กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 152 : วันกอนเกิดสงคราม
ระหว่างเดินทางกลับนิกายกระบี่สวรรค์ อู่ อวี้
เกรงว่าตนจะโดนซุ่มโจมตี จึงเลือกใช้เส้นทางอ้อม
24 ชั่วยามต่อมา เขาก็เดินทางมาถึงนิกายกระบี่
สวรรค์ โดยเข้ามาทิศทางของ หุบเขาโชคชะตา
เซียน ขณะที่เดินทางใกล้ถึงนิกาย เขาก็แลเห็นว่า
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังคงอยู่ในสภาพปกติดีเช่นเดิม
ไม่บุบสลายเสียหายแต่ประการใด
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังคงถูกกางอยู่จนถึงปัจจุบัน
ซึ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามันยังคงปกปั้องทุกคนไว้ได้
ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากการสละตนของ เฟิง ซัวหยา
รวมถึงผู้อาวุโสคนอื่น ๆ
เมื่อ อู่ อวี้ เดินทางกลับมา เหล่าศิษย์น้อยใหญ่
แห่ง นิกายกระบี่สวรรค์ พลันมองเห็นร่างของชาย
หนุ่ม ซึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟั้า เสียงโห่ร้องก็ดังก็
ขึ้นกล้องขึ้น!
“อู่ อวี้! อู่ อวี้!”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้กลับมาถึงประตูหมื่นศิลา ยามที่เขา
บินร่อนลงสู่พื้นพื้นดิน ซู หยานหลี่ กับคนหลาย
พัน ก็วิ่งเข้ามารายล้อมรอบ ๆ ตัวของเขา บางคน
ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา บางคนสรรเสริญ
เยินยอด้วยความชื่นชม บางคนต่างตื่นเต้นปิติยินดี
” พวกท่านทั้งหลาย นี่ …”
หวันเทียน หยู๋เซวีย มองไปทาง อู่ อวี้ จากนั้นเขา
ก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงก้องดังว่า ” ศิษย์น้อง เจ้า
สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง หากเจ้าไม่
เบี่ยงเบนความสนใจ เจียงเซี่ย ท่านอาจารย์คงไม่มี
โอกาสสังหาร อัน ซางจุน เจ้าคือวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่
สำหรับพวกเรา เพราะได้เจ้าช่วยเหลือ พวกเราทุก
คนถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ได้! ”
” ใช่! อู่ อวี้ เจ้าคือวีรบุรุษ! ”
ในยามนี้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ทุกผู้คน
ส่งเสียงโห่ร้องสรรเสริญกันอย่างเซ็งแซ่ มันคือ
ความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน มันคือความกลมเกลียว
ของครอบครัว
ซู หยานหลี่ และ ชิงเหมิง … พวกนางต่างมองมา
ที่เขา ประหนึ่งเหมือนว่ากำลังชื่นชมสรรเสริญ
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เข้าใจแล้วว่า ที่แท้ เฟิง ซัวหยา ก็
ใช้โอกาสที่เขาสร้างขึ้นมา โฉบฉวยโอกาสในการ
สังหาร อัน ซางจุน !
อู่ อวี้ ที่อยู่ท่ามกลางเหล่าฝูงชนซึ่งกำลังโห่ร้อง
ด้วยความดีใจอยู่นั้น เขาได้ค่อยๆเดินเลาะผ่านไป
เรื่อยๆจนมาถึงข้างตัว เฟิง ซัวหยา หลังจาก เจียง
เซี่ย เดินทางกลับมาได้ 2 วัน มันก็เริ่มสั่งโจมตี
อย่างหนักหน่วงทันที ถึงแม้ค่ายกลหมื่นกระบี่จะ
ถูกโจมตีอย่างรุนแรง จนโครงสร้างและกระบี่ในมือ
ได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง อย่างไรก็ตามมัน
ยังคงสามารถยืนหยัดต่อไปได้ และได้รับการ
ซ่อมแซมกลับคืนมาในทันที คาดว่าค่ายกลนี้จะ
สามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกพักหนึ่ง
ตราบใดที่ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังไม่แตก นิกาย
กระบี่สวรรค์ ก็ยังคงปลอดภัยจากอันตราย ส่วน
ศัตรูฝั่าตรงข้ามก็มีโอกาสล่าถอย
” ท่านอาจารย์ ”
กราบไหว้เป็นศิษย์อาจารย์เพียงหนึ่งวัน แต่จะ
กลายเป็นบิดาไปตลอดชีวิต
เฟิง ซัวหยา ดูซูบผอมลงเล็กน้อย เมื่อเขา
ทอดสายตามอง อู่ อวี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ โชคชะตาของเรา ช่าง
เปรียบดั่งมรสุมพายุอย่างยิ่ง ในวันนี้การที่ข้าได้มี
ศิษย์อย่างเจ้า มันทำให้ข้ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง!
ถ้าเราสามารถรอดจากพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้
เจ้าจะกลายเป็นผู้มีพระคุณของทุกคน! ”
อู่ อวี้ ไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาเพียงแค่ปรารถนาที่จะ
ไปล้างแค้น เขาเพียงแค่ไม่ปรารถนาที่จะต้องพบ
เห็น บ้านหลังใหม่ เกลื่อนกลาดกระจัดกระจายไป
ด้วยซากศพ เขาเพียงไม่ปรารถนาที่จะได้เห็นศิษย์
พี่หญิงชาย ต้องตกตายไปต่อหน้าต่อตาทีละคน ๆ
” แต่มันยังไม่จบ เราจะต้องยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
จนกว่าพวกมันจะคิดล้มเลิกแล้วถอนทัพกลับ เมื่อ
นั้นพวกเจ้าถึงจะวางใจได้ จงหมั่นฝึกฝนให้ตนเอง
ฝีมือล้ำหน้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่านี้! เพราะพวกเจ้า
คืออนาคตของนิกายกระบี่สวรรค์! ”
เฟิง ซัวหยา รักและชื่นชมในตัวเหล่าลูกศิษย์ของ
ตนเองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ อู่ อวี้ เขาสามารถ
กลับมาได้อย่างปลอดภัยไม่บุบสลายแม้แต่น้อย
แม้ว่าจะก้าวเข้าไปในถ้ำเสือเพียงลำพังอย่าง
เทือกเขาเซียนจงหยวน
“ขอรับ!”
พวกเขาต่างสนับสนุน ในคำกล่าวของ เฟิง
ซัวหยา เนื่องจาก อู่ อวี้ นั่นมีคุณสมบัติที่
เพรียบพร้อมทั้งอย่างสุขุมรอบคอบ อีกทั้งฝีมือยัง
ก้าวหน้าอย่างรวด ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากตัวเขา
ล้วนเกิดจากการที่เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง!
แต่ยามนี้เขายังมีบางอย่างต้องกระทำ!
หลังจากนั้นอยู่ ๆ เขาก็หันขวับกลับไปหาเหล่า
สาวก แล้วนำวางถุงจักรวาลเกือบ 200 ถุงวางลง
บนพื้น
” ศิษย์พี่น้องทั้งหลาย ก่อนหน้านี้ตัวข้างในขอหยิบ
ยืม เม็ดยาหลอมรวมลมปราณจากทุกท่าน แล้วใน
ยามนี้ข้า อู่ อวี้ มั่งคั่งอย่างที่สุด! เมื่อยืมก็ต้อง
ชดใช้ ฉะนั้นในวันนี้ถ้าจะคืนเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณให้ท่านคนละสองเม็ด! อีกทั้งยังมีศาสตรา
เต๋าของ พรรคจงหยวน รวมถึงสิ่งของคนอื่นอยู่
ภายใน ถุงจักรวาล ที่จะนำมามอบให้กับทุกคน!”
ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ภายในถุงจักรวาลล้วนมีประโยชน์
ล้วนมีประโยชน์แก่พวกเขาทุกคน ยกตัวอย่างเช่น
ศาสตราเต๋าของผู้อาวุโสฉู่ ‘น้ำเต้าปลิดชีพ’ หรือว่า
จะเป็นศาสตราเต๋าของผู้อาวุโสมู่เซวีย ‘แผ่นภาพ
ลำธารและภูเขา’ อีกทั้งยังมีเม็ดยาหลอมรวม
ปราณมากกว่า 300 เม็ด นี่คือจำนวน เม็ดยา
หลอมรวมลมปราณ ที่เหลือหลังจากการชดใช้หนี้
แล้ว มันมากพอที่จะทำให้เขา หลอมรวมลมปราณ
ได้ถึงขั้นที่ 10
นอกเหนือจากนั้น ยังมี วิญญาณเซียนที่มีเส้น
วิญญาณ พร้อมทั้งสิ่งของอื่น ๆ ที่รวบรวมมาได้
จากผู้อาวุโสทั้งสองคน ซึ่งในภายภาพหน้า อู่ อวี้
ย่อมสามารถนำมาใช้ได้ ฉะนั้นเขาจะเก็บมันไว้
ก่อน
นอกเหนือจากนั้นสิ่งของที่เหลือล้วนถูกแจกจ่าย
ออกไปจนหมด!
