กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 128 : จิ่วเซียนกําลังตามหาเจาอยู
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย!
อู่ อวี้ ตัดสินใจได้เด็ดขาดอย่างยิ่ง จนทำให้ เจียง
ติง ไม่สามารถเก็บยันต์ร้อยภูตกัดกินร่างไว้ได้ทัน
ความคิดที่มันต้องการจะสังหาร อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก
นั้น กลับเป็นการเปิดจังหวะให้แก่ อู่ อวี้ ในการชิง
ยันต์ร้อยภูตกัดกินร่างมาไว้ในมือได้สำเร็จ
พริบตา อู่ อวี้ ได้ส่งพลังศักดิ์สิทธิ์ เข้าสู่แผ่นยันต์ที่
ถืออยู่ในมือ ทันทีที่แผ่นยันต์ถูกกระตุ้น ทันใดนั้น
วงเวทย์ซึ่งอยู่บนแผ่นยันต์ ก็ปลดปล่อยพลัง
มหาศาลระเบิดพวยพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน!
ตู้มมมม!!!
เปั้าหมายของ อู่ อวี้ ไม่ใช่ใครอื่น แน่นอนย่อมเป็น
เจียง ติง!
แต่ทว่า เจียง ติง ก็ไม่ใช่กระต่ายน้อย ที่จะรอให้
ผู้ใดมาบดขยี้มันลงได้ง่าย ๆ ในเมื่อมันอยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณขั้นที่ 10 และ ยังไม่แก่เกินแกง
ไป ในอนาคตอันใกล้ มันยังมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ขั้น
สร้างแกนนภา ดังนั้นแค่การโจมตีเพียงหนึ่งครั้ง
ของมัน ก็เพียงพอจะทำให้ อู่ อวี้ นั้นตกตายลงได้
แต่ทันใดนั้นเอง เมื่อเหล่าภูตที่อยู่ภายในยันต์ร้อย
ภูตกัดกินร่าง เห็นว่า อู่ อวี้ กำลังจะถูกสังหาร
เหล่าภูตผีก็พวยพุ่งออกมาจากแผ่นยันต์ ซึ่งเกิด
จากเจตจำนงที่ อู่ อวี้ ส่งพวกมันออกมา ขณะอยู่
ในห้วงเวลาวิกฤต แต่สิ่งที่เขาเห็นเป็นเพียงภาพ
ของหมอกควันสีดำจำนวนมหาศาล พวยพุ่ง
ออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และ เจียง ติง กำลังถูก
ดูดกลืนจมลงไป!
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนของภูตผี มันดังก้อง
สะท้อนอยู่ในรูหู มันเป็นเสียงร้องที่เต็มไปด้วย
ความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ฟังแล้วช่างหน้า
อเนจอนาถเป็นอย่างยิ่ง อ๊ากกกกกก!! เจียง ติง
เปล่งเสียงคำรามออกมาดังสนั่น การที่มันอยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณขั้นที่ 10 ไม่ได้ช่วยทำให้
อำนาจสังหารของยันต์ ลดความเร็วลงเลยแม้แต่
น้อย เห็นได้ชัดว่าการที่ อู่ อวี้ ตัดสินใจสังหาร
เจียง จุนหลิน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง!
ในความเป็นจริงแล้ว ยันต์ร้อยภูตกัดกินร่าง
เหมือนถูกบังคับให้ใช้งานออกมาโดยบังเอิญ
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ กำลังตกอยู่ในสภาวะตื่นตื่น
ตระหนกอย่างสุดขีด
“ไป!”
ถูกต้องแล้ว นี่ถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่สุด!
เนื่องจาก เจียง จุนหลิน ได้ถูกสังหารลง ส่วน
เจียง ติง ก็ยังคงติดพันอยู่กับร้อยภูตกัดกินร่าง ใน
ยามนี้จึงเหลือเพียง ปักษาคลื่นอัสนี และ ผู้ฝึกตน
นอกรีตนจากปีศาจทะเลแดงอีกสองคน เท่านั้น
อู่ อวี้ หวังอย่างยิ่งว่า ผู้อาวุโส เซินถู จะสามารถ
ไขว่คว้าโอกาสมีชีวิตรอดในครั้งนี้ได้!
