กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 129 : เจตจํานงแหงกระบี่
หากกล่าวถึง ตราคำสั่งผู้พิทักษ์
ถ้า อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความ
ตาย เขาคงจะลืมมันไปเสียสนิท
มันคือสิ่งที่ เฟิง ซัวหยา ใช้เวลาหลายวันเพียร
พยายามอย่างหนัก เพื่อวางตราประทับ ด้วยความ
เป็นห่วงว่า อู่ อวี้ จะถูกสังหารในอาณาจักรมนุษย์
แต่ อู่ อวี้ ก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย เป็นไปได้ว่า
ทุกคนคงอาจลืมเลือนมันไปแล้ว!
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ กลับนึกขึ้นได้อย่างกระทันหัน!
ตราบใดที่ชีวิตยังไม่ดับสูญ แม้กำลังอยู่ในความสิ้น
หวัง ก็ยังมีความหวังปรากฏ
อู่ อวี้ ฉวยโอกาส ขณะที่ ปักษาคลื่นอัสนี และ
เจียง ติง กำลังโต้เถียงกัน โดยค่อย ๆ ล้วงมือเข้า
ไปในถุงจักรวาล เพื่อหยิบ ตราคำสั่งผู้พิทักษ์
ออกมาอย่างเงียบงัน
ด้วยพลังที่เขามีอยู่เป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่ง ที่จะ
บดขยี้ ‘ตราคำสั่งผู้พิทักษ์’
ระหว่างกระบวนการทั้งหมด ร่างกายของเขาแทบ
จะไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
นอกจากนี้สถานการณ์ ของการไล่ล่าติดตาม
ค่อนข้างดุเดือด จึงเป็นเรื่องยากที่จะสังเกตเห็น
การกระทำที่ของเขา
” ท่านอาจารย์ … ข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจว่ามัน
หมายถึงอะไร ”
หลังจากที่ เฟิง ซัวหยา ได้รับสัญญาณนี้แล้ว เขาก็
เหลือแค่เพียงการเฝั้ารอการมาถึงเท่านั้น
” ในเมื่อ ปีศาจจิ้งจอก จิ่วเซียน จะปกปั้องข้า
ฉะนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องห่วงกังวล กับชีวิตของ
ตนเองอีกต่อไป เหลือแค่เพียงคงต้องรอต่อไปว่า
ชีวิตของ ผู้อาวุโส เซินถู และ คนอื่น จะสามารถ
รอดพ้นไปได้หรือไม่”
มันเป็นการไล่ล่าที่น่าหวาดกลัว!
ปั่าสวรรค์ที่เคยกว้างใหญ่ บัดนี้กลับถูกทำลายจน
แทบจะราบเรียบเตียนโล่ง ต้นไม้จำนวนมาก
พังทลาย และ ยุบตัวลง
พลังศักดิ์สิทธิ์ของ ผู้อาวุโส เซินถู นั้นแข็งแกร่ง
อย่างยิ่ง เขายังคงลัดเลาะหลบหนีไปได้ แม้จะถูก
ติดตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละจากสามขุมกำลัง อย่าง
น้อยก็ยังสามารถถ่วงเวลาเอาไว้ได้ชั่วครู่ ขณะรอ
กำลังสนับสนุน
การต่อสู้ดิ้นรนในครั้งนี้เรียกได้ว่า เป็นการทำ
สงครามแข่งกับความอดทน!
ไม่ว่าจะเป็นความเพียรของผู้ฝึกตน, พลังศักดิ์สิทธิ์,
เคล็ดวิถีบ่มเพาะขั้นหลอมรวมลมปราณ ฯลฯ!