นี่คือสิ่งของทุกอย่างที่ได้มาจาก พรรคจงหยวน
ยามนี้เหล่าสาวกต่างมีความสุขกันถ้วนหน้า แม้แต่
หลาน ฮั้วหยุน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
หลังจากผ่านภัยพิบัติมามากมาย ทำให้นางรู้สึกชื่น
ชอบในตัวศิษย์ผู้นี้มากขึ้น
” สุ่ยเยว่ เจ้าชอบพอเขาใช่หรือไหม? ” หลาน ฮั้ว
หยุน ก้มมอง ขณะไต่ถาม หลาน สุ่ยเยว่ ซึ่งยืนอยู่
ด้านนอกฝูงชน
จากคำถามนั้นทำให้ หลาน สุ่ยเยว่ ถึงกับสะดุ้ง
ความตื่นตกใจ จากนั้นนางก็รีบตอบกลับอย่างลน
ลาน ” ทะ ท่านปั้า หลานมิกล้า อันที่จริงข้า
ค่อนข้างหวาดกลัวเขาเล็กน้อย ”
” หืม… บอกเหตุผลสักข้อซิว่าทำไม? ” หลาน ฮั้ว
หยุน ตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางคิดว่า หลาน สุ่ย
เยว่ กับ อู่ อวี้ เป็นดังคำกล่าวที่ว่าไม่ต่อสู้ต่อยตีก็
จะไม่รู้จักกัน จากนั้นจึงก่อเป็นสายสัมพันธ์ขึ้น
หลาน สุ่ยเยว่ จ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ฝีมือ
ของเขารุดหน้าอย่างรวดเร็ว ฝีมือของหลานนั้นยัง
ห่างไกลจากเขาอยู่มากนัก ทำให้หลานรู้สึกว่า
ตนเอง อาจเป็นแค่เพียงมดปลวกในสายตาของ
เขา บางทีสักวันหนึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้น ข้าจึงกลัว
ที่จะเข้าใกล้เขา”
ด้วยเหตุนี้ ยามที่ อู่ อวี้ ถูกห้อมล้อมไปด้วยฝูงชน
เช่นนี้ นางจึงแยกตัวออกมาอยู่ด้านนอกเพียง
ลำพัง
“อืม …” หลาน ฮั้วหยุน ไม่อาจปฏิเสธในสิ่งที่นาง
กล่าวออกมา ผลงานของ อู่ อวี้ ในวันนี้ ชี้ชัดได้
เลยว่าเขาเป็นคนที่มีศักยภาพและมีโชควาสนา
อย่างยิ่ง ตราบใดที่ชีวิตยังไม่สูญสิ้น เขาถือเป็นผู้ที่
ถูกลิขิตให้บินทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์!
