กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 132 : เจตนาของ จิ่วเซียน
เมื่อก้าวเข้ามาภายในเกี้ยวเซียนขนาดใหญ่นี้ เขา
รู้สึกราวกับว่า ได้แยกตัวออกจากโลกภายนอก
อย่างสมบูรณ์
บรรยากาศภายในเกี้ยวเซียน ช่างเงียบสงัดจนน่า
ใจหาย
อู่ อวี้ จมอยู่ในความคิดของตัวเอง ทางออก
ด้านหลังถูกปิดตายสนิท คาดว่าเขาคงจะไม่
สามารถเปิดออกไปได้ หรือ ต่อให้เปิดมันได้ ความ
แข็งแกร่งในยามนี้ของเขาก็ยังไม่มากพอ ที่
สามารถฝั่าวงล้อมของเหล่าปีศาจหลบหนีออกไป
ได้อยู่ดี
” ปีศาจจิ้งจอกพันปี แท้จริงแล้วนางกำลังคิดจะทำ
อะไรกันแน่?” นี่คือสิ่งที่ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึก
สงสัยมากที่สุด
” เห็นได้ชัดว่าข้ามีความสำคัญกับ จิ่วเซียน มาก
เพียงใด หรือจนขนาดที่ว่าข้าอาจจะมีผลกับ
สงครามการต่อสู้ในครั้งนี้ ” เขาเห็นด้วยสองตา
ของตัวเอง จึงรู้ได้ว่า จิ่วเซียน มีความสำคัญกับ
เจียง เซี่ย มากเพียงใด
หากสามารถทำให้ เจียง เซี่ย ปล่อยวางความ
เกลียดชัง จากการที่บุตรชายถูกสังหาร ลงได้
ชั่วคราวก็นับว่าเป็นผลดีไม่น้อย
ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ภายในเกี้ยวเซียน เมื่อกวาด
มองดูรอบ ๆ มันเหมือนกับพระราชวัง และ พื้นที่
ด้านในกว้างขวางใหญ่โตกว่าที่เห็นจากภายนอก
มากนัก
” เป็นไปได้ว่า ภายในเกี้ยวเซียนแห่งนี้อาจมี
‘อักขระเวทย์’ ถูกวางเอาไว้อยู่ ซึ่งมันมีลักษณะ
คล้ายกับ วงเวทย์ ของผู้ฝึกตน”
บรรยากาศภายในพระราชวังแห่งนี้ ให้ความรู้สึก
อบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ด้านในถูกประดับประดาด้วย
ของตกแต่งสีชมพูจำนวนมาก บนพื้นถูกปูด้วย
พรมขนห่านอันอ่อนนุ่ม บนผนังมีอัญมณีถูก
ประดับประดาห้อยแขวนเอาไว้ มีทั้งไข่มุก และ
เพชรพลอย เมื่อพวกมันกระทบกับแสงไฟ ของ
โคมระย้าที่ติดผนัง ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้อง
นี้ งดงามน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น ชวนให้ผู้พบเห็น
เคลิบเคลิ้มไปกับมัน
อู่ อวี้ ก้าวเหยียบลงไปบนพรมขนห่าน เขาไม่อาจ
รู้ได้ว่าขนห่านนี้มีความหนามากเพียงใด แต่เมื่อ อู่
อวี้ ก้าวเหยียบลงไป ผลปรากฏว่าร่างของเขาซวน
เซแทบล้มลง เนื่องจากความนุ่มละมุนของมัน
อากาศด้านนอกเย็นยะเยียบอย่างยิ่ง แต่ภายในนี้
กลับอบอุ่นอย่างที่สุด ราวกับว่าเขากำลังอยู่ในเตา
ผิง แต่ไม่มีเพลิงคอยเผาไหม้ มีเพียงแค่บรรยากาศ
ที่อบอุ่นเท่านั้น
ท่ามกลางแสงเลือนลาง ลึกเข้าไปด้านในตรงจุด
กึ่งกลางของเกี้ยวเซียน มีห้องรับรองอยู่ ซึ่งมีแสง
สว่างส่องออกมาจากภายในห้องนั้น เมื่อมองเข้า
ไปจะเห็นว่ามีร่าง ๆ หนึ่งเคลื่อนไหวไปมาอยู่
ภายใน
เหมือนกับว่ามีไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ล่องลอยอยู่