โอกาสที่ได้รับ มันช่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแผนการที่ ผู้
อาวุโส เซินถู ได้วางไว้ นั่นก็คือการจับตัว เจียง
จุนหลิน มาเป็นประกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันคือ
โอกาส!
ฟึบ!
โชคดีที่ผู้อาวุโส เซินถู ได้คว้าโอกาสนี้เอาไว้ ทันใด
นั้น ‘คันเบ็ดอสูร’ ได้ถูกตวัดเพียงครั้ง สายคันเบ็ดก็
พุ่งเหยียดยาวออกไปรวบร่างของ หวันเทียน หยู๋
เซวีย และ สาวกทั้งเจ็ดเอาไว้ สายคันเบ็ดเหล่านั้น
พันกันจนดูยุ่งเหยิง เฉกเช่นเดียวกับหมู่มัจฉาทั้ง 7
กำลังติดเบ็ด!
ยามนี้ ผู้อาวุโส เซินถู ได้ใช้คันเบ็ดอสูรจับเหล่า
สาวกเอาไว้ได้แล้ว ในเวลานี้เขาพร้อมหลบหนี
โดยทะลวงฝั่าวงล้อมของศัตรูออกไป
แต่อาวุโส เซินถู ยังคงไม่ละความพยายาม ที่จะพา
อู่ อวี้ หลบหนีออกไปด้วย เขาได้ตวัดสายคันเบ็ด
ไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้คาดหวังว่าตนเองนั้นจะ
สามารถหนีรอดออกไปได้ เขาเพียงเปิดโอกาสให้
ทุกคนได้หลบหนีออกไป!
หากเป็นช่วงเวลาปกติแล้ว สายคันเบ็ดนี้คงจะไป
ถึงร่างของ อู่ อวี้ นานแล้ว แต่เพราะยามนี้เป็น
ช่วงเวลาวิกฤต และ กระทันหันมากเกินไป จึงทำ
ให้สายคันเบ็ดที่ถูกตวัดไปหาร่างของ อู่ อวี้ ดูช่าง
ยาวเสียเหลือเกิน
แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง สายคันเบ็ดก็ได้มาถึง และ
รัดพันร่างของ อู่ อวี้ เอาไว้ ยามนี้เขารู้สึกราวกับ
ว่าร่างของตัวเองเบาขึ้น และ กำลังลอยทะยานขึ้น
สู่ท้องนภา!
แต่ทันใดนั้น เปรี๊ยงงงง!!! สายอัสนีฟาดเข้าใส่ร่าง
ของ อู่ อวี้ อย่างจัง ร่างของเขานั้นเกือบถูกย่างจน
สุกด้วยพลานุภาพอันทรงพลังของสายอัสนี และ
กลายเป็นอาหารรสเลิศไปเสียแล้ว ยามนี้ทั่ว
ร่างกายของเขาด้านชากลายเป็นอัมพาต ไม่
สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายไปไหนได้ แต่เขาก็
ยังรู้สึกได้ว่าปักษาคลื่นอัสนีตัวขนาดมหึมา ได้ใช้
กรงเล็บอันแหลมคมจับร่างของเขาไว้ และถูกยก
บินขึ้นในทันที
หลังจากที่เขาถูกจับโดย ปักษาคลื่นอัสนี ก็เห็นได้
อย่างชัดเจนว่า ผู้อาวุโส เซินถู ไม่สามารถ
ช่วยเหลือ หรือ นำตัวเขากลับมาได้อีก
สายตาอันเหนื่อยล้าของเขาค่อย ๆ ลืมขึ้น เหม่อ
มองไปยังทิศทางที่ ผู้อาวุโส เซินถู ,ซู หยานหลี่ ,
หลาน สุ่ยเยว่ พวกเขาเรากำลังจ้องมองมาที่ร่าง
ของเขา ด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ภายในแววตาของ
พวกเขาเหล่านั้น แฝงไว้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
อย่างสุดซึ้ง
“ไป… ไม่ต้องสนใจข้า ไป! ”
“หากไม่ไป ทุกคนจะต้องตายกันหมด!”
