กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 138 :
หนึ่งใจแบ่งเป็นสอง กระบี่ทะยานสู่ฟากฟั้า
กล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้ใช้
ความสามารถของรากฐานเซียน ‘กงล้อกระบี่ห
ยินหยาง’ อย่างจริงจัง ท่ามกลางความคลุมเครือ
ในคราแรก เวลานี้เขาสามารถสัมผัสได้ถึง
ความสามารถที่แท้จริงของมันแล้ว
คุณสมบัติของ ผลกำเนิดชีวิต จะช่วยให้การฟืนฟู
ของเนื้อ และ โลหิต สูงล้ำคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป
รากฐานเซียน มหาแก่นตะวัน ทำให้ ความ
แข็งแกร่งทางกายเนื้อของ เจียง จุนหลิน เพิ่ม
สูงขึ้น จาก ‘กายาทองคำมหาตะวัน’
กระทั่ง หมิงซวง ยังรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งว่า
‘กงล้อกระบี่หยินหยาง’ ของ อู่ อวี้ มี
ความสามารถอะไร?
กระบี่ขาว และ ดำที่แยกออกได้ เป็นเช่นดั่งปราณ
กระบี่ที่ออกมาจากร่างกาย เคล็ดมหาศักดิ์สิทธิ์ ได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำ และ สีขาว ไหลเวียน
เชื่อมต่อระหว่างกระบี่ขาว และ ดำ
ท่ามกลางความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการใช้ ‘กงล้อ
กระบี่หยินหยาง’ ของ อู่ อวี้ ทำให้เขาสามารถ
ควบคุมการโคจรของปราณกระบี่ได้อย่างชัดเจน
มากยิ่งขึ้น
” นี่ควรจะเป็น หนึ่งใจแบ่งเป็นสอง”
ในอดีต เมื่อนำกระบี่ออกมาหนึ่งเล่ม ย่อม
กลายเป็นหนึ่งเล่ม
กงล้อกระบี่หยินหยาง ได้ควบแน่นสร้างกระบี่สี
ขาวดำขึ้นมา เฉกเช่นดังกงล้อหยินหยางซึ่งผสาน
หลอมรวมอยู่ภายในร่างกายของ อู่ อวี้ หนึ่งผสาน
หลอมรวมอยู่ข้างซ้าย อีกหนึ่งผสานหลอมรวมอยู่
ด้านขวา
“หลาน สุ่ยเยว่ ใช้กระบี่คู่วารีพิสุทธิ์ ถือว่าเป็นการ
ใช้กระบี่คู่เป็นหลัก แต่หากยังค่อนข้างจะเอนเอียง
ไปทางกระบี่ด้านขวาซึ่งเป็นมือถนัด อีกทั้งเมื่อไม่
นานมานี้ หลิว ชิงสุ่ย ได้ใช้ศาสตราเต๋า 2 ชนิด
แตกต่างกัน ใช้แส้หางม้าโลหิตโจมตีเป็นหลัก ส่วน
กริชคอยใช้สนับสนุน แต่มันก็ไม่ใช่ หนึ่งใจ
แบ่งเป็นสอง อย่างแท้จริง”
“คุณสมบัติของ กงล้อกระบี่หยินหยาง ดูเหมือนว่า
จะมีคุณสมบัติช่วยส่งเสริม ความสามารถทางด้าน
ร่างกายของข้า ทำให้ข้าสามารถใช้กระบี่คู่ ได้
อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งซ้าย และ ขวา หาได้มีความ
แตกต่างกันไม่ พวกมันหนุนเสริมผสานหลอมรวม
เป็นหนึ่ง”
อู่ อวี้ สามารถรับสืบทอดมรดก จากผู้ฝึกตนเก่าแก่
ในยุคโบราณได้ เพียงแค่นี้ก็สามารถยืนยันได้ว่า
ตัวเขามีความโชคดีเพียงใด ก่อนอื่นเขาจำเป็นต้อง
มีพลังศักดิ์สิทธิ์แบบคู่ ถึงจะสามารถฝึกฝนบ่มเพาะ
เคล็ดวิชากระบี่หยินหยางก่อกำเนิด ได้ อีกทั้งสิ่งที่
ช่วยยืนยันให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คือในเวลานี้ เขา
สามารถปลูกฝังรากฐานเซียน ‘กงล้อกระบี่หยินห
ยาง’ ได้สำเร็จ ส่งผลให้พลังศักดิ์สิทธิ์ภายในร่าง
ของเขา แบ่งแยกออกเป็น 2 สาย ปรากฏเป็น
กระบี่ 2 เล่มขึ้นภายในจิตใจ ความสามารถที่
แท้จริงของมัน คือการทำให้ อู่ อวี้ เสมือนมี 2 คน
สามารถปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่ได้เป็น
ทวีคูณ!
