กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 126 : ปกษาคลื่นอัสนี
“หืม?”
เพราะปีศาจในครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ
ตอนที่อยู่ในอาณาเขตปั่าสวรรค์ การจะพบเจอกับ
ปีศาจศิลา และ พวกปีศาจชั้นต่ำนั้น มีโอกาสพบ
เจอได้บ่อยครั้ง ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ก็พบมา2-3
ครั้งแล้ว แต่สุดท้ายแล้วพวกมันก็ล้วนถูก หลาน
หลิวหลี่ สังหารจนสิ้น
การที่พวกเขาทั้งคู่เกิดความขัดแย้งกันนั้น ก็ไม่รู้
เช่นกันว่าเป็นเหตุจากอะไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อยิ่ง หลาน หลิวหลี่ได้ลงมือครั้ง
แล้วครั้งเล่า ก็ทำให้ อู่ อวี้ ได้เห็นถึงความ
แข็งแกร่งของผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมลมปราณขั้น
ที่8 ที่เริ่มไล่ตามความแข็งแกร่งของ อาวุโสเซินถู
อย่างกระชั้นชิด
ขณะนี้ อาวุโสเซินถู มีสีหน้าตกใจจนเปลี่ยนไป
อย่างเห็นได้ชัด
“ทุกคนรวมตัว!”
ภายใต้เสียงตะโกนของเขา ทำให้ทุกคนมีท่าทางไม่
สบายใจเกิดขึ้น อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันต้องมีเรื่อง
บางอย่างเกิดขึ้น
ในเวลาสั้นๆ ทุกคนก็เข้ามาล้อมรอบๆตัวผู้อาวุโส
เซินถู ในเวลานี้พวกเขาเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้อง
นภา และเห็นว่าบางอย่างกำลังส่องแสงกลายเป็น
เส้นร่างแหปกคลุมอยู่ สายฟั้าสีม่วงที่ดูคล้ายกับ
อสรพิษสายฟั้าหลายร้อยตัว กำลังเลื้อยผ่านไปมา
อย่างดุเดือด จนทำให้กิ่งไม้นับไม่ถ้วนล้วนถูกฉีก
กระชาก บ้างก็ถูกเผาไหม้จนเกรียมและเกิดการ
ระเบิดขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว
“มันเป็นปีศาจโตเต็มวัย ทำไมในอาณาเขตปั่า
สวรรค์ถึงปรากฏปีศาจเช่นนี้ขึ้นมาได้!”
ใบหน้าของผู้อาวุโสขาวซีดลง นี่เป็นสถานการณ์ที่
อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา ในตอนนี้
พวกเขากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต
เสียงฟั้าผ่าดังกึกก้องไปทั่ว ท้องฟั้าได้ถูกฉีก
กระชากออกจนกลายเป็นเปลวเพลิงขยายวงกว้าง
ออกไปทั่วทั้งท้องฟั้า อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้
อย่างเลือนราง ว่ามีปักษายักษ์บินอยู่บนท้องฟั้า
ที่ว่างเปล่า ปีกของท้องฟั้ามีความกว้างเกือบ 10
จั้ง มันดูเหมือนปักษายักษ์ที่ดูดุร้ายและโหดเหี้ยม
ซึ่งตอนนี้กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟั้าอันกว้างใหญ่
ไร้สิ้นสุด ปีกของมันพันไว้ด้วยอสรพิษสายฟั้า
มากมายนับไม่ถ้วน ในยามที่มันกระพือปีกของมัน
อสรพิษสายฟั้าก็ฟาดกระหน่ำลงสู่พื้นดินอย่าง
ต่อเนื่อง เพียงไม่กี่ลมหายใจ มันก็ระเบิดอาณาเขต
ปั่าสวรรค์ตรงจุดบริเวณที่พวก อู่ อวี้ นั้นอยู่จน
เหี้ยน ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่โล่งอัน
ไร้ซึ่งที่กำบัง จึงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะหลบหนี
ไปไหนได้
ต้นไม้รอบๆตัวเขา 10 กว่าต้น ถูกทำลายด้วย
สายฟั้าสีม่วง ด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ถึงไม่
มีใครกล่าวออกมา อู่ อวี้ ก็สามารถล่วงรู้ได้เป็น
อย่างดีว่า พวกเขาได้พบเจอกับศัตรูอันน่าสะพรึง
เข้าให้แล้ว และเกรงว่าปีศาจตนนี้อาจจะแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่าปีศาจวานรเสียอีก!