ถ้า อู่ อวี้ อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาก็คงจะดีไม่
น้อย เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ด้วยอำนาจพลังจาก
‘มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน’ ทำให้ความเร็วของเขา
นั้นสูงขึ้นมาก
” ไม่น่าเชื่อ ว่าตาปีศาจเฒ่า เซินถู จะแข็งแกร่งได้
ถึงเพียงนี้! หากเจ้ายังคงรักษาความเร็วอยู่ในระดับ
นี้ อย่างมากเจ้าก็หนีจากข้าได้อีกแค่ประมาณ 1
วัน แต่หลังจากนั้นเจ้าก็จะเหนื่อยล้า จนหมดแรง
ไปเอง หรือ เจ้าจะใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเพื่อ
กลับไปยังนิกายกระบี่สวรรค์ ? ”
เนื่องจาก เจียง ติง ไล่ล่าเหล่าสาวกด้วยการ ควบ
อาชาเพลิงวิญญาณ ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยได้สูญเสีย
พลังเท่าไหร่นัก
ส่วน ปักษาคลื่นอัสนี ก็ยังคงบินฉลุยอย่างผ่อน
คลายอยู่บนท้องนภา
แต่สำหรับสองปีศาจทะเลแดง ดูเหมือนจะต้อง
สูญเสีย พลังงานไปอยู่มาก
” ตาเฒ่าเซิน อย่าหนีให้เสียเวลาเลย คงดีกว่าไม่ใช่
หรือถ้าพวกเราจะหันมาเผชิญหน้ากันอย่าง
ตรงไปตรงมา?” ช่วงเวลานั้นเอง บริเวณรอบ ๆ ก็
มีเสียงราวกับภูตผีร้องโหยหวนดังขึ้น
คำพูดของมันได้สร้างแรงกด ให้แก่เหล่าสาวกเป็น
อย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ พวกเขาต่างคิดว่ายังคงมีความหวัง อยู่
บ้างเล็กน้อย!
แต่เมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป สีหน้าของพวกเขาก็
แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด พวกเขาต่างมองหน้ากัน
และกัน พร้อมกับปรากฎรอยยิ้มอันขมขื่น
” พวกเจ้าทั้งหลาย อย่าหวาดวิตกไป ข้าจะไม่ยอม
ให้พวกเจ้าต้องตกตายไปเป็นแน่ ” ผู้อาวุโส เซินถู
เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ผู้อาวุโสได้ใช้ คันเบ็ดอสูร พันมัดตัวของทุกคน
เอาไว้ แล้วพาหลบหนีออกจากพื้นดิน
เขายังคงยืนยันอย่างหนักแน่น!
ครืดดด โครม โครม!
ปั่าสวรรค์ ถูกฉีกกระชากก็เพราะเขา!
” โอ้วว ข้ารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง ที่ได้ติดตามไล่ล่า
ผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่อย่างพวกเจ้า ถึงแม้มันจะเป็น
เรื่องไม่จำเป็น ที่จะต้องเสียพลังไปโดยเปล่า
ประโยชน์เช่นนี้ ” เจียง ติง ไม่ได้ควบอาชาเพลิง
วิญญาณเร็วนัก อย่างไรมันอย่างไรมันก็เป็น
ลูกหลานของสัตว์สวรรค์ซึ่งมีสายโลหิตที่อยู่ใน
ระดับสูงมาก
ถือเป็นสัตว์วิญญาณ ซึ่งล้ำค่ามากที่สุดในพรรคจง
หยวน
” สาวน้อยทั้ง 3 ช่างงดงามยิ่งนัก ข้าจะต้องพาตัว
พวกนางกลับไปให้ได้ แต่ก่อนที่ข้าจะพาพวกนาง
กลับไป ข้าจะปรนเปรอหาความสุขจากพวกนาง
ให้หนำใจเสียก่อน” ท่ามกลางความมืดมิดที่ปก
คลุม น้ำเสียงที่ดูเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยความ
โหดเหี้ยมอำมหิตของ เสิน เอ้อจุน ดังก้องกังวาน
ไปทั่ว กระจายไปถึงเหล่าสาวกทุกคน
ประโยคที่มันกล่าวออกมา ยิ่งทำให้บรรยากาศน่า
หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ทุกคนต่างล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจว่า