เป็นพลังอำนาจที่ท้าชะตา พลิกลิขิตสวรรค์!
คนธรรมดาสามัญ ไม่สามารถควบคุมศาสตราเต๋า
2 ชนิดได้พร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ จำเป็นต้อง
ใช้อยู่ในรูปแบบของ หนึ่งหลัก และ หนึ่งรอง
หลาน สุ่ยเยว่ ก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดนี้เช่นเดียวกัน
กระบี่ในมือของ อู่ อวี้ เวลานี้ สามารถใช้ออกได้
อย่างสมดุล เกื้อหนุนผสานหลอมรวมเป็นหนึ่ง ซึ่ง
เกิดจาก หนึ่งใจแบ่งเป็นสอง!
ถึงแม้ การโจมตีแบบผสานหลอมรวมเป็นหนึ่งนั้น
จำเป็นต้องใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ถึง 2 เท่า ซึ่งสำหรับ
คนธรรมดาสามัญแล้ว ทำให้พลังวัตรลดลงอย่าง
รวดเร็ว แต่สำหรับ อู่ อวี้ นั้นแตกต่างออกไป
เพราะเขามี มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน อยู่ ทำให้เขา
มีความสามารถในการฟืนฟูพลังศักดิ์สิทธิ์ รวมถึง
พลังวัตรสูงล้ำเกินกว่าคนปกติทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผลกระทบจากรากฐานเซียน กง
ล้อกระบี่หยินหยาง ไม่ส่งผลเด่นชัดต่อ อู่ อวี้ นัก
” หรือจะกล่าวว่า เมื่อใดก็ตามที่ข้าใช้กระบี่ เมื่อ
นั้นข้าจะเทียบเท่าได้กับ เป็นบุคคลสองคนในเวลา
เดียวกัน! ถึงแม้มันจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เป็นสองเท่า
ซึ่งจะสิ้นเปลืองพลังยิ่งกว่า ร่างจำแลงเซียนวานร
แต่จุดแข็งของข้าก็คือ ความรวดเร็วในการฟืนฟู
พลังศักดิ์สิทธิ์! ”
“กงล้อกระบี่หยินหยาง และ พลังศักดิ์สิทธิ์แบบคู่
ในเวลานี้ มันถือเป็นมรดกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ
ข้า! ”
กล่าวได้ว่า อำนาจวิเศษจากรากฐานเซียนชนิดนี้
มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึง
ระดับเซียนอมตะ!
หากกล่าวถึงรากฐานเซียน กงล้อกระบี่หยินหยาง
เกรงว่าใต้ฟั้าแห่งนี้ คงไม่มีผู้ใดเหมาะสมมากไป
กว่า อู่ อวี้ อีกแล้ว นอกจากนี้ กระบี่หยินหยางที่
สามารถแบ่งกระบี่ออกเป็น 2 ยังเหมาะสมกับ อู่
อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
มิฉะนั้น เขาคงใช้กระบี่ยาวและไม่แยกกระบี่
ออกมาเป็น 2 เช่นนี้!
“ไม่ใช่ว่านั่น คือกระบี่หยินหยางหรอกรึ การที่ เฟิง
ซัวหยา มอบมันให้แก่เขา นี่ก็มากพอที่จะพิสูจน์ว่า
เจ้านั่นเห็นค่าศิษย์ผู้นี้มากเพียงใด!” เจียง เซี่ย
และ ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างสังเกตเห็นกระบี่ที่อยู่ใน
มือของ อู่ อวี้ อย่างพร้อมเพรียงกัน
ในเวลานี้ โม่ ซิวเต๋า เป็นผู้เริ่มลงมือก่อน มันได้
เปิดเผยศาสตราเต๋า ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ
พู่กัน ซึ่งมีความยาวมากกว่า 3 ฉือ!
