กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 124 : จิ่วเออ
ท่ามกลางเมฆหมอกปกคลุมหนาแน่น หุบเขาเซียน
จงหยวน ตั้งสูงตระหง่านเสียดฟั้า
ทางทิศใต้ของ หุบเขาเซียนจงหยวน มีหุบเขาลูก
หนึ่งตั้งอยู่มันมีชื่อว่า ‘หุบเขาเซี่ยหยวน’ ซึ่งเป็น
สถานที่ต้อนรับให้กับ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง เอาไว้
พำนักพักพิง
ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นประตูเข้าสู่ พรรคจง
หยวน ถ้าผู้ใดก็ตามต้องการเข้าไปยัง หุบเขาเซียน
จงหยวน คนผู้นั้นจะต้องผ่าน หุบเขาเซี่ยหยวน
เสียก่อน
ณ ‘พระราชวังเซี่ยหยวน’ เต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่ว
ร้ายปกคลุมหนาแน่น
ถ้าให้กล่าวตามตรงเหล่าสาวกของ พรรคจงหยวน
ไม่กล้าจะมายังที่นี่ หรือ ทำตัวสนิทชิดเชื้อกับพวก
นอกรีต ที่ไม่ปฏิบัติตนตามกฎของผู้ฝึกตนที่ถูกต้อง
หากผู้ใดพลั้งเผลอพลาดเข้าไป บางทีชีวิตของ
พวกเขาอาจจะหาไม่ก็เป็นได้
สาวกหญิงบางคน ต้องสูญเสียพรหมจรรย์ของตน
อย่างลึกลับ โดยที่ไม่ล่วงรู้สาเหตุ
แม้สิ่งเหล่านี้จะถูกรายงานให้กับ เจียง เซี่ย ได้รับ
ทราบ แต่เขากลับทำท่าทีเมินเฉยไม่แยแส เขา
เพียงบอกกลับมาว่าให้พยายามอยู่ห่าง ๆ พวก
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงเอาไว้
ในทุก ๆ วัน เจียง จุนหลิน จะมาหาทำตัว
กลมกลืนไปกลับเหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดง ราวกับ
ว่าเป็นพี่น้อง หรือ สหายก็ไม่ปาน แต่ก็ถือว่า
ได้ผลดีอยู่ไม่น้อย เพราะปีศาจเจ็ดทะเลแดงได้สั่ง
สอนหลายสิ่งหลายอย่างให้แก่มัน
เจียง เซี่ย ได้ขี่น้ำเต้าขนาดใหญ่สีแดง ผ่านหมู่เมฆ
มุ่งหน้ามายังสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อเขา
ลงมา เขาก็เห็นว่าเจียง จุนหลิน กับเหล่าปีศาจ 7
ทะเลแดง กำลังสนทนากันอย่างออกรส
“เกิดอะไรขึ้น?” เจียง เซี่ย ล้มลงไปกองกับพื้น
ใบหน้าของมันท้วมท้นไปด้วยความประหลาดใจ
เจียง จุนหลิน ตื่นเต้นพร้อมกับตะโกนโหวกเหวก
ออกมาว่า ” ท่านพ่อมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ”
” อะไรคือเรื่องที่ว่าของเจ้า ? ”
“ท่านลองฟังสิ่งที่ท่าน เสิน เอ้อจุน กล่าวดูก่อน”
เจียง จุนหลิน เอ่ยปากถึง เสิน เอ้อจุน มันคือหนึ่ง
ในสมาชิกของปีศาจเจ็ดทะเลแดง เสิน เอ้อจุน ผู้นี้
