กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 134 : กงลอกระบี่หยินหยาง
ในมือของเขาตอนนี้มีเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
อยู่หลายเม็ด ซึ่งย่อมมากเพียงพอที่เขาจะสามารถ
ฝั่าทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 5
จิ่วเซียนยังกล่าวอีกว่า หาก อู่ อวี้ ต้องการเม็ดยา
หลอมรวมลมปราณเท่าไหร่ นางก็สามารถให้ได้
ตามที่ อู่ อวี้ ต้องการ
เรื่องนี้มันช่างน่าสงสัยอย่างยิ่ง ว่าจุดมุ่งหมายของ
ที่แท้จริงของนางนั้นคืออะไรกันแน่ นางต้องการ
อะไรจาก อู่ อวี้ ?
“นางที่สามารถสร้างแกนปีศาจได้ แน่นอนว่าย่อม
มีทรัพยากรมากเพียงพอ จนข้าสามารถกลั่นสกัด
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณได้มากเท่าที่ต้องการ ซึ่ง
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณสำหรับนางแล้ว น่าจะ
ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด”
“แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้านั้นอยู่คนละฝังกับนาง ยิ่ง
ข้าแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ย่อมไม่เป็นผลดีใดๆ
สำหรับนาง แล้วทำไมนางถึงต้องนำเม็ดยาหลอม
รวมลมปราณมามอบให้กับข้ากัน?”
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัย
สำหรับเขาเป็นอย่างมาก
ดังนั้น เมื่อนางมอบเม็ดยาหลอมรวมลมปราณมา
ให้กับเขา จึงทำให้ค่อนข้างรู้สึกสับสน
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณเหล่านี้ต่างก็บริสุทธิ์ไม่มี
สิ่งปนเปือนใดๆ
เนื่องจากเป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงฉุกคิดขึ้นมาได้ “ถ้า
หากว่าข้าแข็งแกร่งขึ้น มีพละกำลังมากขึ้น ข้า
ย่อมมีอำนาจมากขึ้นเช่นกัน!”
ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะทำการกลั่นสกัด
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
เขาทำการหมุนวนพลังศักดิ์สิทธิ์ในจุดชี่ห่าย ซึ่ง
ในตอนนี้เริ่มเข้าสู่จุดพลิกผันที่จะเปลี่ยนแปลง
ชะตาชีวิต
เพียงต้องการเม็ดยาหลอมรวมลมปราณอีกหนึ่งถึง
สองเม็ดเท่านั้น เมื่อมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว จุด
บัญญัติก่อกำเนิดก็จะหลอมรวมพลังหยินหยางเข้า
ด้วยกัน เช่นนั้น ‘เคล็ดมหาวิถีเทียนเซียน’ก็จะ
ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เคล็ดมหาวิถีเทียนเซียนนั้น เป็นวิชาที่อาจจะทำให้
อู่ อวี้ เข้าสู่หนทางการเป็นเซียนอมตะอย่างแท้จริง
ได้ ความลึกลับของมัน ยังไม่มีใครที่จะสามารถทำ
ความเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณที่อยู่ภายในเปลี่ยนมา
เป็นกระแสน้ำวนพลังศักดิ์สิทธิ์ขนาดยักษ์ ไหลเข้า
ไปรวมอยู่ที่จุดชี่ห่าย และค่อยๆก่อตัวขึ้น
การสร้างจุดบัญญัติก่อกำเนิดของ‘เคล็ดมหาวิถี
เทียนเซียน’นั้น เปรียบเหมือนกับงานศิลปะ ทั้ง
สมบูรณ์แบบ ทั้งสมดุล จุดบัญญัติก่อกำเนิดจะ
ค่อยๆดูดกลืนกระแสพลังฟั้าดิน นำมาสร้างเป็น
พลังศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่กลั่นสกัดเม็ดยาหลอมรวมลมปราณเม็ด
ทั้ง 2 สำเร็จแล้ว ก็ได้มาถึงขั้นตอนสำคัญ กระแส
น้ำวนพลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นค่อยๆ เติมเต็มจุด
บัญญัติก่อกำเนิดที่กำลังควบแน่นก่อร่างจนเสร็จ
สมบูรณ์แบบ
ทะลวงเปิดจุดชี่ห่าย จุดบัญญัติก่อกำเนิดที่ 5
สำเร็จ!
