กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 154 : แมลงวิญญาณกัดกินราง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนต่างตกตะลึงเข้าสู่ความ
โกลาหลทันที พวกมันต่างไม่คาดคิดว่า เจียงเซี่ย
จะไร้ซึ่งความปราณีเยี่ยงนี้ แม้กระทั่งพี่น้องร่วม
สายโลหิต มันยังสามารถสละได้ ความกล้าหาญนี้
เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
เจียงติง ระเบิดเสียงหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” เจียง
เซี่ย ข้าก็จะพูดสิ่งหนึ่งกับเจ้าเช่นกัน พี่ชายเจ้าไม่
ตายดีแน่! ”
ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ แต่กลับเกิด
เหตุการณ์น้องชายตะโกนสาปแช่งพี่ชายเช่นนี้
นับว่าเปิดหูเปิดตาไม่น้อย
เพื่อทำลาย ค่ายกลหมื่นกระบี่ เจียงเซี่ย ยอมสละ
ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตน้องชายของตนเอง นั่นก็
เพราะหากมันยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เจียงติง สิ่งที่
มันได้กระทำลงแรงไปทั้งหมด รวมถึงผลประโยชน์
ที่จะได้รับ จะต้องสูญสิ้นทันที
” อู่ อวี้ หากเจ้าปล่อยข้า ข้าจะช่วยเจ้าสกัดกั้นการ
โจมตีจาก ลิ่ว ไห่จุน ข้อเสนอนี้เป็นอย่างไร? ”
เจียงติง กล่าวขึ้นกระทันหัน
นี่คือการเดิมพัน
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่มันด้วยสายตาเย็นเยียบ
เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้ เฟิง ซัวหยา เป็นผู้ตัดสินใจ
แต่ อู่ อวี้ นั้นไม่ปรารถนาให้ เฟิง ซัวหยา สับสน
ไขว้เขว
แม้ในยามนี้ เจียงติง จะเกลียดชัง เจียงเซี่ย แต่ตัว
มันเองก็ไม่ใช่คนดี! อู่ อวี้ จึงยังไม่วางใจมันอยู่ดี
เมื่อใดก็ตามที่มันได้รับอิสระ เทือกเขาคราม
จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เสียยิ่งเสียกว่า
ลิ่ว ไห่จุน
“ไม่มีทาง!”
นิ้วที่แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ยาวของ อู่ อวี้ ถูกตวัด
สะบั้นคอของ เจียง ติง อย่างเด็ดขาด
“จะ เจ้า!” เจียงติง ไม่คาดคิดว่าคำพูดของมันจะ
ทำให้ อู่ อวี้ จะตัดสินใจสังหารมันอย่างแน่วแน่
เด็ดขาด
ฉั๊วะ!
ซากศพของมันล่วงลงสู่ตำแหน่งเดียวกับ ตงฟาง
ชิงหัว
” ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า พรรคจงหยวน จะ
เป็นเพียงขยะไร้ค่าเยี่ยงนี้ แม้กระทั่งน้องของ
ตนเองแท้ ๆ ยังปล่อยข้าสังหารทิ้งเฉกเช่นสุนัข
เยี่ยงนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่น หากข้าเป็นคนของ
พรรคจงหยวน คงรู้สึกอัปยศอย่างยิ่ง”
อู่ อวี้ ใช้การตายของ เจียงติง มาปลุกปัน พรรคจง
หยวน
แน่นอนว่าคำกล่าวนี้ ต้องสร้างความสะเทือนใจ
ให้แก่เหล่าสาวกอย่างยิ่ง สาวกบางคนจ้องมอง
เขม็งไปยัง เจียง เซี่ย สายตาของพวกมันได้
แปรเปลี่ยน และไร้ซึ่งความเคารพอีกต่อไป ถ้าให้
กล่าวตามตรงภายในหัวใจของพวกมันตอนนี้ มีแค่
เพียงความหวาดกลัวอยู่เพียงเท่านั้น
ซึ่งเป็นความหวาดกลัวที่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆในชีวิต
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การคุกคามของ ลิ่ว ไห่จุน
ยังคงไม่ได้จบ อู่ อวี้ เองก็ไม่ได้คิดให้มากความนัก
เขาพุ่งลงมาด้วยความเร็วสูง พร้อมทั้งกระบี่หยินห
ยาง สกัดขวางด้านหน้าของ ลิ่ว ไห่จุน เอาไว้ จาก
สัญชาตญาณของ ลิ่ว ไห่จุน สัมผัสได้ถึงอันตรายที่
แล่นเข้ามา มันสะบัดตาข่ายกระดิ่งทมิฬพุ่งเข้าใส่
ค่ายกลกระบี่เก้าตำหนัก เมื่อเห็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็
กระโจนเข้าไปสกัดกั้นไว้ทันที!