เมื่อดูอย่างพินิจแล้ว กล่าวได้ว่านี่ถือเป็นศาสตรา
เต๋าชั้นสูง!
โม่ ซิวเต๋า แสดงสีหน้าไม่แยแส มันจับด้ามพู่กันซึ่ง
เป็น ศาสตราเต๋าเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มลงมือวาดตวัด
บนอากาศว่างเปล่า!
“โม่ ซิวเต๋า ปลูกฝังรากฐานเซียน ‘ผลึกน้ำหมึก’ มี
ความสามารถพิเศษ ในการสร้างสัตว์อสูรขึ้นจาก
พู่กัน และ น้ำหมึก อีกทั้งยังได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋า
ระดับสูง จากภายในพรรคจงหยวน นั่นคือวิชา
‘ภาพวาดสัตว์อสูร’ ! เมื่อเคล็ดวิชาภาพวาดสัตว์
อสูรถูกใช้ออกมา กองพยุหะจำนวนมหาศาล จะ
กระโจนเข้าใส่ดินแดนของศัตรู กล่าวได้ว่าถือเป็น
เคล็ดวิชาที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!”
ท่ามกลางฝูงชนมากมายที่รายล้อม อู่ อวี้ ได้ยิน
เสียงผู้คนกำลังกล่าวอธิบายขึ้น
ในระหว่างที่คนผู้นั้น กล่าวออกมาได้เพียงครึ่ง
ประโยค โม่ ซิวเต๋า ก็ตะโกนขึ้นมาในทันที มันได้
ตวัดวาดภาพของพยัคฆ์ ซึ่งมีความสูงใหญ่
มากกว่า 3 จั้ง ซึ่งพยัคฆ์ตนนี้ได้ทอดมองลงมาจาก
เบื้องบน ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบ
เหยื่อ!
ถือเป็นเรื่องแปลกที่จะกล่าวว่า พยัคฆ์ร้ายตนนี้ถูก
สร้างขึ้นมาจากน้ำหมึกสีขาว และ สีดำ แต่เพราะ
เหตุใดมันถึงได้ดูคล้ายคลึงกับพยัคฆ์ตัวจริงถึง
เพียงนี้ มันแผ่กลิ่นอายพลังอำนาจสะกดข่ม จาก
ราชาแห่งขุนเขาออกมาอย่างหนักหน่วง กล่าวตาม
ตรงแล้ว อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงวิกฤติอันตรายใหญ่
หลวง ซึ่งมาจากสัตว์อสูรภาพวาดที่อยู่เบื้องหน้า
ราวกับว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจโตเต็มวัยก็
มิปาน!
โฮกกกกก!!!
พยัคฆ์คำราม เสียงของมันดังสนั่นเลือนลั่น ไปทั่ว
ทั้งผืนทะเลทราย!
ฟึด ฟึด!
เมื่อพยัคฆ์เริ่มกระโจนจู่โจม โม่ ซิวเต๋า ก็ยังคงตวัด
วาดพู่กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏเป็นอสรพิษมีขนาด
ยืดยาวนับ 10 จั้ง ราชสีห์ตัวมหึมา อีกทั้งยังมี
กระทิงคลั่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากเคล็ดวิชา
ภาพวาดสัตว์อสูร โดยทั้งสิ้น แต่มันกลับไม่มีทีท่า
ว่าจะหยุดวาดลงแต่อย่างใด
“เคล็ดวิชาเต๋านี้ ช่างน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง หาก
อยู่ในโลกมนุษย์ พวกเขาคงได้ตะโกนสรรเสริญ ว่า
เขาผู้นี้เป็นทวยเทพอย่างแน่นอน!”
อู่ อวี้ มาจากดินแดนมนุษย์ เขาตระหนักดีว่า
เคล็ดวิชาเต๋าชนิดนี้ สามารถบดขยี้ภูผาลงอย่าง
ง่ายดาย ด้วยมือเพียงข้างเดียว มันถือเป็นวิชาที่
น่าตกตะลึงแท้จริง
กระบี่สีขาวในมือของ อู่ อวี้ ปลดปล่อยปราณ
กระบี่ทะลวงแทงเข้าใส่พยัคฆ์ที่กระโจนเข้ามา!
หวืด!
ปราณกระบี่ กลับทะลุผ่านร่างของมันไปอย่าง
ง่ายดาย!