มีร่างกายสูงใหญ่ราวกับหมียักษ์ มันมีความสูง
มากกว่า เจียง จุนหลิน ถึงสามฉือ ซึ่งคนธรรมดา
ทั่วไปย่อมไม่มีความสูงอยู่ในระดับนี้
ซ้ำร้ายร่างกายของมันยังบึกบึนแข็งแกร่ง เป็นที่น่า
หวาดกลัวอย่างยิ่ง แค่เพียงต้นขาข้างเดียวของมัน
ยังใหญ่กว่าร่างทั้งร่างของ ‘ เทียน อี้จุน’ เสียอีก
เทียน อี้จุน ยืนอยู่ตรงหน้าของมัน ด้วยขนาดตัวที่
แตกต่างราวฟั้ากับเหว จึงส่งผลให้ เทียน อี้จุน ดู
ราวกับเป็นเด็กทารก
บุรุษผู้มีร่างกายกำยำสูงใหญ่ราวกับหมียักษ์ผู้นี้ คือ
เหล่าพี่น้องคนที่ 2 ของปีศาจ 7 ทะเลแดง นาม
ว่า ‘เสิน เอ้อจุน’
ทันใดนั้น เสิน เอ้อจุน ก็เปล่งเสียงหัวเราะพร้อม
กับกล่าวขึ้นว่า ” ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ท่านผู้นำ เจียง ท่าน
ยังจำสิ่งที่ข้ากล่าวก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ ข้าได้เคย
มอบถุงจักรวาลถุงหนึ่งให้กับศิษย์ของข้า และผู้ที่
เอามันไป ก็คือ อู่ อวี้ ซึ่งคนผู้นี้ใช่คนเดียวกับที่
นายน้อยหมายหัวไว้หรือไม่?”
เจียง เซี่ย พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนท่าน
เคยบอกกล่าวแก่ข้าว่า ภายในถุงจักรวาลนั้น มี
ตราประทับที่ท่านวางไว้เอาไว้อยู่มากมาย การ
ฝึกฝนในวิถีมารของพวกท่านนั้นลึกลับยากจะหยั่ง
ถึง ท่านสามารถแกะรอยตราประทับนั้นได้ใช่
หรือไม่?”
เสิน เอ้อจุน กล่าวตอบว่า ” มิผิด… ในตอนที่ โย่ว
หลิงจี เดินทางจากพวกเราไปออกแสวงหา
ความสำเร็จ เพื่อให้เรารู้ตำแหน่งของนางได้อยู่
ตลอดเวลา พวกเราจึงได้วาง ‘ตราประทับมาร’
เอาไว้ ในเวลานั้นข้าคิดว่าหากมีผู้ใดสังหาร โย่ว
หลิงจี และตราบใดที่เจ้าชั่วนั่นแย่งชิงถุงจักรวาล
ของนางไป พวกเราก็จะสามารถชำระหนี้โลหิตนี้
ให้นางได้!”
เจียง เซี่ย เป็นคนฉลาด เมื่อมันได้ยินคำกล่าวนี้
ดวงตาของมันก็ส่องประกายเจิดจ้า พร้อมกับ
กล่าวขึ้นมาว่า “ท่านหมายความว่า อู่ อวี้ เดินทาง
ออกจากเทือกเขาครามใช่หรือไม่?”
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เจียง จุนหลิน คงไม่แสดง
ท่าทางปิติยินดีถึงขนาดนี้
เขากล่าวว่า “ตอนแรกข้าคิดว่าพวกมันจะหลบ
ซ่อนตัวอยู่ภายในเทือกเขาคราม รอให้ข้าเป็นคน
ไปรับมันด้วยตนเอง ไม่คาดคิดว่าพวกมัน จะ
ออกมาแสวงหาความตายด้วยตนเองเช่นนี้ ข้าไม่
คิดเลยจริง ๆ !”
