กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 14 : สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร
หวัง ยี่หยาง มองอู่ อวี้แล้วมันก็หันกลับมามอง ซือตู๋
จิน จากนั้นก็กล่าวว่า ” ท่านพี่ซือตู๋ จิน วันนี้นับว่า
เป็นวันดี ที่ข้าจะได้เห็นท่านกิน … ของหลินเอ๋อ
น้อย”
ซือตู๋ จิน รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวไปว่า
“หวัง ยี่หยาง เจ้าหมายความว่าเช่นไร!”
ก่อนหน้านี้เพราะความเคียดแค้น ท าให้ ซือตู๋ จิน
พลั้งปากพูดไปว่ามันจะกิน ‘อึ’ ของหลินเอ๋อน้อย ซึ่ง
เป็นนกกระเรียนของมัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มัน
ไม่อยากจะกินแม้แต่น้อย
หวัง ยี่หยาง โบกมือพร้อมกับกล่าวว่า “… พี่ชายซือตู๋
จิน ท่านอย่าจริงจังโกรธเคืองข้าๆเพียงหยอกล้อท่าน
เล่นก็แค่นั้น ข้ายังไม่เห็นหนทางที่ อู่ อวี้ มันจะ
สามารถแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ มาจากแม่นาง ชิง เห
มิง สาวน้อยผู้มีพลังน่าเกรงกลัวเช่นนั้นได้”
ในตอนนี้ ซือตู๋ จิน จึงได้เลิกสาวหาความไป
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ความกระวนกระวายร้อนรน
ราวกับถูกเพลิงแผดเผา นั้นยังคงสุมอยู่ภายในหัวใจ
ของมัน
* ฟึ่บ! *
ภายใต้ตวงตาจับจ้องของคนทั้งหมื่นคนนั้น แววตา
ของ อู่ อวี้ เปล่งประกายแสงสีทองขึ้น เขาเร่ง
ความเร็วของบี่ทะลวงเข้าไป ราวกับหมายจะปลิดชีพ
“วายุทะลวงคลื่นสะบั้น!”
“กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร” กระบวน
ท่าแรก!
ชิง เหมิง ท าได้เพียงสกัดกั้นการโจมตีเอาไว้เท่านั้น
ขณะเดียวกันนางต้องพยายามครอบครองลูกแก้ว
สวรรค์ ให้ครบ 60 ลมหายใจ
“กระบี่เงากู่ซาน!”
เพลงกระบี่ของนางงดงามอ่อนช้อย ยามเมื่อนางกวัด
แกว่งกระบี่ในมือ มันช่างดูพริ้วไหวราวกับร่ายร า
ฉับพลันก็มีม่านหมอกเขียวอมฟ้าปรากฏขึ้น บดบัง
วิสัยทัศน์ด้านหน้าของ อู่ อวี้ เอาไว้ ม่านหมอกนั้นดู
พริ้วไหวอ่อนนุ่มราวบุปผาก าลังเบ่งบาน ทั้งหมดนี้
คือกระบวนท่าที่ 1 ของกระบี่เงากู่ซาน ทันทีที่ อู่ อวี้
แทงกระบี่เข้าไป ปรากกฎว่ากระบี่ของเขาไม่
สามารถทะลวงผ่านม่านหมอกนั้นเข้าไปได้
โอ้วววววว!
คมกระบี่ปะทะคมกระบี่ การต่อสู้ดุเดือดอย่างไม่มี
ใครยอมใคร ของทั้งสองได้สร้างเสียงฮือฮาให้แก่ผู้
รับชม
“วรยุทธ ของเด็กสาวผู้นั้น ช่างแกร่งกล้ายิ่งนัก!”
“ม่านหมอกที่ปรากฎมันจะต้องเป็น ‘เพลงกระบี่เงากู่
ซาน’ อย่างแน่นอน ช่างเป็นเพลงกระบี่ที่ล้ าลึกเสีย
จริง ๆ”
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง ‘เพลงกระบี่เงากู่ซาน’
ของชิงเหมิง และ ‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพา
สมุทร’ ของอู่ อวี้
แต่มันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
“ กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร!”