“นี่คือปักษาคลื่นอัสนี ปักษาคลื่นอัสนีไม่ได้เป็น
ลูกสมุนของปีศาจจิ้งจอกพันปีอย่างนั้นหรอกรึ!”
เมื่อปีศาจปรากฏขึ้น ผู้อาวุโสเซินถู ก็สามารถที่จะ
ยืนยันได้ทันที
แท้จริงแล้วเป็นลูกสมุนของจิ่วเซียน
หน้าของ อู่ อวี้ เปลี่ยนสี มันทำให้เขารู้ว่า
สถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้นมันเลวร้าย
อย่างยิ่ง
“ไป!”
วิธีเดียวที่ผู้อาวุโสเซินถูคิดได้คือ หนี!!
อาณาเขตปั่าสวรรค์นั้นมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล
พวกมันไม่น่าจะหาพวกเขาได้พบ บัดนี้ความคิด
ของ อาวุโสเซินถู ได้พันยุ่งเหยิงไปหมด สิ่งที่ไม่
ควรจะเกิดขึ้นมากที่สุด ก็ดันเกิดขึ้นมาเสียแล้ว
เพราะยังไงแล้วตลอดเส้นทาง ปีศาจชั้นต่ำที่ถูกพบ
เข้าก็ล้วนถูกสังหารสิ้นไปหมดแล้ว
แถมเส้นทาง อาวุโสเซินถู ใช้นั้น ก็ไม่ใช่เส้นตรงที่
สามารถคาดคะเนได้ และถึงแม้ว่าปักษาคลื่นอัสนี
จะรู้ว่าพวกเขาอยู่ในอาณาเขตปั่าสวรรค์ก็จริง แต่
ก็ยังยากที่จะหาได้พบอยู่ดี
“ท่านเซินผู้สูงศักดิ์ ท่านจะพาเหล่าลูกศิษย์ไปที่
ไหนกันหรือ”
เมื่อผู้อาวุโสเซินถูจะพาเหล่าลูกศิษย์ไปข้างหน้า
ต้นไม้ยักษ์ข้างหน้าก็ปรากฏร่างขึ้น 2 ร่าง ร่างหนึ่ง
สูงใหญ่อย่างกับหมียักษ์ ด้วยการที่สังหารคนไป
แล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นคนทำให้เกิดกลิ่นอายของ
วิญญาณภูติผีที่ชั่วร้ายขึ้นมา ส่วนอีกเงาร่างหนึ่งมี
ขนาดตัวที่เพรียวบาง เสมือนกับเป็นนักฆ่ายาม
ราตรี สวมใส่ชุดคลุมสีดำแนบเนื้อ ที่เผยให้เห็น
ส่วนเว้าได้อย่างชัดเจนจนทำให้ไม่สามารถละ
สายตาไปจากมันได้
เมื่อพวกมันทั้งสองได้ปรากฏตัวขึ้น ราวกับว่า
เบื้องหลังของพวกมันมีวิญญาณร้ายนับไม่ถ้วนที่
ติดตามมา ยามนี้ทั่วทั้งผืนปั่าเต็มไปด้วยเสียงกรีด
ร้องของวิญญาณร้าย
“นี่คือปีศาจเจ็ดทะเลแดง”
ใบหน้าของผู้อาวุโสเซินถูเปลี่ยนไป เมื่อตระหนัก
ถึงรูปลักษณ์ของ 2 คนตรงหน้านี้ เขาก็มีสีหน้า
มืดมนลง
กระทั่ง หลาน สุ่ยเยว่ เองก็ยังรู้จักถึงนามนี้
แน่นอนว่าบุคคลเหล่านี้อันตรายเป็นอย่างมาก
บนผืนฟั้ามีปักษาคลื่นอัสนี ส่วนเบื้องหน้าก็ยังมี
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ซึ่งพวกมันแต่ละคนยังมีพลังที่
เทียบเท่าได้กับ อาวุโสเซินถู อีกทั้งพวกมันยังมี
จำนวนที่เยอะกว่า!