อู่ อวี้ ใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ร้องคำราม
ออกไปอย่างสุดเสียง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ แน่นอนว่าเขา
ยังไม่ปรารถนาที่จะตาย แต่ว่าเขาก็ไม่ต้องการให้
ผู้อื่นต้องมาตกตายไปด้วย เพราะตัวเขาเป็น
ต้นเหตุ ฉะนั้นช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาส
เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่พวกเขาจะหลบหนีไป และ ถ้า
หากผู้อาวุโส เซินถู เกิดความลังเลไม่แน่ใจขึ้น
หากเขายังคงพยายามดันทุรังช่วยเหลือ อู่ อวี้ ให้
หลุดรอดพ้นจากเงื้อมมือของ ปักษาคลื่นอัสนี
เกรงว่าทุกคนอาจจะต้องตกตาย เนื่องเพราะเขา
เป็นต้นเหตุ
เขาไม่ใช่คนดีเด่อะไร แต่เขาก็ไม่ปรารถนาที่จะเป็น
หนี้ชีวิตของผู้ใดเช่นกัน
สำหรับการถูกจับตัวในครั้งนี้ เขาถือว่าเป็นชะตา
ชีวิตของตนเอง อย่างน้อยการลงทุนลงแรงไปใน
ครั้งนี้ก็ถือว่าไม่ได้เสียเปล่า เพราะเขาสามารถ
สังหาร เจียง จุนหลิน ลงได้
“ไป!” ดวงตาของ อู่ อวี้ เป็นสีแดงก่ำ จากนั้นเขาก็
แผดเสียงตะโกนออกมาอีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนให้ผู้
อาวุโส เซินถู พาทุกคนหลบหนีออกไป
พรึ่บ!
ในที่สุดผู้อาวุโส เซินถู ก็ตัดความลังเลที่อยู่ในใจได้
แล้วรีบคว้าโอกาสอันหายากนี้ พาเหล่าสาวก
หลบหนี แล้วจากไปพร้อมกับหยาดน้ำตา!
” แม้อาจารย์ของพวกเจ้า จะไม่ได้สอนสั่งให้
หวาดกลัวต่อความตาย! แต่การปล่อยมือจาก อู่
อวี้ ในครั้งนี้ มันแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น! ตราบใด
ที่พวกเจ้าทั้ง 7 ปลอดภัย เมื่อนั้นตาเฒ่าผู้นี้จะ
กลับมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ตกตายไปพร้อมกับ อู่
อวี้! ”
ผู้อาวุโส เซินถู แผดเสียงตะโกนออกมา ด้วย
น้ำเสียงเศร้าสร้อย!
หยาดน้ำตายังคงเอ่อล้น อยู่ภายในดวงตาทั้งสอง
ของเขา
อีกด้านหนึ่งมีเจ็ด ส่วนอีกด้านหนึ่งมีเพียงหนึ่ง มี
เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่จะรอดจนไม่อาจชักช้ารีรอ
อีกต่อไปได้ ถึงแม้ อาวุโสเซินถู จะเจ็บปวดจาก
หนทางบีบคั้นที่ต้องเลือก แต่กระนั้นเขาก็ต้องจำใจ
ที่จะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง
“อู่ อวี้∼ …” ขณะนี้ร่างของ ซู หยานหลี่ ได้ถูกผูก
ติดกับสายคันเบ็ดของผู้อาวุโส เซินถู ด้วย
ความเร็วในการเคลื่อนที่ ทำให้ต้องกวาดผ่านพุ่ม
ไม้มากมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในยามนี้ทั่วทั้ง
ร่างของนาง ปกคลุมเปรอะเปือนไปด้วยสิ่งสกปรก
และ ใบไม้!
อย่างไรก็ตามภายในดวงตาของนาง ยังคงมีร่าง
ของ อู่ อวี้ สะท้อนอยู่ในนั้น
นางยังคงเหม่อมอง จนกระทั่ง ปักษาคลื่นอัสนี พา
ร่างของ อู่ อวี้ บินลับหายขึ้นไปบนฟากฟั้า จนสุด
สายตาของนาง!