รอบ ๆ ตัวเขา ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันยากที่เขาจะ
มองออกไปเบื้องหน้าได้ ราวกับว่าโลกทั้งใบของ
เขากลับกลายเป็นภาพมายา
โลกของเขาในยามนี้ มีเพียงเงาร่างอันเลือนราง ที่
อยู่บนม่านหน้าต่างเท่านั้น
“อู่ อวี้ ในที่สุดท่านก็มา ข้ากำลังรอท่านอยู่”
ระหว่างที่เขาจมลงไปอยู่ในห้วงภวังค์ ก็มีเสียงหนึ่ง
กระซิบขึ้นข้างหูของเขา เสียงนี้ทำให้จิตใจของ อู่
อวี้ สั่นไหว เขารู้สึกลุ่มหลงตราตรึงในเสียงนี้อย่าง
สิ้นเชิง กระแสเสียงหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเขา
ราวกับกระแสธารา ประหนึ่งว่าเสียงนั้นได้ไป
กระตุ้นบางอย่าง ที่อยู่ภายในร่างกายของเขา มัน
ทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มอย่างสุดจะทานทน
ประตูห้องนั้นแง้มออกครึ่งบาน ราวกับว่ามันกำลัง
เชื้อเชิญให้ อู่ อวี้ ผลักประตูเข้ามา
อู่ อวี้ จ้องมองประตู ไม่สามารถทนรอที่จะก้าวไป
ด้านหน้าได้ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ฉับพลันจมูก
ของเขาก็ปะทะเข้ากับ กลิ่นหอมรัญจวน ที่ลอย
ตลบอบอวลอยู่ภายในห้อง ยามนี้ภายในห้อง
คละคลุ้งไปด้วยไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ แซมด้วย
แสงสีชมพูส่องประกายระยิบระยับ ยิ่งทำให้หมอก
นี้ดูงดงามมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางแสงเลือนลาง ดู
เหมือนว่าพื้นที่ส่วนกลางภายในห้องนี้ จะมีเตียง
ทรงกลมขนาดใหญ่อยู่ มันดู อ่อนนุ่ม อบอุ่น
หอมหวลละมุนใจ ราวกับว่าเขากำลังอยู่ในห้วง
นิทรา
เสมือนว่าเขากำลังล่องลอย จนมิอาจล่วงรู้ว่า
ตนเองมาอยู่ในสถานที่นี่ได้อย่างไร เขาลืมเลือนสิ่ง
ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น ราวกับว่าพอถือ
กำเนิดเกิดขึ้นมา เขาก็อยู่ในสถานที่แห่งนี้แล้ว เมื่อ
กวาดตามองทุกสรรพสิ่งที่อยู่ภายในห้อง ก็ทำให้
ความรู้สึกของ อู่ อวี้ พลันร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างช่วย
ไม่ได้
ทันใดนั้น ก็มีร่างอันอ่อนนุ่มละมุน โอบกอดเขา
จากด้านหลัง ชั่วขณะนั้นเองมันทำให้ อู่ อวี้ สั่น
สะท้านไปทั้งร่าง เป็นเพราะร่างที่เข้ามาสวมกอด
เขานั้น ช่างให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มละมุนอย่างน่า
เหลือเชื่อ ราวกับว่าเขาโดนดูดเข้าไปในวังน้ำวน
อันไร้สิ้นสุด มันคือกระแสน้ำวนที่เขาไม่อาจ ปีน
ปั่าย หรือ ตะเกียกตะกายออกมาได้ ในชั่วพริบตา
นั้นเองดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็น
สีแดงก่ำ
เขาหันหลังกลับไปทันที พร้อมกับคว้าแขนของร่าง
นั้นเอาไว้ เมื่อมองลงไปภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ของเขาก็คือ ภาพที่ไม่สามารถสรรหาคำใด ๆ ใต้