“ย่ะ!”
ขณะที่ความกลัวได้เข้าครอบงำจิตใจในเวลานี้ จู่ๆ
พลันเกิดได้ยินเสียงที่มาจากด้านหลัง เมื่อพวกเขา
หันหน้ากลับไปมอง ก็ได้ยินเสียงควบม้าจาก
ภายในอาณาเขตปั่าสวรรค์ที่ค่อยๆดังขึ้น ในชั่ว
พริบตา ก็ได้เห็นคนผู้หนึ่งลงจากอาชาสีดำตัวใหญ่
ทุกๆก้าวของมันนั้นจะปรากฏเป็นเปลวเพลิงสี
เขียวให้เห็น ราวกับว่ามันออกมาจากขุมนรก
ดวงตาทั้งคู่มีสีแดงฉานราวกับโลหิต ดุดัน ทรงพลัง
และดูเหมือนว่ามันแทบจะอดรนทนไม่ไหวที่จะพุ่ง
เข้าปะทะใส่พวก อู่ อวี้
อาชาตัวนี้เป็นอสูรกายตนหนึ่ง ด้วยช่วงบริเวณกีบ
เท้าของมันมีได้เปลวเพลิงลุกโชนอย่างน่าหวั่นพรึง
จึงทำให้คาดว่ามันจะมีพละกำลังมหาศาลเป็น
อย่างยิ่ง
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือผู้ที่กำลัง
ขี่มันอยู่ ชายคนนั้นสวมใส่หน้ากากที่ปิดบังทั่ว
ใบหน้า มีร่างกายที่สูงใหญ่ ให้บรรยากาศที่น่าอึด
อัด
ด้านหลังของชายผู้นี้ มีผู้เยาว์คนหนึ่ง มันสวมใส่
เสื้อที่มีขนจิ้งจอก ดูแล้วไม่ธรรมดา ถ้าหากมันไม่มี
รอยยิ้มที่ชั่วร้าย ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่หญิงสาว
ทั้งหลายจะหลงเสน่ห์และศิโรราบต่อมันอย่าง
ง่ายดาย แน่นอนมันผู้นี้ก็คือ เจียง จุนหลิน
“เจียง ติง!”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ ใบหน้าของผู้อาวุโสเซินถูไม่
สามารถมืดมนไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว เขาตระหนัก
ดีว่านี่อาจจะเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเจอมา
ในชีวิต ต่อหน้าสถานการณ์เบื้องหน้าเช่นนี้ เขา
ถึงกับตื่นตระหนกเป็นที่สุด!
ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเขา นั่นคือการรักษา
รากฐานของ นิกายกระบี่สวรรค์ ให้คงอยู่สืบต่อไป
แต่ทว่าบัดนี้ สงครามยังไม่ทันที่จะเริ่ม พวกเขาก็
ถูกล้อมไปเรียบร้อยแล้ว
“ฮูวว”
ปักษาคลื่นอัสนีได้ลงมาจากท้องฟั้าและกลายร่าง
กลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมเสื้อสีม่วง ส่วน
ปากของมันมีจงอยปากที่แหลมคมดั่งกับนกอินทรี
ทำให้ผู้ที่ได้เห็นภาพนี้จึงมิอาจลบมันออกจากหัวได้
ตราบชั่วชีวิต
ทั้ง3ฝั่าย ต่างล้อมอยู่ทุกทิศทาง ทำให้พวก อู่ อวี้
ไม่สามารถที่จะหลบหนีไปได้
ฟูั่วว
เจียง จุนหลิน และ เจียง ติง กระโดดลงจาก
“อาชาเพลิงวิญญาณ” มายืนเคียงข้างกัน เจียง
จุนหลิน ก็ยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “เหล่านิกายกระบี่
สวรรค์ทุกท่าน มันช่างบังเอิญเสียจริง ข้า เจียง
จุนหลิน เพียงออกมาเดินเล่น ไม่คาดว่าจะเจอพวก
เจ้าที่นี่”
เมื่อมันได้กล่าววาจาตลบตะแลงในช่วงเวลานี้ ก็
ทำให้พวก อู่ อวี้ สามารถเข้าใจได้ในทันที ว่า
ตำแหน่งของพวกเขาได้ถูกล่วงรู้เข้าให้แล้ว ดังนั้น
พวกเขาจึงถูกพบในที่สุด แต่ประเด็นสำคัญก็คือ
กระทั่ง เฟิง ซัวหยา ยังไม่มีวิธีค้นหาตำแหน่งของ
พวกเขาที่แน่นอนได้เลย แต่ว่าทำไมพวกมันกลับ
ถึงตามเจอได้เช่นนี้
เมื่อหันไปมอง ซู หยานหลี่ โม่ ซื่อซู และ หลาน
สุ่ยเยว่ พวกเขาต่างมีสีหน้าตึงเครียดกันเป็นอย่าง
มาก จนถึงกับใบหน้าซีดเซีด กระทั่ง หวันเทียน
หยู๋เซวีย กับ หลาน หลิวหลี่ ก็ยังถึงกับต้องขมวด
คิ้วเช่นกัน ซึ่งพวกเขาทั้งคู่ต่างได้เตรียมศาสตรา
เต๋าไว้ในมือเพื่อที่พร้อมจะรับกับสถานการณ์วิกฤต
นี้ได้ทุกช่วงเวลาแล้ว!
เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งกัน ฝั่ายตรงข้าม
แข็งแกร่งมากกว่าถึง 2 เท่า นอกจาก เจียง จุน
หลิน แล้ว คนอื่นๆล้วนแต่เป็นผู้แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะ เจียง ติง เสิน เอ้อจุน และปักษาคลื่น
อัสนี
พลังของพวกมันทั้ง 3 แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งพลัง
ของพวกมันอยู่ในระดับเดียวกับ 5 ผู้อาวุโสแห่ง
นิกายกระบี่สวรรค์ เลยทีเดียว
อาจกล่าวได้ว่าทั้ง 3 คนแข็งแกร่งเป็นรองเพียงแค่
เจียง เซี่ย เทียน อี้จุน และ จิ่วเซียน เพียงเท่านั้น
แต่บัดนี้ มันพวกมันกลับปรากฎตัวมายังเบื้องหน้า
พวกเขาเช่นนี้…..
“พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่า พวกข้าอยู่ที่นี่” ดวงตา
ของ อาวุโสเซินถู กำลังส่องประกาย ถึงแม้จะดูแก่
ชรา แต่ทว่ายังคงมีความแข็งแกร่งอยู่
เจียง ติง หัวเราะขึ้น แล้วปักหอกยาวไปบนพื้นจน
สนั่นหวั่นไหวไปทั่ว พร้อมกล่าวว่า “ใกล้จะตาย
กันอยู่แล้วก็อย่าสนใจอะไรมากมายเลย เฟิง
ซัวหยา ช่างเป็นคนน่าขันอะไรเยี่ยงนี้ คิดจะส่ง
เหล่าศิษย์ผู้มีความสามารถหลบหนีออกมา และ
ซ่อนไว้ เพื่อว่าในอนาคตจะได้กลับมาล้างแค้น
แต่กลับถูกลอบโจมตีโดยพวกเราซะอย่างนั้น
หลังจากที่สังหารพวกเจ้าหมดแล้ว เมื่อถึงเวลา
โจมตีเทือกเขาคราม ข้าจะนำศพของพวกเจ้าไป
ร่วมด้วย เจ้าว่ามันจะน่าตื่นเต้นขนาดไหนกัน คิด
ว่า เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน จะกระอัก
เลือดตายไปเลยหรือไม่ ”
เมื่อกล่าวจบ คนทั้ง5ต่างก็หัวเราะออกมา