ภาพที่เห็น ณ ขณะนั้น มันช่างเสมือนกับใบมีดที่
กรีดเฉือน
ภาพของ อู่ อวี้ ลับหายไปต่อหน้าต่อตาของนาง
โดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลาใด นางไม่อาจยอมรับได้ อู่
อวี้ นั้นยอมสละชีวิต เพื่อสร้างโอกาสให้พวกนางมี
ชีวิตรอด จนสามารถหลบหนีออกมาได้
“ท่านผู้อาวุโส เซินถู โปรดปล่อยข้า! ข้าจะไปหา อู่
อวี้ แล้วต่อสู้กับเจ้าพวกนั้นจนกว่าชีวิตของข้าจะ
หาไม่! ” หลาน สุ่ยเยว่ ซึ่งอยู่ด้านข้าง กำลังร่ำไห้
ออกมาอย่างหนัก
” หุบปากของเจ้าซะ หากเจ้าตาย เช่นนั้นความ
พยายามของเขาก็จะสูญเปล่า!” หลาน หลิวหลี่
กล่าวขึ้นอย่างหวาดกลัว
” ในฐานะที่เราเป็นคนของนิกายกระบี่สวรรค์ เรา
ไม่อาจปล่อยเขาทิ้งไว้เพียงลำพังได้ ถ้าท่าน
อาจารย์ล่วงรู้ว่า เราทิ้งศิษย์น้องไว้เพื่อหลบหนีเอา
ตัวรอด แล้วข้า หวันเทียน หยู๋เซวีย จะแบกหน้า
กลับไปพบท่านอาจารย์ได้อย่างไร! ท่านผู้อาวุโส
เซินถู โปรดปล่อยข้าเถอะ!” ในยามนี้ หวันเทียน
หยู๋เซวีย ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
” เหตุใดถึงทำตัวไร้เดียงโง่เขลาเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่า
เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” หลาน หลิวหลี่ จ้องมองไป
ที่เขา ขณะกล่าวขึ้น
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!”
ดวงตาแดงก่ำของ ซู หยานหลี่ จ้องมองพวกเขา
ด้วยร่างอันสั่นเทา
ราวกับเวลานั้นหยุดนิ่ง มีแค่ใบไม้เท่านั้นที่ยังคง
กรีดผ่านร่างของพวกเขาไป
” ใช่ ถูกต้อง ! เราไม่ควรมาโต้เถียงกัน ตอนนี้พวก
เรายังไม่รอดพ้นจากอันตราย อู่ อวี้ นั้นตายยากอยู่
แล้ว เปรียบเช่นดั่งแมวเก้าชีวิต บางทีเขาอาจจะ
ยังไม่ตายก็ได้ ” อี้ ชิงเฟิง ซึ่งอยู่ด้านข้างกล่าว
ออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา
” เจ้าจะไปตายที่ไหนก็ไป!” หลาน สุ่ยเยว่ แผด
เสียงตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ อี้ ชิงเฟิง ยังคง
ตะลึง เนื่องจากเขาไม่ล่วงรู่ว่าตนเองกล่าวคำใดผิด
ไป
ยามนี้ภายในใจของทุกคน จะเปียมล้นไปด้วย
ความสับสนปันปั่วน พวกเขาต่างจมอยู่ในห้วง
ภวังค์ความคิดของตนเอง แต่นี่คือการตัดสินใจ
และ ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่อาวุโส เซินถู
จำต้องแบกรับ ถึงแม้จะไม่ควรมีผู้ใดถูกทิ้งเอาไว้
เบื้องหลังก็ตาม
“เรายังไม่พ้นอันตราย ยังหนีจากพวกมันไม่พ้น!”
ทันใดนั้น หลาน หลิวหลี่ ก็ชี้นิ้วไปที่เงาขนาดใหญ่
บนพื้น ทุกคนต่างเห็นมันได้อย่างชัดเจน ในยามนี้
บนพื้นดินเบื้องล่าง เงาทมึนกำลังขยายใหญ่
เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว เหล่าภูตผีกำลังปรากฏตัวขึ้น
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนของเหล่าภูตผี กำลังคืบ
คลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บรรยากาศโดยรอบ ณ
เวลานี้ช่างน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
” แย่แล้ว เจ้าผู้ฝึกตนนอกรีตทั้ง 2 กำลังไล่หลังเรา
มาแล้ว แถมด้านหลังพวกมันก็ยัง… ”
ทันใดนั้นสีหน้าของ จ้าว ฉางเทียน ก็ซีดเผือดลง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ทุกคนต่างหันกลับไปมองที่ด้านหลัง ลึกเข้าไปใน
ปั่าได้ปรากฏอาชาเพลิงวิญญาณขึ้น มันควบผ่าน
ปั่าลึกเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง มีชายผู้
หนึ่งนั่งอยู่บนหลังม้า ชายผู้นั้นก็ เจียง ติง! สีหน้า
ของมันดูโหดร้ายอย่างยิ่ง เนื่องจาก เจียง จุนหลิน
ได้ตกตายลงไปแล้ว มันจึงต้องแบกรับความ
รับผิดชอบอันใหญ่หลวง ถ้ามันปล่อยให้พวกเขา
หลุดรอดเงื้อมมือไปได้อีก จากนี้เขาคงไม่อาจแบก
หน้ากลับไปหา เจียง เซี่ย อีกเป็นแน่แท้
ครืนนน∼ เปรี้ยง!