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนกระบวนท่าของเพลงกระบี่
กลางอากาศ
กระบี่ยาวของเขาได้ร้องค ารามออกมา ราวกับว่ามัน
ก าลังโกรธเกรี้ยว ท าให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมา
ปฎิกิริยาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อ อู่ อวี้ เข้าสู่กระบวน
ท่า ‘สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ เวลานี้กระบี่ใน
มือของ อู่ อวี้ ก าลังพุ่งทะลวงเข้าใส่วาฬยักษ์ใต้ท้อง
ทะเลลึก เขาเกร็งร่างกาย และ พุ่งพลังทั้งหมดไปยัง
วาฬยักษ์ เสมือนเขาเกรงกลัวว่าวาฬยักษ์ตัวนี้ จะ
แหวกว่ายหลบหนีไปในท้องทะเลลึก เขากดดันการ
เคลื่อนไหวของวาฬยักษ์ให้ออกมาจากส่วนลึกของ
มหาสมุทรด้วยกระบี่ ทันใดนั้นคมกระบี่ของ อู่ อวี้ ก็
สามารถฉีกกระชากม่านหมอกที่อยู่ตรงเบื้องหน้า
ออกได้ในที่สุด ขณะนี้ร่างของเขาผสานกับกระบี่รวม
เป็นหนึ่ง มันก าลังพวยพุ่งไปยังดวงตาของ ชิง เหมิง
ด้วยความเร็ว และ พละก าลังอันน่าเหลือเชื่อ
ฟิ้วววว!
ช่างน่าเสียดาย ท่าทะลวงไม่สามารถท าร้าย ชิง เห
มิง ได้ นางใช้กระบวนท่าก้าวพริบตาอันซับซ้อน
เคลื่อนย้ายร่างกายหลบหนีจากการโจมตีได้อย่าง
รวดเร็ว มันเหมือนกับการปล่อยปลาวาฬยักษ์กลับสู่
ท้องทะเล
* ฉัวะ!!! * แต่ทว่าคมกระบี่ของ อู่ อวี้ สามารถเฉือน
เส้นผมของนางไปได้สามเส้น กระแสลมได้พัดเส้นผม
นั้น ลอยผ่านใบหน้าของเขาไป
แม้ชิง เหมิง จะมีวัยเพียงแค่ 12 ปี แต่นางกลับมีรูป
โฉมงดงามละเอียดอ่อนไร้ที่ติ คาดว่าในอีกไม่กี่ปี รูป
โฉมของนางคงงดงามโดดเด่นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่า
สามารถเทียบเสมอกับแม่นางซู หยานหลี่ เลยทีเดียว
แต่เนื่องจากกระบวนท่า ‘สังหารปลาวาฬแห่งบูรพา
สมุทร’ เป็นเพลงกระบี่ที่มีความล้ าลึกเป็นอย่างมาก
การโจมตีนั้นเปรียบเสมือนคลื่นทะเล เมื่อชิง เหมิง
โดนโจมตีด้วยคลื่นลูกแรกไปแล้ว แน่นอนว่าการ
โจมตีในคลื่นลูกต่อไป ย่อมแข็งแกร่งกว่าเดิม!
“แหวกมหาสมุทร!”
อู่ อวี้ คิดว่าตนต้องคว้าโอกาสก้าวหน้ามาให้ได้
รางวัลที่ทางนิกายน ามาจัดในครั้งนี้ เขาเองก็มีสิทธิ์ที่
จะได้ครอบครองอย่างชอบธรรมเช่นกัน ฉะนั้นเขาจึง
ไม่สนใจว่าฝ่ายตรงข้ามของเขา จะเป็นเพียงแค่เด็ก
สาวตัวเล็ก ๆ หวืด∼ ∼ ∼เขาเฉือนกระบี่เป็น
แนวนอน ทันใดนั้นคลื่นพลังอันไร้จุดสิ้นสุดก็พวยพุ่ง
ออกมา พลังยิ่งใหญ่จนสวรรค์ต้องสั่นสะเทือน
เพราะหวาดกลัวกระบี่ที่อยู่ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้
ในที่สุด ‘สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ ก็ได้
กลับมาผงาดอีกครั้ง
ชิง เหมิง ยังคงใช้กระบวนท่าเท้า ‘ก้าวพริบตา’ เพื่อ
ล่าถอย และ หลบหนีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
เพลงกระบี่ที่ อู่ อวี้ ปล่อยออกมา ได้สร้างความตื่น
ตะลึงแก่ผู้ชมนับหมื่น จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา
พลังของเพลงกระบี่แหวกมหาสมุทรนั้นน่าเหลือเชื่อ
เกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการได้ พลังของมันมาก
เพียงพอ ที่จะต่อกรกับกองทัพนับพัน นับหมื่น!