พวกผู้ฝึกตนนอกรีตสิ้นไร้ซึ่งคุณธรรม หากสตรีนาง
ใดต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกมัน แม่นางผู้นั้น
คงไม่อาจหนีรอดโชคชะตาอันเลวร้าย แม้อยากจะ
ตายก็ไม่อาจตายได้! จะมีผู้ใดไม่ล่วงรู้บ้างว่ามีผู้คน
มากมายเพียงใดที่ต้องตกตายไป ด้วยน้ำมือของ
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง
” ท่านพี่ !” หลาน สุ่ยเยว่ หันไปมอง หลาน หลิวห
ลี่ ผู้ที่นางเคยพึ่งพามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ด้วยสีหน้า
ซีดเผือด หวาดกลัวอย่างยิ่ง
“ไม่ต้องกลัวไป ” หลาน หลิวหลี่ พยายามสูดลม
หายใจเข้าลึก ๆ
” หากไร้สิ้นหนทาง ข้าจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกับเจ้า
” หลาน หลิวหลี่ กล่าว
ถึงแม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางจะอยู่นอกนิกาย
แต่นางก็ล่วงรู้เป็นอย่างดี ถึงความไร้คุณธรรมของ
ผู้ฝึกตนนอกรีต หากจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของ
พวกมัน ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ ฆ่าตัวตายไปซะ
อู่ อวี้ ได้ยิน และ ฟังบทสนทนาเหล่านี้
ในกลุ่มสาวก ผู้ที่เข้าเป็นห่วง และ กังวลมากที่สุด
นั่นก็คือ ซู หยานหลี่
ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของ เสิน อี้จุน
ถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกนาง หากต้องตกอยู่
ในเงื้อมของมัน แต่คำข่มขู่เหล่านั้น ก็ไม่อาจทำให้
สีหน้าของนางเปลี่ยนแปลงไปได้ นางยังคงสงบนิ่ง
และ เรียบเฉย สิ่งที่นางกระทำเพียงแค่เหลือบไป
สบตากับ อู่ อวี้ อยู่สองสามครั้งเท่านั้น ราวกับว่า
หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับนาง นางคงได้
ตัดสินใจเอาไว้แล้ว
“ศิษย์พี่… ”
อู่ อวี้ ไม่อาจนึกถึงภาพต่อจากนี้ที่จะเกิดขึ้น หาก
นางนั้นถูกจับตัวไป
เขาหลับตาลง และ กำลังรอให้ช่วงเวลาแห่งความ
ทุกข์ทรมานได้ผ่านพ้นไป
ครึ่งชั่วยาม หนึ่งชั่วยาม …
ไม่ว่า เจียง ติง จะพยายามข่มขู่ ผู้อาวุโส เซินถู
มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงมุ่งหน้าหลบหนีต่อไป
อย่างต่อเนื่อง
อู่ อวี้ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโส
เซินถู ยังคงมีจิตใจมุ่งมั่นแน่วแน่!
ซึ่งถ้าหาก เฟิง ซัวหยา เข้าใจความหมายที่ส่งออก
ไป ในเวลานี้ท่านเจ้านิกายกำลังจะเดินทางมาถึง
และปลดปล่อยกระบี่สังหารเข่นฆ่าพวกมันอย่าง
แน่นอน
ถ้าหาก เฟิง ซัวหยา เดินทางมาถึง สถานการณ์ที่
เป็นอยู่ในตอนนี้ จะพลิกกลับตาลปัตร และ
เปลี่ยนไปเป็นอย่างแน่นอน!
“ท่านอาจารย์ จะต้องมาอย่างแน่นอน … ”
อู่ อวี้ หลับตาลงรอคอยความหวัง
ผู้อาวุโส เซินถู มีความแข็งแกร่งทนทานอย่างน่า
เหลือเชื่อ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมานานแล้ว แต่
เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ส่วน เจียง ติง และ 2
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง เองก็ดูไม่แตกต่างกันมาก
เช่นกัน
สำหรับความเร็วของ ปักษาคลื่นอัสนี ดูเหมือนจะ