หัวใจของทุกคนเริ่มเคร่งเครียดครั้ง การต่อสู้ครั้ง
สุดท้าย การต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยชีวิตและความ
ตายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า!
“อู่ อวี้!”
หวันเทียน หยู๋เซวีย เปล่งเสียงตะโกน!
ทันใดนั้น วิญญาณแค้นมากกว่าสิบ พุ่งปรี่เข้าร่าง
ของเขาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่ามันสร้าง
ผลกระทบแก่ อู่ อวี้ อย่างรุนแรง ลิ่ว ไห่จุน รีบ
คว้าโอกาสนี้ มันยิ้มเยาะเย้ยพร้อมกับพุ่งตัวฝั่าค่าย
กลกระบี่เก้าตำหนัก จากนั้นก็ขว้างฉมวกอสูรเข้า
ใส่ หวันเทียน หยู๋เซวีย พร้อมกับทะยานข้ามผ่าน
ร่างของเขา มุ่งหน้าเข้าไปหา อู่ อวี้!
” นี่คือของกำนัลที่ข้ามอบให้แก่เจ้า! ”
ลิ่ว ไห่จุน หัวเราะเยาะ เห็นได้ชัดว่ามันเตรียมที่จะ
จัดการกับ อู่ อวี้ มานานแล้ว
หลังจาก ฉมวกอสูร ถูกขว้างออกไป จากนั้นก็ตาม
ด้วย ‘ตาข่ายระฆังทมิฬ’ ขณะเสียงระฆังดังขึ้น ดิ๊ง
∼ ดิ๊ง∼ ดิ๊ง∼ ดิ๊ง∼ ตาข่ายระฆังทมิฬ ได้แผ่
ขยายออกปกคลุมด้านหน้าของ อู่ อวี้ เอาไว้ หาก
มันสามารถคลุมร่างของ อู่ อวี้ ได้ เขาจะต้องตาย
อย่างแน่นอน จากนั้น ลิ่ว ไห่จุน ก็จะสามารถ
ทะยานผ่านร่างของเขาไป โจมตีเข้าใส่ เฟิง
ซัวหยา ได้ในชั่วพริบตา
” มาสนุกกัน! ”
ความแข็งแกร่งของของ หลิว ไห่ อยู่เหนือเกินกว่า
ที่ อู่ อวี้ คาดการณ์เอาไว้ โดยเฉพาะฤทธิ์เดชของ
ตาข่ายระฆังทมิฬ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นพลังอำนาจ
ของมัน จะสร้างภาพมายา ทั้งยังทำให้เชื่องช้าลง
จนร่างกายถูกกักขังอย่างสมบูรณ์ ยากจะขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขามี กายา
เพชรอมตะ เนื้อและโลหิตภายในร่างของเขา คง
ถูกบดขยี้แหลกสลาย!
ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อ อู่ อวี้ ต้องการฉีก
กระชากตาข่ายระฆังทมิฬนี้ออกไป ระฆังทองแดง
จำนวนมาก ก็มีร่างสีดำนับสิบเจาะทะลวงออกมา
มันเป็นแมลงวิญญาณที่ดูคล้ายคลึงกับแมงปั่อง
บินเข้ามากัดกินเลือดเนื้อของ อู่ อวี้ ราวกับว่ามัน
ต้องการเจาะทะลวงเข้าไปในร่างกายของเขา!