พลังรุนแรงของกระบวนท่า ‘แหวกมหาสมุทร’ นั้น
เป็นแค่เพียงเพลงกระบี่สนับสนุน!
กระบวนท่า ‘สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ ยังไม่
หมดเพียงแค่นี้ มันยังมีกระบวนท่าสุดท้ายซึ่งเป็นไม้
ตายอยู่ ในครั้งเมื่อเขาอยู่ในอาณาจักร เขาไม่อาจ
เปิดเผยกระบวนท่าสุดท้ายได้ แต่เวลานี้มันแตกต่าง
ออกไป ทุกความสิ้นหวัง ทุกเรื่องที่สร้างความเศร้า
โศกเสียใจ ความอัดอั้นเมื่อครั้งถูกเนรเทศ และ ต้อง
กลายเป็นคนพิการไร้ซึ่งวรยุทธ เปลวไฟอันร้อนระอุ
ที่เคยอยู่ในหัวใจของเขา บัดนี้มันได้กลายเป็นไฟใน
การขับเคลื่อนให้เขาต้องดิ้นรนดับเครื่องชนสู้ต่อไป
ข้างหน้าเท่านั้น
ราวกับว่า อู่ อวี้ อยู่ในทะเลตะวันออก และ ก าลัง
เผชิญหน้ากับปลาวาฬยักษ์อันก าลังบ้าคลั่ง ในมือ
ของเขาถือกระบี่โรมรันต่อสู้ด้วยเพลงกระบี่แหวก
สมุทร หมายกดดันให้วาฬยักษ์ ชิง เหมิง เผยตัว
ออกมาจากใต้คลื่น
“สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร!”
เข้าสู่ทะเลตะวันออกสังหารปลาวาฬยักษ์!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ยกกระบี่พร้อมทะยานตัวขึ้นสูง
จากนั้นเขาก็ม้วนตัวพุ่งดิ่งลงมายังด้านล่างด้วย
ความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
ทั้งพลัง และ จิตวิญญาณถูกหลอมรวมผสานเข้ากับ
กระบี่
พุ่งลงสู่ทะเลตะวันออกอันยิ่งใหญ่ ท้องทะเลถูกแยก
ออกเป็นสองส่วนด้วยหนึ่งกระบี่!
เพลงกระบี่อันทรงพลังนี้ มุ่งหมายตัดหัววาฬยักษ์ พุ่ง
ดิ่งมายังศีรษะแหวกฝ่าม่านหมอก ชิง เหมิง ด้วย
ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“แข็งแกร่งมาก!”
สีหน้าที่เคยสงบนิ่งของ ชิง เหมิง บัดนี้มันได้เลือน
หายไปอย่างรวดเร็ว นางรีบตั้งรับด้วย ‘เพลงกระบี่
เงากู่ซาน’ หมายที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีที่ก าลังพุ่ง
เข้าใส่นางด้วยความเร็วอันสูงลิ่ว
แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ความเร็วของนางกลับ
ช้ากว่าโจมตีของ อู่ อวี้ เคร้ง!!! เชร้ง เชร้ง เชร้ง !!!!
เสียงของคมกระบี่ปะทะคมกระบี่ ยังคงดังก้อง
สะท้อนอย่างต่อเนื่อง กระบี่ของ อู่ อวี้ยังคงมุ่งหมาย
ตัดหัววาฬยักษ์อย่างดุเดือด ระหว่างที่ ชิง เหมิง
พยายามใช้กระบี่ปัดป้อง เท้าของนางก็ต้องก้าวถอย
ร่นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะพลังความรุนแรงของ
เพลงกระบี่แหวกสมุทร นั้นเกินจะต้านทานได้ ใน
ระหว่างเท้าของนางยังคงถอยร่นอยู่นั้น ฉับพลันนาง
ก็สัมผัสได้กับความว่างเปล่า เวลานี้เท้าข้างหนึ่งของ
นางก าลังก้าวเหยียบกับอากาศที่ว่างเปล่า ซึ่งมิใช่พื้น
แท่นประลอง
วืด!