หล้านี้มาอธิบายได้ ไม่ว่าจะเป็น ดวงตา จมูก ปาก
ฯลฯ แม้แต่ฟันทุกซี่ยังถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม
เป็นระเบียบ คำว่าสมบูรณ์แบบยังไม่เพียงพอ ที่จะ
นำมาใช้อธิบายภาพเบื้องหน้าของเขาในเวลานี้
เส้นผมอันยาวสยายดุจดั่งธารธารา ผิวขาวราวกับ
หิมะ นุ่มละมุนละเอียดอ่อนประดุจดั่งหยก เป็น
เสมือนดั่งประติมากรรมชิ้นเอกที่สวรรค์สรรสร้าง
ขึ้น พร้อมทั้งนิ้วมืออันเรียวเล็กจนน่าสัมผัส
ผลงานชิ้นนี้ช่างดึงดูดจิตใจผู้คนยิ่งนัก ราวกับว่า
มันสามารถกระชากวิญญาณของผู้พบเห็นให้หลุด
ออกจากร่างได้
โดยทั่วไปแล้ว ถือเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่งที่จะ
แยกระดับความสวยของอิสตรี แต่เมื่อมองสตรีที่
เขาได้อยู่ในอ้อมแขนของนาง อู่ อวี้ กลับหลงลืม
ความงามของหญิงอื่น ที่เขาเคยได้ประสบพบเจอ
มาจนหมดสิ้น
ทั้ง รูปลักษณ์ หรือ กริยาท่าทาง ทำให้เขา
หลงเหลือเพียงความรู้สึกเดียวเท่านั้น มันคือ
ความรู้สึกที่สั่นสะท้านไปจนถึงจิตวิญญาณ ลุ่ม
หลงมัวเมาต่อสตรีเบื้องหน้า ซึ่งยากจะหาผู้ใด
เทียบเคียงได้
เมื่อมองลงมายังใบหน้านาง มันก็ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ราวกับว่าหลงลืม แม้กระทั่งว่าตนเองจะต้อง
หายใจ เขารู้สึกเพียงแค่ว่า หากตราบชั่วชีวิตนี้
เพียงแค่ได้มองนางเช่นนี้ต่อไป ถึงแม้จะต้องตก
ตายลงไป เขาก็ไม่เสียดายชีวิต
ขณะเดียวกันนั้น ภายในดวงตาอันเอ่อล้นของนาง
ได้ปรากฏหยาดน้ำใสดุจดั่งผลึกแก้ว ช่างเป็นภาพ
ชวนให้ผู้พบเห็นต้องรู้สึกเวทนาสงสารอย่างจับใจ
หยาดน้ำตายังคงไหลรินอาบไร้ใบหน้า ภาพ ๆ นี้
ยิ่งทำให้นางดูน่าเอ็นยิ่งนัก ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้
ที่เฝั้ามอง ปวดร้าวหัวใจจนสุดที่จะสุดพรรณนาได้
” อู่ อวี้ ข้าผู้นี้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ไร้คน
ข้างกายมานานแสนนาน ข้ารอท่านอยู่ที่นี่มาเป็น
เวลาช้านานแล้ว แต่บัดนี้ท่านกลับหลงลืม จิ่วเอ๋อ
แล้วหรือไร?”
น้ำเสียงของนาง ช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก ไม่ต่าง
จากรูปโฉมอันงดงามของนางแม้แต่น้อย น้ำเสียง
ช่างอ่อนนุ่มละมุนไพเราะเกินคำบรรยาย ความ
งามของนางดุจดั่งเทพธิดา เมื่อร่วมกับอากัปกิริยา
ท่าทางของนางด้วยแล้ว ก่อให้เกิดผลกระทบที่ยาก
จะอธิบาย
“จิ่วเอ๋อ…” อู่ อวี้ กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า เอื้อน
เอ่ยวาจาของนาง
ถูกต้องแล้ว ในที่สุดเขาก็มาที่นี่ ในที่สุดเขาก็ได้พบ
นาง อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง จิตใจของเขา
ปรากฏความปิติที่ไม่สามารถอธิบายได้ รับรู้เพียง
ว่าการที่เขามาพบเจอกับนางในวันนี้ ถือเป็น
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา!