มันเชื่อมต่อเข้ากับจุดบัญญัติก่อกำเนิดอีก 4 จุด
ตอนนี้ที่หัว หน้าอก ช่องท้อง มือ และเท้าของ อู่
อวี้ แต่ละส่วนต่างก็มีจุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้งสิ้น
ขอบเขตขั้นหลอมรวมลมปราณ 5 ระดับแรกถือ
เป็นขอบเขตหนึ่ง อีก 5 ระดับที่เหลือก็เป็นอีก
ระดับหนึ่ง
หลังจากก่อจุดชี่ห่ายสำเร็จแล้ว ไม่เพียงแค่พลัง
ศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ อู่
อวี้ สามารถที่จะเพาะปลูกรากฐานเซียนได้แล้ว
“ตอนนี้กองกำลังไตรภาคีกำลังมุ่งหน้าไปยัง
เทือกเขาคราม ข้าในฐานะที่เป็นเชลย ยิ่งข้า
แข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะหลบหนี
ออกไปได้ก็จะยิ่งมากเพิ่มขึ้นเท่านั้น”
อู่ อวี้ นั้นเปรียบเสมือนแกะที่อยู่ภายในถ้ำเสือ ถูก
ห้อมล้อมไปด้วยผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในกองกำลัง
ไตรภาคี มีทั้งจิ่วเซียน ปักษาคลื่นอัสนี ปีศาจเจ็ด
ทะเลแดง และ เจียง เซี่ย ทำให้สามารถตกตายได้
ทุกเวลาเมื่อคิดจะหนี
เขาขบฟันอย่างเจ็บแค้น เพราะเขานั้นเกลียดชัง
ตัวเองที่อ่อนแอ เขาต้องการที่จะเติบโตและ
แข็งแกร่งขึ้น จนสามารถปกปั้องชีวิตของตัวเองได้
“รากฐานเซียน”
รากฐานเซียนที่เขามีอยู่ ตอนนี้เขามีเพียงหนึ่ง
เดียว
“วิชาเต๋าโบราณ รากฐานเซียนโบราณ ดูเหมือนว่า
ข้าจะต้องเดิมพันดูสักตั้ง”
เป็นเพราะว่าเขานั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับรากฐาน
เซียนอันนี้เลยสักนิดเดียว มันอาจจะเกิดเหตุการณ์
ที่ไม่คาดฝันขึ้น ดังนั้นมันจึงเป็นเหมือนกับว่าเขา
จะต้องวางเดิมพันกับมันดู
“ท่านมีรากฐานเซียนด้วยรึ?” ไม่รู้ว่าจิ่วเซียนมา
ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เท้าอัน
เปลือยเปล่าคู่นั้นของนางนั้นใสกระจ่างเปรียบได้
กับเนื้อหยกบริสุทธิ์ มันช่างสวยงามยากจะหาที่ใด
มาเปรียบ และเล็บเท้าของนางนั้นยังมีแสง
ประกายระยิบระยับดูแล้วช่างมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ไม่ต้องการที่จะเงยหน้าขึ้นมองนาง มิฉะนั้น
เขาจะต้องตกอยู่ในมนต์สะกดของนางอย่าง
แน่นอน
ในความจริงนั้นต่อให้เขาไม่เปิดเปลือกตาขึ้นไป
มอง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเสน่ห์ที่แสนอันตรายนี้ กลับ
เปรียบเหมือนกับเขาอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวนอัน
รุนแรง
“มี” อู่ อวี้ ตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้จิ่วเอ๋อได้เปิดหูเปิดตา ดูว่า
เฟิง ซัวหยา นั้นได้มอบรากฐานเซียนอันใดมาให้