“ฮ่าๆๆ! ใช่แล้ว ถึงยังไงพวกมันถือเป็นสัตว์อสูรที่
ถูกสร้างขึ้นมาจากพู่กัน และ น้ำหมึก มีแค่
ภาพวาดน้ำหมึกด้วยกันเท่านั้นถึงจะสามารถโจมตี
มันได้!”
เมื่อการโจมตีของ อู่ อวี้ ล้มเหลว เขาก็ตระหนักถึง
ความสามารถของมัน
ชริ้ง!
แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า เขาถือกระบี่คู่ พร้อมกับ
กระโจนเข้าต่อสู้โรมรันอยู่กับ โม่ ซิวเต๋า
กระบี่คู่ทั้งสอง เปรียบได้ดั่งเครื่องจักรสังหาร ใน
ยามนี้กระบี่สีดำ และ สีขาว กำลังต่อสู้โรมรันกับ
พู่กันน้ำหมึก และ ภาพวาดสัตว์อสูร กระบี่คู่
ของเขาสามารถฉีกกระชากพวกมันได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็พบว่าต่อให้
เขาหันพวกมันเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ก็ไม่อาจสังหารมัน
ให้ตกตายลงได้!
” หึหึ อู่ อวี้ เจ้านี่ช่างโง่เขลายิ่งนัก เจ้าไม่รู้บ้างเลย
หรือไร ว่าสัตว์อสูรที่ถูกวาดขึ้นมาด้วยพู่กัน และ
น้ำหมึก มันไม่มีวันตาย โม่ ซิวเต๋า ช่างน่า
สะพรึงกลัวอย่างแท้จริง แค่เขาเพียงคนเดียวก็
เทียบได้กับผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วน!”
คำกล่าวนี้มันช่างสั่นสะท้านอารมณ์ของ อู่ อวี้
เป็นอย่างยิ่ง
” หากกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าปล่อยให้ โม่ ซิว
เต๋า ไปยังเทือกเขาครามได้ คนผู้นี้จะถือเป็นอาวุธ
ชิ้นสำคัญของ เจียง เซี่ย เพราะมันสามารถใช้หมึก
และ พู่กัน ตวัดวาดสัตว์อสูรออกมาอย่างไม่มีที่
สิ้นสุด และนั่นคือหายนะอย่างแท้จริง! ”
” ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องอภัย …”
หากมองเข้าไปในแววตาที่แสนหนาวเย็นของ โม่
ซิวเต๋า สามารถมองเห็นได้ว่า มันกำลังใช้หมึก
และ พู่กัน วาดภาพสัตว์อสูรออกมาเป็นจำนวน
มาก ห้อมล้อม อู่ อวี้ เอาไว้ ขณะที่มันกำลังถอยร่น
ไปด้านหลัง
” โม่ ซิวเต๋า แข็งแกร่งกว่า หลิว ชิงสุ่ย อย่างเทียบ
ไม่ติด! ”
“แต่ช่างน่าเศร้า ที่มันต้องเผชิญหน้ากับข้า!”
กายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ ทำให้เขามีร่างกาย
แข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้การ
เคลื่อนไหวของเขา มีความรวดเร็ว และ ยืดหยุ่น
มากกว่าคนธรรมดาสามัญอยู่หลายขุม เขากวัด
แกร่งกระบี่สองมือ ก้าวเดินไปเบื้องหน้าท่ามกลาง
กองพยุหะสัตว์อสูร ซึ่งถูกวาดขึ้นมาจากพู่กัน และ
น้ำหมึก ทันใดนั้นร่างของเขาก็ส่องประกายแสงสี
ทอง กระพริบผ่านพุ่งทะยานเข้าไปหา โม่ ซิวเต๋า!
“มันกำลังพยายามโจมตี โม่ ซิวเต๋า”
ฮ่า ๆ ๆ ๆ!
เหล่าสาวกต่างพากันหัวร่อเสียงดัง
หากสามารถมีชัยเหนือ โม่ ซิวเต๋า ก็สามารถ
ปราบปรามเหล่าสัตว์อสูรภาพวาดน้ำหมึกได้
เช่นเดียวกัน ทุกผู้คนต่างล่วงรู้ถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็
ตาม การทำลายกองทัพสัตว์อสูรภาพวาดนั้น พูด
มันง่ายกว่ากระทำมาก?