ความหวาดกลัว และ ความเจ็บปวดที่ได้รับ ไม่ใช่
สิ่งที่คนธรรมดาจะแบกรับได้!
บางครั้งเคล็ดวิชา หรือ วิธีการที่ผู้ฝึกตอนนอกรีต
ใช้ ก็โหดเหี้ยมทารุณอย่างคาดไม่ถึง ในเวลานี้ อู่
อวี้ ตระหนักรู้อย่างแท้จริง ว่าหากนำ โย่ว หลิงจี
มาเปรียบเทียบกับ ลิ่ว ไห่จุน พวกมันช่างต่างกัน
ราวฟั้ากับเหว!
หากไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ มีกายาเพชรอมตะ แมลง
วิญญาณที่กัดกินร่างกายของเขาอยู่แค่ผิวภายนอก
คงเจาะทะลุผ่านเข้ามา กัดกินอวัยวะภายในของ
เขาโดยตรง!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ กูก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความ
ตาย
ความเจ็บปวดทรมานนี้ มันรุนแรงยิ่งเสียกว่า เมื่อ
ครั้งที่เขาบ่มเพาะท่องสัจจคาถา วัชระแก่นแท้
ธรรมสูตร
เขาเห็น หวันเทียน หยู๋เซวีย และ ผู้อาวุโสทั้ง 9
ดวงตาแดงก่ำขึ้น
เขาเห็น ลิ่ว ไห่จุน ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ มัน
พุ่งเข้ามาเหนือร่างของเขา เตรียมพร้อมโจมตี
เผด็จศึก…
แล้วเขาก็ยังเห็นสาวกหนุ่มสาวของ นิกายกระบี่
สวรรค์ ต่างจ้องมองมาทางเขา ด้วยความวิตก
กังวลร้อนใจอย่างที่สุด …
ภาระรับผิดชอบ? ความรัก? คุณธรรม?
อู่ อวี้ ค้นพบว่าตนเองไม่ปรารถนาที่จะยอมแพ้!
“ไม่! ข้าไม่ยอมแพ้! ข้าจะไม่ตาย! ไม่มีวัน! ข้าไม่
ยินยอม!”
ภายในหัวใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชัง
และโกธรแค้นอย่างท่วมท้น!
ต่อให้ต้องตาย ก็จะไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด!
ณ ขณะนี้ดูเหมือนว่ากาลเวลาจะชะลอช้าลง
เขามองไปที่แมลงวิญญาณ ที่กำลังจะฉีกกระชาก
เลือดเนื้อของเขา …
รูปลักษณ์ของแมลงวิญญาณ มีหนวดยุบยับ ฟัน
แหลมคม กรงเล็บแหลมคม …
ปากของมันมีพิษรุนแรง…
สายตาของ ลิ่ว ไห่จุน เปียมล้นไปด้วยความดู
แคลน ทั้งยังภูมิใจในตนเองอย่างที่สุด …
เมื่อเขาเห็นเหล่าผู้อาวุโส ทั้งวิตกกังวล ทั้งเศร้า
โศก และ เจ็บปวด …
ภายในหัวใจของเขา โทสะของเขาก็เดือดพล่าน
เสมือนดั่งเพลิงลาวา ภายในภูเขาไฟกำลังปะทุ มัน
พลุ่งพล่านเผาผลาญไปทั่วทั้งร่างของเขา!
ในช่วงเวลานั้นเอง เขามองเห็นราชาวานรกำลัง
ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงทองคำ ตัวเขาแผ่กลิ่น
อายอันหยิ่งทะนง เด็ดเดี่ยว เกรี้ยวกราด อย่างไรก็
ตาม เขามีเจตจำนงอยู่ภายในจิตใจของตนเอง!
