กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1562: คุนเผิงจันทราแดง
การรวบรวมเครื่องบรรณาการครั้งนี้มีหลายคนที่ถูก
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ตำหนิ และ อู่ อวี้ ในร่างของ
ราชันปีศาจเพลิงครามก็เป็นหนึ่งในนั้น
ราชันปีศาจห้าสวรรค์หลายคนรู้สึกกระวนกระวายใจเป็น
อย่างมาก แม้ในใจของพวกเขามีเรื่องอยากจะร้องเรียน
มากมาย แต่ไม่มีราชันปีศาจตนใดกล้าเอ่ยปาก แม้ว่า
ราชันปีศาจเพลิงครามกับราชันปีศาจผึ้งทองคำจะมี
สัมพันธ์อันดีกัน แต่มันก็ไม่กล้าตำหนิติติงระบายความไม่
พอใจที่มีต่อราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
เพราะไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันจะดีเพียงใด ก็ไม่มี
อันใดรับประกันได้ว่าหากแจ้งข้อมูลให้อีกฝ่ายได้รับรู้
เรื่องราวจะจบลงอย่างดี หากผลออกมาตรงกันข้าม ดีไม่
ดีคนผู้นั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจอีกเลยก็
เป็นได้
ในมุมมองของเหล่าเทพปีศาจไม่มีใครเชื่อใจใครได้
แม้ว่าจะเป็นสหายที่ดีต่อกัน แต่ก็อาจจะถูกอีกฝ่ายแทง
ข้างหลังได้ทุกเมื่อ หากเรื่องนั้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของ
อีกฝ่าย
ดังนั้นหลังจากราชันปีศาจห้าสวรรค์ถูกตำหนิกันเสร็จสิ้น
ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกลับตำหนักของตนเอง
มีอยู่สองคนที่ถูกลงโทษโดยการชดเชยเอาสมบัติส่วนตัว
มาทดแทนเครื่องบรรณาการที่มีปริมาณไม่พอ โชคดีที่
ส่วยของราชันปีศาจเพลิงสีเขียวที่รีดไถมาก่อนหน้านี้มี
อยู่เป็นจำนวนมาก และ อู่ อวี้ เองก็ไม่ต้องการสมบัติ
เหล่านี้ ไม่เช่นนั้นงานนี้เขาคงตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
เช่นกัน
ราชันปีศาจผึ้งทองคำก็โดนตำหนิเช่นกัน หลังจากนั้นมัน
ก็รีบกลับตำหนักของตนเองโดยมิได้กล่าวอันใดกับ อู่ อวี้
มากนัก ซึ่งเขาก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นไม่นานราชันปีศาจเพลิงครามก็กลับมาถึง
ตำหนักเพลิงครามของตนเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ราชันปีศาจ
เพลิงครามต้องการพาจิ้งจอกสาวมาอยู่ในตำหนักเพลิง
ครามแห่งนี้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังเป็นชนวนเหตุทำให้
มันถูกพวกเขาทั้งสามสังหารจนตกตาย จากนั้นก็โดน อู่
อวี้ กลืนกิน
กล่าวได้ว่าปัจจุบันตำหนักเพลิงครามของราชันปีศาจ
เพลิงครามและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในตำหนักตกเป็น
ของ อู่ อวี้ เป็นที่เรียบร้อย
ภายในตำหนักเพลิงครามมีปีศาจสาวอยู่มากมายรออยู่
เมื่อพวกนางเห็น ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ กลับมาทุกคน
ก็รีบเข้ามากล่าวทักทายเขาทีละคนด้วยเพราะอยากจะ
‘ปรนนิบัติ’ เขา แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้สนใจปีศาจสาวเหล่านี้
แม้แต่น้อย
