื่องนี้เกี่ยวกับพวกเขาเช่นไร
หลาน ฮั้วหยุนจึงกล่าวต่อไปว่า “เขานั้นเป็นคน
แปลกประหลาด เขานั้นมีศิษย์อยู่ทั้งหมด 10 คน
และพวกเขาเหล่านั้นต่างมีพรสวรรค์ที่โดด เงื่อนไข
ของเขาก็คือ ศิษย์ของข้าและศิษย์ของผู้นำนิกาย
จะต้องแข็งแกร่งกว่าศิษย์ของเขา เขาจึงจะยินดี
ช่วยพวกเรา นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน ข้าอยากให้พวก
เจ้ารีบเดินทางไป พวกเจ้าต้องไปท้าทายลูกศิษย์
ทั้ง 10 ของเขา”
ในเวลานี้ เหล่าลูกศิษย์ทั้ง 8 ก็หันหน้ามามองกัน
หวันเทียน หยู๋เซวียได้กล่าวขึ้น “ท่านผู้พิทักษ์
สูงสุด ข้าขอถามอะไรหน่อย คนพวกนั้นสามารถ
ไว้ใจได้หรือ? เพียงแค่ให้พวกเราเอาชนะศิษย์ของ
เขาเท่านั้น?”
หลาน ฮั้วหยุน พยักหน้า “ถูกต้อง เขาคือสหาย
เก่าของผู้นำนิกาย ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว
เขากับ เฟิง ซัวหยา เป็นคู่แข่งกันมาตลอด จน
มาถึงตอนนี้ก็เหมือนกับว่า เขาอยากให้เหล่าลูก
ศิษย์ของตนนั้นต่อสู้กันเฉกเช่นเดียวกับพวกเขา”
มันช่างน่าประหลาดใจจริงๆที่มีคนเช่นนี้อยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม โลกใบนี้นั้นแสนจะกว้างใหญ่ นี่จึง
ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจมาก
พวก อู่ อวี้ นั้นอยากจะช่วยเหลือนิกาย ดังนั้นนี่จึง
เป็นโอกาสที่ดี
“ข้ากับผู้นำนิกายจะเป็นคนไปส่งพวกเจ้าเองที่
อาณาเขตปั่าสวรรค์ด้วยตัวเอง และจะให้ ผู้อาวุโส
เซินถู ไปส่งพวกเจ้าที่เมืองตงหวงเพื่อตามหาคน
คนนี้ เพราะว่ามันอาจจะเป็นที่ดึงดูสายตาของ
พรรคจงหยวนและเหล่าปีศาจได้ ดังนั้นพวกเจ้าไม่
สามารถนั่งนกกระเรียนสวรรค์ไปได้ พวกเจ้า
จำต้องเดินทางด้วยเท้าไปยังเมืองตงหวงเท่านั้น
เนื่องด้วยภารกิจของพวกเจ้าสำคัญยิ่ง แต่ด้วย
เวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ข้ากับผู้นำนิกายจึง
จำต้องอยู่ที่นี่ จึงไม่สามารถเดินทางไปส่งพวกเจ้า
จนถึงปลายทางได้“
เมื่อเห็น หลาน ฮั้วหยุน มีท่าทีจริงจังเช่นนี่ มันก็
สมควรเป็นเรื่องที่เร่งด่วนอย่างแท้จริง
“เอาล่ะ พวกเจ้ารีบกลับไปเตรียมตัว ข้ากับผู้นำ
นิกายและ ผู้อาวุโสเซินถู จะรอพวกเจ้าอยู่ทีประตู
ศิลาหมื่นกระบี่ ไปได้”
เมื่อ หลาน ฮั้วหยุน กล่าวจบ ก็ลุกขึ้นจากบัลลังก์
แล้วกลายเป็นลำแสงสีฟั้าพุ่งออกไป คาดว่านาง
น่าจะกำลังมุ่งหน้าไปยังประตูศิลาหมื่นกระบี่
อยู่ๆก็มีภารกิจที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ มันทำให้พวกเขาไม่
สามารถรับมือกับเรื่องเช่นนี้ได้ทัน
หวันเทียน หยู๋เซวียกล่าวขึ้น “นี่เป็นเรื่องใหญ่
อย่าเสียเวลากันอีกเลย พวกเรารีบไปเตรียมตัว
แล้วไปที่ประตูศิลาหมื่นกระบี่กันเถอะ”
อันที่จริงแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมนั้นแทบจะไม่มี ทุก
คนนั้นปกติมีฐานะร่ำรวยกันอยู่แล้ว
“หลิวหลี่ แล้วพวกเจ้าหล่ะ” หวันเทียน หยู๋เซวียก
ล่าว
“พวกข้านั้นก็จะไปเตรียมตัวเช่นกัน ” หลาน
หลิวหลี่ ยิ้มขึ้นอย่างอบอุ่น
“ตกลง”
ต่อมา เหล่าลูกศิษย์ทั้ง8คนก็มาถึงที่ประตูศิลาหมื่น
กระบี่ ภารกิจของพวกเขาถือเป็นความลับสูงสุด
ดังนั้นพวกเขาก็มาถึงที่นี่อย่างเงียบๆ แน่นอนว่า
เฟิว ซัวหยา และ ผู้อาวุโสเซินถู ก็อยู่ที่นี่ด้วย
เช่นกัน
“ท่านอาจารย์” อู่ อวี้ และคนอื่นๆก้าวไปข้างหน้า
เฟิง ซัวหยา จ้องไปที่พวกเขาแล้วกล่าวว่า “ใน
เรื่องของรายละเอียด จะให้ ผู้อาวุโสเซินถู เล่าให้
พวกเจ้าฟัง จำไว้ว่าพวกเจ้าต้องปลอดภัย และไป
เอาชนะคู่ต่อสู้ของพวกเจ้าให้ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ เจ้า
ก็อย่าถือโทษตัวเอง จงจำเอาไว้ว่าพวกเจ้าทั้งหมด
คือศิษย์แห่งนิกายกระบี่สวรรค์ เป็นผู้ฝึกตนวิถี
กระบี่ที่ไม่กลัวฟั้าดิน ในอนาคต พวกเจ้าอย่าทำให้
อาจารย์ต้องผิดหวัง ”
เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญยิ่ง มัน