ฝึกตนนอกรีตแล้วยังไง?
“ต้าเซิ่น!”
ห้วงภวังค์แห่งจิตนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างขม
ขื่น เขาเอ่ยปากพูดสองสามประโยค จากนั้นทุก
อย่างก็หยุดลง
“เคล็ดตรึงกายา!”
ในช่วงเวลานั้นเอง ความปิติยินดีอย่างถึงที่สุดได้
ปรากฏขึ้นภายในจิตใจเขา ทันใดนั้นเมื่อเขาหัน
กลับไป เขาเห็น ลิ่ว จุนไห่อยู่เหนือร่างกายของเขา
สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ปล่อยออกมาได้อย่าง
ชัดเจน
ระดับฝีมือของเขากับ ลิ่ว ไห่จุน จะต่างกันอยู่ 3
ขั้น เขาอยู่ในระดับหลอมลมปราณที่ 6 ส่วนมันอยู่
ในระดับหลอมรวมลมปราณที่ 9 ทำให้ผลของ
เคล็ดตรึงกายา จะส่งผลอ่อนด้อยนัก!
แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว ปาน กระแส
อัสนีฟาดผ่าเข้าใส่ก้อนศิลาจนเกิดประกายไฟขึ้น
อย่างไรก็ตามในชั่วพริบตานี้ ลิ่ว ไห่จุน ที่กำลังถูก
ค่ายกลกระบี่เก้าตำหนักไล่ล่าติดตามอยู่ กลับนิ่ง
ค้างไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้อย่าง
ฉับพลัน เนื่องจากมันไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะ
เกิดขึ้น มีเพียงแค่หัวใจของมันเท่านั้นที่ยังสามารถ
ขยับเขยื้อนได้อยู่
มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่!
กระบี่มากมายถูกตวัดฟันผ่านหน้าอกของมันไป
ปราณกระบี่พายุเหมันต์ทองคำของ หวันเทียน หยู๋
เซวีย ม้วนตวัดกวาดผ่าน สะบั้นแขนขวาของมัน
จนขาดกระเด็น
ช่วงเวลานั้นเอง มันจึงไม่สามารถเกาะกุมตาข่าย
ระฆังทมิฬไว้ได้อีกต่อไป ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ฝั่า
ออกจากตาข่ายระฆังทมิฬ พร้อมกับใช้กระบี่ห
ยินหยางทะลวงแทงเข้าใส่แมลงวิญญาณที่อยู่
เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ตวัดหนึ่งกระบี่ ตกตาย
หายไปหนึ่งศพ!
เนื่องจากสถานการณ์พลิกผันอย่างฉับพลัน ส่งผล
ให้ ลิ่ว ไห่จุน ติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของ ค่ายกล
กระบี่เก้าตำหนัก อีกครั้ง หลังจาก อู่ อวี้ จัดการ
แมลงวิญญาณที่อยู่บนร่างกายจนหมดสิ้น ทำให้
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ายามนี้ ทั่วทั้งร่าง
ของของมันเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล ไม่เพียงแค่
แขนของมันเท่านั้นที่ถูกสะบั้นจนขาด แม้แต่เท้า
ของมันก็ถูกทำลายไปด้วย มันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วย
สีหน้าดุร้ายโหดเหี้ยม พร้อมกับคำรามขึ้นว่า ” เจ้า
ใช้เคล็ดวิชาเต๋าอะไร มันถึงทำให้ข้าเคลื่อนไหว
ไม่ได้! อ๊ากกกกก ไม่มีทางเป็นไปได้!”
อู่ อวี้ จะบอกมันได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วนี่คือ 72
รูปแบบอิทธิฤทธิ์!
“สังหารมัน!”