” บางทีในภายภาคหน้า อู่ อวี้ อาจจะเข้าสู่สมรภูมิ
รบที่แท้จริงของทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ไปต่อสู้
กับผู้มีพรสวรรค์อย่างไร้ที่เปรียบ …”
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากชัยชนะเล็ก ๆ แต่ อู่
อวี้ กลับไม่หลงระเริงกับคำเยินยอเหล่านั้นแม้แต่
น้อย เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป ณ ค่ำคืนในยาม
ราตรีอันเงียบสงบ ภายใต้แสงจันทร์ อู่ อวี้ กำลัง
บินกลับมายังหุบเขาหยานหลี่ กลับมายังหลุมศพ
ของ เสิ่น อู๋เต้า เขามาเพื่อบ่มเพาะ วัชระแก่นแท้
ธรรมสูตร ในยามนี้เขามี เม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณมากกว่า 300 เม็ด ซึ่งหากเขาสามารถ
บ่มเพาะ ‘ กายาเพชรอมตะ ‘ ต่อไปเรื่อยๆได้ การที่
จะดูดซับ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณกว่า 300 เม็ด
ย่อมเป็นไปได้อย่างสบาย ๆ
ซู หยานหลี่ เองก็มาฝึกฝนกับเขาด้วย นางกำลัง
นั่งเข้าฌานอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ นางสวมใส่
อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เมื่ออยู่ภายใต้ละอองแสง
จันทรา ยิ่งขลับให้ใบหน้าของนางงดงามประดุจดั่ง
เทพธิดาบนสรวงสวรรค์ ช่างบริสุทธิ์ไร้ที่ติยิ่ง
เมื่อนางลืมตาขึ้น นางก็จ้องมองไปที่ ค่ายกลหมื่น
กระบี่ ด้วยแววตาเศร้าหมอง จากนั้นนางก็ถอน
ลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้นว่า ”
แม้ว่า อัน ซางจุน จะตกตายไปแล้ว แต่ ค่ายกล
หมื่นกระบี่ ยังคงสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจล่วงรู้
ได้ว่ามันจะต้านทานได้นานอีกสักกี่ชั่วยาม อู่ อวี้
เจ้าเสียใจหรือไม่ที่กลับมาที่นี่ ต้องมาตกอยู่ใน
วิกฤติอันตรายเช่นนี้ … ”
” แล้วท่านล่ะ ? ” อู่ อวี้ ไต่ถามนาง
ซู หยานหลี่ เหม่อมองยังทิศทางของ ประตูศิลา
หมื่นกระบี่ แล้วเอื้อนเอ่ยขึ้นว่า ” ท่านอาจารย์
เป็นผู้นำพาข้ามาสู่วิถีแห่งการฝึกตน ท่านได้มอบ
ทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ข้า ช่วยข้าหลีกหนีออกมาจาก
โลกมนุษย์ ทำให้ข้าได้เห็นโลกกว้าง ต่อให้ชีวิตของ
ข้าจะมาจบสิ้นลงที่นี่ แต่ข้าก็ไม่เสียใจ นิกายกระบี่
สวรรค์ คือสถานที่เกิดและเติบโตของข้า ท่าน
อาจารย์เปรียบประดุจดั่งบิดาผู้ให้กำเนิด ข้ายินดี
จะตกตายไปพร้อมกับดินแดนแห่งนี้ และข้าไม่
ปรารถนาจะจากไปไหน”
นางมีอุปนิสัยซื่อตรง เด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง นาง
เคารพเทิดทูน เฟิง ซัวหยา อย่างสุดหัวใจ แม้แต่
ความเคารพที่ อู่ อวี้ มีต่อ เฟิง ซัวหยา ก็ยังไม่อาจ
เทียบเท่ากับนางได้
” ถึงคราวเจ้าตอบบ้างแล้ว” ซู หยานหลี่ หันหน้า
มามองเขา พร้อมรอยยิ้มแสนอ่อนโยน ด้วยรอยยิ้ม
นี้ทำให้ อู่ อวี้ เสมือนดั่งอยู่ในห้วงภวังค์ทำให้เขา
หลงเคลิบเคลิ้ม
อู่ อวี้ สูดหายใจลึก แล้วกล่าวว่า ” ข้าไม่ทราบ ข้า
เองก็หนักใจไม่น้อยไปกว่าท่าน แต่สิ่งที่ข้าคิดได้
ตอนนี้คือต้องฝึกฝนเพื่อให้ฝีมือแข็งแกร่งขึ้น หาก
ค่ายกลหมื่นกระบี่ถูกทำลาย ข้าต้องสังหารศัตรู
และ ปีศาจให้ได้มากที่สุด”
เขาเพิ่งเข้ามาอยู่ใน นิกายกระบี่สวรรค์ ได้เพียงไม่
นาน
” อันที่จริง เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระนี้เอาไว้
เจ้าสามารถหลบหนีไปได้ ในภายภาคหน้า เมื่อเจ้า
แข็งแกร่งมากขึ้นก็ค่อยกลับมาล้างแค้นให้แก่พวก
เรา แต่แท้จริงแล้วผู้ช่วยเหลือเจ้าไว้มากที่สุดไม่ใช่
พวกเรา แต่เป็น เสิ่น อู๋เต้า เจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่
คอยเฝั้าพิทักษ์นิกายแห่งนี้ไปพร้อมกับเรา” ซู
หยานหลี่ กล่าว
อู่ อวี้ ส่ายหัว
” ถึงแม้จะสามารถจากไปได้ แต่ข้าเลือกต่อสู้
จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
ไม่มีผู้ใด หรือ สิ่งใด สามารถหยุดยั้งเขาได้
ค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์อันอ่อนละมุน ซู หยานหลี
ยื่นมือขาวนวลอบอุ่นออกมาเกาะกุมมือของ อู่ อวี้
เอาไว้อย่างอ่อนโยน ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยใดออกมา
จากทั้งสอง ตลอดกาลราตรีนั้นจวบจนรุ่งอรุณ
……
ท่ามกลางพลังฟั้าดินที่ม้วนกวาดผ่าน ได้เกิดเรื่อง
น่าประหลาดขึ้น!