เสิน เอ้อจุน กล่าวว่า ” อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างไม่รู้จักฟั้าสูง
แผ่นดินต่ำถึงได้หาญกล้าออกมาจากนิกายเช่นนี้
เราเพิ่งจะสนทนาถึงมันกันอยู่หยก ๆ มันก็โผล่
ออกมาเสียแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปกับนายน้อย
เจียงเอง ข้าจะช่วยให้นายน้อยได้แก้ไขความ
เกลียดชังภายในจิตใจ ”
เจียง เซี่ย ขมวดคิ้ว
เจียง จุนหลิน แสดงท่าทางตื่นเต้นปิติยินดีออกมา
อย่างยิ่ง แต่การที่ปล่อยให้บุตรชายของตนเอง อยู่
กับผู้ฝึกตนในวิถีมารเพียงลำพัง แน่นอนว่าเขา
ย่อมรู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้ พวกผู้ฝึกตน
ในวิถีมาร จะทำตัวราวกับว่าให้ความร่วมมือกับ
พวกเขาเป็นอย่างดี แต่เมื่อพวกมันบรรลุเปั้าหมาย
แล้ว พวกมันก็อาจทรยศหักหลังพวกเขาได้
ตลอดเวลา เช่นเดียวกับที่พวกมันทำร้ายเหล่าศิษย์
มากมายใน พรรคจงหยวน
” การที่อยู่ ๆ อู่ อวี้ จะออกมานอกนิกายเพียง
ลำพัง มันดูไม่ค่อยชอบมาพากลสักเท่าไหร่นัก ”
เจียง เซี่ย กล่าว
“ไม่ค่อยชอบมาพากล? ก็เห็น ๆ อยู่ ว่ามันน่าจะถูก
นิกายกระบี่เฉดหัวออกมา ลูกจะไปสังหารมัน”
เจียง จุนหลิน รู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะกลัวว่า
เจียง เซี่ย จะไม่ยอมให้เขาไป
ในตอนนั้นเอง เทียน อี้จุน ก็กล่าวขึ้นว่า ” ข้าก็คิด
เช่นนั้น โดยทั่วไปแล้วเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ได้ เสิน เอ้อจุน เจ้าพวกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปใน
ทิศทางใด ”
เสิน เอ้อจุน ตอบ ” ข้าขอตรวจดูก่อน”
จากนั้นเขาก็นำหลัวผาน ( เข็มทิศ ) ออกมา มัน
ถูกสร้างขึ้นมาจากครึ่งกะโหลกศีรษะ จากนั้นก็ร่าย
อาคมโดยใช้ภาษาในวิถีมาร ที่พวกเขาไม่อาจ
เข้าใจได้ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลั่วผานก็ชี้ไปทาง
ทิศตะวันตก
“มุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันตก ของเทือกเขา
คราม ข้าเกรงว่ามันจะเข้าไปในอาณาเขตของปั่า
สวรรค์!”
“ภายในอาณาเขตของปั่าสวรรค์นั้น หนาแน่นไป
ด้วยต้นไม้สูงใหญ่ อีกทั้งยังมีลักษณะภูมิประเทศที่
ค่อนข้างซับซ้อน หากต้องการค้นหาผู้ใดสักคน ข้า
เกรงว่ามันจะเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร
….” เจียง เซี่ย ครุ่นคิดอย่างหนัก หลังจากผ่านไป
ครู่หนึ่ง มันก็หัวเราะเสียงดังออกมา ทำให้ทุกผู้คน
สงสัยว่าอยู่ดี ๆ ทำไมเขาถึงได้หัวเราะขึ้น
” ท่านผู้นำเจียง อะไรที่ทำให้ท่านมีความสุข
เช่นนี้?” เทียน อี้จุน ถามขึ้น
เจียง เซี่ย ยิ้ม จากนั้นก็กล่าวขึ้นมา “ข้ารู้ว่า เฟิง
ซัวหยา ต้องการทำอะไร ไม่สิถ้าจะกล่าวให้ถูก
ยิ่งกว่านั้น คงต้องบอกว่า หลาน ฮั้วหยุน กำลังทำ
อะไร”
เจียง จุนหลิน กล่าวขึ้นทันทีว่า “ท่านพ่อ อย่าได้
รีรอโปรดกล่าวออกมาเถิด”
เจียง เซี่ย กล่าวอย่างจริงจังว่า ” ภายในเทือกเขา
คราม หลาน ฮั้วหยุน มีหลานอยู่ 2 คนที่ใกล้ชิดกับ
นางมากที่สุด ถึงแม้ว่านางจะแข็งแกร่ง แต่ความ
จริงแล้วก็เป็นสตรีผู้หนึ่ง เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
นางย่อมไม่อยากให้หลานสาวทั้งสองคน ของนาง
ต้องต่อสู้จนตัวตาย ไปพร้อมกับเทือกเขาคราม
เนื่องจากว่าโอกาสชนะของ นิกายกระบี่สวรรค์
นั้นเรียกได้ว่าริบหรี่เต็มที จนมองไม่เห็นแสงสว่าง
ดังนั้นนางจึงเสนอให้พาเหล่าศิษย์ผู้มีพรสวรรค์
ออกจากเทือกเขาครามนี้ไป ส่วน เฟิง ซัวหยา ก็รู้
เรื่องเกี่ยวกับการฝึกตนในวิถีมารน้อยนัก มันคงไม่
คาดคิดว่า ภายในถุงจักรวาล ที่ศิษย์ของมันแย่งชิง
มานั้น จะมีตราประทับมารของท่านอยู่!”