ผู้ฝึกตนในวิถีแห่งกระบี่ทั้ง 9 คน ย่อมไม่ยอม
ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป ต่อให้เป็น ลิ่ว ไห่จุน ก็
ไม่สามารถต้านทานการโจมตีครั้งนี้ได้ มันไม่
สามารถหยุดยั้งการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้า
คลั่งของผู้ฝึกตนในขั้น หลอมรวมลมปราณระดับ 8
ทั้ง 9 คนได้ ส่งผลให้มันได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง!
หาก ลิ่ว ไห่จุน ยังไม่ถูกสังหาร วิกฤตในครั้งนี้ก็
ยังคงอยู่ อู่ อวี้ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา
สายตาของเขาเย็นเยือก จากนั้นก็กระโจนเข้าร่วม
การเข่นฆ่าสังหารทันที!
กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด!
ปราณกระบี่สองสายถูกปลดปล่อยออก หนึ่งหน้า
หนึ่งหลัง วิชานี้กลืนกินพลังศักดิ์สิทธิ์เฮือกสุดท้าย
ของ อู่ อวี้ จนหมดสิ้น!
การโจมตีนี้สามารถสังหารผู้มีความแข็งแกร่งสูงสุด
ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 8 ได้! เงากระบี่ปก
คลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า ลิ่ว ไห่จุน สามารถปั้องกันการ
โจมตีครั้งแรกเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั่วพริบตา
นั้นเองปราณกระบี่สายที่ 2 ก็แทงทะลุหว่างคิ้วของ
มัน ร่างของมันล้มลงกับพื้น และ ตกตายไป
ในทันที!
ในท้ายสุดแล้วมันก็ยังจ้องมองไปยังดวงตาของ อู่
อวี้ ด้วยความสับสนไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาทั้งคู่
เบิกกว้างอย่างเต็มที่ เข่าทรุดลง จากนั้นร่างมันก็
ล้มลงไปกับพื้น!
“ลิ่ว ไห่จุน สิ้นชีพแล้ว!”
หนึ่งในผู้อาวุโส คว้าจับร่างของ ลิ่ว ไห่จุน พร้อม
กับชูขึ้น ในที่สุดสนามรบอันร้อนระอุก็เงียบลง
อย่างฉับพลัน
ลิ่ว ไห่จุน สิ้นชีพแล้ว หมายความว่า นิกายกระบี่
สวรรค์ กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง พวกเขาสามารถ
ยื้อเวลาออกไปได้อีกหนึ่งวัน หรือไม่อาจจะถึงสอง
สามวัน…
บางทีอาจมีแค่เพียงผู้ใกล้ชิดเท่านั้นถึงจะล่วงรู้ว่า
การที่สถานการณ์พลิกผัน ที่คนอื่นมองว่าเป็น
เพราะความประมาทของ ลิ่ว ไห่จุน จนเป็นเหตุให้
ถูก ค่ายกลกระบี่เก้าตำหนัก ล้อมจับเอาไว้ แต่
แท้จริงแล้วทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของ อู่ อวี้
ทั้งสิ้น เมื่อได้รับชัยชนะจากสงครามครั้งนี้ ทุกคน
จึงต่างพากันทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง
ทั้งสิบต่างหันมามองหน้ากันและกัน ด้วยความรู้สึก
ไม่อยากจะเชื่อ
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะจัดการกับผู้ฝึกตนนอกรีต
ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับ 9 อีกทั้งฝั่ายตรงข้ามยังไม่มุ่งเน้นการต่อสู้
แต่กลับเลือกหลอกล่อ และ ถอยหนีอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ยากจะจัดการอย่างยิ่ง
“น้องหก!”
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง จับจ้องมายังทิศทางศิษย์ของ
น้องมันถูกสังหาร!
ในยามนี้ ปีศาจ 7 ทะเลแดงได้ประสบกับความ
สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่!