แน่นอนว่า ตัวเขาก็ไม่ล่วงรู้ว่าเพราะเหตุใด
ภายในจิตใจของเขาใจถึงเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ
ยินดีเช่นนี้
ในยามนี้ภายในร่างกายของเขาถึงกับร้อนระอุ
ประดุจเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในร่าง สตรีที่
กำลังโอบเขาด้วยความอ่อนละมุนเช่นนี้ คือสิ่ง
ล่อลวงจิตใจชายยิ่งนัก จนกล่าวได้ว่าน่า
สะพรึงกลัวมากที่สุดในใต้หล้านี้ อู่ อวี้ รู้สึกลุ่มหลง
ในเรือนร่างอรชรของนางอย่างหูตามืดมัว รู้สึก
เพียงว่าวันนี้ เขารู้สึกปลื้มปิติยินดีอย่างยิ่ง การ
ฝึกฝนบรรลุกลายเป็นเซียน ก้าวสู่วิถีแห่งเต๋า แล้ว
ยังไง ในยามนี้เขาจะสลัดมันทิ้งไปเสียให้หมด
“อู่ อวี้ ท่านจะไม่ทิ้งข้า …”
” ใช่… ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะ
อยู่เคียงข้างเจ้า ”
” ท่านกำลังจะบอกว่า จะอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป?
”
“แน่นอน!”
เพียงแค่นางสัมผัสลงบนร่างกายของเขา มันทำให้
อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่า ร่างของเขากำลังหลอม
ละลาย ผสานรวมเป็นหนึ่งกับจิ่วเอ๋อ
ในเวลานี้รู้สึกราวกับว่า เขาได้ปิดกั้นออกจากโลก
ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เหลือแค่เพียงความหลงใหล
อันเร่าร้อน กับสัมผัสที่อบอุ่น และ อ่อนโยน
เสมือนกับว่าในโลกนี้ในสายตาของเขามีเพียงจิ่
วเอ๋อเท่านั้น
เขาไม่ล่วงรู้เลยว่า ตนเองได้เอนกายลงบนเตียงอัน
แสนอ่อนนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารู้สึกราวกับว่า
ภายในกายของเขาช่างรุ่มร้อน เสมือนดั่งถูกเพลิง
เผาไหม้
ในยามนี้ร่างอันละเอียดอ่อนของ จิ่วเอ๋อ ไร้ซึ่ง
อาภรณ์ปกคลุมร่างกาย ได้มาอยู่ด้านข้างของ อู่
อวี้ อย่างนุ่มนวล ซึ่งขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังใช้สายตา
โลมเลียผิวพรรณอันละเอียดอ่อนของนาง ไปจน
ทั่วทั้งร่างกาย ฉับพลันเขาก็ร้องคำรามออกมา
ประหนึ่งดั่งหมาปั่าในวัยกำหนัด แต่ทันใดนั้นจิ่
วเอ๋อก็… เพลี้ยะ! ใช้ฝั่ามือตบลงไปบนหน้าของเขา
และ ใช้เท้าถีบเขาจนตกเตียง นางส่งยิ้มละมุนให้
เขาพร้อมกับกล่าวว่า ” ตอนนี้ … ยังไม่ถึงเวลาที่
จะทำเช่นนี้ ”
นางตบหน้า อู่ อวี้ จนหัวคะมำล้มไม่เป็นท่า
ทันใดนั้นเขาก็ระลึกได้ว่า ตนเองกำลังอยู่บน เกี้ยว
เซียนซึ่งเป็นของปีศาจจิ้งจอกพันปี
เท่ากับว่าทุกอย่างล้วนเป็นภาพมายา ที่ปีศาจ
จิ้งจอก ใช้เสน่ห์เล่ห์กลสร้างขึ้น ไม่มีคำว่ารอคอย
ไม่มีคำว่าความรัก อย่างแท้จริง
” ในที่สุดเจ้าก็ตื่นได้สติเสียทีนะ ข้าเรียกเจ้าอยู่ต้อง
