กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 127 : ยันตรอยภูติกัดกินราง
“บัดซบ! อู่ อวี้ เป็นเพราะเจ้า เจ้าเป็นคนสังหาร
พวกเรา! ” หลังจากสิ้นเสียงของ เจียง จุนหลิน
ท่ามกลางผู้ที่อยู่ด้านหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของ อี้
ชิงเฟิง ก็เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา จากนั้นมันก็ชี้
นิ้วไปทาง อู่ อวี้ พร้อมกับก่นด่าสาปแช่ง
” ใช่! พวกเราทุกคน จะต้องถูกสังหารก็เพราะเจ้า!
” จ้าว ฉานเฟิง ที่มักชอบข่มเหงผู้อื่น แต่ในยามนี้
มันกลับหวาดกลัวราวกับเป็นเพียงแค่ลูกเจี๊ยบ
ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างต่อเนื่อง ตัวของมัน
แทบจะติดอยู่กับผู้อาวุโส เซินถู
“หุบปาก!” ศิษย์ฝังของ หลาน ฮั้วหยุน ทุกคนต่าง
พากันก่นด่าสาปแช่งกันออกมา แม้แต่ หลาน
หลิวหลี่ ก็ยังไม่เว้น ผู้ที่ไม่ได้แผดเสียงตะโกน
ออกมามีเพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้น พวกเขาเหล่านี้
ต่างล่วงรู้ และ เข้าใจเป็นอย่างดีว่า ในสถานการณ์
คับขันเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ อู่ อวี้ สามารถควบคุมได้
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง รู้สึกสลดหดหู่ใจเป็น
อย่างยิ่ง บนมือข้างหนึ่งแบกรับความรู้สึกผิดที่มีต่อ
พวกเขา ส่วนบนมืออีกข้างต้องแบกรับหัวใจของ
เจียง จุนหลิน ซึ่งท่วมท้นไปด้วยความโกรธแค้น
และ ความปรารถนาที่จะเข่นฆ่าสังหาร อย่างใหญ่
หลวง ตอนอยู่ที่ อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เจียง จุน
หลิน ก็ได้ตามราวีและยั่วยุ อู่ อวี้ อยู่ร่ำไป จน
ต่อมามันได้พ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ถึงสองครั้งสอง
ครั้ง แต่กระนั้นก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบมันเช่นนี้
อีก!
ในตอนนี้เขาได้เห็น เจียง ติง ปักษาคลื่นอัสนี และ
ผู้ฝึกตนวิถีมารจากทะเลตงไห่อีก 2 คนกำลังก้าว
เดินออกมาทีละก้าว เพื่อเปิดฉากการต่อสู้แห่ง
ความเป็นความตายในครั้งนี้
จากนั้น เจียง จุนหลิน ก็กล่าวว่าขึ้น ” ท่าน
ทั้งหลาย ตัวข้าต้องพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ถึงสอง
ครั้งสองคราติดต่อกัน แต่ภายในหัวใจของข้า
ยังคงไม่ยินยอมความพ่ายแพ้นี้ ท่านอาวุโส
ทั้งหลายโปรดเห็นแก่หน้าข้า ให้ข้าเป็นผู้ลงมือปิด
บัญชีแค้นในครั้งนี้เอง ให้ข้าได้เป็นผู้ที่สังหารมัน
เพื่อขจัดมารในหัวใจตนนี้ออกไปได้หรือไม่? ”
ทันใดนั้น เสียงของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เจียง ติง ล่วงรู้ และ เข้าใจในสิ่งที่มันกล่าวออกมา
อย่างชัดเจน ฉะนั้น เจียง ติง จึงไม่ได้ออก
ความเห็นอันใด เพราะถึงอย่างไรภายในปั่าสวรรค์
แห่งนี้ พวกมันก็ไม่มีที่จะให้หลบหนีไปไหนได้อีก
ความห่างชั้นระหว่างวรยุทธ และ ระดับพลัง เรียก
ได้ใหญ่หลวงมากเกินไป ถึงแม้ว่า ผู้อาวุโส เซินถู
จะมีวรยุทธสูงส่งมากเพียงใด แต่ด้วยจำนวนคน