ท่าน” จิ่วเซียนนั้นยิ้มหวานขึ้นมา ถึงแม้นางจะไม่
เห็นแววตาของ อู่ อวี้ แต่นางก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี
ว่าเขาไม่ค่อยจะมั่นใจสักเท่าใดนัก
“แล้วเจ้าจะต้องประหลาดใจ”
หลังจากที่เข้าสู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 5
แล้ว อู่ อวี้ ก็ทำให้จิตใจสงบลงภายในเกี้ยวเซียน
จากนั้นเขาก็เอื้อมมือเข้าไปในถุงจักรวาล หยิบเอา
รากฐานเซียนที่เป็นผลึกกระบี่ซึ่งได้มาจากซาก
อารยธรรมโบราณ รูปร่างของมันนั้นแท้จริงแล้ว
มันดูเลือนรางและไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ชัด
วิธีการจะปลูกรากฐานเซียนจะต้องใช้เลือดเป็น
ส่วนผสม ต้องกรีดเฉือนร่างกายออก ฉีกเปิดจุดชี่
ห่ายโดยที่ไม่ทำลายจุดบัญญัติก่อกำเนิด หลังจาก
นั้นก็ใช่วิธีลับ ปลูกรากฐานเซียนเข้าไปในร่าง
ผสานหลอมรวมรากฐานเซียนกับร่างกายให้เป็น
หนึ่ง รากฐานเซียนก็คือคน คนก็คือรากฐานเซียน
แต่ว่าผู้ฝึกตนจะต้องอดทนกับความเจ็บปวดที่แสน
จะทรมานในการปลูกฝังรากฐานเซียนและหลอม
รวมมันเป็นหนึ่งกับร่างกาย
เมื่อเข้ามาในเกี้ยวเซียน ปักษาคลื่นอัสนีก็มอบ
กระบี่หยินหยางคืนให้เขา เขาจึงหยิบกระบี่หยินห
ยางออกมา กรีดเปิดจุดตำแหน่งที่อยู่ใต้ท้องน้อย
เขาต้องอดทนกับความเจ็บปวดนี้ มันเจ็บราวกับ
ว่ามีคนเอาไฟมาจี้ที่ตัวเขา
การฉีกเปิดจุดตำแหน่งชี่ห่าย โดยที่ไม่ทำลายกระ
จุดบัญญัติก่อกำเนิด ต้องเข้าใจว่าความเจ็บปวดนี้
มันทรมานเกินที่จะทนรับไหว
ร่างกายของ อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่งทนทานเป็น
อย่างมาก จึงจำเป็นต้องใช้กระบี่หยินหยางเท่านั้น
ถึงจะสามารถกรีดเฉือนผ่านร่างกายของเขาได้
ขั้นตอนนี้กินเวลาถึงครึ่งชั่วยาม ยามนี้ร่างกายของ
อู่ อวี้ ได้หลั่งเหงื่อที่เย็นเฉียบออกมา
“ขั้นตอนนี้ ทุกคนล้วนประสบความสำเร็จ ข้าเองก็
ต้องทำให้ได้เช่นกัน!”
จากนั้นเขาก็มองไปที่รากฐานเซียนที่อยู่ในมือของ
เขา
“ถึงตาของเจ้าแล้ว!”
อย่างน้อย ผลึกรากฐานเซียนชิ้นนี้ก็มีความพิเศษ
อยู่ ซึ่งมันย่อมไม่ใช่ของสามัญทั่วไป และสิ่งที่ อู่
อวี้ ไม่ชอบมากที่สุดก็คือความสามัญ
ย้ากกก!
เขาเริ่มเพาะปลูกรากฐานเซียน
วิธีลับในการปลูกรากฐานเซียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ของ‘มหาเคล็ดวีถีเทียนเซียน’ แม้ว่า อู่ อวี้ จะ
เรียนรู้วิธีลับของนิกายกระบี่สวรรค์ แต่ว่าเขา
ตัดสินใจใช้วิธีลับของมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน
เพราะยังไงแล้วรากฐานเซียนและพลังศักดิ์สิทธิ์ก็
จะถูกหลอมรวมผสานเข้าด้วยกัน
“ผสาน!”