เพราะ อู่ อวี้ ต้องการจะใช้ความคิดเลยไม่อยากให้ปีศาจ
สาวเหล่านี้มารบกวน เขาจึงไล่พวกนางทั้งหมดออกไป
เมื่อหนานซานหวางเยว่เห็นเหล่าปีศาจสาวถูก อู่ อวี้ ขับ
ไล่ไสส่งอย่างไม่มีเยื่อใยเช่นนี้ เขาก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
เนื่องจากตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในภพเทพปีศาจ เขาก็มิได้
อิงแอบแนบชิดกับสตรีคนใดเลย ตอนนี้พอมีโอกาส แต่
อู่ อวี้ ก็ดันเสือกไสไล่ส่งพวกนางไปเสียนี่
อันที่จริงหนานซานหวางเยว่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าหาก อู่
อวี้ ไม่เสือกไสไล่ส่งพวกนางไป เขาก็ไม่มีโอกาสทำอะไร
พวกนางได้ ทว่าต่อให้เขาทำอะไรไม่ได้ก็ขอให้แค่ได้มอง
ยลโฉมพวกนางเป็นอาหารตาอาหารใจก็ยังดี
“ น่าเสียดาย น่าเสียดายยิ่งนัก!” หนานซานหวางเยว่
ส่ายศีรษะอย่างเสียดาย ถึงเขานั้นเป็นคนโลภมากราคะ
แต่ก็รู้คำว่าผิดชอบชั่วดีอะไรสมควรอะไรไม่สมควร
” ในหัวสมองเจ้าคิดอะไรอยู่? ตอนนี้พี่ชายอวี้ของข้า
กำลังวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เจ้ายังมีกะจิดกะใจมา
สนใจแม่ปีศาจสาวพวกนี้อีกหรือ มันเกินไปแล้วนะ! ” เย่
ซีซีแสดงท่าทางรังเกียจ แต่นางก็เข้าใจในธรรมชาติของ
หนานซานหวางเยว่มานานแล้ว ฉะนั้นจึงมิค่อยแปลกใจ
เท่าใดนัก
ส่วนหนานซานหวางเยว่ก็แค่เอ่ยปากไปอย่างนั้น ต่อให้มี
โอกาสทำเรื่องอย่างว่าจริง ๆ เขาก็ไม่ทำอยู่แล้ว เพราะ
สถานการณ์ในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำเรื่องดังกล่าว
อู่ อวี้ เริ่มค้นหาความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงคราม
เพราะเขาต้องการทราบข่าวเกี่ยวกับจิ่วอิ๋งให้มากที่สุด
เท่าที่จะทำได้ แต่หลังจากค้นหาเขาก็รู้ว่างานนี้คงต้องพึ่ง
ความพยายามของตนเองเท่านั้น เขาจะต้องหาทางเข้า
ใกล้สามราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
หงส์เพลิงมาร , กิเลนนิมิตทมิฬ , อสูรเต่าทมิฬราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดกับราชันมังกรโลกันตร์
มากที่สุด ถ้าแม้แต่พวกมันยังไม่รู้เรื่องข่าวคราว
เกี่ยวกับจิ่วอิ๋งอีก อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่าจะหาข่าวคราวเขาจากที่
ไหนได้อย่างไร
เกรงว่าคงจะเหลืออีกแค่หนทางเดียวก็คือ ต้อง
เผชิญหน้ากับราชันมังกรโลกันตร์โดยตรง …
ทว่าฐานะของราชันปีศาจเพลิงครามนั้นแตกต่างจาก
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามเป็นอย่างมาก จากตัวตน
และศักดิ์สถานะของราชันปีศาจเพลิงครามเขาคงต้อง
เริ่มจากการไปเยี่ยมเยียนราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม
ซึ่งราชันปีศาจเพลิงครามไม่มีคุณสมบัติใด ๆ ที่จะไป
เยี่ยมเยียนด้วยซ้ำ คงทำได้แค่เพียงเฝ้ารอให้ฝ่ายตรง
ข้ามเห็นใจ
ต่อให้อีกฝ่ายเมตตาให้เข้าพบ แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะตั้ง