“แย่แล้ว ลืมไปเลยว่าก าลังต่อสู้อยู่บนแท่นสวรรค์!”
ใบหน้าของนางเปลี่ยนสี กลายเป็นขาวซีดในทันที
แม้ว่าเวลานี้เท้าข้างหนึ่งของนาง ก าลังเหยียบย่ าอยู่
บนอากาศ แต่มันก็ไม่อาจจะโค่นล้มนางได้ ปัญหา
ใหญ่ก็คือ เพลงกระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพา
สมุทร ของ อู่ อวี้ พลังของมันรุนแรงจนต้องถอยร่น
แม้นางจะตั้งรับอยู่ก็ตาม แต่หากนางไม่ก้าวถอย
ระหว่างป้องกัน นางก็อาจจะถูกสังหารอยู่ภายใต้คม
กระบี่ของ อู่ อวี้ ได้เลยทีเดียว
ครั้นหากนางพลาดท่าก้าวตกลงไปจากแท่นประลอง
นางจะถูกตัดออกจากการสอบ และ หมดสิทธิ์จาก
การเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ โดยไม่ต้องพูด
ถึงลูกแก้วสวรรค์ เพราะนางคงหมดสิทธิ์ที่
ครอบครองมันตลอดไป ชิง เหมิง ยังเยาว์วัยยิ่งนัก
หนทางข้างหน้าของนางยังอีกไกล นางมีโอกาสที่จะ
เป็นชาวสวรรค์อย่างแท้จริง แต่พลัง และ ความ
เหนื่อยล้าก าลังเป็นอุปสรรคอันใหญ่ยิ่งส าหรับนาง
ชิง เหมิง กระชับดาบเพื่อเตรียมโต้กลับ
เชร้งงงง!!!
แต่ผลลัพธ์นั้นไม่ได้เปลี่ยนไป เพลงกระบี่แหวกสมุทร
ของ อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งเกินไป กระบี่ที่ถูกฟาดฟันลง
มาแต่ละครั้งทรงพลังจนยากต้านรับ มือข้างที่นางถือ
ลูกแก้วสวรรค์เริ่มสั่นสะท้านเพราะความเมื่อยล้า
เท้าที่นางก าลังเหยียบย่ าลงไปนั้นไร้ผืนดินให้ยืนหยัด
เท่ากับว่านางก าลังจะล่วงตกจากแท่นสวรรค์!
เหวอออ∼∼∼ กรี๊ดดดด ∼∼∼!
ผู้ชมต่างตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น!
แต่สิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กระท าลงไปหลังจากนั้น กลับสร้าง
ความตื่นตระหนกเสียยิ่งกว่า เขารีบยื่นมือออกไป
คว้าชายเสื้อของ ชิง เหมิง เอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ดึง
นางขึ้นมาวางลงบนแท่นสวรรค์อย่างนุ่มนวล
เหตุผลที่ อู่ อวี้ ท าเช่นนี้ก็เพราะว่า ระดับฝีมือของ
นางเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเข้ามาอยู่ในนิกายดาบ
สวรรค์ นางต่อสู้กับเขาด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วน
มืออีกข้างของนางต้องถือครองลูกแก้วสวรรค์ แม้
นางจะต้องพ่ายแพ้ให้กับตัวเขา แต่นางก็ไม่สมควรที่
จะตกลงจากแท่นสวรรค์
ชิง เหมิง ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นางคิดว่าตนเองล่วงตกจากแท่นสวรรค์ไปเสียแล้ว
ในเวลานี้ ทุกคนต่างอยู่ในอาการนิ่งตะลึง ด้วยความ
ไม่อยากเชื่อ
“มาต่อกันเลย” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมกับเตรียมตัวโจมตี
ชิง เหมิง
แต่ทันใดนั้น ชิง เหมิง ได้โยนลูกแก้วสวรรค์ส่งกลับ
มาให้ อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวว่า “ท่านชนะแล้ว เราไม่
