กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1557: วังมังกรโลกันตร์
นอกวังมังกรโลกันตร์ยังมีตำหนักขนาดใหญ่อีกหลายสิบ
แห่ง
แต่ละแห่งกว้างขวางใหญ่โตราวกับพิภพขนาดเล็ก ใน
บรรดาตำหนักที่อยู่รอบ ๆ นี้ทั้งหมด ตำหนักของราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามมีขนาดใหญ่ที่สุด เรียกได้ว่า
ขนาดของมันใกล้เคียงกับวังมังกรโลกันตร์เลยก็ว่าได้
ตำแหน่งการกระจายตัวของตำหนักในแดนมังกรทมิฬ
เหล่านี้เปรียบเสมือนดัง ดวงดาราที่ล้อมรอบดวงจันทรา
ส่องสว่าง โดยมีวังมังกรโลกันตร์อยู่ตรงกลาง
ถัดจากวังมังกรโลกันตร์ก็มีตำหนักขนาดใหญ่อีกสามแห่ง
ซึ่งผู้เป็นเจ้าของมีฝีมืออยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
, ราชันปีศาจหกสวรรค์มีอยู่เก้าตำหนัก , ราชันปีศาจห้า
สวรรค์มีอยู่สามสิบตำหนัก ซึ่งรายล้อมอยู่ด้านนอกของ
แดนมังกรทมิฬอันงดงาม
กล่าวได้ว่าแดนมังกรทมิฬทั้งหมดมีขนาดใหญ่กว่าชมพู
ทวีปโลกธาตุที่ อู่ อวี้ ถือกำเนิดหลายร้อยเท่า
” ตำหนักราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์กับราชันปีศาจหกสวรรค์
มีวงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์จัดเรียงป้องกันไว้ด้วยเช่นกัน
ถึงแม้มันจะมิได้หนาแน่น แต่ก็ทำได้เพียงเข้าไปดูใกล้ ๆ
เท่านั้นไม่สามารถผ่านเข้าไปดูด้านในได้ ”
” มีเพียงวังของราชันปีศาจทั้งห้าสวรรค์เท่านั้นที่
สามารถเข้าไปได้ ซึ่งมันคงไม่ดึงดูดความสนใจของเหล่า
ราชันปีศาจที่อยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ ”
อู่ อวี้ กับพรรคพวกได้รับข้อมูลเหล่านี้มา กล่าวได้ว่า
พวกเขาทั้งสามสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ภายในแดนมังกร
ทมิฬได้ชั่วคราวเท่านั้น
ด้วยการเฝ้าสังเกตการณ์ดูก่อนว่า มีอันใดเกี่ยวข้องกับ
เป้าหมายของพวกเขาหรือไม่
โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาต้องตรวจสอบความแข็งแกร่ง
ของราชันปีศาจจำนวนมากที่อยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ
ก่อน หนานซานหวางเยว่ใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยแอบ
สังเกตการณ์อย่างลับ ๆ ซึ่งเขาสามารถมองเห็นราชัน
ปีศาจออกมาจากตำหนักของตนเองเป็นระยะ ๆ
เพียงแค่นี้ก็ทำให้พวกเขามีข้อมูลมากพอที่จะรู้ว่า ราชัน
ปีศาจในแดนมังกรทมิฬมีพลังฝีมืออยู่ในระดับใดได้อย่าง
รวดเร็ว
ตัวอย่างเช่นในบรรดาราชันปีศาจหกสวรรค์ ผู้หนึ่งมีนาม
ว่า ‘ราชันปีศาจสระพิสุทธิ์’ ร่างของมันผสมผสาน
ระหว่างแพะและอาชา เวลาที่มันออกมาจากตำหนักของ