คำถามใด ๆ ในฐานะของเขาคงทำได้เพียงแค่เฝ้ารอให้
อีกฝ่ายเป็นคนเอ่ยปากกล่าวเท่านั้น
“ ต้องหาทางไปเหยียบที่นั่นให้ได้ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดแผนการอยู่ในใจ โอกาสและความเป็นไป
ได้มากสุดที่จะสำเร็จผล มีเพียงการจำแลงร่างเป็นราชัน
ปีศาจหกสวรรค์ ด้วยสถานะแลความแข็งแกร่งของ
ราชันปีศาจหกสวรรค์ ย่อมสามารถติดต่อสื่อสารพูดคุย
กับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ได้อย่างไม่มีปัญหาอันใด บางที
เขาอาจจะไต่ถามจนได้ข้อมูลบางอย่างติดไม้ติดมือมาก็
เป็นได้
นอกจากนี้ยังมีโอกาสเป็นไปได้ว่าราชันปีศาจหกสวรรค์
อาจจะรู้ข้อมูลของจิ่วอิงมากกว่าปัจจุบันที่มีอยู่
เนื่องจากตำหนักของพวกมันอยู่ใกล้กับวังมังกรโลกันตร์
ทำให้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับราชันมังกรโลกันตร์มาก
ยิ่งขึ้น อีกทั้งราชันมังกรโลกันตร์ยังมอบหมายให้ราชัน
ปีศาจหกสวรรค์จัดการธุระปะปังเป็นหลัก
ซึ่งก่อนหน้านี้หนานซานหวางเยว่ก็เคยตรวจสอบราชัน
ปีศาจ หกสวรรค์มาก่อน
เพียงแต่ปัจจุบัน อู่ อวี้ ได้กลืนกินราชันปีศาจเพลิงคราม
แล้ว ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับราชันปีศาจหกสวรรค์ในแดน
มังกรทมิฬมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในอัตลักษณ์ของราชันปีศาจเพลิง
ครามจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอันตรายใด ๆ แม้จะ
อยู่ในตำหนัก แต่ขนาดของมันก็กว้างใหญ่พอ ๆ กับ
ชมพูทวีปโลกธาตุ เทียบเคียงได้กับพิภพขนาดเล็กเลย
ทีเดียว นอกจากนางสนมปีศาจที่คอยรับใช้แล้ว ก็ไม่มี
สิ่งมีชีวิตอื่นใดอยู่ภายในนี้
กล่าวได้ว่าตำหนักปีศาจเพลิงครามนั้นเงียบเหงาเป็น
อย่างยิ่ง
หนึ่งในเป้าหมายที่ อู่ อวี้ เลือกไว้ก็คือราชันปีศาจหก
สวรรค์นามว่า ‘ราชันปีศาจคุนเผิง’ หรือคุนเผิงจันทรา
แดง มันคือปีศาจที่มีปานจันทราอยู่ตรงใจกลางหว่างคิ้ว
ทั่วทั้งร่างของมันปกคลุมไปด้วยสีแดงโลหิต ราวกับว่ามี
โลหิตอาบย้อมอยู่ตลอดเวลา
อู่ อวี้ เฝ้าสังเกตราชันปีศาจหกสวรรค์ผู้นี้ตั้งแต่แรกแล้ว
หลังจากได้รับความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงคราม
เขาพบว่าคุนเผิงจันทราแดงทะยานขึ้นมาจากพิภพใบ
เดียวกับราชันปีศาจเพลิงคราม นามว่า ‘มหาพิภพคราม
ทวี’ เพียงแต่เวลาที่พวกมันทะยานขึ้นสู่ภพเทพปีศาจนั้น
แตกต่างกัน
อาจกล่าวได้ว่าราชันปีศาจเพลิงครามกับคุนเผิงจันทรา
แดงเป็นสหายจากดาวดวงเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้ว
สัมพันธ์ของทั้งสองไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก
เนื่องจากคุนเผิงจันทราแดงดูถูกราชันปีศาจเพลิงคราม
มาตลอด อีกทั้งก่อนหน้านี้มันยังทำให้ราชันปีศาจเพลิง
ครามอับอายขายขี้หน้าอยู่หลายครั้งหลายครา ซึ่งมันก็
เห็นเขาเป็นเพียงตัวตลกจากก้นบึ้งหัวใจ
ส่วนใหญ่เป็นเพราะราชันปีศาจเพลิงครามมีนิสัยแปลก