นานสองนาน แต่จ้ากลับนิ่งไม่ไหวติง หรือ
ตอบสนองใด ๆ กลับมาแม้แต่น้อย จนข้าคิดว่าเจ้า
จะต้องมาตายอยู่ที่นี่เสียแล้ว” ภายในหัวของเขา
เสียงของ หมิงซวง ดังขึ้น นางแสดงท่าทาง
รังเกียจ แต่ก็รู้สึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
อู่ อวี้ รีบกลิ้งตัว ม้วนหลบลงไปใต้เตียงทันที
” หรือ จิ่วเซียน ใช้เสน่ห์ล่อลวงข้า! ”
ความทรงจำก่อนหน้านี้เริ่มค่อย ๆ กลับมา จากนั้น
ภาพทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็ปรากฏ อู่ อวี้ รู้สึกตื่น
ตกใจอย่างยิ่ง เหงื่ออันเย็นเยียบเริ่มไหลออกมา แต่
ภายในกายของเขากลับรุ่มร้อนราวกับถูกเพลิงเผา
ไหม้ แต่ในเวลานี้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเป็นปกติ
สมบูรณ์
เขาตระหนักได้ทันทีว่า ความแตกต่างระหว่าง
ปีศาจจิ้งจอก จิ่วเซียน กับ ปีศาจจิ้งจอก เชี่ยนเอ๋อ
นั้นช่างใหญ่หลวงมากมายเพียงใด
เขารีบสวมใส่อาภรณ์อย่างรวดเร็ว ภายในใจของ
เขาพลันนึกถึง ‘ภาพจำแลงหัวใจวานร ‘ ที่เป็นสิ่ง
ค้ำจุนสุดท้ายในการรักษาชีวิตเอาไว้ในทันที เมื่อ
ภายในจิตใจของเขาปรากฏภาพของราชาวานรผู้
ไร้พ่าย จิตวิญญาณ และ จิตใจของ อู่ อวี้ ก็แจ่ม
ชัดมากยิ่งขึ้น
“อึก…”
เมื่อเขาหันกลับไปมอง จิ่วเซียน สวมใส่ชุดคลุมสี
ชมพูหวาน เอนกายนอนอยู่บนเตียง ถึงแม้ อู่ อวี้
จะใช้ภาพจำแลงหัวใจวานร ที่ทำให้จิตใจของเขา
สงบลงอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยรูปโฉมของนางนั้น
ช่างงดงามราวกับเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ จน
สตรีทุกผู้จะต้องมัวหมอง เมื่อได้ยลรูปโฉมของนาง
ผนวกเข้ากับเสน่ห์อันล่อลวงใจของนาง นับว่าเป็น
อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น
ปีศาจจิ้งจอกที่เปียมไปด้วยเสน่ห์เช่นไร แต่เมื่อเจอ
กับ จิ่วเซียน ผู้นี้ พวกนางจำต้องยอมหลีกทางให้
ทันที นับว่าเป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้เคยพบพาน
ปีศาจที่น่ากลัวเช่นนี้
“สตรีผู้นี้น่ากลัว … ”
อู่ อวี้ ผงะก้าวถอยออกมา 3 ก้าวจนถึงนอกห้อง
จากนั้นเขาก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว
” ไม่ใช่ๆ นางเป็นปีศาจจิ้งจอกเฒ่าพันปี อย่าได้
หลงเชื่อเด็ดขาด! ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร นอกจาก
หวาดกลัว เขาเกือบจะพลาดท่าให้กับปีศาจ
จิ้งจอกเฒ่าพันปีตนนี้เสียแล้ว
เขาเกรงว่าศิษย์พี่คนที่สองของเขา หยาง ชิง จะ
ถูกสังหารด้วยวิธีเดียวกันนี้
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจมสู่ห้วงความคิด ประตูพลัน