ตนเอง จะมีเมฆาทมิฬปกคลุมร่างกายของมันอยู่เป็นชั้น
ๆ หลังจากนั้นมันเก้าเหยียบลงบนเมฆา หากไม่ติดตรงที่
ร่างของมันมีเมฆาทมิฬแล้วล่ะก็ เส้นขนสีขาวที่ปกคลุม
ร่างกายของมันดูไม่ต่างจากสัตว์สวรรค์เลยจริง ๆ
ราชันปีศาจสระพิสุทธิ์เป็นราชันปีศาจหนึ่งในเก้าที่มี
ความสามารถโดดเด่นทรงพลังเป็นที่ยอมรับของราชัน
มังกรโลกันตร์ ถึงแม้ฝีมือของมันจะอยู่แค่ระดับราชัน
ปีศาจหกสวรรค์ก็ตาม นอกจากนี้ในความทรงจำราชัน
ปีศาจดึกดำบรรพ์ยังมีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจ เช่นมัน
มักจะออกไปทำภารกิจจัดหาทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้
ราชันมังกรโลกันตร์ด้วยตนเองมาโดยตลอด
แม้ว่าราชันปีศาจสระพิสุทธิ์จะเป็นราชันปีศาจหกสวรรค์
แต่ก็ถือได้ว่ามันเป็นสมุนของราชันมังกรโลกันตร์ ต่อให้
ออกไปด้านนอกนครทมิฬหมื่นปีศาจ สถานะของมันก็ยัง
สูงส่งกว่าราชันปีศาจหกสวรรค์ตนอื่น ๆ มากนัก
ตัวอย่างเช่นกลุ่มราชันปีศาจมีแก่งแย่งซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจในมหาสมุทรทมิฬก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นราชัน
ปีศาจสงัดทมิฬ , ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ , ราชันปีศาจ
สยบบรรพกาล , ราชันปีศาจแรดทองคำ , ราชันปีศาจ
ทองวิบัติ ถ้าหากพวกมันบังเอิญพบเห็นราชันปีศาจสระ
พิสุทธิ์ พวกมันจะต้องแสดงความเคารพต่อราชันปีศาจ
สระพิสุทธิ์
ถึงแม้ปกติแล้วราชันปีศาจสระพิสุทธิ์จะไม่แยแสราชัน
ปีศาจเหล่านี้ แต่ถ้าเมื่อใดที่ราชันปีศาจเหล่านี้คิดยั่วยุ
โอหังต่อราชันปีศาจสระพิสุทธิ์แล้วล่ะก็ กองกำลังที่อยู่
เบื้องหลังราชันปีศาจสระพิสุทธิ์จะไม่เพิกเฉยอย่าง
แน่นอน เป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกมันที่จะสังหารราชัน
ปีศาจเหล่านี้หมกป่าโดยไม่อาจจับมือผู้ใดดมได้
มีเพียงราชันมังกรโลกันตร์เท่านั้นที่สามารถเอาชนะ กอง
กำลังอันยิ่งใหญ่ของเทพปีศาจได้อย่างง่ายดาย
ถึงแม้ผู้ที่อยู่ภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจจะมีฝีมืออยู่ใน
ระดับอาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดนเป็นอย่างต่ำก็ตาม แต่
ผู้ที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นสมุนของราชันมังกร
โลกันตร์ จะต้องมีฝีมือระดับราชันปีศาจเป็นอย่างน้อย
หากต้องการเข้ามาอยู่ภายในแดนมังกรทมิฬจะต้องโดน
ตรวจสอบคัดเลือกคุณสมบัติเสียก่อน
นอกจากราชันปีศาจสระพิสุทธิ์แล้ว อู่ อวี้ กับพรรคพวก
ทั้ง 2 ยังสังเกตเห็นราชันปีศาจหกสวรรค์ตนอื่น ๆ ที่อยู่
ในแดนมังกรทมิฬ