จ าเป็นต้องต่อสู้กันอีก”
อู่ อวี้ รับลูกแก้วสวรรค์ เขาไม่คาดคิดว่าแม่นาง ชิง
เหมิง กลับเป็นคนที่มีหลักการยิ่ง แม้นางจะมีวัยอ่อน
เยาว์ก็ตาม แต่แพ้ก็คือแพ้ และจะไม่ยอมหาข้ออ้าง
ให้ตัวเองไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
เพราะอันที่จริง นางนั้นได้ตกจากแท่นสวรรค์ และ
ถูกตัดจากการสอบไปแล้ว หลังจากนั้นลูกแก้วสวรรค์
จะถูกส่งคืนกลับมาบนแท่นสวรรค์ เพื่อให้ผู้เข้าสอบ
ที่ยังต้องการลูกแก้วสวรรค์ ได้แย่งชิงกันต่อไป
มิใช่ ชิง เหมิง ไม่อยากจะสู้ต่อ แต่เพราะเวลานี้
ร่างกาย และ พละก าลังของนางนั้นไม่พร้อมอย่าง
สิ้นเชิง นางแสดงความกตัญญูด้วยการกล่าวขอบคุณ
อู่ อวี้ ที่ช่วยดึงนางกลับขึ้นมาบนแท่นประลอง ท าให้
นางได้มีโอกาสเข้าสู่นิกายกระบี่สวรรค์ แม้ลูกแก้ว
สวรรค์จะมีค่ามหาศาลมากก็จริง แต่มันก็เทียบไม่ได้
กับโอกาสที่นางจะได้เข้าสู่นิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งมีค่า
มาหาศาลเสียยิ่งกว่า
ในเวลานี้ เจ้า ตานหลง จื่อ ฮั้ว และ ผู้เข้าสอบส่วนที่
เหลือไร้สภาพยากจะกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง ดังนั้น
เพื่อความถูกต้อง นางจึงอยากให้ลูกแก้วสวรรค์นี้ ตก
อยู่ในมือของ อู่ อวี้
การที่นางนั้นพ่ายแพ้ให้แก่เขา มิได้หมายความว่า อู่
อวี้ นั้นแข็งแกร่งกว่า ชิง เหมิง
แต่การโจมตีครั้งสุดท้ายของเขาช่างงดงามยิ่งนัก อีก
ทั้งยังน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด หากเปรียบเทียบกับ
บรรดาผู้เข้าร่วมการสอบทั้งหมด ย่อมไม่มีผู้ใด
คาดคิดว่าตัวเต็งทั้งสามคน ผู้ซึ่งมีพลังอยู่ในระดับชั้น
ฟ้าขั้น 7 จะบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถแม้แต่จะ
ขยับเขยื้อนร่างกายได้
จนมาสู่ในรอบสุดท้าย ผลจึงจบด้วยการ “กวาด
ล้าง” แม้ว่าอู่ อวี้ จะครอบครองลูกแก้วสวรรค์เอาไว้
ในมือก็ตาม แต่ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้าเข้ามาแย่งชิง นั่น
ก็เพราะการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขานั้นทรงพลัง
มหาศาล มันได้สร้างความ น่าหวั่นเกรงให้กับผู้พบ
เห็นเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น ทั้งเทือกเขาก็เกิดเสียงดังกระหึ่มอื้ออึ้งขึ้น
จากการพูดคุยด้วยความไม่อยากเชื่อของเหล่าผู้ชม
“อู่ อวี้ แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
“เขาสามารถสยบ ชิง เหมิง ได้! แม้ว่านางจะ
ครอบครองลูกแก้วสวรรค์อยู่ ความส าเร็จนี้ยากที่จะ
กระท าได้ง่าย !”
“ในท้ายที่สุด ถ้าลูกแก้วสวรรค์ตกอยู่ในก ามือของ
เขา ก็เป็นเรื่องสมควรยิ่งแล้ว”
ผู้ชมต่างส่งเสียงกู่ร้องขานชื่อของ อู่ อวี้ !