ชะลอตัวลงเล็กน้อย และ ไม่พยายามเพิ่มความเร็ว
ในการไล่ตาม
มิฉะนั้น ผู้อาวุโส เซินถู คนถูกจับตัวไปนานแล้ว
ในขณะนี้ ผู้อาวุโส เซินถู มีท่าทางเหนื่อยล้าอิดโรย
ใบหน้าของเขาดูซีดขาวราวกับกระดาษ การที่ชาย
ชราสามารถยืนหยัดได้ถึงเพียงนี้ ก็ถือว่าน่า
เหลือเชื่ออย่าง เกรงว่าหากเวลาต้องยืดยาวนาน
กว่านี้ เขาจะไม่สามารถยืนหยัดได้อีกต่อไป
” ท่านผู้อาวุโส จงหยุดเถิด อย่าดิ้นรนต่อสู้อีกเลย
หากหนทางไร้ซึ่งความสิ้นหวัง ” หวันเทียน หยู๋เซ
วีย ผู้ที่สงบนิ่งสุขุมมากที่สุดในกลุ่ม กล่าวขึ้น
” ใช่แล้วท่านผู้อาวูโส ข้าเองเห็นด้วย ท่านสูญเสีย
พลังไปมากแล้ว ” หลาน หลิวหลี่ กล่าวสมทบ
ในยามนี้สายตาของทุกคน ต่างจ้องมองไปยัง ผู้
อาวุโส เซินถู
แต่ทันใดนั้น ผู้อาวุโส เซินถู ก็กรีดร้องขึ้น! เสียง
นั้นเป็นเสียงที่ทรงพลังอย่างยิ่งจนยากที่จะอธิบาย
ได้ มันทั้งชัดเจน และ หนักแน่น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า
เสียงนั้นก้องกังวานไปไกลมากเพียงใด แต่ที่แน่ ๆ
ก็คือ แม้แต่ อู่ อวี้ ยังได้ยินอย่างแจ่มชัด
หลาน สุ่ยเยว่ และ สาวกคนอื่น ๆ นิ่งค้างราวกับ
เป็นอัมพาต
” เจ้าแก่ ยังคิดร้องขอความช่วยเหลือจากเทือกเขา
ครามอีกเช่นนั้นหรือ ? เจ้าคิดว่าการเปล่งเสียงแค่
นี้ จะส่งไปถึงเทือกเขาครามได้ ? อย่าทำให้ข้าขำ
หน่อยเลย ” เจียง ติง กล่าวเยาะเย้ย ขณะไล่ล่า
บางที่นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ ผู้อาวุโส เซินถู จะ
สามารถทำได้ในตอนนี้ หลังจากสิ้นเสียงตะโกน
ทันใดนั้น ผู้อาวุโส เซินถู ก็หยุดการวิ่งหนีอย่าง
กระทันหัน จากนั้นก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับ
ศัตรู โดยยังคงปกปั้องเหล่าสาวกด้วยการยืนอยู่
ด้านหน้า แล้วเหล่าสาวกยืนอยู่ด้านหลัง
ทันใดนั้นในกลุ่มของเหล่าสาวกหลาน หลิวหลี่
และ หวันเทียน หยู๋เซวีย กำกระบี่ในมือคอย
สนับสนุนอยู่ฝังซ้ายและขวาของกลุ่ม พวกเขาทั้ง
สองหลอมรวมลมปราณอยู่ในขั้นที่ 8 และมีความ
แข็งแกร่งมากพอที่จะร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
สำหรับโม่ ซือซู และคนอื่นๆ ก็เปรียบดั่ง อู่ อวี้
หากต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจเช่นนี้ พวก
เขาจะถูกสังหารลงได้ด้วยการถูกโจมตีเพียงครั้ง
เดียว
“ในที่สุด ก็จะยอมสู้ตายอยู่ที่นี่สินะ ?” เจียง ติง
บังคับให้อาชาเพลิงวิญญาณหยุดวิ่ง และ มันได้
หยุดฝีเท้าอยู่ตรงเบื้องหน้าของ ผู้อาวุโส เซินถู
ด้านหลังของมันปกคลุมไปด้วย ฝุั่นละอองที่ลอย
ตลบคละคลุ้งตลอดทาง
ฟุบ ฟุบ!
เสิน เอ้อจุน และ อี้ หยุนจี ที่ยังคงสวมใส่เสื้อคลุม
ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังผู้อาวุโส เซินถู
ส่วน ปักษาคลื่นอัสนี กำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่บน
ท้องนภา
สถานการณ์ในตอนนี้ เรียกว่าตกอยู่ในห้วงเวลา
วิกฤตอย่างแท้จริง!
ผู้อาวุโส เซินถู กวาดตาดุจพยัคฆ์มองไปรอบ ๆ
จากนั้นก็จ้องมองไปยัง เสิน เอ้อจุน และ เจียง ติง
แล้วกล่าวขึ้นว่า “ชายชราผู้นี้ จะต่อสู้กับพวกเจ้า
ทั้งสองเอง เข้ามาได้เลย!”
