กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1577: เชื้อเชิญ
ราชันมังกรโลกันตร์ไม่มีทางคิดออกว่าอสูรมารโลหิตกับ
อสูรกลืนสวรรค์เป็นคน ๆ เดียวกัน
ตอนนี้มันแอบเคลือบแคลงสงสัยว่าอีกฝ่ายจะต้องร่วมมือ
กับจอมตะกละหมื่นตามาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย
ส่งผลให้เวลานี้ความเกลียดชังที่มันมีต่อจอมตะกละหมื่น
ตาทวีเพิ่มมากขึ้น หากไม่ใช่เพราะช่วงนี้สถานการณ์
ค่อนข้างวิกฤตคับขัน มันคงตรงเข้าไปโจมตีจอมตะกละ
หมื่นตาเปิดสงครามการต่อสู้อย่างแน่นอน
แต่มันไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด
ในตอนนี้คือการควบคุมสถานการณ์ในแดนมังกรทมิฬให้
อยู่ในสภาพเสถียรมั่นคงเสียก่อน หากปล่อยให้อสูรมาร
โลหิตสร้างความเสียหายต่อไป มันคงจะสูญเสียหนัก
กว่าเดิมและคงต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกู้หน้า
คืนกลับมา
สำหรับ อู่ อวี้ แผนการโจมตีอสูรเต่าทมิฬครั้งนี้ล้มเหลว
ไม่เป็นท่า คาดว่าการลงมือครั้งหน้าคงจะยากเย็นหนัก
หนาสาหัสกว่าเดิมเป็นแน่
ฝ่ายตรงข้ามต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น นอกจากมันจะ
ระวังตัวจาก ‘อสูรมารโลหิต’ แล้วยังเฝ้าระวังตัวตนของ
อสูรกลืนสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกระดับอย่างแน่นอน ถ้าฝ่าย
ตรงข้ามเตรียมตัวมาดีโอกาสที่จะสังหารก็คงจะไม่ง่าย
อย่างที่คิด
สำหรับ อู่ อวี้ สถานการณ์ยามนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะคุ้นเคยกับวิธีการ
ของเขามากขึ้น หากเขายังคงมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่การ
ทำลายค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ต่อไป
มีความเป็นไปได้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะคาดเดาได้และไปดัก
รอสกัดกั้นตัวเขาล่วงหน้า
เท่ากับว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ กระทำได้ตอนนี้จะต้องเฝ้าดู
สถานการณ์ไปก่อน
เนื่องจากเขาได้ทำลายค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์ส่วนใหญ่ไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นแค่เพียงส่วน
น้อยหากเขายังคงพยายามมุ่งเน้นทำลายอีก มีความ
เป็นได้ว่าเขาอาจจะถูกฝ่ายตรงข้ามปิดล้อมซุ่มโจมตีเอา
ได้
ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามจึงจะทำแค่เฝ้ารอเขาเพียงอย่างเดียว
เท่านั้น
ตราบใดที่เขาไม่ทำลายค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
เมื่อสถานการณ์ออกมาในรูปแบบนี้ อู่ อวี้ ก็ชักไม่แน่ใจ
ว่าจะใช้แผนอะไรต่อไปดี แต่แล้วอยู่ ๆ มันก็มีข้อความ
แจ้งข่าวมายังอสูรมารโลหิตว่าเวลานี้จอมตะกละหมื่นตา
ได้มาถึงที่นี่แล้ว ๆ ตอนนี้มันกำลังรออยู่นอกนครทมิฬ
หมื่นปีศาจ แล้วมันก็อยากรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็น
อย่างไรบ้าง
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เพราะสถานการณ์ในปัจจุบัน
เขาไม่อาจลมมือเพียงลำพังได้อีกต่อไป จึงคิดว่าตนเอง
ควรออกไปพบจอมตะกละหมื่นตาก่อน จากนั้นก็ค่อย ๆ
บอกเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บางทีมันอาจจะมีแผนดี ๆ
ที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ได้
เขายังไม่ลืมว่าพลังฝีมือของจอมตะกละหมื่นตาอยู่ใน
ระดับราชันปีศาจแปดสวรรค์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับราชัน
มังกรโลกันตร์ ยิ่งพวกมันมีความขัดแย้งกันมากเท่าไหร่ก็
ยิ่งดีสำหรับ อู่ อวี้ เพียงแค่ยามนี้มันพยายามสะกดข่ม
โทสะความขุ่นเคืองใจที่มีต่อกันอยู่เท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็ออกจากนครทมิฬ
หมื่นปีศาจอย่างเงียบ ๆ มาปรากฏตัวอีกบนเนินเขารก
ร้างว่างเปล่าด้านนอก
อู่ อวี้ ใช้ตัวตนของอสูรมารโลหิตมาปรากฏตัวอยู่ตรง
เบื้องหน้าจอมตะกละหมื่นตา สิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้คือ
ภาพอันน่าสะพรึงกลัวสยดสยองรูปลักษณ์ร่างจริงของ
จอมตะกละหมื่นตามีใบหน้าเป็นมนุษย์ส่วนร่างกายเป็น
แพะ ปากของมันใหญ่ยาวมาจนถึงบริเวณทรวงอก กลิ่น
อายที่แผ่ออกมาจากร่างเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
ในภพเทพปีศาจมันถือเป็นหนึ่งในราชันปีศาจระดับสูง
ลำดับต้น ๆ ผู้หนึ่ง มันคือราชันปีศาจจอมตะกละหรือ
จอมตะกละหมื่นตา!
นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้เห็นจอมตะกละหมื่นตากับตา
ของตนเอง แต่ในความทรงจำของอสูรมารโลหิตมันได้
พบเจอกับจอมตะกละหมื่นตามามากมายนับครั้งไม่ถ้วน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่มีทางเคยพิรุธออกมาให้เห็นอย่าง
แน่นอน
“ ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง? ” จอมตะกละหมื่นตาถาม
ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
มันได้เผชิญหน้ากับราชันมังกรโลกันตร์มาก่อน แต่ก็ไม่
สามารถลงมือถือทำอะไรได้ แต่วันนี้แตกต่างจากวันนั้น
หลังจากที่อสูรมารโลหิตได้สร้างปัญหาไว้มากมาย บางที
ราชันมังกรโลกันตร์อาจต้องการเจรจาหารือเงื่อนไข มัน
มั่นใจว่าจะไม่ปล่อยให้ราชันมังกรโลกันตร์ครอบครอง
สมบัตินั้นไว้เพียงลำพังอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
อย่างรวดเร็ว เขายังเล่าให้มันฟังว่าตนได้ฉวยโอกาสลง
มือโจมตีอสูรเต่าทมิฬจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เสียดาย
ที่เขาไม่สามารถสังหารมันได้ ส่งผลให้ในตอนนี้ราชัน
มังกรโลกันตร์กำลังเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่า
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจอาจจะเกิดสงคราม
เมื่อได้ยินเรื่องราวคำบอกเล่ามันก็ยิ้มออกมาอย่างเหยียด
หยามแล้วกล่าวว่า ” เห๊อะ! คิดจะเปิดศึกก่อสงครามกับ
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจของเรารึ มันจะมีปัญญา
บดขยี้เราได้จริง ๆ เร้อ? เอาล่ะ… เจ้าทำได้ดีมาก ข้าไม่
คิดว่าเจ้าจะเติบโตก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ ข้ารู้สึกยินดีเป็น
อย่างยิ่งแม้แต่อสูรเต่าทมิฬก็ยังถูกเจ้าโจมตีจนบาดเจ็บ
สาหัส จากนี้เราก็ดูท่าทีของราชันมังกรโลกันตร์ไปก่อน
ว่าจะเอาอย่างไร ดีที่สุดคือมันยอมผ่อนปรนให้เรามีส่วน
ร่วมกับสมบัติ มิฉะนั้นมันคงไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบ! ”
มันแอบคาดเดาอยู่ในใจว่าสมบัติที่ราชันมังกรโลกันตร์ให้
ความสำคัญอยู่ในตอนนี้ จะต้องเกี่ยวข้องกับซากศพ
จักรพรรดิปีศาจอย่างแน่นอน หากมันกลืนกินมันจะต้อง
ใช้เวลาในการดูดซับย่อยสลาย
และดูเหมือนในครั้งนี้จอมตะกละหมื่นตาจะไม่ยอมอ่อน
ข้อให้ราชันมังกรโลกันตร์อีกครั้งอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ทั้งสองกำลังถกกันถึงแผนการอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มี
แรงกดดันพวยพุ่งลงมาจากฟากฟ้า เสียงคำรามดังก้อง
กังวานมาจากทิศทางของนครทมิฬหมื่นปีศาจ ทันใดนั้น
ก็เห็นเศียรทั้งเก้าของราชันมังกรโลกันตร์โผล่มาจาก
เมฆาทมิฬ
เวลานี้ราชันมังกรโลกันตร์ได้ปรากฏตัวอยู่ภายในเมฆา
ทมิฬ ในที่สุดมันก็ได้เผชิญหน้ากับจอมตะกละหมื่นตาอีก
ครั้ง
แล้วราชันมังกรโลกันตร์ก็กล่าวออกมาว่า “จอมตะกละ!
เหตุใดเจ้าถึงสร้างปัญหาให้แก่ข้าหลายครั้งหลายครา
หรือเจ้าต้องการจะเปิดศึกกับข้าจริงๆ!”