แต่การเคลื่อนไหวต่อไปนั้น ทำให้ทุกผู้คนต่างตก
ตะลึงไปตาม ๆ กัน!
เนื่องจาก อู่ อวี้ มีกายาเพชรอมตะ เขาได้ใช้พลัง
อำนาจมหาศาลบุกทะลวงฝั่าเหล่าอสูรภาพวาด!
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะถูกกรงเล็บจากสัตว์อสูรภาพวาด
ตะปบเข้าใส่ จนร่างของเขาม้วนกลิ้งกระเด็น
ออกไป แต่เขาก็สามารถลุกขึ้นยืนกลับขึ้นมาได้
ในทันที และ วิ่งต่อไปโดยที่ได้รับบาดเจ็บเพียง
เล็กน้อย!
โม่ ซิวเต๋า ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง แลเห็น อู่ อวี้ กำลัง
เข้าประชิดใกล้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ คิ้วของมันก็ค่อย
ๆ ขมวดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน!
ในเวลานี้ สัตว์อสูรภาพวาดกำลังโจมตีเข้าใส่ อู่
อวี้ อย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัตว์อสูร
ภาพวาดมีขนาดใหญ่ และ พลังมหาศาล อีกทั้ง
เมื่อเปรียบเทียบขนาดร่างกายของ อู่ อวี้ กับเหล่า
สัตว์อสูรภาพวาดพวกนี้แล้ว ถือว่าร่างกายของเขา
มีขนาดเล็กกระจ้อยร่อยไปเลยทีเดียว ซึ่งมันก็
ส่งผลดีให้แก่เขาอย่างยิ่ง เพราะมันทำให้เขา
สามารถหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว เวลานี้สัตว์
อสูรภาพวาดจึงต่างพากันวุ่นวายอลหม่านไปหมด!
“กำแพง!”
ดวงตา และ ท่าทางของ โม่ ซิวเต๋า แปรเปลี่ยนไป
ในทันที ฉับพลันมันก็เริ่มวาดภาพกำแพง
คั่นกลางระหว่างตัวมัน และ อู่ อวี้ ขึ้นอย่าง
รวดเร็ว บัดนี้กำแพงที่มีความยาว 100 จ้าง ได้
คั่นกลางแยกระหว่างตัวมัน และ อู่ อวี้ อย่าง
สมบูรณ์!
ยิ่งไปกว่านั้นนี่ไม่ใช่กำแพงธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่
เป็นภาพที่ถูกวาดขึ้นด้วยน้ำหมึก และ พู่กัน ตวัด
วาดลายเส้นหนาหนักแน่นแข็งแกร่ง เสมอ และ
ต่อเนื่องทั้งผืนแผ่นภาพ เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง ภายใน
ดวงตาเขาก็เห็นว่า ภาพ ๆ นี้ได้ถูกวาดขึ้นไปมาก
โขแล้ว!
อู่ อวี้ พุ่งผ่านกองทัพอสูรภาพวาด ในยามนี้
สายตาของเขาจ้องมองไปยังกำแพงหนา ซึ่งถูก
วาดด้วยน้ำหมึกสีดำเบื้องหน้า ขณะนี้ฝูงชนที่เฝั้า
มองดู ต่างยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบ พวก
มันต่างคิดว่า ในยามนี้ อู่ อวี้ คงไร้สิ้นหนทาง แต่!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า เขาจะใช้กระบี่ทั้งสองเล่ม
ประกบคู่แล้วทะลวงเข้าไป!
กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด!
ซ้ายหนึ่งกระบี่ ขวาเหนึ่งกระบี่ ในยามนี้กระบี่ทั้ง
สองเล่ม ประดุจดังบุคคล 2 คน แล้วบัดนี้พวกเขา
ทั้งสองเคลื่อนไหวทุกท่วงท่ากันอย่างพร้อมเพรียง
ผสานรวมเป็นหนึ่ง เจาะทะลวงเข้าไปยังจุด
เดียวกัน!
กระบี่หยินหยาง พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า คมมีด พุ่ง
ทะยานทะลวงผ่านกำแพงภาพวาด ส่งผลให้เกิด
การระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน ตู้มมมมม!!!! ด้วยเพียง
แค่หนึ่งเพลงกระบี่ทะลวงผ่านแหวกเปิดทาง
ตอนนี้ร่างของ อู่ อวี้ ได้ปรากฏให้เห็นแก่สายตา
ของ โม่ ซิวเต๋า !