ยกตัวอย่างเช่นราชันปีศาจตนหนึ่งที่มีร่างจริงเป็น
‘คุนหวู่หมื่นจิต’ มันมีนามว่า ‘ราชันปีศาจคุนหวู่’
สายโลหิตของสัตว์ปีศาจตนนี้อยู่ในระดับที่เรียกว่าชั้น
ยอดเลยทีเดียว อู่ อวี้ เคยพบเห็นคุนหวู่สามจิตมาก่อน
สัตว์ปีศาจคุนหวู่ได้ปรากฏตัวอยู่ภายในชมพูทวีป
โลกธาตุ ด้วยสายเลือดชั้นยอดทำให้มันได้ความเคารพ
ยำเกรง เพียงแต่เมื่อเทียบกับกับคุนหวู่หมื่นจิตในแดน
มังกรทมิฬที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้เรียกได้ต่างชั้นราวฟ้า
กับดินเลยทีเดียว
ความแข็งแกร่งของคุนหวู่หมื่นจิต ไม่ได้ด้อยกว่าราชัน
ปีศาจสระพิสุทธิ์แต่อย่างใด บางทีอาจจะเหนือกว่าด้วย
ซ้ำ ถ้ากล่าวถึง ในบรรดาราชันปีศาจหกสวรรค์ทั้งเก้าใน
แดนมังกรทมิฬ ความสามารถในการต่อสู้ของมันนั้นไม่
เป็นสองรองใคร เรียกได้ว่าดีที่สุดเลยทีเดียว
เมื่อคุนหวู่หมื่นจิต ซึ่งมีร่างจริงเป็นราชสีห์ทมิฬตัวนี้ออก
จากตำหนัก มันได้รับภารกิจให้ไปทำใกล้ ๆ แถวนี้
หนานซานหวางเยว่แทบไม่กล้าขยับเขยื้อนแพร่งพราย
ลมหายใจตนเองออกไปแม้แต่น้อย ด้วยกลัวว่าจะทำให้
ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ หากเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่มีแม้แต่
ซากศพให้กลบฝังแน่
ร่างของคุนหวู่หมื่นจิตอาบท่วมไปด้วยเมฆาทมิฬ
ในขณะที่มันย่างก้าวก็มีสายอัสนีทมิฬแล่นประกาย
ออกมาจากเท้า สายตามันดูดุดันน่าสะพรึงกลัวอย่าง
ที่สุด เกรงว่าหากเป็นราชันปีศาจธรรมดาโดนสายตาของ
คุนหวู่หมื่นจิตจับจ้อง พวกมันคงประหวั่นพรั่นพรึงตัว
สั่นไปตาม ๆ กันเป็นแน่ ว่ากันว่าถ้าพลังต่อสู้ของคุนหวู่
หมื่นจิตสามารถต่อต้านราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ได้เลย
ทีเดียว
โชคดีที่เขตแดนสวรรค์ไร้รอยของหนานซานหวางเยว่ที่
ฝึกฝนมายอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่คุนหวู่หมื่นจิต
กำลังเข้ามาใกล้เขา มันก็ยังไม่สามารถสังเกตเห็นหรือ
พบเจอสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่หนานซานหวาง
เยว่หลบซ่อนตัวอยู่ใกล้มันแท้ ๆ
นอกจากนี้ยังมี ‘ฉงฉีสามเนตร’ หรือเรียกว่า ‘ราชัน
ปีศาจฉงฉี’ ราชันปีศาจหกสวรรค์ตนนี้มีสามเนตร
ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำแทบมองไม่เห็น
ใบหน้าที่แท้จริงว่าเป็นเช่นไร นอกจากนี้พวกเขาทั้งสาม
ยังสังเกตเห็นว่า แม้แต่ราชันปีศาจห้าสวรรค์ที่อยู่ในแดน
มังกรทมิฬ ล้วนแล้วแต่มีสายโลหิตเข้มข้นสูงส่ง
เช่นเดียวกับสัตว์สวรรค์ก็ไม่ปาน
อย่างราชันปีศาจสระพิสุทธิ์ ความจริงแล้วมันน่าจะเป็น