” ดังนั้นเหล่าศิษย์ผู้มากไปด้วยพรสวรรค์ จึงได้ถูก
พาตัวออกไป มุ่งหน้าไปยังอาณาเขตปั่าสวรรค์ใช่
หรือไม่? ” สำหรับในยามนี้ แววตาของปีศาจเจ็ด
ทะเลแดง ได้สาดประกายเจิดจ้าขึ้น บางคนดวงตา
เป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต
” ข้ามั่นใจอย่างน้อย 8 ใน 10 ส่วน” เจียง เซี่ย
แสยะยิ้ม
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! เสิ่น เอ้อจุนสามารถแกะรอยตรา
ประทับนี้ได้ ไม่ว่าพวกมันจะไปแห่งหนใด เรา
สามารถติดตามพวกมันได้! ” เจียง จุนหลิน เปล่ง
เสียงออกมาด้วยความลิงโลด
เจียง เซี่ย กล่าวว่า ” หากข้าคาดเดาไม่ผิด น่าจะ
เป็นลูกศิษย์ของ เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน
พวกเขาทั้งสองจะต้องร่วมมือกันสร้าง ค่ายกล
หมื่นกระบี่ ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นจะต้องมีส่วนร่วมใน
การต่อสู้ ดังนั้นแสดงว่าผู้อาวุโสที่ถูกส่งออกไปจะมี
เพียงแค่ผู้เดียว! ถ้าพวกท่านสามารถสังหารคน
กลุ่มนี้ได้ก่อนสงครามจะเกิดขึ้น มันจะสร้าง
ผลกระทบให้แก่ เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน
อย่างใหญ่หลวงนัก ถ้ายิ่งสามารถจับพวกมันมาได้
จากนั้นก็บังคับให้ นิกายกระบี่สวรรค์ ปลดค่ายกล
หมื่นกระบี่ออก คราวนี้พวกเราก็จะสามารถทำลาย
พวกมันได้ โดยไม่ต้องต่อสู้! อาาาา∼∼ เฟิง
ซัวหยา ∼ เฟิง ซัวหยา เอ๋ยยย เจ้าคงไม่ล่วงรู้สินะ
ว่าการเคลื่อนย้ายศิษย์เช่นนี้ มันช่างเป็นกลยุทธ์ที่
โง่เง่าสิ้นดี!”
