กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 156 : วิถีแหงการสังหาร
ยามนี้ เขาได้หวนกลับคืนพรรคจงหยวนอีกครั้ง
วังใต้ดินหย่งอันที่อยู่เบื้องล่างมีทางเขาออกอยู่
เพียงทางเดียวเท่านั้น เป็นประตูศิลาที่นำไปสู่ห้อง
โถมของวังใต้ดินซึ่งทำมาจากก้อนหินขนาดยักษ์
มากมายหลายก้อน
เมื่อตอนที่ อู่ อวี้ มาถึง เจียงจี้ ก็อยู่หน้าประตูศิลา
มันกำลังหยอกล้อกับเหล่าสาวกหญิงอยู่ เสียง
หัวเราะของด้วยเสียงหัวเราะอันไพเราะจนน่า
ตกใจ ซึ่งทำให้เหล่าสาวกหญิงที่ทั้งบอบบางและ
งดงามได้ฟังแล้ว ก็หัวเราะขบขันไปด้วย
เจียงจี้ เป็นผู้ที่ไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น ทุกคนในพรรค
ต่างรู้ดี แต่พวกมันกลับไม่ได้ตระหนักเลยว่า ตอนนี้
ทั้งสี่ทิศรอบตัวมันต่างก็มีสงครามขนาดใหญ่ มันก็
ยังคงเสวยสุขอยู่ใจกลางพรรคจงหยวนเหมือน
เช่นเดียวกับครั้งก่อน
อู่ อวี้ ได้เปิดโลกทัศน์ของเขา พวกมันเหล่านี้ต่างก็
เป็นศิษย์ที่มีฝีมือ พวกมันอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณทั้งหมด แถมยังมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่า ฮ่า
วเทียน ซ่างเซียน ซึ่งเมื่ออยู่ภายใต้ เจียงจี้ เช่นนี้
พวกนางกลับกระทำตนที่ไม่ต่างอะไรจาก
นางบำเรอแม้แต่น้อย
สามารถกล่าวได้ว่า บรรยากาศภายในพรรคจง
หยวนแตกต่างกับนิกายกระบี่สวรรค์เป็นอย่างยิ่ง
“ปูั่สาม บนท้องฟั้ามีคนอยู่!”
“นั่นมัน อู่ อวี้!”
ภายในพรรคจงหยวนนอกจาก เจียงจี้ แล้ว คน
อื่นๆต่างก็หวาดกลัว อู่ อวี้ มาตั้งนานแล้ว และ
ภายในวังใต้ดินหย่งแห่งนี้ ก็ยังมีผู้ที่บาดเจ็บอยู่
ภายในนั้นเป็นจำนวนมาก!
ดังนั้นเมื่อเหล่าสาวกหญิงมองเห็น อู่ อวี้ ใบหน้า
ของพวกมันต่างก็ซีดเซียวลง และวิ่งหนีเข้าอยู่
ภายในวังใต้ดินหย่งอันในทันที
“อย่าไปกลัวมัน ข้า…..”เจียงจี้ ยังไม่ทันพูดจบ
ด้วยความที่เหล่าศิษย์หญิงกำลังหนีวิ่งเข้าไปหลบ
ซ่อนในพระราชวัง พวกนางจึงสะบัดแขนของ
เจียงจี้ ออกอย่างไม่คิดชีวิต
ในตอนที่มันกำลังเสพสุขอยู่ ไม่คาดคิดว่าจะถูก อู่
อวี้ เข้ามาขัดขวางความสุขของมัน โดยที่ไม่ได้เงย
หน้าขึ้นไปมอง อู่ อวี้ ได้พุ่งลงมาจากฟากฟั้า
ทันใดนั้นก็พุ่งลงมากระแทกตรงก้อนหินขนาดใหญ่
หลายสิบจั้งข้างหน้ามัน จนแตกกระจายเป็น
เสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกนั้น
สามารถที่จะสั่นคลอนภูเขาได้ทั้งลูก
“อู่ อวี้!”เจียงจี้ จ้องมองไปด้วยสบตาที่เย็นชา
ความโกรธเกรี้ยวต่างจุกอยู่ในภายในหน้าอกของ
มัน ครั้งที่แล้วที่อู่ อวี้ มาบุกทำลายพรรคจงหยวน
มันทำให้ เจียงเซี่ย รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แถม
พี่ชายของตนยังมองตัวเอง เป็นดั่งกับสุนัขขี้เรื้อน
อันแสนน่ารังเกียจ
“ไม่คาดคิดว่าเราจะได้พบกันเร็วเช่นนี้ ” อู่ อวี้