หลังจากที่รากฐานเซียนเข้าไปภายในร่างแล้ว
เพราะว่าร่างกายของ อู่ อวี้ นั้นมีความแข็งแกร่ง
ทนทานและยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก เลือดเนื้อของ
เขาจึงค่อยๆฟืนตัวและหายกลับไปเป็นปกติได้
อย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนที่ต้องทนความเจ็บปวดทรมานได้ผ่านพ้น
ไปเรียบร้อยแล้ว
“ผู้ฝึกตน ก็เหมือนกับเป็นการต่อต้านสวรรค์ การ
ปลูกฝังรากฐานเซียน ถือเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์
อย่างเห็นได้ชัดที่สุดอย่างหนึ่ง แล้วมันจะง่ายดาย
ได้อย่างไร”
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ก็ถือเป็นวิชาที่ล่วงละเมิด
สวรรค์และเหล่าเทพเซียน
รากฐานเซียนนั้นจึงถูกเก็บด้วยวิธีการลับอยู่
ภายในจุดบัญญัติก่อกำเนิดชี่ห่าย
กระแสพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นก่อตัวเป็นพายุ หมุนวนอยู่
รอบๆผลึกกระบี่
ครืนนนน
ทันใดนั้นพื้นผิวรากฐานเซียนก็เกิดรอยร้าวขึ้น
ท่ามกลางรอยร้าว ได้เกิดแสงส่องประกายขึ้นมา 2
ลำ แสงหนึ่งเป็นสีดำ อีกแสงหนึ่งเป็นสีขาว
รากฐานเซียนและวิชากระบี่หยินหยางก่อกำเนิด
นั้นเข้ากันได้อย่างพอดี เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของ
วิเศษที่ผู้ฝึกตนโบราณได้ทิ้งไว้เบื้องหลัง
ปัง!
ผ่านไปครู่หนึ่ง รากฐานเซียนก็ได้ระเบิดออกเป็น
ชิ้นๆ
อู่ อวี้ คำรามออกมาอย่างเจ็บปวด
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่หมุนวนราวกับพายุ ทำให้ชิ้นส่วน
แต่ละชิ้นกระจัดกระจายไปทั่ว
ในความเป็นจริงแล้ว การระเบิดที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มา
จากรากฐานเซียน แต่เป็นเปลือกที่ปกคลุม
รูปลักษณ์ที่แท้จริงของรากฐานเซียนไว้อยู่ เปลือก
ที่ปกคลุมผลึกกระบี่นั้นได้ถูกทำลายลง และในที่สุด
อู่ อวี้ ก็ได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของรากฐานเซียน
นี้
มันเป็นกระบี่2เล่ม หนึ่งเล่มเป็นสีดำ ส่วนอีกเล่ม
เป็นสีขาว กระบี่ทั้ง2เล่มบินตัดผ่านกัน จนกลาย
มาเป็นกงล้อกระบี่ กงล้อกระบี่หมุนวนไปรอบๆ
เป็นรูปแบบวงกลม ยากที่จะมองออกว่ามันมีสีดำ
หรือสีขาว ภายใต้การหมุนวนนั้น เกิดการ
เคลื่อนไหวที่รุนแรงขึ้น จนปรากฏคลื่นสีขาวดำ
อยู่ภายในจุดบัญญัติก่อกำเนิด แล่นผ่านไปทั่วทั้ง
ร่างกาย
“กงล้อกระบี่หยินหยาง”
เมื่อเขาผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรากฐานเซียน อู่
อวี้ ก็รู้ชื่อของรากฐานเซียนนี้ได้ทันที
มีรากฐานเซียนบางชนิด สามารถเพิ่ม
ความสามารถในการใช้กระบี่ได้ หัวใจกระบี่หยก
ทองคำและกงล้อกระบี่หยินหยางต่างก็เป็น
รากฐานเซียนประเภทนี้ อู่ อวี้ เพิ่งจะกลับมาใช้