ถูกเปิดออกอีกครั้ง เมื่อหันกลับไปมองเขาเห็น จิ่
วเซียน กำลังนอนยั่วยวนอยู่บนเตียง นางกระดิก
นิ้ว เพื่อเรียก อู่ อวี้ เข้ามา ทันใดนั้นร่างของ อู่ อวี้
ก็ถูกพลังลึกลับบางอย่างดึงกลับเข้ามาภายในห้อง
อีกครั้ง จิ่วเซียนจ้องมองเขา พร้อมกับยิ้มออกมา
อย่างอ่อนละมุน รูปโฉมของนางอ่อนเยาว์ราวกับ
สาวแรกรุ่นวัย 18 ซึ่งแตกต่างจากอายุจริง ที่เป็น
ปีศาจพันปีอย่างสิ้นเชิง
” ไม่เลวเลยทีเดียว ท่านสามารถเรียกสติของ
ตนเองกลับคืนมาได้ นอกจากนี้ยังสามารถ
เผชิญหน้ากับข้า โดยที่ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย”
จิ่วเซียน กล่าว เสียงของนางก้องกังวานบาดลึกลง
ไปจนถึงกระดูก
อู่ อวี้ พยายามระลึกถึง ภาพจำแลงหัวใจวานรอยู่
ตลอดเวลา ด้วยเกรงว่าเขาจะต้องตกลงไปใน
เสน่ห์ล่อลวงของนาง ซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง
แต่อันที่จริงแล้ว ในเวลานี้ จิ่วเซียน ไม่ได้ใช้เสน่ห์
ล่อลวงใจแต่อย่างใด ไม่เช่นนั้นแล้วการเผชิญหน้า
กับปีศาจแบบตาต่อตาเช่นนี้ ต่อให้เขาคอยระลึก
ถึงภาพจำแลงหัวใจวานร เกรงว่าคงจะไร้ซึ่ง
ประโยชน์ใด ๆ
อู่ อวี้ พยายามสะกดข่มจิตใจให้สุขุมเข้าไว้ แต่การ
ที่เขาถูกหยอกล้อราวกับเด็กน้อยเช่นนี้ มันทำให้
เขามีโทสะขึ้นมา
” อย่ามีโทสะไปเลย จิ่วเอ๋อ จะไม่ทำอะไรท่าน
ในตอนนี้ ท่านมีความสำคัญกับ จิ่วเอ๋อ อย่างยิ่ง
จิ่วเอ๋อจะปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไป ” จิ่วเซียน
กล่าวขึ้นด้วยท่าทางงามหยดย้อย
อู่ อวี้ ไม่อาจทนมองนางได้อีก เขาหลับตาลงเพื่อ
สะกดข่มของจิตใจ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” เจ้า
ต้องการสิ่งใด ? ”
” ข้าคิดว่าท่านคงไม่อาจเกลียดข้าลง ” จิ่วเซียน
ลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่าเขาหลับตาเพราะไม่กล้ามอง
นาง นางจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
อู่ อวี้ หวนนึกถึงสภาพการตายอย่างน่าอนาถของ
หยาง ชิง ก็กล่าวขึ้นว่า ” ในเมื่อเจ้า เป็นคน
สังหารศิษย์พี่ลำดับสองของข้า อีกทั้งยังคุกคามต่อ
นิกายกระบี่สวรรค์ของพวกข้าอีก จะไม่ให้ข้า
เกลียดชังเจ้าได้อย่างไรกัน ?
เมื่อ อู่ อวี้ หวนนึกถึงสภาพการตายอันน่า
สะพรึงกลัวของ หยาง ชิง สายตาของเขาก็สลดลง
ทุกครั้งที่เขาหวนนึกถึงภาพ ๆ นั้น ขนทั่วสรรพาง
ก็ลุกชูชันขึ้นมาเอง อย่างช่วยไม่ได้ หากจิตใจของ
เขาพลาดพลั้งเพียงก้าว เกรงว่าเขาก็คงจะมีสภาพ
อเนจอนาถแบบนั้นเช่นกัน
” ศิษย์พี่ลำดับสองของท่านคือผู้ใด?”