ฝูงชนต่างกรีดร้องด้วยความตกตะลึง จากนั้นพวก
มันก็แผดตะเบ็งเสียงหัวเราะออกมา!
เพราะในยามนี้พวกมันเห็นว่า โม่ ซิวเต๋า กำลัง
วาดภาพปักษาขึ้นมาตนหนึ่ง จากนั้นมันก็ขึ้นไปนั่ง
บนหลังของปักษา พร้อมกับทะยานพุ่งสู่ฟากฟั้า
เท่ากับว่ายามนี้ อู่ อวี้ อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถ
เอื้อมมาถึงมันได้!
ส่งผลให้มันเป็นฝั่ายได้เปรียบ และ บัดนี้มันได้ใช้
พู่กัน บรรจงสรรสร้างตวัดวาดสัตว์อสูรจำนวน
หนึ่ง พุ่งเข้าโจมตี อู่ อวี้ อู่ อวี้ อยู่ในสถานการณ์
เสียเปรียบอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่อาจสัมผัสแม้แต่
ปลายเส้นผมของมันได้เลย!
ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือพลังอำนาจสะกดข่ม
ของ โม่ ซิวเต๋า ที่ต้องการแสดงความเหนือชั้น
และ ความแข็งแกร่งที่มากกว่า ให้ศัตรูได้เห็น ด้วย
ความสามารถที่สูงล้ำของมัน ต่อให้เป็นนิกาย
กระบี่สวรรค์ ชื่อเสียงของมันก็ยังเลื่องลือขจร
กระจายไปทั่ว ด้วยเคล็ดวิชาเต๋าเหนือสามัญ ใช้น้ำ
หมึก และ พู่กันวาดภาพสัตว์อสูรขึ้น แม้แต่ หวัน
เทียน หยู๋เซวีย ก็ต้องหวาดกลัวในความสามารถนี้
กล่าวได้ว่าพรรคจงหยวนไม่ได้ฝึกฝนบำเพ็ญใน
เส้นทางแห่งกระบี่ แต่วิชาประยุกต์ของพวกมัน
กลับเปียมล้นไปด้วยวิชาเต๋าหลากหลายชนิด ช่าง
น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!
ยามนี้ โม่ ซิวเต๋า กำลังต่อสู้กับฝั่ายตรงข้าม ดังนั้น
มันจึงได้เร่งความเร็วในการบินเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันก็ใช้พู่กัน และ น้ำหมึกวาดภาพสัตว์
อสูร โจมตีฝั่ายตรงข้ามไปด้วย
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ นับว่ามันได้เปรียบกว่า
ศัตรูอย่างยิ่ง เว้นเสียแต่ว่าฝั่ายตรงข้าม จะ
สามารถเหาะเหินได้ หรือ ขี่ปักษาสวรรค์มาต่อสู้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะเหนือกว่า หรือ
เอามาเปรียบได้กับภาพวาดสัตว์อสูรของมัน
เนื่องจากนกกระเรียนสวรรค์ และ ปักษาสวรรค์
ไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูร
ภาพวาด ความเป็นจริงแล้วมันเกิดจากความ
พิเศษของพลังศักดิ์สิทธิ์ ของ โม่ ซิวเต๋า ซึ่ง
สามารถแปรเปลี่ยนทุกสรรพสิ่ง ได้ดั่งใจปรารถนา!
” อู่ อวี้ เจ้าคงตกตะลึงใช่หรือไม่!?”
“ฮ่า ๆ ๆ !”
ยามนี้เหล่าสาวกของ พรรคจงหยวน กำลังแผด
เสียงหัวเราะออกมาจนดังอื้ออึง น้ำเสียงของมันบ่ง
บอกถึงภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะในที่สุดกระแสการ
ต่อสู้อันเหนือกว่า ก็พลิกกลับมาเป็นฝั่ายมัน
แต่แล้วในช่วงเวลานั้นเอง ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น
อย่างไม่น่าเชื่อ
อู่ อวี้ โยนกระบี่สีดำในมือซ้ายออกไป ทันใดนั้น
เขาก็ทะยานขึ้นไปด้านหน้า แล้วก็เริ่มใช้วิชากระบี่
จักรพรรดิควบคุมกระบี่ ฉับพลันเขาก็กระโดด
ลอยตัวสูงขึ้น จากนั้นก็ก้าวเหยียบลงไปบนกระบี่สี
ดำ กระบี่สีดำเริ่มมีแสงกระพริบวิบวับ ขนาดกระบี่
ที่เคยแคบ ก็เริ่มขยายใหญ่จนมีความกว้างกว่าครึ่ง
ฉือ และ มีความยาวกว่าหนึ่งจั้ง ไอเสียงหวีดหวิว
แหวกฝั่าอากาศ!