จึงทำให้พวกเขารู้สึกวิตกเล็กน้อย
แต่ว่า อย่างน้อยภารกิจนี้ก็ยังพอสามารถ
ช่วยเหลือนิกายกระบี่สวรรค์ได้ มันเป็นความท้า
ทายอันยิ่งใหญ่ มันทำให้ในใจของทุกคนมีไฟขึ้นมา
เป็นไปได้ว่าความอยู่รอดของนิกายกระบี่สวรรค์
นั้น ทั้งหมดขึ้นอาจขึ้นอยู่กับภารกิจของพวกเขา
“อู่ อวี้”
เฟิง ซัวหยาเรียกเขา
“ท่านอาจารย์”
เฟิง ซัวหยา ล้วงเข้าไปในถุงจักรวาลของเขา หยิบ
ของที่ อู่ อวี้ เจอในหุบเขาโชคชะตาเซียนออกมา
แล้วกล่าวว่า “ข้าใช้เวลาตรวจสอบหลายวัน ก็
ยืนยันได้ว่านี่คือรากฐานเซียน เพียงแต่ไม่รู้ว่านี้คือ
รากฐานเซียนอะไร เมื่อเจ้าฝึกถึงระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 5 ท้ายที่สุดไม่ว่าเจ้าจะใช้รากฐาน
เซียนนี่หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของเจ้าเอง”
อู่ อวี้ เข้าใจดี
รากฐานเซียนอันนี้ เมื่อใช้มันไปแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะ
เกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากวิชา‘กระบี่หยินหยาง
ก่อกำเนิด’แล้ว ก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทรงพลังยิ่ง
หลังจากกล่าวจบ เฟิง ซัวหยา ก็ล้วงเข้าไปในถุง
จักรวาลอีกครา และหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา มัน
เป็นกระบี่เล่มหนึ่ง เมื่อกระบี่นั่นปรากฏออกมา
แม้แต่ หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็ยังต้องตกตะลึง
กระบี่เล่มนั้นซีกซ้ายเป็นสีดำทมิฬ ส่วนซีกขวาเป็น
สีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน ช่างดูสง่างามยิ่ง หากมอง
อย่างพินิจ ก็จะเห็นบางสิ่งที่อยู่บนกระบี่ มันคือ
อักขระเวทย์ ซึ่งอักขระเวทเหล่านี้ถูกแกะสลักอยู่
บนใบมีด เมื่อมองไปที่มันก็สามารถมองเห็นปราณ
ของกระบี่ได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่ากระบี่เล่มนี้
ย่อมต้องแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่ากระบี่ แสง
ตะวันส่องอำพัน!
“นี่คือ กระบี่หยินหยาง มีทั้งอักขระแห่งหยินและห
ยาง เมื่อนำพวกมันมาผสานรวมกัน จะสามารถ
สั่นคลอนไปทั้งใต้หล้า ผนวกกับที่เจ้ามีวิชา กระบี่
ก่อกำเนิดหยินหยาง จึงกล่าวได้ว่ามันถูกสร้างมา
เพื่อเจ้าโดยแท้”
อู่ อวี้ ดีใจเป็นอย่างมาก แล้วถือกระบี่หยินหยางไว้
ในมือ
ไฮ่ ย่าห์
กระบี่หยินหยางนั้น สามารถแยกออกจากกันได้ ซึ่ง
มันสามารถกลายเป็นกระบี่สีดำและกระบี่สีขาว 2
เล่ม เมื่อมันกลายเป็นกระบี่คู่ มันก็จะเล็กลงและ
แหลมคมขึ้น เปรียบได้ดั่งกับหนาม
“ไปกันเถอะ”
อู่ อวี้ ยังมิได้ทดสอบกระบี่ เฟิง ซัวหยา ก็เร่งให้
พวกเขาได้รีบเดินทางออกไปเสียแล้ว พวกเขา
ทั้งหมดไม่ได้ใช้นกกระเรียนสวรรค์หรือปักษาเมฆา
สวรรค์แต่อย่างใด เพราะเพื่อความปลอดภัยแล้ว
จึงจำเป็นต้องเดินทางด้วยเท้า หลังจากที่พวกเขา
ออกจากประตูศิลาหมื่นกระบี่ พวกเขาก็มุ่งหน้าไป
ทางทิศตะวันตก
“ศิษย์พี่ เมืองตงหวง นั้นเป็นสถานที่เช่นไร ”
ระหว่างทาง อู่ อวี้ ก็หันไปถาม หวันเทียน หยู๋เซ
วีย
“โลกใบนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก เมืองตงหวง ถือได้ว่า
เป็นแกนกลางของฝังตะวันออก เป็นสถานที่ชุมนุม
ของผู้ฝึกตน ทำให้มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งนับไม่
ถ้วน แถมยังมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกตน
ขั้นสร้างแกนนภาอยู่มากมาย “ในสายตาของ
หวันเทียน หยู๋เซวีย มองเห็นได้ถึงความปรารถนา
ที่จะไปเยือนที่แห่งนั้น
“โอ้…..”
ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้ ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก
หลังจากที่ได้รับกระบี่หยินหยาง อู่ อวี้ ก็ไม่
สามารถที่จะรอที่จะทดสอบมันได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