มองตรงเข้าไปด้วยใบหน้าเย็นชา ยามที่ต้อง
เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสที่อยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่เก้าที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่ง
เช่นนี้ เขากลับยังคงสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลง
ทันใดนั้นเขาก็คำรามออกมา และ แยกกระบี่ห
ยินหยางออกเป็นกระบี่สองเล่ม ซึ่งอยู่ในมือทั่งคู่
ของเขา จากนั้นเท้าพลันก้าวเข้าไปหา เจียงจี้ ทีละ
ก้าวๆ โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ
เจียงจี้ มองท่าทีของ อู่ อวี้ ที่กำลังจะเข้ามาต่อสู้
กับตัวเขา
มันจึงหัวเราะออกมาแล้วก็กล่าวว่า “ข้าแน่ใจเลย
ว่านิกายกระบี่สวรรค์ของเจ้าถูกทำลายลงไปแล้ว
เจ้าเด็กสารเลวเช่นเจ้าก็คงจะต้องหนีไป แต่กลับ
คิดจะมาแก้แค้นข้าที่นี่ ไม่แปลใจเลยที่เจ้าเป็นเด็ก
ที่น่าสงสารเช่นนี้ ได้ยินมาว่าเจ้าเป็นศิษย์ของ เฟิง
ซัวหยา ไม่ใช่ว่าเจ้า เฟิง ซัวหยา มันถูกพี่ใหญ่ของ
ข้าสังหารลงไปแล้วหรอกหรือ? ส่วน หลาน ฮั้ว
หยุน ก็คงถูกเหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดงทำให้ต้อง
แปดเปือนไปแล้วใช่หรือไม่? ศิษย์พี่ศิษย์น้องของ
เจ้าก็ถูกเหล่าลูกศิษย์ของพรรคจงหยวนของข้า
สังหารเป็นชิ้นๆแล้วโยนให้เหล่าปีศาจทั้งหลายจับ
กินใช่หรือไม่? ส่วนศิษย์พี่หญิงน้องหญิงของเจ้าก็
ถูกพวกศิษย์ของข้านั้นส่งขึ้นสวรรค์ไปแล้วถูก
ไหม?”
หลังจากนั้น เจียงจี้ ก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมา
บนใบหน้าของมันนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่าง
ยิ่ง
ภายในวังใต้ดินหย่งอันก็มีเหล่าศิษย์มากมายที่เคย
เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ เมื่อได้ยินคำพูดของ เจียงจี้
พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมา
“ปูั่สาม มองไปที่ใบหน้าอันเหม็นเน่าของ อู่ อวี้ นี่
สิ แสดงว่าสิ่งที่ท่านกล่าวมามันต้องเป็นเรื่องจริง
อย่างแน่นอน!”
“บางทีมันอาจจะหลงรักศิษย์พี่หญิงของมันเอง แต่
ก็กลับถูกศิษย์ของพรรคเราย่ำยี ไม่เช่นนั้นมันไม่ก็
คงไม่แสดงใบน่าอันน่าเกลียดเช่นนี้ออกมาหรอก?”
“ตอนนี้เทือกเขาครามมันจะต้องเหลือเพียงแต่
ซาก! ข้าละอยากเห็นจริงๆตอนที่ได้สังหารพวก
นิกายกระบี่สวรรค์มันก็คงจะเหมือนกับสังหารพวก
สุนัขขี้เรื้อนแน่นอน”
สายตาของอู่ อวี้ ที่มองไปยังคนเหล่านั้น ตอนนี้
เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม แต่ทว่าเขานั้นไม่ได้รู้สึก
โกรธอะไรเลย
“เจ้าพวกผู้ฝึกตนอันสูงส่ง ในสมองของพวกเจ้าคง
เต็มไปด้วยเรื่องสกปรกโสโครก คนเช่นพวกเจ้านั้น
กลายมาเป็นเซียนได้อย่างไรกัน? แค่นี้ก็รู้แล้วว่า
พวกเจ้านั้นจะประสบความสำเร็จได้ในการฝึกตน
หรือไม่?”