เพียงน้อยนิด อีกทั้งผู้ที่ติดตามมาด้วยเหล่านี้ยัง
เป็นเช่นดั่งตัวภาระ เสมือนดั่งการลากขวดน้ำมัน
ติดตัว ฉะนั้นเขาย่อมไม่อาจหลบหนีไปไหนได้
แม้แต่ เสิน เอ้อจุน และ ฉี หยุนจี ก็ยังไม่ได้แสดง
ความคิดเห็นใด ๆ ออกมา ต่างมองหน้ากันและกัน
แล้วก็ยิ้มกริ่ม ๆ หลังจากนั้น ฉี หยุนจี ก็กล่าวขึ้น
ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า ” เราเองก็มีความแค้น
ที่ต้องชำระให้กับ โย่ว หลิงจี ด้วยเช่นกัน ถ้า
เช่นนั้น ข้าคงต้องขอฝากหน้าที่ชำระหนี้แค้นนี้
ให้กับเจ้า ”
หากฟังจากน้ำเสียงของ ฉี หยุนจี แล้ว ดูเหมือนว่า
มันจะแฝงไปด้วยคำชี้แนะบางอย่าง
” ท่าน เสิน เอ้อจุน กับ ฉี หยุนจี ผู้อาวุโสทั้งสอง
โปรดวางใจได้ ” เจียง จุนหลิน แสยะยิ้มออกมา
อย่างชั่วร้าย จากนั้นมันค่อย ๆ สาวเท้าก้าวเดินไป
ข้างหน้า ชี้นิ้วไปที่ อู่ อวี้ ด้วยท่าทางผ่อนคลาย
อย่างยิ่ง จากนั้นมันก็กล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ จดจำ
พระคุณนี้เอาไว้ให้ดี ข้าให้โอกาสเจ้าได้ทวงความ
ยุติธรรม ไสหัวออกมาเผชิญหน้ากับข้าเดี๋ยวนี้! ”
อู่ อวี้ คิดว่าตนเองกำลังหูฝาดไปรึเปล่า
เนื่องจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 เจียง
จุนหลิน ได้พ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ และ เขาก็ได้
ทำลาย จุดถานจง ซึ่งเป็นจุดบัญญัติก่อกำเนิดของ
มันไปแล้ว
ระดับยุทธของ อู่ อวี้ ในปัจจุบันนี้ เขาได้อยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับที่ 4 แล้ว ส่วน วัชระ
แก่นแท้ธรรมสูตร ก็เกือบจะบรรลุเข้าสู่ขั้นที่ 2
ระดับพลังการต่อสู้ของเขา เปรียบได้กับ หลอม
รวมลมปราณ ขั้นที่ 6 แต่ เจียง จุนหลิน ยังคงไม่
ยอมรามือ หรือ ยอมพ่ายแพ้แต่ประการใด แถม
ในตอนนี้มันยังกล้ามาท้าทายต่อสู้แบบตัวต่อตัว ?
” มันกล้าท้าข้าต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง อีกทั้งยังมี
ความมั่นใจอย่างยิ่ง แสดงว่ามันต้องมีวิธีในการ
สังหารข้าอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้ ตระหนักถึงเรื่องนี้
ได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ไม่
มีสิ่งใดที่ได้มาฟรี ๆ อย่างไร เจียง จุนหลิน ก็ไม่ใช่
คนโง่เขลาเบาปัญญา
” อู่ อวี้ ”
ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโส เซินถู ก็ลองเตือนเขา
อย่างเงียบ ๆ
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็เข้าใจ และ ล่วงรู้เป็นอย่างดี
บางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวของพวกเขาแล้วก็
เป็นได้
ความหมายที่ ผู้อาวุโส เซินถู เตือนไปนั้นก็คือ
เขาพยายามจับตัว เจียง จุนหลิน มาเป็นตัว
ประกันใครได้ เพราะนั่นมันจะทำให้พวกเขามี
โอกาสรอด
เนื่องจากการต่อสู้ครั้งนี้ ฝั่ายตรงข้ามยังจัดได้ว่าถือ
ไพ่เหนือกว่า ฉะนั้นชะตากรรมของพวกเขาทั้ง 9
คน ในเวลานี้ จะเป็น หรือ ตายก็ไม่อาจคาดเดาได้
“ตกลง!”