แน่นอนว่านี่คือเรื่องบังเอิญ หากตัวมันเป็น เฟิง
ซัวหยา ก็คงไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่า ตำแหน่ง
ที่ตั้งของศิษย์ของมัน อู่ อวี้ จะไปตกอยู่ภายในมือ
ของปีศาจ 7 ทะเลแดง
เจียง เซี่ย อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงต่างหันมามองหน้ากันและกัน
จากนั้นก็พากันหัวร่อไม่หยุด
เจียง จุนหลิน ก็ผสมโรงหัวร่อไปด้วยเช่นกัน ราว
กับว่ามันกำลังมองเห็น อู่ อวี้ ก้มกราบกรานร้อง
ขอความเมตตาจากตัวมัน
” ข้าต้องการสูดดมกลิ่น ลิ้มลองรสชาติของ
หลานสาว หลาน ฮั้วหยุน หึหึ… ” เสิน เอ้อจุน
กล่าวความปรารถนาของมันอย่างไม่อ้อมค้อม เป็น
คำกล่าวที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ในที่สุด เจียง เซี่ย ก็กล่าวขึ้นว่า ” จุนหลิน ไป
เรียกลุงของเจ้าเข้ามา ก่อนสงครามเริ่มขึ้น ข้ามี
งานบางอย่างให้เขาทำ”
“ขอรับ!” เจียง จุนหลิน รีบออกไปทันที
เพียงไม่นานนักชายผู้หนึ่งที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับ
เจียง เซี่ย ก็เดินเข้ามา ชายผู้นี้สวมชุดคลุมสีดำ ใน
มือถือทวนยาว เขาปิดบังใบหน้ามิดชิด จนไม่
สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ได้อย่างชัดเจน สิ่งที่
ปรากฏมีเพียงดวงตาทั้งคู่เท่านั้น แต่บนดวงตาของ
เขา กลับเต็มไปด้วยริ้วรอยของบาดแผล ซึ่งเกิด
จากคมหอกคมดาบ
” เจียง ติงเก๋อเซี่ย ” เทียน อี้จุน และพรรคพวก
ตระหนักถึงตัวตนของบุคคลผู้นี้เป็นอย่างดี
หลังจากนั้น เจียง เซี่ย ก็กล่าวขึ้นว่า ” ไม่ว่าเรื่องที่
ข้าคาดเดาเกี่ยวกับ อู่ อวี้ จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่
พรรคจงหยวนของข้าจะส่ง เจียง จุนหลิน และ
เจียง ติง ไป แล้วส่วนของท่านละ?”
เทียน อี้จุน กล่าวขึ้นอย่างไม่ลังเล ” ตอนนี้คงมีแค่
เสิน เอ้อจุน เท่านั้นถึงจะหาพวกมันพบได้ ดังนั้น
เสิน เอ้อจุน จึง ต้องไป แล้วข้าจะส่ง ฉี หยุนจี ไป
เพิ่มมีคนด้วย แค่เพียง เสิน เอ้อจุน , ฉี หยุนจี
และ เจียง ติงเก๋อเซี่ย ก็เพียงพอที่จะจัดการกับผู้
อาวุโสของฝั่ายตรงข้าม ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะมีผู้
อาวุโสหลายคน พวกเราก็ยังสามารถเพิ่มคนเข้าไป
สนับสนุนได้อีก”
” รับทราบ พี่ใหญ่! ” ดูเหมือนว่า เสิน เอ้อจุน จะ
ไม่สามารถอดใจรอได้อีกต่อไป
ภายใต้เสื้อคลุมของมัน มีลมหายฟืดฟาดดังขึ้น ฟัง
ดูราวกับเป็นเสียงของสัตว์ร้าย
” เอาล่ะ … ในเมื่อตัดสินใจกันแล้ว ก็เริ่มต้นตาม
แผนได้ทันที ถ้าให้ดีที่สุดควรจับมันมาด้วย และถึง
ต่อให้พวกมันจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม ก็ให้เอา
ศพของพวกมันกลับมา ส่วนพวกเรา จะรอให้ จิ่
วเซียน มาถึงเสียก่อน เอาเป็นว่าเราจะรอฟังข่าวดี
จากพวกท่านทั้งหลาย เมื่อถึงตอนนั้นเราจะบุก
โจมตี นิกายกระบี่สวรรค์ ในทันที เพราะนี่ถือเป็น
โอกาสดีที่สุดที่พวกเราจะแย่งชิงเทือกเขาคราม! ”
เจียง เซี่ย รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียว
“ดี ∼ประเสริฐ ∼ประเสริฐยิ่งนัก!”