โดยเฉพาะ เจียง จุนหลิน หัวเราะออกมาเสียงดังที่
สุด
ตัวมันนั้นไม่ได้ละสายตาไปจาก อู่ อวี้ แม้แต่นิด
“ผู้อาวุโสเซินถู จาง เจินเหริน เป็นเพียงเรื่องโกหก
หรอกหรือ ท่านอาจารย์เพียงแค่คิดจะส่งพวกเรา
ออกจากสนามรบ” คำพูดของ เจียง ติง มันทำให้
พวก อู่ อวี้ ทุกคนต่างตกตะลึง แม้แต่ หวันเทียน
หยู๋เซวีย ก็ยังตกตะลึงไม่แพ้กัน พวกเขาทั้ง 8 คน
ต่างหันหน้าไปรอฟังคำตอบจาก อาวุโสเซินถู
ขณะนี้ ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของ อาวุโสเซินถู
แม้แต่ครึ่งคำ
เมื่อความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว เขาก็รู้ว่ามันไม่มี
ประโยชน์ที่จะปิดบังอีกต่อไป
และเมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสไม่ตอบ ทุกคนก็รู้คำตอบ
แล้ว
“ท่านอาจารย์จะทำแบบนี้ทำไม พวกเราเติบโต
ขึ้นมาในเทือกเขาครามและต่างก็นับถือเขา ใน
วันนี้นิกายต้องเผชิญกับปัญหา แต่พวกเรากลับ
ออกมาเช่นนี้! ” ดวงตาซู หยานหลี่ กลายสีแดงก่ำ
ไม่เพียงแค่นาง ทุกคนเองล้วนไม่สามารถที่จะ
ยอมรับได้
“ท่านอาจารย์!” อู่ อวี้ หอบหายใจ เมื่อเขารู้ความ
จริง มันก็เหมือนกับเขาโดนมีดกรีดผ่านลงมาบน
ร่างของเขา แม้ว่า เฟิง ซัวหยา จะดีกับพวกเขา
เป็นอยากมาก อย่างไรก็ตามในฐานะลูกศิษย์คน
หนึ่งมันยากที่จะยอมรับได้ หากเป็นเช่นนี้ อู่ อวี้
ย่อมเต็มใจที่จะสู้และตายอยู่ในเทือกเขาคราม
เพราะว่าที่แห่งนั้นเปรียบได้กับบ้านหลังที่ 2 ของ
เขา
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะยังไม่รู้ความจริงสินะ? มัน
ช่างน่าขบขันเสียจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เจียง จุนหลิน
หัวเราะออกมา ยิ่งใบหน้าของพวก อู่ อวี้ ขมขื่น
มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งรู้สึกสะใจมากขึ้นเท่านั้น
อาวุโสเซินถูกัดฟันแล้วกล่าวขึ้นว่า “มันสาย
เกินไปที่จะกล่าวอะไรในตอนนี้ พวกเจ้าจำเอาไว้
ข้าคงจะไม่รอดแล้ว เมื่อมีโอกาส พวกเจ้าจงรีบหนี
ไปซะ ”
เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ในตอนนี้ แม้แต่เด็ก 3
ขวบก็รู้ดีว่า การหลบหนีในวันนี้มันแทบจะเป็นไป
ไม่ได้เลย
มีสิ่งเดียวที่พวกเขายังคงคาใจ เหตุใดพวกมันถึง
สามารถหาพวกเขาเจอ เพราะมันแทบจะเป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
อู่ อวี้ มองไปทางปักษาคลื่นอัสนี จากนั้นมองไปยัง
เจียง ติง แล้วมองปีศาจเจ็ดทะเลแดง ที่มี
รูปลักษณ์สูงที่สุด แม้ว่ามันจะสวมเสื้อคลุมปกปิด
เอาไว้ แต่ อู่ อวี้ สามารถมองเห็นประกายตาสีแดง
เข้มของเขาได้ มันเป็นหนึ่งในปีศาจเจ็ดทะเลแดง
แม้ว่าจะแข็งแกร่งไม่เท่า เจียง ติง หรือว่า ปักษา
คลื่นอัสนี แต่ว่ามันผู้นี้กลับน่าหวาดกลัวมากที่สุด
อู่ อวี้ มองเห็นหลัวผานที่ทำจากกระโหลกศีรษะใน
มือของมัน
“เป็นมันที่เป็นคนหาพวกเราเจอ!” อู่ อวี้จึง
สามารถสรุปได้เช่นนี้
เขาได้บอกการคาดเดาของตนให้แก่ อาวุโสเซินถู
อาวุโสเซินถูได้จ้องมองไปที่หลัวผานในมือของ
เสิน เอ้อจุน ทันใดนั้นเขาได้ถามออกไปด้วยความ
แปลกใจว่า “อู่ อวี้ ข้าได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เจ้าได้
สังหารลูกศิษย์ของมันไป พวกนอกรีตมีตราประทับ
มากมายสารพัดวิธี เจ้าคงไม่ได้ถูกมันวางตรา
ประทับลงไปบนร่างกายใช่หรือไม่!”