เมื่อตัวเขาได้ก้าวมาอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่า
จะยังไม่มีพลังแข็งแกร่งมากเพียงพอ แต่ในตอนนี้
อู่ อวี้ ก็รู้สึกสงสารคนเหล่านี้อย่างยิ่ง เพราะพวก
มันย่อมไม่สามารถจะสัมผัสกับเส้นทางแห่งการฝึก
ตนที่แท้จริงได้ไปตลอดชีวิต!
“พวกเจ้าจงดูให้ดีๆ เจ้า อู่ อวี้ มันได้สร้างปัญหา
มากมายให้กับพรรคจงหยวนของเราในครั้งก่อน
ในวันนี้พวกเราจะสับมันเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงไปให้
เป็นอาหารของหนอนแมลง!”
เมื่อ เจียงจี้ กล่าวจบเขาก็นำศาสตราเต๋าที่เป็น
ใบมีดยาวออกมา บนตัวใบมีดนั้นมีลายมังกรฟั้า
ปรากฏอยู่ เลื้อยยาวไปถึงตรงด้านจับ ดูแล้ว
เหมือนกับว่ามันมีชีวิตอยู่จริงๆ บนดวงตาของ
มังกรปรากฎอักขระเวทย์อยู่สองตัวอักษรด้วยกัน
ดวงตาอันคลุมเครือทั้งสองข้างนั้นดูเหมือนกับว่ามี
เกลียวคลื่นน้ำอันรุนแรงที่กำลังโหมซัดกระหน่ำอยู่
ศาสตราเต๋าชิ้นนี้มีชื่อว่า มีดมังกรเขียว พลัง
อำนาจของมันมิได้ด้อยไปกว่ากระบี่หยินหยางของ
อู่ อวี้ เลย เพียงแต่ว่ากระบี่หยินหยางนั้นดูเพรียว
บางกว่า
ท่ามกลางเสียวหัวเราของ เจียงจี้ มันกำลัง
ควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์ของขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับเก้า พลังของมันพุ่งทยานออกมาราวกับว่า
เป็นคลื่นทะเลอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้ามากดดัน อู่ อวี้
เพียงครู่เดียวคลื่นพลังนี้ก็เข้ามาปะทะกับ อู่ อวี้
เมื่อเห็นการโจมตีของ เจียงจี้ เหล่าศิษย์ที่อยู่ในวัง
ใต้ดินหย่งอันก็หัวเราะขึ้น ฝูงชนต่างโห่ร้องออกมา
ครั้งที่แล้ว เจียงจี้ นั้นไม่สามารถที่จะจับตัวอู่ อวี้
ได้ แต่ครั้งนี้เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าของ
เจียงจี้ เอง แล้ว เจียงจี้ จะออมมือกับ อู่ อวี้ ได้
ยังไง?
“มันจะต้องถูกสังหารลงแน่ ปูั่สามจะต้องใช้โอกาส
นี้กำจัด อู่ อวี้ ให้สิ้นซากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!”
ในขณะนี้มีศิษย์ของพรรคจงหยวนอยู่ในวังใต้ดิน
หย่งอันอยู่มากมายนับพันคน พวกมันกำลังส่งเสียง
ตะโกนเชียร์ เจียงจี้ บนใบหน้าของพวกมันก็
ปรากฏเป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วน่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง
ในใจของพวกมันต่างก็คิดว่าการบุกเข้ามาในครั้งนี้
เป็นหลักฐานว่า สงครามได้จบลงไปแล้ว และพวก
มันพรรคจงหยวนจะต้องได้รับชัยชนะอย่าง
แน่นอน!
แต่พวกมันไม่รู้ว่า อู่ อวี้ นั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว
และรุนแรงมากกว่า!
ฟูมมม!
ทันใดนั้นกระบี่คู่ในมือของเขานั้น ก็กลายเป็นพายุ
สีขาวดำอันรุนแรงลูกหนึ่ง ท่ามกลางพายุก็ปรากฏ
เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองกวาดผ่านไปทุกที่ ถึงแม้ว่า
จะเทียบกับ เจียงจี้ ไม่ได้ แต่ทว่าความแข็งแกร่ง
ของกายเนื้อเขากลับเหนือกว่ามาก จากนั้นเขาก็
พุ่งทะยานออกไปด้วยความรุนแรง!