ไม่ว่า เจียง จุนหลิน จะตระเตรียมลูกไม้ หรือ กล
ยุทธ์อันใดมา เพื่อมาแก้แค้นตัวเขา แต่นี่ก็ถือเป็น
โอกาสเดียวที่จะทำให้พวกเขาทั้ง 9 คนสามารถ
หลบหนีออกไปได้! ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องต่อสู้อย่าง
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เป็นเพราะถุงจักรวาล เนื่องจากความประมาทของ
ตัวเขาเอง ที่ไม่ใส่ใจคำตักเตือนของ ซู หยานหลี่
จนทำให้เขารู้สึกผิดอยู่ในใจ
” ทุกท่าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้าต้องขอ
อภัยด้วย …” อู่ อวี้ หันกลับไปมอง ซู หยานหลี่ ,
โม่ ซือซู ,หลาน สุ่ยเยว่
ในยามนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ เป็น
ตายเท่ากัน ซู หยานหลี่ และ หลาน สุ่ยเยว่ มอง
มาที่ อู่ อวี้ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า พวกนางไม่ได้
กล่าวโทษเขาแม้แต่น้อย แต่ด้วยลักษณะนิสัยของ
อู่ อวี้ ไม่ว่าเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร จะ
อันตราย หรือ เป็นตายมากแค่ไหน เขาก็ไม่เคย
หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
” เรา … จะตายไม่ได้เด็ดขาด!” ซู หยานหลี่ จงมอง
เขาด้วยดวงตาแดงก่ำ และ เศร้าโศก
” จะไม่ตายเด็ดขาด ” อู่ อวี้ กัดฟันแน่น
ความห่วงกังวล และ ความรักและสายสัมพันธ์
ระหว่างศิษย์พี่และศิษย์น้องที่มอบให้แก่เขานั้น ทำ
ให้ อู่ อวี้ รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในจิตใจ ถึงแม้จะไม่ได้
เกิดร่วมมารดาเดียวกัน แต่พวกเขาก็ถือว่าเป็นพี่
น้องที่แท้จริง
” ศิษย์น้อง …” ปกติแล้ว โม่ ซือซู จะเป็นคน
สนุกสนาน และ ตลกขบขันอยู่เสมอ แต่สำหรับใน
เวลานี้เสียงของเขากลับสั่นเครือ ขณะที่ดวงตา
จ้องมองไปทาง อู่ อวี้ ในยามนี้มีถ้อยคำนับร้อยนับ
พันคำอยู่ภายในใจของเขา แต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
ออกมาได้
พรึ่บ!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็หันกลับไปมอง ดวงตาของเขา
ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง เขาไม่ลังเลที่จะจู่โจมเข้า
ใส่ เจียง จุนหลิน!
ภายในจุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 4 เวลานี้ พลัง
ศักดิ์สิทธิ์หยินหยาง เกื้อหนุนหมุนวน ปลดปล่อย
พลังอันมหาศาล
ตู้มมมม ตู้มมมม!
ร่างจำแลงเซียนวานร!
ฉับพลันร่างกายของเขาก็ยืดขยายออก กลายเป็น
เซียนวานรร่างทองคำ เส้นขนสีทองปกคลุมอยู่ทั่ว
ร่างกายของเขา ปลดปล่อยกลิ่นอายต้านสวรรค์
พระพุทธรูปวัชระที่ตั้งอยู่ภายในร่างของเขาบัดนี้ได้
ทะลวงออกมาสู่ด้านนอก ในยามนี้ตั้งแต่เท้าจรด
ศีรษะของเขา ได้ปรากฏเป็นพลังอำนาจจาก วัชระ
แก่นแท้ธรรมสูตร เปรียบดั่งแท่งเข็มที่แหลมคม
แทงออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขา
ตู้มมมม!