ความสำเร็จของพวกมันทุกคน อยู่เบื้องหน้าแค่
เอื้อม แต่ท้ายสุดกลับไม่สามารถคว้าจับมันได้
แม้แต่ เจียงเซี่ย กับ จิ่วเซียน ยังตกตะลึงกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พวกมันเฝั้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยสองตาของ
ตนเอง เมื่อเหตุการณ์พลิกผันกลับตาลปัตร
ฉับพลัน ลิ่ว ไห่จุน ก็ถูกสังหารในทันที เหตุการณ์
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
“นิกายกระบี่สวรรค์!”
ดวงตาของปีศาจเจ็ดทะเลแดงก่ำ ด้วยความโกรธ
เกรี้ยวคั่งแค้น โทสะ และ ความเคียดแค้นชิงชังที่มี
ต่อ นิกายกระบี่สวรรค์ ได้เพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่า!
เฟิง ซัวหยา และ เหล่าผู้อาวุโส ไม่มีโอกาสให้
ซาบซึ้งยินดี เพราะพวกเขากำลังรีบเร่งแก้ไข
ปัญหาของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ให้เร็วที่สุด ยามนี้
พวกเขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา และ
พยายามควบคุม ค่ายกลหมื่นกระบี่ ต่อไป พวก
เขาจะต้องคว้าชัยชนะ สังหารกำจัด เจียงเซี่ย และ
พรรคพวกของมัน จนไม่อาจมีโอกาสได้พลิกฟืน
กลับมาได้อีก!
การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นชัยชนะครั้งใหญ่เพียงชั่วคราว
เท่านั้น!
แท้จริงแล้ว ซู หยานหลี่ โม่ ซือซู และเหล่าสาวก
คนอื่น ๆ เฝั้าดูการต่อสู้อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อเห็น ลิ่ว
ไห่จุน แข็งแกร่งและสามารถหลบหนีต่อไปเรื่อย ๆ
ภายในหัวใจของพวกเขาต่างบีบรัดอย่างรุนแรง
แต่ในตอนนี้เมื่อเห็นว่ามันถูกสังหาร พวกเขาต่าง
พากันส่งเสียงเฮขึ้นมาทีละคน ๆ แม้กระทั่งร่ำไห้
น้ำตาแห่งชัยชนะออกมาด้วยความปลื้มปิติยินดี!
ความหวาดกลัวที่ต้องต่อสู้ด้วยชีวิตและความตาย
ได้ถูกหยุดยั้งเอาไว้ได้อีกครั้ง พวกเขาปลอดภัย
แล้ว …
ถึงแม้ยังมองไม่เห็นแสงสว่าง แต่อย่างน้อยพวก
เขาก็ไม่ได้ร่วงตกลงไปในนรก!
ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่ปกคลุม พวกเขามองเห็น
อู่ อวี้ หลายคนอาจไม่ทราบว่า เขาคือคนที่ทำให้
สถานการณ์ทั้งหมดพลิกกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลย
การเผชิญหน้ากับ ลิ่ว ไห่จุน ทำให้เขารู้ตัวมาก
ยิ่งขึ้นว่า หากเปรียบเทียบตัวของเขา กับเหล่าผู้
ฝึกตนซึ่งมีความแข็งแกร่งในระดับสูงซึ่งกำลังราย
ล้อมรอบตัวอยู่ในยามนี้ ฝีมือของเขายังถือว่าด้อย
กว่ามาก
มีแมลงวิญญาณสองสามตัว ที่เจาะเข้าสู่ชั้น
ผิวหนังของ อู่ อวี้ ซึ่งยามนี้มันกัดกินเลือดเนื้อของ
เขาอยู่
ทันใดนั้นร่างกายของเขาค่อย ๆ มีปุั่มบวมเปั่งขึ้น
จนเป็นรูปของสิ่งมีชีวิตที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในชั้น
ผิวหนัง ช่างดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
“ศิษย์น้อง ทนไว้หน่อย!” หวันเทียน หยู๋เซวีย แทง
ศาสตราเต๋ากระบี่ยาวเข้าใส่ ร่างของแมลง