ในยามนี้บนท้องฟั้า เกิดเสียงฟั้าร้องคำรามดังขึ้น
พร้อมกับอัสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมาอย่างเกรี้ยวกราด
เหนือฟากฟั้า ปักษาคลื่นอัสนี่ ยังคงบินอยู่ใน
ตำแหน่งเดียวกับ เจียง ติง
” ทุกอย่างล้วนจบสิ้นแล้ว พวกมันตามมาทัน
แล้ว!” อี้ ชิงเฟิง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว
ทั่วทั้งร่างของมันกำลังสั่นเทาอย่างหนัก มันกรีด
ร้องออกมาทั้งน้ำตา
ความกลัว ความสิ้นหวัง ได้เข้าปกคลุมพวกเขาอีก
คราหนึ่ง
ศัตรูมีกันทั้งหมด 4 คน ส่วนทางฝังพวกเขามีเพียง
แค่ ผู้อาวุโส เซินถู และ หวันเทียน หยู๋เซวีย ส่วน
หลาน หลิวหลี่ ถึงแม้นางจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังมิใช่
คู่ต่อสู้ของพวกมัน
“เราต้องถูกจับตัวแน่ ๆ … ” จ้าว ฉางเทียน แสดง
ทาทีราวกับว่า มันได้สูญเสียจิตวิญญาณไปเสีย
แล้ว ในยามนี้มันกำลังพูดพึมพำกับตนเองอย่าง
แผ่วเบา ราวกับคนเสียสติ
ระหว่างที่พวกเขาตกอยู่ในช่วงวิกฤตนี้ ซู หยานห
ลี่ ได้แหงนหน้าขึ้นมองไปบนฟากฟั้า ลอดผ่าน
ใบไม้อันหนาทึบที่ปกคลุมอยู่ ท่ามกลางภาพอัน
เลือนลางนั้น นางเห็น อู่ อวี้ อยู่ภายในกรงเล็บของ
ปักษาคลื่นอัสนี!
สภาพของ อู่ อวี้ ดูอิดโรยอ่อนล้าอย่างยิ่ง แต่เขาก็
ยังไม่ตาย ในเวลานี้ อู่ อวี้ ยังคงพยายามต่อสู้ดิ้น
รนกับปักษาคลื่นอัสนีอยู่!
“ศิษย์น้องยังไม่ตาย!”
ซู หยานหลี่ กล่าวขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อได้ยิน
ที่นางกล่าว ทุกคนก็แสดงความไม่อยากจะเชื่อ
ออกมา เนื่องจาก อู่ อวี้ เป็นผู้สังหาร เจียง จุน
หลิน แล้วเหตุใดปักษาคลื่นอัสนีถึงยังไม่ฆ่าเขา?
แท้จริงแล้ว คำถามนี้ อู่ อวี้ ก็ยังคงสับสนเช่นกัน
ปักษาคลื่นอัสนีหาได้เหลือบแล อู่ อวี้ ไม่ ถึงแม้ว่า
อู่ วี้ จะดิ้นรนอยู่ภายใต้กงเล็บก็ตามที ในตอนนี้มัน
ได้มุ่งสมาธิทั้งหมดเพื่อติดตาม อาวุโส เซินถู
เท่านั้น
“ปักษาคลื่นอัสนี! ส่ง อู่ อวี้ มาให้ข้าเดี๋ยวนี้ มันเป็น
ผู้สังหาร เจียน จุนหลิน !”