พลองพิชิตมารถูกฟาดอัดกระแทกลงสู่พื้น ส่งผล
ให้พื้นปฐพีสั่นสะเทือนเลืองลั่นอย่างรุนแรง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นสัตว์ปั่าที่ดุร้าย
กระหายเลือดอย่างที่สุด ส่งผลให้ เจียง ติง ผู้ฝึก
ตนนอกรีตจากทะเลแดงทั้งสอง และ ปักษาคลื่น
อัสนีต้องหันกลับมาให้ความสนใจกับร่างกายของ
อู่ อวี้ โดยเฉพาะ ปักษาคลื่นอัสนี ดูตกตะลึงเคลิ้บ
เคลิ้มหลงใหลอย่างยิ่ง จากนั้นสายตาของมันก็
แปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้ง สาดประกายแสงเจิดจ้า
ออกมาอย่างน่าประหลาด
“โว้ว!”
หากเทียบกันแล้ว อู่ อวี้ ในยามนี้ดูราวกับเทพ
สงครามไร้ต้าน ซึ่งดูแล้ว เจียง จุนหลิน ไม่มีทาง
ทำอะไรเขาได้ ในระหว่างการต่อสู้ ต่อให้มันมีพลัง
จากรากฐานเซียน หรือ หลอมรวมลมปราณอยู่ใน
ขั้นที่ 5 ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับ อู่ อวี้ ได้ ในยามนี้
มันถูก อู่ อวี้ สยบอย่างสมบูรณ์
” ต้องจับตัวมันมาให้ได้!” นี่คือโอกาสเดียวเท่านั้น
ที่เขาจะสามารถคว้าความได้เปรียบเอาไว้ได้ อีกทั้ง
มันยังเป็นความคาดหวังจากผู้อาวุโสเซินถู
เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความ
ตาย ตอนนี้เหลือแต่รอดูว่า อู่ อวี้ จะสามารถ
ไขว่คว้าโอกาสนั้นมาได้หรือไม่ แม้แต่ตัวเขาเองก็
ล่วงรู้ดีว่าความรับผิดชอบนี้ มันช่างใหญ่หลวงยิ่ง
นัก!
ถึงแม้การกลายร่างเป็น ร่างจำแลงเซียนวานร ทำ
ให้พละกำลังของเขานั้นเพิ่มขึ้นมากก็จริง แต่ทว่า
เขายังไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณความดุร้าย
ปั่าเถื่อนลงได้ ในยามนี้ภายในหัวใจของเขากำลัง
เดือดพล่าน ด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชัง
และ ความโกธรแค้น ทั้งความปรารถนาอันแรง
กล้าที่จะเข่นฆ่าสังหาร เจียง จุนหลิน ให้แหลกเละ
คามือ!
” มาสิโว้ย! เข้ามาบดขยี้ข้าให้แหลกเละคามือเลย
อย่างที่เจ้าต้องการยังไงล่ะ ” เจียง จุนหลิน แสยะ
ยิ้ม ขณะกล่าวคำยั่วยุออกมา ดูเหมือนว่ามันจะ
ไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งสิ้น
ตู้มมมม!
ไม่รอช้า อู่ อวี้ กลายเป็นแสงสีทอง พุ่งเข้าจู่โจม
หมายเอาชีวิตในทันที
ภายในหัวใจของทุกคนตอนนี้ หรือแม้แต่ผู้อาวุโส
เซินถู ต่างจ้องมองภาพการโจมตีนั้นด้วยดวงตา
แทบไม่กระพริบ!