ทันใดนั้นชายชรา ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาล
ออกมา ฉับพลันเขาก็พุ่งทะยานขึ้นไปเบื้องหน้า
เพื่อจู่โจมเข้าใส่ เจียง ติง และ เสิน เอ้อจุน
ในขณะนี้ เจียง ติง และ เหล่าพรรคพวก ต่างมอง
หน้ากันแล้วแสยะยิ้มออกมา เนื่องจาก อาวุโส
เซินถู จะต้องคอยปกปั้องผู้เยาว์เหล่า ดังนั้นจึงเป็น
เรื่องยากที่ อาวุโส เซินถู จะรับมือพวกมันเพียง
ลำพัง เมื่อเห็นความได้เปรียบพวกมันจึงรีบพุ่ง
ทะยานเข้าใส่ ผู้อาวุโส เซินถู ทันที
“ศิษย์น้องเจ็ด กับ ปักษาคลื่นอัสนี คอยจับตาดู
พวกนางไว้ให้ดี ๆ อย่าให้แม่นางน้อยทั้งสามของ
ข้า ฆ่าตัวตายเด็ดขาด”
” ฮิ ฮิ ย่อมได้ เชิญพี่ชายทั้งสอง หาความสำราญ
กับเจ้าแก่หงำเหงือกตามสบายเลยแล้วกัน ” ฉี
หยุนจี หัวเราะคิกคัก ทั่วทั้งร่างของนาง ปกคลุมไป
ด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย ราวกับว่านางเพิ่ง
ก้าวออกมาจากขุมนรกอเวจี จากนั้นนางก็ทะยาน
ไปยังทิศทาง หลาน หลิวหลี่ และ กลุ่มของนาง
ทันที
“ข้าจะเป็นผู้สังหารนางเอง!” หลาน หลิวหลี่ กล่าว
ออกมาด้วยน้ำเสียงหนาวเย็น จากนั้นนางก็หยิบ
กระบี่ยาวสีน้ำเงิน ซึ่งดูราวกับแก้วผลึกออกมา
แล้วพุ่งเข้าไปสกัดขัดขวาง ฉี หยุนจี ที่กำลังพุ่งตัว
จู่โจมเข้ามา
” ฉี หยุนจี เป็นน้องเล็กสุดของ ปีศาจ 7 ทะเลแดง
อีกทั้งระดับฝีนางของนาง ยังอยู่ในระดับหลอม
รวมลมปราณขั้น 8 ข้าอยากรู้นักว่า หากไม่มี เสิน
เอ้อจุน คอยช่วยเหลือ ดูสิว่าเจ้าจะสามารถจับข้า
ได้หรือไม่ ? ” เนื่องจาก ฉี หยุนจี เป็นสมาชิก
ลำดับที่ 7 ของปีศาจเจ็ดทะเลแดง ดังนั้นระดับ
ฝีมือของนางจึงอยู่ในหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 8
เช่นเดียวกับ หลาน หลิวหลี่ ด้วยเหตุนี้การจับคู่
ปะทะฝีมือระหว่างพวกนาง จึงถือได้ว่า
สมน้ำสมเนื้ออย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ ปักษาคลื่นอัสนี ซึ่ง
กำลังบินอยู่บนท้องนภา
ในยามนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่คอยขัดขวาง
และ เบี่ยงเบนความสนใจของมันอยู่ก็คือ หวัน
เทียน หยู๋เซวีย ที่กำลังรับหน้ามันเอาไว้
“พวกเจ้า จงรีบหนีไปเดี๋ยวนี้!”
หวันเทียน หยู๋เซวีย เข้าใจในสิ่งที่ ผู้อาวุโส เซินถู
ต้องการจะบอกพวกเขา
เนื่องจากไม่สามารถช่วยได้ทุกคน ดังนั้นจึงต้องลด
จำนวนคนลง ซึ่งก็คือ ซู หยานหลี่ และ อีกห้าคน
“ทุกคนกระจายตัวกันออกไป!”
ซู หยานหลี่ เข้าใจเจตนาของผู้อาวุโส เซินถู
ในทันที
ในช่วงเวลานั้นเอง อี้ ชิงเฟิง และ จ้าว ฉางเทียน
คนทั้งสองคน ไม่ต้องรอให้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ
ออกมาอีก พวกมันได้อาศัยจังหวะชุลมุน รีบวิ่ง
หลบหนีออกจากรัศมีต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ซู หยานหลี่ ,หลาน สุ่ยเยว่ และ โม่ ซือซู พวกเขา
แสดงท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากภายในจิตใจ
ของพวกเขา รู้สึกไม่ยินยอม และ ไม่อยากที่จะ
หลบหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง
ในชั่วพริบตานั้นเอง อัสนีบาตพลังมหาศาล 2 สาย
ก็ฟาดผ่าลงมาใส่ร่างของ จ้าว ฉางเทียน และ อี้
ชิงเฟิง อย่างจัง
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ร่างของบุรุษทั้งสอง ลอยกระเด็นออกมาจากหลุม
ลึกที่อยู่บนพื้น ในสภาพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก
บัดนี้ จ้าว ฉางเทียน และ อี้ ชิงเฟิง ได้สิ้นชีพลง
แล้ว!