ส่วนด้านล่าง เจียง ติง กำลังควบขี่อาชาเพลิง
วิญญาณ บุกทะลวงฝั่าพงไพรราวกับกองทหารม้า
ในสนามรบ
แต่ทว่าปักษาคลื่นอัสนี หาได้แยแส หรือ
ตอบสนองต่อเสียงเรียกของมันไม่
“ปักษาคลื่นอัสนี ! ข้าต้องการตัว อู่ อวี้ เพื่อใช้
ข่มขู่พวกมันให้หยุดวิ่งหลบหนี!” เจียง ติง แผด
เสียงคำราม จนดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งปั่าเขา
แม้กระทั่ง ผู้อาวุโส เซินถู ที่อยู่ด้านหน้ายังได้ยินใน
สิ่งที่มันกล่าว
ปักษาคลื่นอัสนี สาดประกายดวงตาอันคมกริบ
จ้องมองมายังร่างของ เจียง ติง พร้อมกับกล่าวขึ้น
อย่างไม่แยแสว่า “นี่เป็นของที่ข้ายึดมาได้ ทำไม
ต้องส่งมันให้แก่เจ้า? หากเจ้าต้องการ ทำไมไม่มา
จับมันด้วยตัวเองล่ะ”
คำกล่าวนี้ทำให้มันรู้สึกประหลาดใจ อีกทั้งผู้คนที่
อยู่ในรัศมีบริเวณรอบ ๆ ก็ได้ยินเช่นเดียวกัน ซึ่ง
มันทำให้ ผู้อาวุโส เซินถู เข้าใจได้ในทันทีว่า กอง
กำลังไตรภาคีทั้ง 3 ไม่ได้มีความเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกันแต่ประการใด
พวกเขาทั้งหมดต่างเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง ซึ่ง
ได้จับมือเป็นพันธมิตรกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ที่กองกำลังทั้ง 3 จะเกิดความขัดแย้ง หรือ มีข้อ
พิพาทมากมายในเรื่องผลประโยชน์
“เจ้า! ปักษาคลื่นอัสนี เจ้าจงจำไว้ให้ดี ข้าจับตัว
เจ้าพวกนั้นได้เมื่อไหร่ เราจะได้มาสะสางบัญชีนี้กัน
ในภายหลัง!” เจียง ติง ตะโกนลั่น จากนั้นอาชา
เพลิงวิญญาณก็ร้องคำราม ฮี้!!! มันพุ่งทะยานไป
เบื้องหน้าด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ราวกับว่ามันกำลัง
ไล่ติดตามโดยใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี
“ด้วยตัวเจ้านายน่ะรึ เหล่าจื๊อเกรงว่าเจ้าจะทำ
ไม่ได้นะซี่” ปักษาคลื่นอัสนี กล่าวขึ้นอย่างไม่แยแส
การไล่ล่ายังดำเนินต่อไป และ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ยอม
แพ้แต่อย่างใด เขายังคงดิ้นรนต่อสู้ต่อไป
มือหนึ่งพลันหยิบกระบี่หยินหยางออกมา จากนั้นก็
ตวัดฟันเข้าใส่กรงเล็บของ ปักษาคลื่นอัสนี ไม่
คาดคิดว่ากระบี่หยินหยางที่ฟันลงไปนั้นจะ
กระดอนกลับ ในเวลานี้เขาถือว่าอับจนหนทาง
อย่างแท้จริง
ปักษาคลื่นอัสนี มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจ
วานร อีกทั้งยังเป็นปีศาจที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี
อีกด้วย เพียงแต่มันยังไม่สามารถสร้างแกนปีศาจ
ได้เท่านั้น ดังนั้นมันจึงตกอยู่ภายใต้คำสั่งของ จิ่ว
เซียน
อู่ อวี้ ที่พึ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียน จะเทียบกับ
ปีศาจเก่าแก่นี้ได้อย่างไรกัน ? การที่อีกฝั่ายไม่
สังหารเขา ก็ถือว่าเป็นความเมตตาใหญ่หลวงแล้ว
แต่เพราะเหตุใด มันถึงได้ยังไม่ยอมสังหารเขา ?
ตนเองเป็นแค่ปลาเล็กเพียงเท่านั้น หรือว่ามันจะใช้
เขาเพื่อเป็นตัวกระตุ้นความโกรธ เจียง ติง?
ความคิดของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันกระทันหัน
เกินไป
” อู่ อวี้ เจ้าเป็นคนที่จิ่วเซียนกำลังตามหา เจ้า
มั่นใจได้เลยว่าข้าจะไม่สังหาร หรือ ทำร้ายเจ้า แต่
ถ้าเจ้าไม่ยอมทำตัวให้ดี ๆ ละก็ อย่าหาว่าข้าหยาบ
คายก็แล้วกัน” ทันใดนั้นปักษาคลื่นอัสนี ก็หันมา
กล่าวกับ อู่ อวี้
“คนที่ จิ่วเซียน กำลังตามหา?” ประโยคนี้ได้ทำให้
อู่ อวี้ ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
โชคดี เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวนี้ ดูเหมือนว่าชีวิตของ
เขาจะรอดปลอดภัยไปได้ชั่วคราว
“นางต้องการตัวข้าไปทำไม?!”