” อู่ อวี้ นี่คือจุดจบอันน่าอนาถของเจ้า วะ∼ ฮ่ะ ๆ
ๆ !” ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังฟาดพลองพิชิตมารลง
ไป และ กำลังเตรียมตัวที่จะใช้เคล็ดวิชาเก้ามังกร
พันเสา แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ เจียง จุนหลิน มี
ความมั่นใจอย่างเปียมล้น มันไม่ยอมไม่ขยับเขยื้อน
ไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว อีกทั้งยังไม่ใช้ศาสตร์เต๋า
หรือ พลังของรากฐานเซียน ออกมาแต่อย่างใด
หรือมันอาจล่วงรู้ว่า เผชิญหน้าด้วยพลังแล้ว มัน
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้
แต่ทันใดนั้น ในมือของมันก็ปรากฏแผ่นยันต์สีดำ
บนแผ่นยันต์สีดำ มีรูปหัวกะโหลกถูกวาดด้วย
โลหิตอยู่บนนั้น !
ในตอนนั้นเอง เจียง จุนหลิน ก็ปลดปล่อยพลัง
ศักดิ์สิทธิ์พุ่งโจมตีสวนออกไป ฉับพลันบริเวณเบ้า
ตาของหัวกะโหลก ก็ส่องประกายแสงเจิดจ้าขึ้น
เสมือนดั่งว่ามันมีชีวิต หลังจาก อู่ อวี้ ถูกมันจ้อง
มองได้ไม่นานนัก เขาก็สัมผัสได้ถึงความมืดก่อตัว
ขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวเขา ท่ามกลางไอทมิฬอันมืดมิด
ได้ปรากฎภูตผีนับร้อยตัวขึ้น พวกมันทุกตนล้วน
เป็นวิญญาณแค้นทั้งสิ้น ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึง
อย่างยิ่ง จากนั้นมันก็แสยะเขี้ยวขนาดใหญ่ออกมา
ให้เห็น ท่าทางของมันปราศจากอารมณ์ และ
ความรู้สึก มือ และ เท้ากำลังเคลื่อนไหวไปมา
อย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของมันฟังโหยหวน
ชวนขนลุก แล้วมันก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ อู่
อวี้
” ร้อยภูตกัดกินร่าง!” ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลัง
ปกคลุม ร่าง อู่ อวี้ อยู่นั้น ฉับพลันเขาก็ได้ยินเสียง
หนึ่ง ดังแว่วมาจากที่ห่างไกล มันเป็นเสียงของผู้
อาวุโส เซินถู ที่กำลังร้องอุทานขึ้น!
น้ำเสียงของผู้อาวุโส ฟังดูค่อนข้างตื่นตระหนก
นอกจากเสียงอันตื่นตระหนกของ ผู้อาวุโส เซินถู
แล้ว ก็ตามมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความ
หวาดกลัว อันแฝงไว้ด้วยโทสะ แท้จริงแล้ว ร้อย
ภูตกัดกินร่าง ที่ เจียง จุนหลิน ใช้กับ อู่ อวี้ นั้น
เป็นวิธีที่แสนเหี้ยมโหดอำมหิต และ น่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง แม้แต่สัญชาตญาณที่อยู่ภายในตัวของ อู่
อวี้ ยังร้องเตือนบอกเขาว่ายันต์ชนิดนี้ ไม่ใช่แค่
เพียงร้ายกาจเท่านั้น แต่มันยังเหี้ยมโหดอำมหิต
อย่างที่สุด นี่คือวิธีการของผู้ฝึกตนนอกรีต ด้วยวิธี
นี้มันจะทำให้ อู่ อวี้ ต้องตกตายอย่างอเนจอนาถ
และ ทุกข์ทรมานอย่างที่สุด!
ความน่าสยดสยองของมัน ผู้ที่ถูกยันต์นี้จะไม่
สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ แต่ก็ยังมีลมหายใจอยู่
จากนั้นเขาจะต้องคอยดูเหล่าภูตผีชั่วร้ายนับร้อย
กัดกินเลือดเนื้อ อวัยวะภายในทั้ง 5 จากนั้นก็ตาม
ด้วยกระดูก และต่อมาพวกมันจะค่อย ๆ แทะเล็ม
ร่างกายของคนผู้นั้น จนเกลี้ยงเกลาไม่มีเหลือ !