“อึก … ” หลาน สุ่ยเยว่ หวาดกลัวถึงขีดสุด นาง
ขดตัวลงระหว่าง ซู หยานหลี่ สาวกคนอื่น ๆ ทันที
นับว่าโชคดีไม่น้อย หากนางตัดสินใจผิดพลาด
แล้ววิ่งหลบหนีออกไปก่อนหน้านี้ เกรงว่าสภาพ
ของนางคงไม่ต่างจาก จ้าว ฉางเทียน และ อี้ ชิง
เฟิง
อย่างไรเสีย พวกเขาทั้งหมดยังเยาว์ และ พลัง
ฝีมือยังอ่อนด้อยนัก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่
พวกเขาจะหลบหนีรอดไปได้แค่เพียงลำพัง
ซึ่งแน่นอนว่า ปักษาคลื่นอัสนี ที่กำลังบินอยู่บน
ฟากฟั้านั้น ไม่ได้ใจบุญสุนทาน หรือ กินมังสวิรัติ
ในเวลานี้ หลาน หลิวหลี่ กำลังต่อสู้กับ ฉี หยุนจี!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโส เซินถู กำลังต่อสู้กับผู้มี
ระดับฝีมือ อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 10
ทั้งสอง นับเป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ชาย
ชราชักกระบี่ออกมาจากคันเบ็ดอสูร พร้อม
ปลดปล่อยปราณกระบี่อนุภาพมหาศาลออกไป
จากนั้นก็พุ่งเข้าจู่โจมปะทะกับผู้ฝึกตนนอกรีต และ
เจียง ติง เพียงลำพัง!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ สามารถมองเห็นเหตุการณ์
ทั้งหมดได้อย่างชัดเจนว่า ถึงแม้ในตอนนี้ ผู้อาวุโส
เซินถู จะปลดปล่อยพลังอำนาจมหาศาลออกมาก็
จริง แต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่า อาวุโสจะสามารถ
ถ่วงเวลาไว้ได้นานมากแค่ไหน
“ปักษาคลื่นอัสนี เจ้าห้ามสังหารพวกเขาเด็ดขาด
มิฉะนั้นหากข้ามีโอกาสเมื่อใด ข้าจะสังหารเจ้า
แล้วบดขยี้เจ้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ !” อู่ อวี้ เห็น
จ้าว ฉางเทียน ถูกสังหาร มันทำให้เขารู้สึกตื่น
ตระหนกอย่างยิ่ง
ถ้าสายอัสนีฟาดเข้าใส่ศีรษะของ ซู หยานหลี่
สภาพของนางก็อาจไม่ต่างอะไรจาก จ้าว ฉาง
เทียน และ อี้ ชิงเฟิง!
“เจ้าข่มขู่ข้าเช่นนั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นก็รอให้วันนั้น
มาถึงเสียก่อนแล้วเจ้าค่อยมาพูดกับข้าอีกที ”
ทันใดนั้นเอง หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็ก้าวกระโดดขึ้น
ไปเหยียบบนต้นไม้ พร้อมกับทะยานขึ้นไปบน
ฟากฟั้า ปลดปล่อยปราณกระบี่ครอบคลุมทุก
สรรพสิ่ง ไร้ต้านหาใดเปรียบ ฉับพลันปราณกระบี่
ที่ปลดปล่อยออกไป ก็เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
กลายเป็นกระบี่สังหารพุ่งออกไปเบื้องหน้า!
“กระบี่พลิกเมฆาพิรุณคลั่ง!”
หนึ่งกระบี่ พลิกเมฆาพิรุณคลั่ง
“ย๊ากกกก!”