ประหลาดเกินไป นั่นก็คือยอมศิโรราบต่อผู้แข็งแกร่ง
และชอบข่มเหงรังแกผู้อ่อนแอ ทัศนคติเช่นนี้เรียกได้ว่า
ฝังลึกเข้าไปในกระดูกดำแบบสุดขั้ว แม้กระทั่งคุนเผิง
จันทราแดงก็ยังรู้สึกอัปยศเมื่อได้มองเห็นมัน
แน่นอนว่าคุนเผิงจันทราแดงเป็นผู้สร้างความอัปยศ
ให้แก่มันอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งราชันปีศาจเพลิงครามก็มิกล้า
ขัดขืนหรือต่อต้านแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามต่อหน้าบุคคลภายนอก คุนเผิงจันทราแดง
แสร้งทำเป็นปฏิบัติต่อราชันปีศาจเพลิงครามอย่างดี
เหตุผลหลักก็เป็นเพราะทั้งสองมาจากมหาพิภพครามทวี
ใบเดียวกัน ซึ่งราชันปีศาจตนอื่น ๆ ก็ทราบเรื่องนี้
ถึงแม้ว่าคุนเผิงจันทราแดงจะชอบกลั่นแกล้งรังแกฝ่าย
ตรงข้าม แต่นางก็ดูแลรุ่นน้องผู้นี้อยู่เสมอ เพราะอย่างไร
เสียทั้งสองก็ถือเป็นสหายผู้มาจากพิภพใบเดียวกัน
ในภพเทพปีศาจ การได้พบพานผู้ที่ทะยานขึ้นมาจาก
พิภพใบเดียวกันนั้นถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง
หากหยิบยกกรณีเช่นเดียวกับชมพูทวีปโลกธาตุ ต่อให้
สิ่งมีชีวิตทั้งมวลปรารถนาจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ นรก
หรือภพเทพปีศาจมากเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงเรื่อง
เพ้อฝันซึ่งยากจะเป็นไปได้ ตลอดช่วงเวลาหลายพันปี
หากมีผู้ใดสามารถทะยานขึ้นสู่สวรรค์ก็นับว่าดีมากแล้ว
หลังจากทะยานขึ้นมา ก็ยังต้องพานพบกับอันตราย
นานัปการ ดังนั้นจึงมิใช่เรื่องง่ายที่ได้เจอะเจอกับบรรพ
ชนรุ่นก่อน นอกจากนี้ภพเทพปีศาจยังมิใช่มหาตำหนัก
สวรรค์ เนื่องจากมันคือสถานที่ที่เคยผ่านมหาภัยพิบัติ
แห่งสงครามมาก่อน จนภพแห่งนี้แตกสลาย เหล่าเทพ
ปีศาจทั้งหมดในอดีตถูกสังหารล้างบางจนหมดสิ้น
โดยพื้นฐานแล้วเทพปีศาจทั้งหมดภายในนครทมิฬหมื่น
ปีศาจ ผู้ที่มาจากพิภพเดียวกันนั้นหาได้ยากยิ่ง สำหรับ
ราชันปีศาจแล้วความสัมพันธ์เช่นนี้จึงมีค่ามาก ถึงแม้คุน
เผิงจันทราแดงจะชอบข่มเหงรังแกราชันปีศาจเพลิง
คราม แต่ก็มิได้ลงมือหนักข้อจนเกินไป อย่างมากสุดก็แค่
ทำให้มันอับอายเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
” หากสามารถล่อลวงคุนเผิงจันทราแดงออกมาได้ แล้ว
กลืนกินมัน ข้าก็จะมีสิทธิ์พูดคุยกับราชันปีศาจทั้งสาม ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ในใจ เมื่อนึกถึงการดำรงอยู่ของราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม เขายังคงให้ความสำคัญกับพวก
มันมาก
ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าตนสามารถต่อกรกับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ได้ แต่เขาก็ไม่เคยเผชิญหน้ากับพวกมันจริง ๆ มา
ก่อน ดังนั้นจึงไม่อาจประเมินได้ว่าพวกมันมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับใด ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงราชันปีศาจ
เจ็ดสวรรค์ทั้งสาม ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ ไม่มั่นใจว่าจะรับมือ
กับมันได้
หากสามารถกลืนกินคุนเผิงจันทราแดงบางทีเขาอาจจะ
ได้รับความทรงจำของมัน และได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมของจิ่
วอิ่ง ที่สำคัญคือเขาสามารถพูดคุยกับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ มองหาโอกาสสืบเสาะหาข้อมูลเบื้องลึก บางที
เขาอาจจะทราบข่าวที่ราชันปีศาจทั่วไปไม่ทราบก็
เป็นได้
ประเด็นสำคัญก็คือวิธีการหลอกล่อให้คุนเผิงจันทราแดง
ออกมา ด้วยเพราะเขาไม่สามารถสังหารมันในแดนมังกร
ทมิฬ มิฉะนั้นแล้วคงถูกลงโทษอย่างรุนแรงโดยราชัน
มังกรโลกันตร์ นอกจากนี้ระดับความแข็งแกร่งของเขา
ในฐานะราชันปีศาจเพลิงคราม ยังด้อยกว่าราชันปีศาจ
คุนเผิง
ดังนั้นการเผยร่างจริงของ อู่ อวี้ ในแดนมังกรทมิฬ ถือ
เป็นการรนหาที่ตายเลยก็ว่าได้ ซึ่งเขาก็ไม่มีทางทำ
เช่นนั้นอย่างแน่นอน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ในที่สุด อู่ อวี้ ก็พบวิธี โดยการ
ส่งหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีออกจากแดนมังกรทมิฬ
เพื่อไปวางกับดักในป่าทมิฬซึ่งเคยได้รับโลหิตจักรพรรดิ
ปีศาจมาก่อน
หนานซานหวางเยว่ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนสวรรค์ไร้
รอย ส่วนเย่ซีซีก็จำแลงร่างเป็นทรายทมิฬ ออกจากแดน
มังกรทมิฬและนครทมิฬหมื่นปีศาจโดยไม่ทำให้ราชัน
ปีศาจตนใดสัมผัสได้ถึงร่องรอยของพวกเขาแม้แต่น้อย
จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังป่าทมิฬเพื่อวางกับดัก
หากปรารถนาจะจัดการกับราชันปีศาจคุนเผิง เขาต้อง
หลอกล่อให้อีกฝ่ายออกไป จากนั้นก็สังหารราชันปีศาจ
คุนเผิงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว โดยไม่เปิดโอกาสให้
ฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสแพร่งพรายเรื่องของคนทั้งสาม
กล่าวได้ว่าแผนการในครั้งนี้ยากลำบากไม่น้อย ซึ่งหนาน
ซานหวางเยว่กับเย่ซีซีจำเป็นต้องมีเวลาเตรียมตัว
ล่วงหน้า
หากข่าวรั่วไหลออกไป อู่ อวี้ กับพรรคพวกคงไม่มีวัน
กลับมาที่แดนมังกรทมิฬได้อีก ทั้งยังเป็นไปไม่ได้ที่พวก
เขาได้รับข้อมูลข่าวสารของจิ่วอิง ดังนั้นการลงมือในครั้ง
นี้จึงห้ามมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีรับหน้าที่วางกับดัก ทั้งยัง
จัดวางค่ายกลวงเวทย์บางอย่าง เช่น ค่ายกลปิดกั้นยันต์
เซียนสื่อสาร หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น ตราบใดที่
อู่ อวี้ สามารถล่อลวงราชันปีศาจคุนเผิงมาที่นี่ได้ ทุก
สรรพสิ่งก็จะง่ายดายราวผลิกฝ่ามือ
หลายวันต่อมาหลังจากหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีออก
เดินทาง อู่ อวี้ ก็ปลอมตัวเป็นราชันปีศาจเพลิงคราม
พร้อมมุ่งหน้าไปที่ ‘ตำหนักปีศาจโลหิต’ ซึ่งเป็นที่พำนัก
ของราชันปีศาจคุนเผิง เพื่อล่อลวงมันออกมา!
————————–