มันเป็นอะไรที่น่าสยดสยอง และ ช่างน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หากใครมาได้ยินเรื่องนี้เข้า คงจะกล่าวเป็นเสียง
เดียวกันว่ามันช่างเหี้ยมโหดอำมหิตอะไรเยี่ยงนี้
และผู้ที่ได้ยินคงต้องขนพองสยองเกล้า เพราะ
หวาดกลัวในพลังของแผ่นยันต์
เสิน เอ้อจุน และ ฉี หยุนจี ยิ้มออกมาอย่างมี
ความสุข พวกมันทั้ง 7 คน มีศิษย์เพียงแค่ผู้เดียว
เท่านั้น กล่าวได้ว่า โย่ว หลิงจี อาจมีความสำคัญ
กับพวกมันอย่างยิ่ง การโจมตีจาก เจียง จุนหลิน
โดยใช้ ร้อยภูตกัดกินร่าง ของพวกมัน เทียบเท่า
กับพวกมันได้ชำระหนี้แค้นให้กับ โย่ว หลิงจี ไป
ด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด พวกมันถึง
ตกปากรับคำสัญญาว่าจะให้ เจียง จุนหลิน ต่อสู้
กับ อู่ อวี้ แบบตัวต่อตัว
พวกมันทุกคน ต่างเชื่อมั่นในยันต์ร้อยภูตกัดกินร่าง
ไม่ต้องพูดถึง อู่ อวี้ ต่อให้เป็น หวันเทียน หยู๋เซวีย
หากต้องเผชิญหน้ากับ เจียง จุนหลิน เกรงว่า
แม้แต่ตัวของเขา ก็อาจจะได้รับความทุกข์ทรมาน
เจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส และ ต้องตกตายไป
อย่างอเนจอนาถเช่นกัน!
” อู่ อวี้ ข้าปรารถนาให้เจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวด
ที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงมากที่สุดในปฐพีนี้ จนเจ้า
รู้สึกว่าตายไปเสียยังดีกว่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!!” เจียง จุน
หลิน หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง หลังจากมัน
กล่าวประโยคนี้จบ มันก็กระตุ้นยันต์ในมือ
อู่ อวี้ ตอบสนองอย่างฉับพลันเช่นกัน
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ เขาไม่มี
ทางเลือกอื่น!
นอกเสียจาก เขาจะต้องตอบโต้กลับไปในชั่ว
พริบตา
อย่างไรตาม เขาเองก็ได้เข้าใจ ถึงความน่า
สะพรึงกลัวของยันต์นี้อย่างลึกซึ้งแล้ว
ทันใดนั้น เขาสลับพลองพิชิตมารมาไว้ในมือข้าง
ซ้ายอย่างฉับไว จากนั้นก็ล้วงมือขวาลงไปในถุง
จักรวาล แล้วหยิบกระบี่หยินหยางออกมา
“เคล็ดวิชาตรึงกายา!”
ในช่วงวิกฤตนี้ ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าตัวเขาจะอยู่หรือ
ตาย ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับเคล็ดวิชานี้แล้ว
หากเคล็ดตรึงกายล้มเหลว และ เหล่าภูติผีนับร้อย
ถูกปลดปล่อยออกมา แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า อู่
อวี้ จะต้องตกตายอย่างแน่นอน
ด้วยระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาในตอนนี้ รวมถึง
ความต่างของระดับพลังระหว่างตัวเขา กับ เจียง
จุนหลิน นั้นห่างกันเพียงแค่ 1 ระดับเท่านั้น มี
ความเป็นไปได้สูงมาก ที่เคล็ดวิชาตรึงกายจะ
ประสบผลสำเร็จ!
เป็นไปตามคาด!
เคล็ดวิชาตรึงกายาสำเร็จผล!
เป็นอีกครั้งที่ราชาวานร(ฉีเทียนต้าเซิ่น) ได้
เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของ อู่ อวี้
เจียง จุนหลิน ยังคงหัวเราะอยู่ ทันใดนั้นเองมันก็
หยุดนิ่งค้างไป อย่างไรก็ตามเคล็ดวิชาตรึงกายา
ไม่ได้มีเวลาในการแสดงผลนานนัก อู่ อวี้ ไม่
สามารถรีรอ หรือ จะจับกุมตัวมันได้
กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด!