“กระบี่บินจักรพรรดิ!”
ขณะนั้นเอง ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ต่าง
กรีดร้อง และ เปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ
เดียวกัน!
แม้แต่ เจียง เซี่ย ยังตะลึงนิ่งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง
ความเร็วของ อู่ อวี้ เวลานี้ อยู่ในระดับที่เรียกได้
ว่าน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง กระบี่บินจักรพรรดิ
ทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้าแหวกผ่านหมู่ม่านเมฆ ด้วย
ความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ!
ตามกฎเหล็กธรรมชาติของเหล่าผู้ฝึกตน จะต้อง
เป็นผู้ที่เข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาเท่านั้น ถึงจะมีพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ท่วมท้นมากเพียงพอที่จะสามารถ
นำมาใช้ควบคุมศาสตราเต๋ากระบี่ ด้วยเคล็ดวิชา
กระบี่บินจักรพรรดิได้!
ดังนั้น กระบี่บินจักรพรรดิ จึงเกือบจะกลายเป็น
สัญลักษณ์ของผู้ที่เข้าสู่ระดับสร้างแกนนภา!
การที่ โม่ ซิวเต๋า บินได้ เกิดจากเคล็ดวิชาเต๋า ซึ่ง
ถือเป็นอีกหนึ่งหนทางที่หาได้ยากเย็นอย่างยิ่ง แต่
หากนำมาเปรียบเทียบกับ กระบี่บินจักรพรรดิ
หนทางของ โม่ ซิวเต๋า นับว่ายุ่งยาก และ ด้อย
กว่ามาก แต่ถือว่าก็ยังดีกว่านกกระเรียนสวรรค์
เล็กน้อย
ด้วยท่วงท่า และ อิริยาบถที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาใน
เวลานี้ เกือบจะเหมือน กระบี่บินจักรพรรดิ ทุก
ประการ!
อันที่จริงแล้วนี่คือความสามารถที่ 2 ของ กงล้อ
กระบี่หยินหยาง
คือการใช้หนึ่งใจแบ่งเป็นสอง ควบคุมพลังอำนาจ
ของกระบี่คู่ !
ประการที่สอง มันคือการควบคุมอย่างสมบูรณ์
แบบจนทำให้สามารถควบคุมกระบี่โบยบินสู่
ท้องฟั้าได้! ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่
เพียงพอ แต่เขาก็สามารถใช้วิชานี้ผ่าน
ความสามารถพิเศษของ กงล้อกระบี่หยินหยาง ทำ
ให้อยู่ใน รูปแบบของการกำเนิดใหม่ คือการใช้
พลังศักดิ์สิทธิ์ของการหลอมรวมลมปราณโบยบิน
กระบี่ขึ้นสู่ฟากฟั้า!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน!
พริบตาที่ อู่ อวี้ และ กระบี่กำลังบินทะยานออกไป
ซึ่งดูเหมือนว่าผู้ที่ตื่นตะลึงตกใจมากที่สุด คงจะ
เป็น โม่ ซิวเต๋า ในเวลานี้มันถึงกับต้องเอี้ยวตัวหัน
หลังกลับไปมอง และในยามนี้เองแสงกระพริบที่อยู่
ด้านหน้าได้บินตัดผ่านศีรษะของมันไปอย่าง
รวดเร็ว
หวืดดดด!
ฉับพลัน อู่ อวี้ เปลี่ยนทิศทางในทันทีทันใด บินเข้า
แหวกผ่านก้อนเมฆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของ
เทือกเขาคราม เพื่อหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง!
ในความเป็นจริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะ
เป็นคำพูดยั่วยุปันประสาท หรือ แม้แต่การท้าทาย
ทุกอย่างล้วนถูกสร้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