บางทีอาจเป็นเพราะแรงกดดันมหาศาล เหล่า
สาวกใน นิกายกระบี่สวรรค์ ในยามนี้แทบจะเป็น
บ้ากันไปจนหมด!
จากคนที่ไม่เคยพบปะ หรือ พูดคุยกันมาก่อน บัดนี้
ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการฝึกฝนในวิถีแห่งกระบี่
คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแม้กระทั่งหยิบยืม
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ของกันและกัน
บางคนอาจต้องการมันมาก แต่บางคนอาจไม่
จำเป็นต้องใช้
อู่ อวี้ ถูกขอยืมเม็ดยาไปมากกว่า 100 เม็ด แต่เขา
ก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแม้แต่น้อย เพราะอย่างไรนี่ก็
เป็นของที่เขาแย่งชิงมา
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกยินดีมากที่สุดก็คือ เกือบทุกวัน
จะเห็นได้ว่ามีสาวกบางคนหลอมรวมลมปราณ
บรรลุเข้าสู่ระดับต่อไป
การฝึกตนในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ถือเป็นช่วงเวลา
ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง!
ท่ามกลางเหล่าสาวก ร่างกายของ อู่ อวี้ ส่องสว่าง
ไสวแพรวพราวมากที่สุด เนื่องจากว่าเขาได้ฝึกฝน
บ่มเพาะวัชรแก่นแท้ธรรมสูตร อักษรทองคำส่อง
สว่างออกมาจากร่างกายของเขา ไหลเวียนฉีก
กระชากอยู่ภายในกายอย่างต่อเนื่อง ทั้งบดขยี้
ทำลาย หลอมสร้างก่อกำเนิดใหม่ ซึ่งภาพนี้ทำให้
เหล่าสาวกที่เฝั้ามองดูเขาอยู่ ต่างศรีษะด้านชาไป
ตาม ๆ กัน
เหล่าสาวกส่วนใหญ่ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ต่างรู้สึก
ชื่นชมในตัวของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
เขายังคงยืนหยัดฝึกฝน แม้จะได้รับความทุกข์
ทรมานอย่างแสนสาหัสมากเพียงใดก็ตาม แต่เขาก็
ไม่ยอมหยุดพักแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ เคยมีความคิดว่าจะหยุดบ่มเพาะขึ้นมา
เนื่องจากว่าการบ่มเพาะกายาเพชรอมตะ ก็ไม่ต่าง
อะไรจากการทรมานตนเอง ต้องทนทรมาน จาก
แรงปรารถนาของตนเองนับหมื่นนับพันครั้ง ดำดิ่ง
ลงไปในห้วงภวังค์แห่งการหลอมสร้างร่างกาย เฉก
เช่นการหลอมสร้างอาวุธ อวัยวะภายในทั้งหมดถูก
หลอมสร้างให้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า โดยที่ไม่
สูญเสียความยืดหยุ่นไปแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเปิดตามอง แลเห็นเหล่าสาวก
ทุกคนที่เป็นดั่งครอบครัว เขาจึงตระหนักดีว่าเขา
ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้
อย่างน้อย สถานที่แห่งนี้ คือสถานที่ซึ่งเป็นหลุมฝัง
ศพของ เสิ่น อู่เต้า เขาไม่ต้องการให้ พรรคจง
หยวน ก่อสร้างพระราชวังของ เจียงเซี่ย มาทับใน
ตำแหน่งนี้ เนื่องจากมันเป็นตำแหน่งที่อุดมไปด้วย
พลังแห่งฟั้าดินหนาแน่นมากที่สุด
ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยแล้ว ท่ามกลางเวลาที่
ล่วงเลยผ่านไป พวกเขาต่างมองเห็น เฟิง ซัวหยา
ควบคุมค่ายกลหมื่นกระบี่เข้าต่อต้านศัตรูที่
พยายามรุกรานเข้ามา ทุกวี่วันกระบี่นับหมื่นต่าง