นางคือปีศาจจิ้งจอกพันปี ผู้บรรลุขั้นสร้างแกน
ปีศาจ เขาไม่เคยพบเจอนางมาก่อน แล้วเหตุใด
นางถึงต้องการตัวเขา? ถือเป็นเรื่องแปลก
ประหลาดอย่างยิ่ง
“หุบปาก!” เมื่อปักษาคลื่นอัสนีกล่าวจบ ประกาย
อัสนีก็ฟาดผ่าลงมาใส่ร่างของ อู่ อวี้ อีกครั้ง ร่าง
ของเขาสั่นกระตุกก่อนจะวูบไป ประกายอัสนีที่
ฟาดผ่าลงมาในครั้งนี้ ทำให้ อู่ อวี้ ไร้กำลัง และ
หมดแรงจะเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาอีก
“นางกำลังตามหาข้า ฉะนั้นตัวของข้าย่อมมี
ความสำคัญกับนาง ทุกคนเป็นสหายของข้า โปรด
ปล่อยศิษย์พี่ของข้าไปได้หรือไม่…” ถึงแม้จะ
เจ็บปวดทรมาน แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงขอร้องอ้อนวอน
ปักษาคลื่นอัสนี อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจนจากด้านบนท้องนภานี้ ผู้อาวุโส เซินถู กับ
อีกหลายคน กำลังถูกตามไล่ล่ามาอย่างกระชั้นชิด
“เป็นไปไม่ได้ ภารกิจของข้าคือการสังหารพวกมัน
ถึงแม้จะไม่ถูกสังหาร แต่อย่างไรก็ต้องถูกจับตัวไป
อยู่ดี”
จับตัวใช้เป็นเชลย!
การจับตัวพวกเขาเป็นเชลย กับเลวร้ายยิ่งกว่าตก
ตายไปเสียอีก เจียง เซี่ย จะต้องใช้ประโยชน์จาก
พวกเขาเพื่อทำให้ เฟิง ซัวหยา ยอมจำนน และ
จากนั้นก็ค่อยสังหารพวกเขาทิ้ง!
” มีวิธีอะไรที่จะทำได้บ้าง… ”
การที่นิกายกระบี่สวรรค์ ต้องตกอยู่ในสถานการณ์
วิกฤติเช่นนี้ ก็เป็นเพราะเขาเป็นคนนำพาอันตราย
เข้ามาเอง
อู่ อวี้ จมลงสู่ห้วงภวังค์แห่งความสำนึกผิดอย่างล้ำ
ลึก
การไล่ล่าสังหาร ความโกรธเกรี้ยว ความบ้าคลั่ง
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เปรียบดั่งฝันร้าย
เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สายตาของ
เหล่าศิษย์พี่ด้านล่าง เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
และ เกลียดชัง ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะสามารถทำ
ได้อีกแล้ว
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ตัวเขากลับถูก
จับตัวไว้เสียอย่างนั้น
“ข้า … ”
อู่ อวี้ กำลังบ้าคลั่ง เนื่องจากว่าเขากำลังคิดค้นหา
วิธีจนแทบสมองจะระเบิด
ทันใดเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก บางทีนี่อาจเป็น
โชคชะตา เขายังมี ‘ตราคำสั่งผู้พิทักษ์’ ที่ เฟิง
ซัวหยา มอบให้ ซึ่งอาจารย์ยังไม่ได้นำมันกลับไป
บางทีทุกคนอาจลืมเลือนมันไปแล้ว
หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมาย จะมีผู้ใด
คาดคิดถึงตราประจำกาย ของเซียนผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เฟิง ซัวหยา เคยวาดตราประทับไว้
บนตรานี้ ตราบใดที่ อู่ อวี้ ทำลาย ‘ตราคำสั่งผู้
พิทักษ์’ เขาจะสามารถรับรู้ได้ว่า อู่ อวี้ กำลังตก
อยู่ในอันตราย…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