“ฮ่ะ ๆ ๆ ชิง เหมิง นางช่างเป็นสาวน้อย …
เที่ยงตรงเกินไปเสียจริง ๆ !” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ
หัวเราะออกมาอย่างหมดหนทาง
“ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ข้าชนะแล้ว!” ใบหน้าละเอียดอ่อน
ของ ซู หยานหลี่ เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่
น่าเชื่อ
“มันยังไม่จบ …” ในขณะที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอกล่าวจบ
ก็ครบก าหนด 60 ลมหายใจอย่างพอดิบพอดี
กรรมการประกาศผลว่า อู่ อวี้ เป็นผู้คว้าชัยชนะ
เป็นอันดับ 1 ในปีนี้ และ ได้รับ “ลูกแก้วสวรรค์”
รวมถึงรางวัลทั้งหมดไปครอบครอง
เขาผู้ซึ่งออกมายังเส้นทางสู่แท่นสวรรค์เป็นคนแรก
และเขาคือผู้ซึ่งครอบครองลูกแก้วสวรรค์ได้ในที่สุด
หลังจาก อู่ อวี้ ได้ยินประกาศ เขาก็รู้สึกมึนงง
เล็กน้อย นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าผลลัพท์
จะออกมาเป็นเช่นนี้ เขาต้องการแค่เข้าเป็นศิษย์ของ
นิกายกระบี่สวรรค์เท่านั้น โดยไม่คาดคิดว่าตนเองจะ
กลายมาเป็นผู้ชนะอันดับ 1 ครั้นยังได้รับของรางวัล
ในต านานถึงสองชิ้นมาครอบครองอีกด้วย!
แม้เขาจะไม่ใช้ผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่สุด แต่เขาก็เป็น
ผู้ชนะ!
“อู่ อวี้∼! อู่ อวี้∼!”
เสียงโห่ร้องของผู้รับใช้นับหมื่น ก าลังกู่ก้องร้อง
เรียกชื่อ อู่ อวี้ จนดังกระหึ่มไปทั่วทั้งขุนเขา บัดนี้ อู่
อวี้ ได้กลายเป็นวีรบุรุษของพวกเขาไปเสียแล้ว!
เขาคือผู้ปลุกกระตุ้นความใฝ่ฝันของเหล่าบรรดาผู้รับ
ใช้!
“เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ กับ กระบี่ปราบมาร!”
หากเป็นเมื่อสามปีก่อน อู่ อวี้ คงไม่อาจครอบครอง
สมบัติล้ าค่าเช่นนี้ได้ เขาไม่เคยคิดฝันว่าเขาจะได้มัน
มาครอบครอง
“ข้า ชิง เหมิง ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย” ชิง
เหมิง กล่าวขึ้นมาเบา ๆ ด้วยเสียงกระอ้อมกระแอ้ม
แม้ว่านางจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ด้วยมารยาทอัน
เหมาะสม นางจึงควรกล่าวอะไรบางอย่างออกมา
“เอ่อ… หากท่านไม่รังเกียจ เราน่าจะเป็นสหายกันได้
เพราะข้าแก่กว่าท่านเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น .” ในตอนนี้
อู่ อวี้ ยิ้มจนมุมปากแทบจะฉีกออกมาถึงรูหู เป็น
เพราะวันนี้ช่างเป็นวันที่ดีเสียนี่กระไร ทุกอย่างที่
เกิดขึ้นราวกับความฝัน เขาไม่เคยคาดหวังว่าตนเอง
จะยืนอยู่บนแท่นสวรรค์ และ มีเสียงจากผู้ชมนับ
หมื่นก าลังกู่ร้องเรียกขานชื่อของเขาจนดังระงม
เซ็งแซ่ไปทั่ว!
การต่อสู้บนแท่นสวรรค์สิ้นสุดลง ณ บัดนี้!
“เสิ่น อู๋เต้า อู่ อวี้ เขาเป็นผู้ชนะล่ะ! เขาได้เป็นศิษย์
ในนิกาย ซ้ ายังได้รับสมบัติล้ าค่ามาครอบครอง!”
ผู้รับใช้ที่ห้อมล้อมเสิ่น อู๋เต้าอยู่นั้น ร้องตะโกนเสียง
ดังด้วยความตื่นเต้นกรอกใส่ข้างหูของ เสิ่น อู๋เต้า
“โอ้ววว ….” เสิ่น อู๋เต้า ยังอยู่ในอาการตกตะลึง ร่าง
ของเขาชาไปทั้งตัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อู่ อวี้ จะได้เป็นเทพเซียนแล้ว!” ผู้รับใช้อีกคนร้อง
ตะโกน
“กะ กลายเป็นเทพเซียน …” เสิ่น อู๋เต้า ทะลึ่งตัวลุก
ขึ้นยืน ด้วยร่างอันสั่นเทา ภายใต้ดวงตาของเขาก าลัง
อาบท่วมไปด้วยหยาดน้ าตาแห่งความปีติยินดี
” ไม่เสียชาติเกิด! ข้าไม่ต้องเสียใจที่ได้เกิดมาแล้ว!”