ทันใดนั้นปักษาคลื่นอัสนีกระพือปีกของมัน
ฉับพลันสายอัสนีนับพันนับหมื่นสายก็ฟาดผ่าลงมา
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง !คลื่นอัสนีปะทะกับเคล็ดวิชา
กระบี่ของ หวันเทียน หยู๋เซวีย แต่ทว่ากระบี่พลิก
เมฆาพิรุณคลั่ง กลับถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย
สายอัสนีทะลวงผ่านปราณกระบี่ ฟาดผ่าเข้าใส่ร่าง
ของ หวันเทียน หยู๋เซวีย อย่างจัง
เปรี้ยง!
ร่างของ หวันเทียน หยู๋เซวีย ไหม้เกรียมจากอัสนี
บาตในทันที พร้อมกับร่วงหล่นลงไปที่พื้นทันที
“ศิษย์พี่ใหญ่!”
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทุกคน
หวันเทียน หยู๋เซวีย ใช้กระบี่พยุงร่างขึ้นมาอีกครั้ง
ถึงแม้ร่างกายจะไหม้เกรียม แต่สายตาของเขา
ยังคงแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ทันใดนั้นเองเขาก็วิ่งขึ้นไป
บนต้นไม้อีกครั้ง!
ชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
ถึงแม้ว่าสภาพของเขาในตอนนี้จะอ่อนแอมากก็
ตาม
“เจ้าปีศาจ! ถึงแม้ว่าวันนี้เจ้าจะแข็งแกร่ง แต่หาก
วันใดวันหนึ่ง ระดับการฝึกตนของข้าเพิ่มสูงขึ้น
มากกว่านี้ ข้าจะบดขยี้เจ้าให้เป็นชิ้น ๆ !”
เชร้ง!
ปราณกระบี่นับหมื่นนับพัน ถูกปลดปล่อยทะยาน
ขึ้นสู่ท้องฟั้าอีกครั้ง!
“ศิษย์พี่…”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้รู้จักตัวตนของ หวันเทียน หยู๋เซ
วีย มากยิ่งขึ้นแล้ว เขารู้สึกประทับใจใน
เจตนารมณ์อันมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของ หวันเทียน หยู๋
เซวีย อย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยทำไมคนส่วนใหญ่ถึง
ได้กล่าวกันว่า เฟิง ซัวหยา นั้นโปรดปรานศิษย์ผู้นี้
อย่างยิ่ง ในเวลานี้ อู่ อวี้ มองเห็นเซียนกระบี่ ซึ่ง
เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเที่ยงธรรม และเป็นผู้อุทิศ
ตนเพื่อช่วยเหลือทุกสรรพสิ่ง!
หนึ่งกระบี่มุ่งทะลวงแทง! ปลดปล่อยอำนาจแห่ง
คุณธรรม! พุ่งทะยานขึ้นไปเบื้องหน้า!
ผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ มุ่งมั่นเข่นฆ่าสังหาร
ปราบปรามปีศาจ เพื่อช่วยผดุงความยุติธรรมในใต้
หล้านี้!
ราวกับว่าในเวลานี้ภาพของ เฟิง ซัวหยา กำลัง
ซ้อนทับอยู่บนเรือนร่างของ หวันเทียน หยู๋เซวีย
นอกจากนี้ยังมีผู้อาวุโส เซินถู ที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
ยอมตายเสียดีกว่ายอมแพ้ บัดนี้ชายชรายังคงสู้
ต่อไปจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย
“วิถีแห่งกระบี่”
อู่ อวี้ รู้สึกประทับใจในวิถีแห่งเต๋านี้อย่างยิ่ง
แน่นอนว่า เขาก็รู้สึกหลงรักในวิถีแห่งพลอง
เช่นเดียวกัน
กระบี่พิทักษ์คุณธรรม
พลอง วิถีแห่งพลัง มุ่งโจมตีเข่นฆ่าสังหาร!
วิถีทั้งสองต่างเกื้อหนุน ส่งเสริมกันก่อเกิดเป็นพลัง
อันยิ่งใหญ่!
ในเวลานี้ หวันเทียน หยู๋เซวีย และ ผู้อาวุโส เซินถู
กำลังจะถูกสังหาร!
ชั่วขณะจิต ที่ทุกคนต่างรู้สึกสิ้นหวัง
มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่หันไปมองยังทิศทางของ
เทือกเขาคราม ในเวลานี้ลำแสงกระบี่ทองคำ
กำลังบินทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