เคล็ดวิชากระบี่ก่อกำเนิดหยินหยาง!
นี่เป็นการผสมผสานกันของเคล็ดวิชาแห่งการ
สังหาร ถึงแม้ว่ามันจะเรียบง่ายแต่เขาก็อยากจะ
ลองทดสอบมันดู กระบี่ทั้งสองเล่มกำลังสอดผสาน
กัน วิชาทั้งสองนั้นต่างก็ดูเรียบง่าย แต่ความจริง
แล้วมันกลับแฝงไปด้วยพลังอันรุนแรงน่ากลัว ใน
ชั่วเวลานั้นอากาศก็สั่นสะเทือนและปรากฏเป็น
เสียงคำรามอันน่ากลัว ทำให้เหล่าศิษย์ที่อยู่ในวัง
ใต้ดินหย่งอันต่างก็รู้สึกสั่นสะท้านและรีบถอยหลัง
ไปอย่างรวดเร็ว
“ดูข้าให้ดี!”
ในหมู่ผู้อาวุโสที่อยู่ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่
เก้าแล้ว เจียงจี้ ถือว่าเป็นคนที่มีความเก่งกาจเป็น
อย่างยิ่ง มีดมังกรเขียวพลันแปรเปลี่ยนเป็นคลื่น
พลังลูกใหญ่ ซึ่งมันได้มาหมุนวนอยู่รอบกายของ
เขา ถ้ามองลอดเข้าไปก็จะเห็นได้ว่าในคลื่นน้ำนี้
ประกอบไปด้วยใบมีดอยู่มากมาย หลังจากที่ร่าย
วิชาเต๋านี้ออกมา ก็จะได้ยินเสียงมังกรคำรามขึ้น
คลื่นน้ำยักษ์นี้ก็กลายร่างกลายเป็นมังกรเขียวอย่าง
สมบูรณ์ มันพุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็ว ความ
ยาวของมังกรตัวนี้มีความยาวมากกว่าสิบจั้ง มัน
ได้พุ่งทะยานร่ายรำอยู่บนท้องฟั้า ด้วยพลังของ
ราชันย์แห่งสรรพสัตว์จึงทำให้มันสามารถกดดัน
ทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย มังกรอันน่าเกรง
ขามนี้พุ่งทำลายหินยักษ์ในทุกที่ที่ผ่านทั้งหลายให้
กลายเป็นเพียงเศษซาก เปรียบเหมือนกับว่าคลื่น
ทะเลแห่งความพิโรธกำลังถาโถมเข้าไปหาอู่อวี้!
“บัญชามังกร เคล็ดวิชาคลื่นมังกรพิโรธ!”
เคล็ดวิชาที่ เจียงจี้ ใช้นี้ เป็นเคล็ดวิชาที่ก่อนหน้าจี้
เกือบจะจัดการอู่ อวี้ ที่กำลังขี่กระบี่บินจักรพรรดิ
ลงได้ และครั้งนี้มันก็นำกลับมาใช้จัดการ อู่ อวี้ อีก
รอบ เมื่อเปรียบเทียบเคล็ดวิชากระบี่ก่อกำเนิดห
ยินหยาง วิชาของ อู่ อวี้ ยังดูแล้วอ่อนด้อยกว่า
หนึ่งส่วน
ท่าทางของมังกรพิโรธนี้ ทำให้เหล่าศิษย์ของพรรค
จงหยวนต่างรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ตูม!
ในเวลานี้ กระบี่ทั้งสองเล่มบุกทะลวงเข้าไปทาง
ปากของมังกร!
ท่ามกลางลำแสงของการปะทะ อู่ อวี้ ก็พุ่งทะลวง
ออกมาจากมังกรสีเขียว คลื่นอันดุดันนี้ม้วนกวาด
ออกไปจนทำให้ อู่ อวี้ กลิ้งเกลือกอยู่กับพื้น
ร่างกายของเขาดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บเป็น
อย่างมาก แต่แท้ที่จริงแล้วเขานั้นกลับไม่เป็นอะไร
เลยสักนิดเดียว!
เป็น เจียงจี้ ที่ประเมินเคล็ดวิชากระบี่ของ อู่ อวี้
ต่ำไป!