วิชานี้ถูกใช้ออก แทบจะในเวลาเดียวกัน กับเคล็ด
วิชาตรึงกายาแสดงผล
ปราณกระบี่หยินหยางไร้ลักษณ์ ถูกปลดปล่อยออก
จากกระบี่หยินหยาง หลังจากที่เคล็ดวิชาตรึงกาย
แสดงผล เป็นช่วงเวลาที่ร่างของ เจียง จุนหลิน
ยังคงนิ่งค้าง ศีรษะของมันก็ถูกสะบั้น กระเด็นหลุด
ลอยออกจากลำคอ ตามมาด้วยเสียงแตกหัก ของ
กะโหลกศีรษะที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด
ตูม!
ศพไร้ศีรษะของ เจียง จุนหลิน กับร้อยภูตกัดกิน
ร่าง พุ่งอัดกระแทกลงสู่พื้นดินจนดังสนั่น ฝุั่นควัน
ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
ยามนี้ ดูราวกับว่าเวลาได้ถูกหยุดนิ่งลง
สีหน้าของทุกผู้คนในเวลานี้ เต็มไปด้วยความตก
ตะลึง ชั่วพริบตาที่ เจียง จุนหลิน นำยันต์สีดำ
ออกมา อู่ อวี้ ได้ตอบโต้สวนกลับด้วยความเร็ว
อย่างที่สุดว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว แต่เขากลับใช้เพียง
หนึ่งกระบี่ก็สามารถพรากชีวิตของ เจียง จุนหลิน
ลงได้
จากศีรษะที่ขาดหาย เป็นการยืนยันได้ว่ามันนั้น
สิ้นใจลงแล้ว
ไม่เพียงแค่พรรคพวกของ เจียง ติง แม้กระทั่ง ผู้
อาวุโส เซินถู ก็ยังตกตะลึงกับภาพที่เห็นด้วย
เช่นกัน ขณะที่ ผู้อาวุโส เซินถู กำลังหวาดกลัวกับ
ร้อยภูตกัดกินร่างอยู่นั้น เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ผู้
อาวุโสก็เห็นภาพ ศีรษะของ เจียง จุนหลิน
กระเด็นหลุดลอยออกจากลำคอของมัน
เขาเองยังรู้สึกเกรงกลัวอยู่ว่า อู่ อวี้ จะต้องถูกร้อย
ภูติกัดกินร่างกลืนกินอย่างแน่นอน แต่แค่เพียง
เสี้ยววินาทีต่อมา อู่ อวี้ ก็กระทำสิ่งที่ทุกผู้คนไม่
อาจคาดฝัน!
เกรงว่าคงจะมี อู่ อวี้ เพียงคนเดียวกระมังที่ไม่รู้สึก
สะทกสะท้านอะไร และเวลาต่อมาเขาก็รู้ได้ในทันที
ว่าเขาจะต้องทำอะไรต่อไป!
ด้วยเคล็ดวิชากระบี่จักรพรรดิ มีความสามารถใน
การควบคุมกระบี่บิน แต่แท้จริงแล้วมันยังสามารถ
ใช้ควบคุมสิ่งของได้อีกด้วย อู่ อวี้ พลิกมือของเขา
กลับมาอีกด้าน ยันต์ร้อยภูตกัดกินร่างก็หลุดจาก
การควบคุมของ เจียง จุนหลิน จากนั้นมันก็ลอย
เข้ามาอยู่ในมือของเขา
“เจ้า!”
เจียง ติง อยู่ใกล้ อู่ อวี้ มากที่สุด และ เห็นฉากการ
ตายของ เจียง จุนหลิน ต่อหน้าต่อตาของมัน ไว
เท่าความคิดมันดึงทวนยาวของตนเองออกมา และ
เตรียมที่แทงเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