สัตว์สวรรค์สระพิสุทธิ์ที่อยู่บนสวรรค์ไม่ควรมาอยู่ในแดน
มังกรทมิฬแห่งนี้ ทว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากร่าง
ของมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายหยินอันเข้มข้น ในความ
มืดมนหมองมัวเช่นนี้มันถึงไม่สามารถทะยานไปอยู่บน
สวรรค์ได้ ทำได้แค่เพียงทะยานมาอยู่ในภพเทพปีศาจ
แห่งนี้เท่านั้น
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าสถานการณ์ในภพเทพปีศาจยามนี้น่า
สะพรึงกลัวเพียงใด ดังนั้นเทพปีศาจหรือสัตว์สวรรค์ที่มี
สายโลหิตมืดมนเช่นนี้ หลังจากทะยานขึ้นมาอยู่ในภพ
เทพปีศาจและได้รู้ความจริงว่าพิภพแห่งนี้แตกสลาย จึง
มีความโกรธแค้นในใจเป็นอย่างมาก ทำให้พวกมันมี
ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแข็งแกร่งเหนือกว่า
ผู้ใด ด้วยการกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
เมื่อราชันปีศาจฉงฉีทะยานออกมา ร่างกายของมันก็ถูก
ห่อหุ้มไปด้วยหมอกทมิฬ หนานซานหวางเยว่ไม่กล้า
ขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่น้อย สามารถมองเห็นได้เพียง
ว่าท่ามกลางหมอกทมิฬ มีดวงเนตรทั้งสามสาดส่องแสง
ประกายแห่งความดุร้ายออกมาเป็นที่สะดุดตาอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมี ‘คุนเผิงจันทราแดง’
มันเป็นทั้งสัตว์ปีศาจและสัตว์สวรรค์ สายโลหิตของคุน
เผิงจันทราแดงนั่นแตกต่างจากคุนเผิงทั่ว ๆ ไป ทั่วทั้ง
ร่างของมันเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ราวกับว่ามีโลหิต
ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุดหย่อน ใจกลาง
หว่างคิ้วของมันมีรูปจันทร์เสี้ยวสีแดงโลหิตปรากฏอยู่
เห็นได้ชัดว่าปานจันทร์เสี้ยวสีแดงโลหิตนี้ ต้องมีความ
เกี่ยวข้องกับพลังอิทธิฤทธิ์ของราชันปีศาจคุนเผิงอย่าง
แน่นอน
ภายในแดนมังกรทมิฬไม่สามารถแลเห็นราชันปีศาจ
เหล่านี้ ลงมือห้ำหั่นต่อสู้กันเองได้ เนื่องจากราชันมังกร
โลกันตร์ได้ออกกฎว่า ผู้ที่มาอยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ
ห้ามต่อสู้กันเองอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสามจึงไม่สามารถแลเห็น
ฝีไม้ลายมือการต่อสู้ของราชันปีศาจหกสวรรค์เหล่านี้ได้
อย่างชัดเจน ถึงแม้จะไม่เห็นฝีไม้ลายมือจะ ๆ แต่ก็ยัง
สามารถคาดคะเนได้จากบรรยากาศความแข็งแกร่งที่แผ่
ออกมา ทั้งสามมั่นใจว่าพวกต้องแข็งแกร่งกว่าราชันที่ไป
แย่งชิงซากศพจักรพรรดิปีศาจในทะเลทมิฬหลายขุม
ต่อให้ผู้มีฝีมือระดับราชันปีศาจหกสวรรค์อย่างราชัน
ปีศาจสงัดทมิฬร่วมมือผนึกกำลังกับราชันปีศาจสยบ