กวัดแกว่งอยู่ภายในม่านหมอก ทั่วทั้งค่ายกลสั่น
ไหวอย่างรุนแรง สามารถมองเห็นได้ว่า ยิ่งผ่านไป
นานเท่าไหร่ค่ายกลก็ยิ่งอ่อนกำลังลง คาดว่าอีกไม่
นานนัก ค่ายกลคงถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์
ทว่าไม่มีผู้กล่าวโทษ เฟิง ซัวหยา แม้แต่ผู้เดียว
เนื่องจากผู้อาวุโสทั้ง 9 ซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดใน
นิกาย ได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว พวก
เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดควบคุม ค่ายกลหมื่นกระบี่
ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้จวบจนปัจจุบัน โดยแทบไม่ได้
พักผ่อน
ส่วนทางฝังศัตรู เมื่อมองเห็นว่ามีหวังในการ
ทำลายค่ายกล พวกมันก็เริ่มโหมกระหน่ำโจมตี
เข้ามาอย่างบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะไม่มี อัน
ซางจุน แต่พวกมันก็ดูราวกับเสียสติกันไปแล้ว
บางคนถึงกับงัดเคล็ดวิชาแปลกประหลาดออกมา
ใช้โจมตี ทำให้ในเวลานี้ ค่ายกลหมื่นกระบี่ แทบ
จะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์
ยิ่งมองเห็นค่ายกลกำลังจะถูกทำลาย เหล่าสาวกก็
ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน บางคนก็ร้องตะโกนออกมา
อย่างสุดเสียง ราวกับว่าชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับ
มัน!
ศาสตราเต๋าถูกกระชับอยู่ข้างกาย เตรียมพร้อมที่
จะกระโจนเข้าโรมรันเข่นฆ่าสังหารศัตรู จนกว่าจะ
ตายกันไปข้าง! กล่าวตามตรงแล้ว ในแง่ของจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ เหล่าสาวกของ นิกายกระบี่
สวรรค์ มีจิตวิญญาณเหนือล้ำยิ่งกว่าเหล่าสาวก
จากพรรคจงหยวนมากนัก พรรคจงหยวน มีเพียง
ปีศาจที่ดุร้ายกับจำนวนคนที่มากกว่าเพียงเท่านั้น!
“วัชรแก่นแท้ธรรมสูตร วัชรแก่นแท้ธรรมสูตร!” อู่
อวี้ ยังคงบ่มเพราะหลอมสร้างร่างกายอย่าง
ต่อเนื่อง ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ พระพุทธรูปแก่น
แท้ธรรมสูตรภายในร่างกายของเขาก็ยิ่งสูงมากขึ้น
เท่านั้น หากเขาบ่มเพาะด้วยความเร็วระดับนี้
แน่นอนว่าพระพุทธรูปจะต้องมีความสูงถึง 4 จั้ง
การบรรลุถึงความสูงระดับนี้ ในช่วงเวลาก่อนที่
ค่ายกลหมื่นกระบี่จะถูกทำลาย ก่อนสงครามครั้ง
สุดท้ายจะมาถึง ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!
อู่ อวี้ จำต้องรีบเร่ง ด้วยหัวใจร้อนรนอย่างที่สุด
เขาหวังอย่างยิ่ง ว่าตนเองจะบรรลุสู่อีกระดับหนึ่ง
อย่างน้อยก็ขอให้ไปถึงระดับ ที่สามารถสังหาร
อาวุโสของฝังศัตรูได้!
แต่น่าเสียดาย ที่มันไม่ใช่เรื่องง่าย
การล่มสลายของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ใกล้เข้ามาทุก
ขณะจิต ในวันนี้ 1 ในปีศาจเจ็ดทะเลแดง ได้
ค้นพบช่องโหว่ ซึ่งสามารถข้ามผ่านกระบี่นับหมื่น
ที่คอยสกัดกั้น เข้าสู่เทือกเขาข้ามได้โดยตรง!
ตอนนี้วิกฤตร้ายแรงได้เกิดขึ้นแล้ว…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