กระบี่ แต่ทว่ายังไม่ลึกซึ้งในวิถีแห่งกระบี่มากนัก
เพราะว่ากายเนื้อและพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้นล้วน
มาจาก ราชาวานร (ฉีเทียน ต้าเซิ่ง)
ซึ่งเป็นสิ่งพลองทองสมปรารถนามอบมาให้แก่เขา
หลังจากที่มีกงล้อกระบี่หยินหยาง จึงกล่าวได้ว่าใน
ร่างกายของเขามีรากฐานของวิถีแห่งกระบี่ และ
ขณะเดียวกัน กงล้อกระบี่หยินหยางนั้นช่างน่า
อัศจรรย์ยิ่งนัก มันไม่ได้ขัดกับพลังศักดิ์สิทธิ์หรือ
เคล็ดวิชาที่ อู่ อวี้ มีอยู่เลยแม้แต่น้อย กระทั่งยัง
สามารถใช้งานมันได้ปกติดีอีกด้วย
การเพาะปลูกรากฐานเซียน ก็เป็นเสมือนกับการ
ประกอบแขนขาขึ้นอีกข้างหนึ่ง หลังจากที่
เพาะปลูกมันลงไปแล้ว มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของร่างกาย
ตามวิธีของมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียนของ อู่ อวี้ นั้น
คือการสลายรากฐานเซียนเพื่อผสานหลอมรวม
เป็นหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเขาและ
รากฐานเซียนยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดกงล้อ
กระบี่หยินหยางก็หลอมรวมเข้ากับจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิด จนพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดได้มาบรรจบกัน
อยู่ในร่างของ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นกงล้อกระบี่หยินหยาง
ภายในจุดชี่ห่ายได้ เพราะว่ากงล้อกระบี่หยินหยาง
นั้นได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายของ อู่ อวี้
ทุกๆส่วนบนร่างกายของ อู่ อวี้ ปรากฏร่องรอย
ของกระบี่ขึ้น ยามนี้เขาสามารถเปลี่ยนได้
แม้กระทั่งนิ้วมือของเขาให้กลายเป็นกระบี่ได้
เช่นเดียวกับ ซู หยานหลี่
ฟูั่ว
เพียงแค่ย้ายความคิดแล้วชูแขนขึ้น นิ้วชี้และ
นิ้วกลางของเขาได้ผันแปรกลายเป็นกระบี่สีดำและ
สีขาวขนาดเล็ก2เล่มในทันที กระบี่นี้ได้ปลดปล่อย
พลังปราณอันรุนแรงออกมา และมันยังมีความ
แหลมคมอย่างไม่น่าเชื่อ
วิ้งๆๆๆ!
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เพราะว่าในเวลานี้ทั่วทั้ง
ร่างกายของเขา กงล้อกระบี่หยินหยางหมุนไปมา
โดยไม่ยอมหยุด จนยากที่จะควบคุมมันได้ ราวกับ
ว่ามันกำลังโมโห และต้องการที่จะเป็นอิสระ
“ทำไมถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
ในเวลานี้เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง พริบตา
พลังศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งร่างกาย ได้ปลดปล่อยปราณ
กระบี่อันบ้าคลั่งออกมา
กระบี่สีดำให้ความรู้สึก แปลกประหลาด มืดหม่น
และเย็นยะเยือก ส่วนกระบี่สีขาวนั้นให้ความรู้สึกที่
แตกต่างออกไป มันดูรุนแรง ส่องประกาย และ
รวดเร็ว
ฟิวๆๆๆ!