เขานั้นถูกกระบี่เล่มหนึ่งของอู่ อวี้ ที่ทะลวงเข้ามา
ตัดนิ้วมือของเขา และกระบี่อีกเล่มพุ่งตรงเข้าไปที่
วังใต้ดินหย่งอัน ทำให้ศิษย์นับสิบของ พรรคจง
หยวน สิบกว่าคนได้รับบาดเจ็บ แถมยังมีบางคนได้
ตกตายลงในทันที ทำให้เกิดเป็นความวุ่นวายไปทั่ว
ทุกหนแห่ง!
เสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่ว!
อู่ อวี้ ดีดตัวลุกขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว ในดวงตา
ของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา เปรียบได้กับเทพ
สังหาร บัดนี้เขาได้พุ่งเข้าไปเข่นฆ่า เจียงจี้ อีกครั้ง
!
ในตอนนี้ เจียงจี้ ยังคงรู้สึกตกตะลึงกับเคล็ดวิชา
กระบี่ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเขา
ประเมินพลังเคล็ดวิชากระบี่คู่ของ อู่ อวี้ ต่ำไป ทำ
ให้เขาต้องเสียนิ้วทั้งสาม และยังมีศิษย์บางส่วนที่
ต้องตกตายลง!
เพราะว่าความประมาทของมันเองทำให้ตัวมัน
ได้รับบาดเจ็บอันรุนแรงต่อหน้าบรรดาศิษย์ของมัน
!
วังใต้ดินหย่งอันตกอยู่ในความวุ่นวาย เหล่าศิษย์
ทั้งหลายต่างกรีดร้องออกมา แต่ละคนรู้สึก
หวาดกลัวจึงพากันหลบหนีเข้าไปในส่วนลึกของ
พระราชวังหย่งอัน มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มี
ความกล้าตะโกนส่งเสียงให้กับ เจียงจี้ เพราะว่า
การต่อสู้ระหว่าง เจียงจี้ และ อู่ อวี้ นั้น ยังไม่ได้
สิ้นสุดลง
เพียงแค่เคล็ดวิชาเต๋าวิชาเดียวทำให้ เจียงจี้ ต้อง
ทิ้งความเย่อหยิ่งทะนงตนออกไป มันก็เผชิญหน้า
กับ อู่ อวี้ อีกครั้งด้วยความระมัดระวัง แต่เมื่อได้
เห็นดวงตาที่ไม่แยแสสิ่งใดของ อู่ อวี้ มันก็รู้สึกตก
ตะลึงอยู่ในใจ!
ทำไมเจ้าเด็กสารเลวนี่ถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้?
เฟิง ซัวหยา ทำไมถึงได้มีศิษย์ที่น่ากลัวเช่นนี้?
ความหวาดกลัวมากมายกำลังกัดกินอยู่ในหัวของ
มัน
ในความเป็นจริงแล้ว อู่ อวี้ สามารถมองเห็นนิ้วมือ
ที่ถูกเขาตัดของ เจียงจี้ กำลังฟืนฟูด้วยความเร็วที่
สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้!
ฟืนฟู!
“รากฐานเซียนของ เจียงจี้ จะต้องมีความสามารถ
ในการฟืนฟูและมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!”
อู่ อวี้ คาดเดาจากสิ่งที่เห็น
มิฉะนั้นนิ้วมือที่ถูกเขาตัดจะสามารถงอกใหม่ขึ้นมา
ได้อย่างเร็วได้เช่นไร
หลังจากที่นิ้วมือของ เจียงจี้ งอกออกแล้ว มันก็
ตะโกนออกมา มีดยาวของมันเปลี่ยนรูปแบบอีก
ครั้ง ใบมีดที่มองไม่เห็นนั้นตัดผ่านกวาดล้างทุกสิ่ง
เหมือนกับว่าเป็นพายุลูกใหญ่ ความรุนแรงของมัน
ราวกับว่ามีภูเขามากมายที่ตกลงมาจากฟากฟั้าก็มิ
ปาน กระทั่งภูเขาที่อยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ เองก็น่า
จะต้องพายุขนาดใหญ่ลูกนี้กลืนกินจนหมดเป็นแน่!
“ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่เก้า ไม่ใช่สิ่งที่จะ
จัดการได้ง่ายๆจริงๆ”
อู่ อวี้ เงยหน้ามองพายุใบมีดนี้ เขานั้นหาได้เกรง
กลัวมันไม่ จากนั้นมุมปากของเขาก็แสยะยิ้มขึ้นมา
เมื่อมันพุ่งมาอยู่เบื้องหน้าเขา กระบี่หยินหยางที่อยู่
ในมือทั้งสองของเขาก็ผสานกลับกลายเป็นกระบี่
เพียงเล่มเดียว เขาถือกระบี่ไว้ด้วยสองมือ จากนั้น
ก็ชูมันขึ้นเหนือหัวของเขา!
ร่างจำแลงวานร!
ในทันใดนั้น ขนบนร่างของเขาก็งอกยาวขึ้น
เปลี่ยนให้ร่างกายของเขาเป็นวานรสีทอง!
ไฟพิโรธสีทองก็ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายเขาและ
กระบี่หยินหยาง!
ภาพจำแลงหัวใจวานรที่อยู่ภายในใจทำให้เขารู้สึก
สงบ และพายุใบมีดที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นเพียงแค่
วิชาเต๋า มันไม่ได้ให้อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่
น้อย
จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่ เจียงจี้
ในเวลานี้เขาเป็นเหมือนกับราชันวานร แสงสีทอง
ที่ปรากฏอยู่บนตัวกระบี่หยินหยาง ในชั่วเวลานี้
ลำแสงสีทองที่ปกคลุมอยู่บนกระบี่หยินหยางก็
ขยายออกไปหลายสิบจั้ง เหมือนกับว่า อู่ อวี้
กำลังถือกระบี่ขนาดใหญ่ กระบี่ยักษ์ที่ถูกชูขึ้นบน
ท้องฟั้ามันสูงเหมือนกับว่ามันเป็นภูเขาทองคำอัน
ยิ่งใหญ่!
ฟรึ่บ!
กระบี่สีทองทองตวัดฟันลงมา!
เวลานี้ พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ราวกับจะกลืนกินสวรรค์ ได้
พวยพุ่งออกไปทั่วทุกสารทิศ!
กระบี่อันแสนน่าเกรงขามนี้ปะทะกลับพายุใบมีด
โดยตรง และจากนั้นก็สามารถผ่าพายุลูกนั้นให้
กลายเป็นสองซีกในทันที ในเวลาเดียวกันนี้ เจียงจี้
ที่อยู่ภายในคลื่นก็ถูกผ่าเป็นสองส่วนเฉกเช่นดียว
กับพายุ!
“อ้ากกก….” เจียงจี้ รู้สึกตะลึงจึงส่งเสียงกรีดร้อง
ออกมา ในยามนี้มันได้ตกตายไปพร้อมกับความ
หวาดกลัว
บูม!
กระบี่ยักษ์พุ่งกระแทกพื้นดินทำให้เกิดเป็นรอยแตก
ขนาดใหญ่ ประตูศิลาขนาดใหญ่ของวังใต้ดินหย่ง
อันถูกผ่าออกเป็นสองส่วน กลายเป็นเพียงแค่เศษ
ซากขนาดยักษ์ เหล่าลูกศิษย์ที่อยู่ภายในทำได้แค่
หลบซ่อนและกรีดร้องออกมาเท่านั้น
“เพียงแค่เดือนกว่าๆ ก็สำเร็จเคล็ดวิชาเต๋ามหา
กระบี่ทองคำ”
อู่ อวี้ พึงพอใจในพลังอำนาจของเคล็ดวิชาเต๋า
มหากระบี่ทองคำเป็นอย่างยิ่ง นี่ถือได้ว่าเป็นเคล็ด
วิชาเต๋าที่เหมาะกับเขาจนราวกับมันถูกสร้างมา
เพื่อเขาเลยก็ว่าได้ รุนแรง และ กวาดทำลายทุกสิ่ง
อย่าง มันมีพลังอำนาจที่ต่อต้านสวรรค์อย่าง
แท้จริง
เพียงแค่กระบี่เดียว ก็สามารถสังหาร เจียงจี้
ตอนนี้ เจียงจี้ ได้ตกตายไปพร้อมกับความ
หวาดกลัว มันได้สร้างความสับสนเหล่าลูกศิษย์ที่
เหลือของพรรคจงหยวน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