บรรพกาล ต่อสู้แบบสองรุมหนึ่งกับราชันปีศาจหก
สวรรค์ในแดนมังกรทมิฬแห่งนี้ก็ยังไม่เอาชนะได้
นี่คือประโยชน์ที่ได้มาจากการติดตามราชันมังกรโลกันตร์
ในแง่ของทรัพยากรการบ่มเพาะพวกมันมีมากกว่า
‘ราชันปีศาจเร่ร่อน’ มากนัก นอกจากนี้อายุอานามของ
ราชันปีศาจหกสวรรค์ที่อยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ ก็ยัง
อ่อนเยาว์กว่าราชันปีศาจที่อยู่ด้านนอกหลายเท่า
ต่างกันตรงที่พวกมันต้องสวามิภักดิ์เชื่อฟังคำสั่งของ
ราชันมังกรโลกันตร์อย่างไม่อาจบิดพลิ้ว ทั้งยังต้องมอบ
เครื่องบรรณาการให้แก่ราชันมังกรโลกันตร์ทุก ๆ 100
ปี ซึ่งในแต่ละวันพวกมันไม่ค่อยได้รับความอิสระอย่างที่
ควรจะเป็น ด้วยเหตุนี้ ‘ราชันปีศาจเร่ร่อน’ จึงไม่
ต้องการมารับคำสั่งคำบงการของราชันมังกรโลกันตร์
เช่นราชันปีศาจดึกดำบรรพ์เป็นต้น
หลังจากเฝ้าสังเกตเป็นเวลาสองสามเดือน พวกเขาทั้ง
สามก็พบว่าราชันปีศาจที่อยู่ในแดนมังกรทมิฬแต่ละตน
ล้วนถูกเลี้ยงดูเป็นพิเศษ มีปีศาจสาวคอยปรนนิบัติ โดย
พื้นฐานแล้วชั่วชีวิตนี้พวกมันไม่มีโอกาสได้ออกไปนอก
ตำหนัก
ราชันปีศาจเหล่านี้มารวมตัวเล่นสนุกกันเป็นครั้งคราว
บ่อยครั้งที่พวกมันฝึกฝนอยู่ในตำหนักของตนเอง หรือ
ผ่อนคลายความเครียดด้วยการเล่นสนุกกับปีศาจสาว
และทุกครั้งที่ราชันปีศาจเหล่านี้มารวมตัวกัน หนานซาน
หวางเยว่จะเข้าไปใกล้เพื่อแอบฟังดูว่าพวกมันจะพูดคุย
เกี่ยวกับจิ่วอิงหรือไม่
ทว่าช่างน่าเสียดายแม้เวลาจะผ่านมาสองสามเดือนแล้ว
ก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใด ๆ เกี่ยวกับจิ่
วอิงเลย อันที่จริงบรรดาราชันปีศาจห้าสวรรค์ที่อยู่
ภายในแดนมังกรทมิฬ ส่วนใหญ่หาได้สนใจเรื่องของจิ่
วอิงไม่ ความจริงคงต้องบอกว่าไม่มีโอกาสพบหน้าค่าตา
ติดต่อกับจิ่วอิงด้วยซ้ำ
สำหรับราชันปีศาจหกสวรรค์ส่วนใหญ่จะครองตน
ค่อนข้างสันโดษ อยู่ลำพังไม่ค่อยสุงสิงรวมตัวเกาะกลุ่ม
พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับผู้ใด
แม้พวกมันจะออกไปทำกิจธุระ แต่ในไม่ช้าก็จะกลับมา
และเข้าไปหมกตัวอยู่ในตำหนักของตนเองเช่นดังเดิม
ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นปัญหาสำหรับหนานซานหวางเยว่ที่
จะสืบเสาะหาข่าวคราวใด ๆ จากราชันปีศาจหกสวรรค์
เป็นผลให้ข้อมูลที่พวกเขาได้รับจึงมาจากราชันปีศาจห้า
สวรรค์เพียงเท่านั้น ทว่าช่างน่าเสียดายที่ไร้ซึ่งข่าวคราว
ใด ๆ ของจิ่วอิง
” หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเกรงว่าพวกเราคงคว้าน้ำ
เหลวเป็นแน่ เราต้องหาวิธีกลืนกินราชันปีศาจห้าสวรรค์
เพื่อตรวจสอบความทรงจำของพวกมัน ”