กระบี่เหล่านี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันได้
แทงทะลุร่างกายของเขาออกมา ทำให้บัดนี้
ร่างกายของเขาเปรียบเสมือนกับเม่น
“การจะได้รับสืบทอดกงล้อกระบี่หยินหยางและ
รากฐานเซียนชนิดนี้มา ถือว่าวาสนาของเจ้าช่าง
ฝืนลิขิตฟั้าเสียจริง รากฐานเซียนเพิ่งจะหลอม
รวมเข้ากับร่างกายของเจ้า เจ้ายังคงไม่สามารถ
ควบคุมมันได้ดั่งใจนึก ดังนั้นการจะเกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ขึ้นถือว่าเป็นเพียงเรื่องปกติ เจ้าแค่
ปลดปล่อยปราณกระบี่เหล่านี้ออกมาอย่างอิสระ
แล้วค่อยๆฝึกควบคุมพวกมันในภายหลัง เท่านี้ก็
จะไม่มีปัญหาใดๆแล้ว” จิ่วเซียนกล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงที่อ่อนหวาน
ในที่สุดนางก็กล่าวออกมา รากฐานเซียนของ อู่
อวี้ นั้นไม่ได้ทำให้นางเกิดความรู้สึกโลภขึ้นแม้แต่
นิดเดียว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่า กงล้อ
กระบี่หยินหยางนั้นไม่เลวเลยทีเดียว
มหาแก่นตะวันของ เจียง จุนหลิน นั้นทำให้
สามารถที่จะใช้ ร่างทองคำมหาตะวัน ได้ ก็ทำให้
เป็นที่รู้จักว่ามันเป็นรากฐานเซียนที่พิเศษ ถ้าอย่าง
นั้นอะไรคือความสามารถพิเศษของของกงล้อ
กระบี่หยินหยาง
อู่ อวี้ เริ่มรวบรวมสมาธิ เขามีความตั้งใจอันแรง
กล้าที่จะปลดปล่อยพลังปราณกระบี่ออกมา
“จิ่วเซียน ให้ข้าออกไป” ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็หันหลัง
กลับไปมอง เมื่อมองลอดเข้าไปยังนัยน์ตาของเขา
ยามนี้ จะเห็นได้ถึงปราณกระบี่สีขาวดำแยกกันได้
อย่างชัดเจน
“ท่านควรจะเรียกข้าว่าจิ่วเอ๋อนะ” จิ่วเซียน ได้เอ่ย
ขึ้นด้วยเสียงอันนุ่มละมุน
“หากยังไม่เปิดประตูให้อีก เกี้ยวเซียนของเจ้าจะ
พังพินาศ!” อู่ อวี้ จ้องเข้าไปที่ดวงตาของนาง
“ก็ได้ ใยท่านต้องข่มขู่ใช้กำลังเช่นนี้ด้วย” นางนั้น
พูดด้วยเสียงที่ให้ความรู้สึกอ่อนแอ จากนั้นนางก็
ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ด้วยเสน่ห์
ของนางนั้น หากให้คนธรรมดาเพียงแค่มองลอด
เข้าไปยังนัยน์ตาเพียงครั้งเดียว ก็ยากที่จะลืมเลือน
ไปได้ตลอดทั้งชีวิต
“เชิญ”
จิ่วเซียนรู้ดีว่าเขานั้นต้องการที่จะควบคุมรากฐาน
เซียน จากนั้นนางก็โบกสะบัดมือเปิดประตูของ
เกี้ยวเซียนขึ้น อู่ อวี้ ไม่รอช้า เมื่อพุ่งออกไปอย่าง
สุดตัวเพียง 3 ก้าว อู่ อวี้ ก็สามารถออกสู่ด้านนอก
จากนั้นเขาได้เริ่มทำการปลดปล่อยปราณกระบี่อัน
บ้าคลั่งที่อัดอั้นออกมา จนทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
เมื่อไม่รู้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มาปราณกระบี่นี้จะมี
ความน่ากลัวเพียงใด ดังนั้นจึงไม่กล้าปลดปล่อย
มันอย่างมั่วซั่ว
บนท้องฟั้าคือทางเลือกที่ดีที่สุด
ตูม!
กระบี่นับหมื่นได้พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า!
มันทำให้ อู่ อวี้ ถึงกับต้องตะลึงงัน เป็นเพราะว่า
ทั่วทั้งท้องนภา บัดนี้ได้เกิดเป็นเสียงกรีดร้อง
มากมายดังกึกก้องขึ้นมา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