ขณะนี้ ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะนึกอะไรขึ้นมาได้
“ถุงจักรวาล!” อู่ อวี้ ตระหนักขึ้น แล้วหยิบถุง
จักรวาลของ โย่ว หลิงจี ออกมามอบให้กับผู้
อาวุโสเซินถู
ถุงจักรวาลใบนี้ ตอนแรกเขาเตรียมที่จะมอบให้กับ
ชิงเหมิง แต่หลังจากที่กลับออกมาจากหุบเขา
โชคชะตาเซียน ก็สามารถเอาชนะ เจียง จุนหลิน
และชิงถุงจักรวาลของเขามาได้ เนื่องจากว่ามันไม่
เหมาะสมที่จะให้ ชิงเหมิง มีถุงจักรวาลของผู้ฝึก
ตนในวิถีมารพกไว้ติดตัว ดังนั้นอู่ อวี้ จึงเก็บถุงนี้ไว้
กับตัวเอง และมอบถุงจักรวาลที่ได้มาจาก เจียง
จุนหลิน ให้แก่ ชิงเหมิง ไป
“มันต้องเป็นเพราะสิ่งนี้แน่นอน ไอ้หยา! ทั้งข้า ทั้ง
ท่านเจ้านิกาย และทั้งผู้พิทักษ์สูงสุด ต่างก็คิดไม่ถึง
เลยว่าพวกมันจะใช้วิธีการแบบนี้!”
โทสะของ อาวุโสเซินถู พุ่งสูงขึ้น แล้วฉีกกระชาก
ถุงจักรวาลใบนี้ทิ้ง
ข้อสงสัยของพวกเขาที่คับข้องใจมากที่สุด บัดนี้ได้
กระจ่างออกมาแล้ว
เพียงแต่เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว หากจะ
กล่าวโทษกันมันเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ อู่ อวี้ เพิ่ง
จะเข้าสู่การฝึกตน จึงไม่รู้จักเล่ห์กลต่างๆ
นอกจากนี้แล้วก็เป็นความประมาทของเขาเอง
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกผิดอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเขารู้ตัวดีว่าเป็นความผิดของตน ที่ทำ
ให้ทุกคนตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ บัดนี้ชีวิตของ
พวกเขาได้แขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว!
“อู่ อวี้ ถูกต้อง เป็นเพราะว่าเจ้าไม่ทิ้งถุงจักรวาล
ของ โย่ว หลิงจี ไป ทำให้พวกข้าสามารถตามหา
เจ้าจนเจอ ใช่แล้ว เป็นเจ้านั่นแหละที่สังหารทุก
คนที่อยู่ที่นี่ แถมมันจะยิ่งทำให้พวกข้าสามารถโค่น
ล้มนิกายกระบี่สวรรค์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ใน
ครั้งนี้คงต้องยกให้เป็นความดีความชอบของเจ้า
แต่เพียงผู้เดียว” เจียง จุนหลินหัวเราะขึ้นแล้ว
กล่าวออกมา
ในยามนี้มันรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