อู่ อวี้ สับสนเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ของจิ่วอิงยัง
ไม่แน่ชัด ซึ่งเขาอาจตกอยู่ในอันตรายได้ตลอดเวลา
เพียงแต่ อู่ อวี้ ก็ยังมิได้รับข้อมูลใด ๆ เป็นชิ้นเป็นอัน
ดังนั้นเขาจึงพยายามหาหนทางโดยเร็วที่สุด
“หากเจ้าทำเช่นนั้น ราชันปีศาจตนอื่น ๆ ภายในแดน
มังกรทมิฬต้องตื่นตระหนกอย่างแน่นอน ถึงแม้ตำหนัก
ภายในสถานที่แห่งนี้จะกว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง แต่
สำหรับราชันปีศาจแล้วมันสามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
ภายนอกได้ตลอดเวลา พวกเราจึงทำได้เพียงรอโอกาส
เท่านั้น” หนานซานหวางเยว่วิเคราะห์
แม้จะคิดหาวิธีจนหัวแทบระเบิด แต่เมื่ออยู่ภายในแดน
มังกรทมิฬพวกเขาก็ไม่สามารถทำอันใดได้ กระทำได้
เพียงรอให้ราชันปีศาจห้าสวรรค์ออกไปทำกิจธุระ แล้ว
หวังว่าตนเองจะมีโอกาสลงมือ
อู่ อวี้ กับพรรคพวกทำได้เพียงเฝ้ารอและเฝ้าตรวจสอบ
สถานการณ์ภายในแดนมังกรทมิฬ ตราบจนปัจจุบันพวก
เขายังไม่ได้รับข้อมูลใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ในที่สุดวันหนึ่งราชันปีศาจห้าสวรรค์ก็มารวมตัวกัน ซึ่ง
มันทำให้ อู่ อวี้ ประหลาดใจไม่น้อย การที่ราชันปีศาจห้า
สวรรค์จำนวนมากมารวมตัวกันเช่นนี้ แสดงว่าอาจมี
เรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้น
หนานซานหวางเยว่ซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ เพื่อแอบดักฟัง
กลับกลายเป็นว่านี่คือวันครบกำหนดหนึ่งร้อยปี ที่ราชัน
มังกรโลกันตร์จะเรียกเก็บ ‘เครื่องบรรณาการ’ แล้ว
ราชันปีศาจห้าสวรรค์กว่าสามสิบตน ซึ่งมีเทพปีศาจนับ
พันอยู่ใต้อาณัติ ล้วนถือรายนามอยู่ในมือ พวกมันต้อง
จ่ายส่วยทุก ๆ หนึ่งร้อยปีด้วยการมอบเครื่องบรรณาการ
ให้แก่ราชันมังกรโลกันตร์ ทั้งยังต้องมีจำนวนมากพอ
พวกมันถึงจะมีคุณสมบัติที่จะอยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ต่อไป
อู่ อวี้ เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนแล้ว เพียงแต่เขาไม่คิดว่า
มันจะเกิดขึ้นในวันนี้
“ดูเหมือนว่าเราจะใช้โอกาสนี้ กลืนกินราชันปีศาจห้า
สวรรค์ที่ออกไปเก็บเครื่องบรรณาการ จากนั้นเราก็จะ
ได้รับความทรงจำของพวกมันมา?”
อู่ อวี้ ลอบวางแผนอยู่ภายใน แต่เนื่องจากสถานการณ์
ยังไม่ชัดเจน มิอาจรู้ได้ว่าราชันปีศาจห้าสวรรค์จะใช้วิธี
ใดในการเก็บเครื่องบรรณาการ ดังนั้นพวกเขาทั้งสาม
จึงเฝ้าดูพวกมันอย่างระมัดระวัง มิได้รีบมีความสุขเร็ว
เกินไปนัก ซึ่งในระหว่างนั้นก็เงี่ยหูฟังบทสนทนาของ
ราชันปีศาจห้าสวรรค์ไปด้วย