เขาเปล่งเสียงตะโกน ท่ามกลางแท่นสวรรค์อันว่าง
เปล่า
สูงขึ้นบนท้องฟ้า
“ซือตู๋ จิน …” ฮั่ว เฉียน เห็นซือตู๋จินตัวสั่นเทาเพราะ
ความโกธรแค้น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวปั้นยาก ท า
ให้นางรู้สึกเห็นใจมันไม่น้อยทีเดียว
หวัง ยี่หยาง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง มันไม่
กล้าจะเปล่งค ากล่าวใดออกมาแม้แต่น้อย
เหลี่ยวมู่เซ่ จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความไม่อย่างเชื่อ
พร้อมกับกล่าวว่า “ เหลือเชื่อจริงๆ ข้าชักรู้สึกสนใจ
ในตัวเขาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วสิ”
หวัง ยี่หยาง ยิ้มอย่างเย็นชา “ก็แค่คนชั้นต่ าคนหนึ่ง
เท่านั้น…ท่านช่างมีรสนิยมที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
จริงๆ”
เหลี่ยวมู่เซ่ ใช้มือป้องปาก พร้อมกับหัวเราะคิกคัก
ออกมา แล้วกล่าวว่า “ ฮิ ฮิ ข้าแค่หยอกล้อท่าน
เล่นน่ะ หวัง ยี่หยาง หรือว่าท่านจะหวาดกลัวต่อเขา
อย่างนั้นหรอ?”
ซือตู๋ จิน ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ปริปากพูดสิ่งใดออกมา
มันรู้สึกหน้าชา ราวกับว่าพึ่งถูกตบหน้าสองสามฉาด
มาหมาด ๆ มันทั้งโกธร ทั้งเสียหน้า เหมือนถูกย่ ายี
ศักดิ์ศรีจากทาสต่ าต้อย แต่ก็ไร้ซึ่งที่ระบายในความ
คับแค้นนี้
“นับจากนี้พวกเจ้าทั้งสามสิบคน จะกลายเป็นศิษย์
ของนิกายกระบี่สวรรค์!พวกเจ้าจงตามข้ามา”
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ มีผู้รับใช้ซึ่งผ่านการทดสอบรวม
ทั้งหมดสามสิบคน พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีวรยุทธ
สูงส่งอย่างแท้จริง!
ดูเหมือนว่า ซู หยานหลี่ จะกลับไปเสียแล้ว
“ท่านผู้เฒ่า โปรดรอข้าสักครู่ได้หรือไม่” อู่ อวี้ถาม
ขึ้น
“เจ้ามีเรื่องอันใด?” ผลงานในวันนี้ของ อู่ อวี้ โดด
เด่นเป็นอย่างมาก อีกทั้งซู หยานหลี่ ยังให้การ
สนับสนุนในตัวเขาอีก ฉะนั้นแล้วผู้เฒ่ามู่เกอจึงเฝ้า
สังเกตทุกการปฎิบัติตนของเขา อย่างพินิจพิจารณา
“ข้าได้พาชายชรา ซึ่งเป็นผู้รับใช้เก่าแก่จาก
เทือกเขาหยานหลี่มารับชมการสอบครั้งนี้ด้วย ข้าจึง
อยากจะขออนุญาตท่านผู้เฒ่า ไปหาเขาเพื่อแบกเขา
ลงมาได้หรือไม่”
แม้เหล่าผู้รับใช้จะเริ่มทยอยลงจากเขากันแล้ว แต่
ชายชราเสิ่น อู๋เต้า ก็ยังคงนั่งรออยู่ ณ จุดเดิม เป็น
เพราะอู่ อวี้ ยังต้องอยู่ฟังกฎระเบียบพิธีรีตอง และ
ค าสั่งสอนบางอย่างจากท่านผู้เฒ่ามู่เกอต่อ ซึ่งเห็นได้
ชัดว่าคงต้องใช้เวลานานพอสมควร จิตใจของเขาจึง
ร้อนรนเสมือนถูกเพลิงแผดเผา นั่นเป็นเพราะความ
ห่วงใยในชายชราอย่างที่สุด เขาไม่อยากให้ชายชรา
ต้องนั่งรอคอยเขาเป็นเวลานานเกินไป เขาจึง
ตัดสินใจส่งชายชราลงจากเขา แล้วไปรอเขาอยู่ที่
บ้านจะดีกว่า
“ได้สิ”
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ตอบอย่างไม่แยแส
“ข้าขอบคุณท่านผู้เฒ่า!”