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ทุกคนหัวเราะออกมาอย่างชั่ว
ร้าย
ทันใดนั้น ก็มีเสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจากฟากฟั้า
เสียงนั้นช่างบางเบาราวกับปุยนุ่น ชวนเคลิบเคลิ้ม
หลงใหล มันช่างละเอียดอ่อนละมุนละไมราวกับ
กำลังอยู่ในความฝัน
” มีเรื่องน่ายินดีอะไรเกิดขึ้น พวกท่านถึงได้ดูคึกคัก
กระตือรือร้นกันถึงเพียงนี้ ……”
ผู้ใดก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้ ก็จะรู้สึกราวกับว่ากำลัง
หลงมัวเมาอยู่ท่ามกลางหมู่บุปผา ผ่อนคลายอยู่
ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ
และ อบอุ่น น้ำเสียงที่สั่นเครือนี้ สำหรับเหล่าบุรุษ
แล้ว มันเปรียบดังมนต์เสน่ห์มรณะ
” จิ่วเซียน! ”
ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจ เมื่อมองไปยังทิศทาง
ของปั่าที่อยู่ไม่ห่างไกลนัก พวกมันก็เห็นหมอกสี
ขาวกระจายปกคลุมไปทั่วทั้งปั่า ภายในหมอกนั้นมี
เค้าลางของร่างเงาบางอย่างกระจัดกระจายอยู่เต็ม
ไปหมด บ้างก็ดูคล้ายกับมนุษย์ บ้างก็ดูราวกับสัตว์
ร้าย ร่างเหล่านั้นได้เดินออกมาจากภายในปั่า
พร้อมกับหมอกสีขาวที่ลอยคละคลุ้งอยู่ทั่วทาง
อากาศ สามารถมองเห็นได้ว่าท่ามกลางเค้าลางเงา
ร่างนับร้อย มีเกี้ยวหามที่ถูกตกแต่งราวกับเป็น
เกี้ยวในพระราชวังถูกยกลอยขึ้นอยู่ เกี่ยวนี้มีความ
งดงามเป็นอย่างยิ่ง ราวออกว่าเป็นประติมากรรม
ชิ้นเอก ภายในสวรรค์และปฐพีแห่งนี้
รวม ๆ แล้ว มีอยู่หลายร้อยคน
แต่ เจียง เซี่ย ล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่
มนุษย์ แต่เป็นปีศาจ! เป็นปีศาจมากมายหลายสาย
พันธุ์ รวมตัวกันมาจากทั่วทุกสารทิศ!
ปีศาจทุกตนคือฝันร้ายของมนุษย์อย่างแท้จริง
กลิ่นอายปีศาจล้นทะลักออกมาอย่างรุนแรง กวาด
ผ่านไปทั่วทุกสารทิศ จนแทบจะทำให้หมอกเซียน
จากพรรคจงหยวนถูกพัดหายไปจนสิ้น
ผู้ฝึกตนผู้อยู่ในวิถีแห่งธรรม กับ ปีศาจ นันถือได้ว่า
เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกัน ทำให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ เกิด
ความขัดแย้งรุนแรงมาอย่างยาวนาน
เมื่อปีศาจกลุ่มนี้มาถึง สีหน้าของ เจียง เซี่ย ก็
เปลี่ยนไป
” พี่ชายเจียง อย่าเรียกข้าน้อยว่า จิ่วเซียน เลย
เรียกข้าว่า ‘จิ่วเอ๋อ’ ก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่มีปัญหา
หรอก”
ภายในเกี้ยวของจิ่วเซียน มีเสียงอันเคลิบเคลิ้มน่า
หลงไหลดังขึ้นอีกครั้ง กระทั่ง เจียง เซี่ย เองก็ยัง
ถึงกับทนไม่ไหว จนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ส่วน
คนอื่น ๆ ก็รู้สึกอึดอัด และ ทนไม่ไหวเช่นกัน
โดยเฉพาะ เจียง จุนหลิน นับตั้งแต่มันได้ยินเสียง
นั้นก็เกรงว่าจะลืมเรื่องราวของ หยวน เฉิน ไปจน
หมดสิ้น!