” หยาง ชิง ”
” อ๋า∼ คนผู้นั้นนั่นเอง ข้าก็รู้สึกพึงพอใจในตัว
คุณชายผู้นั้นอยู่บ้าง แต่เสี่ยวเหว่ย เป็นผู้ดูดกลืน
พลังหยาง ของเขา หาใช่ฝีมือของข้าไม่ ท่านคิดว่า
จิ่วเอ๋อ เป็นผู้ก่อเรื่องวุ่นวายบุ่มบ่ามเช่นนั้นหรือ
การฝึกตนของข้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพา หรือ ดูดซับ
พลังหยาง ของชายผู้นั้น ไม่เช่นนั้นข้าคงจะไม่ปลุก
ท่านให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ ” จิ่วเซียน กล่าว ขณะมา
หยุดยืนอยู่ตรงด้านหน้าของเขา ดวงตาของนาง
แฝงไว้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
หากผู้ใดมักพบเห็น ท่าทางความโศกเศร้าของ
นางในยามนี้ รับรองได้ว่าหัวใจของพวกเขาจะต้อง
ถูกละลายอย่างแน่นอน
แต่โชคยังดีที่ อู่ อวี้ ไม่กล้าจะมองไปที่นาง
” ท่านจะโกธรเคืองหญิงสาว ร่างกายบอบบาง ซึ่ง
อยู่ต่อหน้าของท่านในยามนี้ ได้ลงคอเชียวหรือ” จิ่
วเซียน กระซิบที่ข้างหู
อู่ อวี้ ก้มหน้ากัดฟันแน่น เพื่อสะกดของจิตใจ
ไม่ว่าสิ่งที่ จิ่วเซียน กล่าวออกมาจะเป็นเรื่องจริง
หรือไม่ แต่มันคงไม่สำคัญกับเขาอีกต่อไป
” เสี่ยวเหว่ย เป็นสมุนของเจ้า”
” ท่านนี่ช่างหลักแหลมยิ่งนัก ใช่แล้วนางเป็นคน
ของข้า เสี่ยวเหว่ย เป็นสุนัขจิ้งจอกหกหาง แต่
อายุขัยของนางน้อยกว่าข้า และ ไม่บริสุทธิ์เท่ากับ
ข้า” จิ่วเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ราวกับ
สาวน้อยสดใส
อู่ อวี้ จำได้ว่าช่วงเวลาที่เขาตกอยู่ในห้วงภวังค์นั้น
นางเป็นคนตบเขาให้ตื่นขึ้น ถ้าหากนางต้องการดูด
พลังหยางของเขาแล้วและก็ นางก็ไม่จำเป็นต้อง
ปลุกเขา
” หมิงซวง ท่านรู้หรือไม่ว่าปีศาจจิ้งจอกตัวนี้กำลัง
เล่นลูกไม้อะไร ? ” อู่ อวี้ รีบขอความช่วยเหลือจาก
นางทันที
หมิง ซวง กลอกตามองบน พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า
” ข้าจะไปรู้ได้เช่นไร โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก ไม่
ว่าจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดเพียงใดย่อมเกิดขึ้น
ได้ ดังนั้นข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่านางจิ้งจอกตนนี้จะ
คิด หรือ ต้องการสิ่งใด? ”
นับว่าน่าแปลกอย่างยิ่งที่ หมิงซวง ตอบมาว่าไม่รู้
อู่ อวี้ เปิดประเด็นขึ้นตรงๆ ” จิ่วเซียน เจ้า
สามารถบอกความจริงแก่ข้าได้หรือไม่ เจ้าขัดแย้ง
กับเจียง เซี่ย เพื่อจับตัวข้ามาเช่นนี้ แท้จริงแล้ว
ต้องการอะไรกันแน่?”
จิ่วเซียน ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับโอบกอดรอบเอว
ของ อู่ อวี้ เอาไว้ นางซบใบหน้าลงบนหน้าอกของ
เขา และเอาหูแนบลงไป เพื่อฟังเสียงเต้นของหัวใจ
จากนั้นนางก็กระซิบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาว่า ”
จิ่วเอ๋อ ปรารถนาให้ท่านตกหลุมรักในตัวข้า ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