หลังโค้งค านับ อู่ อวี้ รีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหา เสิ่น อู๋
เต้า ที่ก าลังรอคอยเขาอย่างใจจดจ่อ ดวงตาของชาย
ชราจ้องมองร่างของ อู่ อวี้ ก าลังวิ่งเข้ามาหาด้วย
สายตาแทบไม่กระพริบตา
“เจ้าเก่งมากๆ !” เสิ่น อู่เต้า ตบลงบนหลังของ อู่ อวี้
อย่างชื่นชมยินดี
อู่ อวี้ จ้องมองชายชราด้วยความประหลาดใจ แม้
หลายอย่างจะเหมือนดั่งที่เขาวาดฝันไว้ ความสุข
และ ความปีติยินดีที่ส่งผ่านออกทางใบหน้าของชาย
ชรา มันท าให้เขาดูอ่อนเยาว์ลงหลายสิบปีเลยทีเดียว
“ อู่ อวี้ ท่านผู้เฒ่าเซียนก าลังรอเจ้าอยู่นะ เจ้าไม่ต้อง
กังวลในตัวข้า ข้าจะกลับสู่เทือกเขาหยานหลี่อย่าง
ปลอดภัย !” บนเทือกเขาสองสามลูก เหล่าบรรดา
ผู้รับใช้ก าลังปีนป่ายกลับสู่เทือกเขาของตน
ซึ่ง อู่ อวี้ ต้องการความช่วยเหลือจากคนเหล่านี้!
“อู่ อวี้ เจ้ารีบกลับไปเสียเถิด! เจ้าอย่าพลาดโอกาส!
อย่าลืมเอาสมบัติสวรรค์กลับบ้านด้วยล่ะ เอาล่ะ…ข้า
จะกลับไปพร้อมกับผู้รับใช้คนอื่นๆเอง” เสิ่น อู๋เต้า
กล่าว
“ใช่แล้ว ท่านเซียนอู่! นับจากนี้ความหวังของพวกข้า
เหล่าพี่น้องคงต้องฝากฝังไว้ในก ามือท่านแล้ว! เรา
สาบานจะดูแลลุงเสิ่นเป็นอย่างดี ขอให้ท่านเซียน
วางใจได้ ข้าจะพาเขากลับไปรอท่านเซียนอยู่ที่
บ้าน!”
ผู้รับใช้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เหล่านี้ ล้วนมาจาก
ดินแดนมนุษย์ พวกเขาทั้งหมดจึงรู้วิธีรับมือ และ
จัดการธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท เขาเองก็มิควรปล่อยให้ผู้
เฒ่ามู่เกอ และ ผู้ผ่านการทดสอบคนอื่น ๆ รอคอย
เขานานมากไปกว่านี้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบพยักหน้า
เขาพูดคุยกับชายชราอีกเพียงสองสามค า จากนั้นจึง
ขอตัวลาแล้วรีบวิ่งกลับไปหาท่านผู้เฒ่ามู่เกอให้
ทันเวลา ก่อนที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอจะออกจากกลุ่มไป
“พวกเราก็กลับกันเถอะ”
กลุ่มของผู้รับใช้รวมทั้ง เสิ่น อู๋เต้า เดินทางลัดเลาะไป
ตามสันเขา ข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่า แม้พวกเขาจะ
เหนื่อยล้าจากระยะทางอันยาวไกล แต่ทุกคนก็ร้อง
ร าท าเพลงกันอย่างมีความสุข ตลอดการเดินทาง
กลับ
“เฮ้ อี้ ยา อี้ ยา”
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