จิ่วเซียนที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา ดูราวกับบุคคลผู้
ไม่ได้มาจากนี้โลกนี้ เป็นสตรีที่พวกเขาไม่เคยได้พบ
พานมาก่อน
” เคล็ดวิชาเสน่ห์ดึงดูดของ จิ่วเซียน ข้าก็เพิ่งได้ยิน
มาเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ข้าก็ไม่คาดคิดว่าจะทรง
พลังมากมายได้ถึงเพียงนี้ ข้า เจียง เซี่ย รู้สึกชื่นชม
อย่างยิ่ง ” เจียง เซี่ย สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อม
กล่าวอย่างนับถือ
” ความงามเช่นนี้ พวกเราเผ่าปีศาจจิ้งจอก นั้น
ได้มาตั้งแต่กำเนิด จิ่วเซียนไม่ได้ตั้งใจทำให้เจียง
พี่ชายต้องสับสน” เสียงปีศาจจิ้งจอกดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อ เจียง จุนหลิน ได้ยินอีกครั้งมันก็เริ่มคลุ้มคลั่ง
อีกทั้งใบหน้าของมันเริ่มกลายเป็นสีแดงฉาน อย่าง
ไม่อาจหักห้าม แต่ดูเหมือนว่า เจียง เซี่ย จะล่วงรู้
ถึงวิกฤตนี้ มันรีบคว้าดึงร่างของบุตรชายของ
ตนเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็โยนร่างของ
บุตรชายไปให้โยน เจียง ติง ในทันที
ปีศาจจิ้งจอก จิ่ว เซียน ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
” อะไรกันพวกท่านไม่ใช่คนที่มาจากทะเลตงไห่
หรอกรึ ทำไมพวกท่านถึงไม่ใช่โจรสลัดล่ะ ? ” จิ่
วเซียน เอ่ยขึ้น
” โจรสลัด? จิ่วเซียน โปรดใช้วาจาสุภาพด้วย เรา
เป็นผู้บำเพ็ญตนในวิถีแห่งมาร ถือว่าเป็นบุตรของ
เทพมาร! ” เทียน อี้จุน กล่าวด้วยโทสะ
ถึงแม้มันจะกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจิ้งจอกพันปี
แต่มันก็ยังสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้
” ฮิ ๆ อย่าเพิ่งมีโทสะไป สิ่งที่ท่านกล่าวก่อนหน้านี้
จิ่วเอ๋อ ได้ยินจากมาบ้างแล้ว ไม่สิต้องกล่าวว่าได้
ยินมาตลอด เกี่ยวกับกลุ่มเด็กน้อยเหล่านั้น จิ่วเอ๋อ
ต้องส่งผู้มีความแข็งแกร่งไปด้วยใช่หรือไม่ ถ้า
เช่นนั้น จิ่วเอ๋อจะส่ง ปักษาคลื่นอัสนีไปกับพวก
ท่าน”
” ขอรับ จิ่วเซียน! ”
ท่ามกลางเกี้ยวเซียน มีบุรุษผู้หนึ่งกระพริบผ่าน
ราวกับประกายสายฟั้า ก้มคุกเข่าแสดงความ
เคารพอยู่เบื้องหน้าเกี้ยวเซียน
” จิ่วเซียน ราชาปีศาจผู้ไร้ต้าน กวาดล้างโลกล้า
เป็นผู้อยู่เหนือเพียงหนึ่งเดียว!”
ฉับพลัน ฝูงปีศาจก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่าง
พร้อมเพียงกัน เสียงนั้นได้สร้างความสั่นสะเทือน
และ หวาดกลัว ไปทั่วทั้งพรรคจงหยวน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