วิญญาณ และค่อยๆงัด แมลงวิญญาณ ตัวแรก
ออกมาจากร่างของ อู่ อวี้
เมื่อเห็นรูปร่างของแมลงวิญญาณเหล่านี้ ทำให้
ศีรษะของผู้เฝั้ามองถึงกลับขนลุกชูชันไปตาม ๆ
กัน
“ยั้งมือก่อน”
อู่ อวี้ คิดหาวิธีอื่น เขานั่งลงบนพื้นดิน พร้อมกับ
เริ่มท่องสัจจะคาถาของวัชรแก่นแท้ธรรมสูตร
ทันใดนั้นเองแสงสีทองก็เริ่มส่องสว่างออกมา
อักษรสีทองมากมายเริ่มปรากฏขึ้นบนร่างของเขา
พร้อมกับเริ่มหลอมสร้างทันที ในเวลานี้แมลง
วิญญาณถูกห้อมล้อมไปด้วยอักษรทองคำ ไม่มีทาง
หลบหนีออกไปได้ อักษรสีทองค่อย ๆ บีบรัดเข้ามา
บดขยี้จนพวกมันสลายไป
อย่างไรก็ตาม มันสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
ให้กลับ อู่ อวี้ ด้วยเช่นกัน
โชคดีที่ หวันเทียน หยู๋เซวีย มอบเม็ดยาคืนชีวิต
ให้แก่ อู่ อวี้ เขาจึงกลืนเม็ดยาคืนชีวิตเข้าไปทันที
เมื่อรวมกับอำนาจสะกดข่มอย่างรุนแรงจากกายา
เพชรอมตะ ผ่านไปเพียงหนึ่งวัน อู่ อวี้ ก็กลับคืนสู่
สภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด บัดนี้ร่างของเขาปกคลุม
ไปด้วยปราณศักดิ์สิทธิ์ที่แพร่กระจายออกมา
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ก็มองเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
ในค่ายกลหมื่นกระบี่ ถึงกระนั้น เฟิง ซัวหยา ก็
ยังคงยืนหยัดสู้ต่อไปอย่างไร้สิ้นหนทาง พวกเขาไม่
ต้องการให้ดินแดนแห่งนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยธารา
โลหิต
ความจริงแล้วนี่คือสงครามปิดล้อม เพื่อปกปั้อง
ดินแดน และ รักษาคนของพวกเขาไว้
บางที เฟิง ซัวหยา กับเหล่าผู้อาวุโสกำลังรอบาง
สิ่งบางอย่างอยู่ แต่นี่อาจจะเป็นการกล่าวเข้าข้าง
ฝังตนเองเพื่อให้กำลังใจก็เป็นได้
“อู่ อวี้ ไม่พักผ่อนต่อแล้วหรือ?” วันนี้เป็นวันดูแล
ของ ซู หยานหลี่ เมื่อเห็นเขาตื่นขึ้น นางก็ยิ้มให้
เขาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มนี้บริสุทธิ์เฉกเช่นดั่งบุป
ผาบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ
“ไม่แล้ว”
อู่ อวี้ ลุกขึ้นยืน พร้อมกับพานางไปยังบริเวณ
น้ำพุพลังฟั้าดิน จากนั้นหันหน้าไปทางแสงจาก
ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ
ออกมา แล้วทำการบ่มเพาะ ‘วัชระแก่นแท้ธรรม
สูตร’ ต่อ ยิ่งตอนนี้สามารถเพิ่มระดับความ
แข็งแกร่งได้มากน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็น
หลักประกันชีวิตได้มากขึ้นเท่านั้น
หลังจากผ่านประสบการณ์การต่อสู้กับ ลิ่ว ไห่จุน
ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับความคิด
ของ อู่ อวี้
ยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้น ยิ่งแน่วแน่มากขึ้น ยิ่งมั่นคงมาก
ขึ้น พระพุทธรูปวัชรแก่นแท้ธรรมสูตรที่อยู่ภายใน
ร่าง ก็จะสูงขึ้นรวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างคาดไม่ถึง…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