น้ำเสียงของมันแฝงไว้ด้วยโทสะ เห็นได้ชัดว่ามันไม่
สามารถระงับความขุ่นเคืองที่อยู่ในใจได้อีกต่อไป จาก
ท่าทีของมันแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่พอใจ
อสูรมารโลหิตเป็นอย่างยิ่ง
ท่าทีของฝ่ายตรงข้ามทำให้จอมตะกละหมื่นตารู้สึกพึง
พอใจในขุนพลของตนเองเป็นยิ่งนัก เพราะ
ความสามารถของเขาไม่ด้อยไปกว่าสมุนใต้อาณัติทั้งสาม
ของราชันมังกรโลกันตร์
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยโวถึงคนของตัวเอง
เมื่อได้ยินฝ่ายตรงข้ามพูดเช่นนี้ จอมตะกละหมื่นตาก็
ตอบกลับด้วยท่าทีน้ำเสียงไม่แยแส ” ข้ารู้ว่าเจ้าแอบมี
ของดี ๆ เก็บซ่อนไว้ ถ้าเจ้าแบ่งปันให้ข้าไปร่วมสนุกด้วย
รับรองว่าข้าจะไม่สร้างปัญหา กล่าวง่าย ๆ ก็คือถ้าเจ้า
ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมยุติเรื่องราวนี้อย่างสงบ ข้าจะเอาเรื่อง
นี้ไปป่าวประกาศกระจายข่าวออกไปให้ทั่ว ดูซิว่านคร
ทมิฬหมื่นปีศาจของเจ้าจะอยู่รอดได้นานแค่ไหน! ”
นี่ถือเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงสำหรับราชันมังกร
โลกันตร์อย่างไม่ต้องสงสัย
หากข่าวนี้รั่วไหลออกไป ภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจจะ
ไม่มีแค่คนจากอาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจมาคอย
สร้างปัญหา แต่จะมีราชันปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนที่มา
จากทั่วทุกหัวระแหง ดีไม่ดีอาจจะไปดึงดูดความสนใจ
ของราชันปีศาจแปดสวรรค์ตนอื่นๆ!
หลังจากนั้นสมบัติที่ราชันมังกรโลกันตร์ครอบครองอยู่
จะต้องดึงดูดความสนใจของราชันปีศาจแปดสวรรค์
อย่างแน่นอน
แม้ว่าราชันมังกรโลกันตร์จะครอบครองสมบัติล้ำค่าอยู่
จริง แต่เรื่องอะไรมันจะไปยอมรับยอมหรือยอมบอกให้
คนนอกอย่าง อู่ อวี้ กับจอมตะกละหมื่นตา แต่ตอนนี้ต่อ
ให้ราชันมังกรโลกันตร์ปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะ
จอมตะกละหมื่นตาปักใจเชื่อไปแล้วว่าสมบัติดังกล่าวนั้น
มีอยู่จริง ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ลงมือก่อกวนจริงจังถึงเพียง
นี้ นอกจากนี้ยังมีค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิ
รันดร์ที่ยังคงจัดเรียงอยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ
หลังจากได้ยินคำข่มขู่ของจอมตะกละหมื่นตา ราชัน
มังกรโลกันตร์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ร่างของราชันมังกร
โลกันตร์ยังคงปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางเมฆเมฆาลอยอ้อย
เอื่อย
เห็นได้ว่าตอนนี้ราชันมังกรโลกันตร์ดูกระสับกระส่ายอยู่
ไม่น้อย
แต่แล้วมันก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ” ก็ได้… เช่นนั้นก็ตาม
ข้ามา ข้าจะพาเจ้าเข้าไปดู เพียงแต่เจ้าอย่าได้กล่าวอัน
ใดให้มากความ เอาเป็นว่าครั้งนี้ข้าเต็มใจที่จะแบ่งปัน
สมบัติกับเจ้า เจ้ามีสิทธิ์ได้รับสมบัติชิ้นนี้ด้วยเช่นกัน ”
มันกล่าวออกมาอย่างใจเย็น ถึงกระนั้นก็ยังสัมผัสได้ว่า
มันไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นัก มันแค่รู้สึกกังวลกับคำขู่
ของจอมตะกละหมื่นตามที่กล่าวออกมา
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงระแวดระวังเป็นอย่างมาก
เนื่องจากราชันมังกรโลกันตร์ดูไม่เหมือนราชันปีศาจที่ใจ
ดีเต็มใจแบ่งปันสมบัติให้แก่ผู้อื่น อู่ อวี้ ไม่คิดว่าราชัน
มังกรโลกันตร์จะมีสมบัติอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สามารถ
แบ่งปันได้ นอกจากนี้สิ่งที่มันครอบครองอยู่ยังไม่
สามารถแบ่งปันให้กับผู้ใด
ซึ่งตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ก็คือจิ่วอิง สภาพของจิ่วอิงใน
ปัจจุบันเหมือนกับคนไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะ
เกี่ยวข้องกับจิ่วอิงเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังไม่
ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง หลังจากนี้
เขาจะติดตามจอมตะกละหมื่นตาเข้าไปในนั้นเพื่อค้นหา
ความจริง
สำหรับ อู่ อวี้ ไม่ว่าการเชื้อเชิญของราชันมังกรโลกันตร์
ครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ
เขา
หากราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้งสองต่อสู้กัน อู่ อวี้
สามารถใช้ตัวตนของอสูรมารโลหิตจัดการกับราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์อย่างหงส์เพลิงมาร , กิเลนนิมิตทมิฬ,
อสูรเต่าทมิฬ หากพวกมันแยกออกมาเพียงลำพังโดย
พื้นฐานแล้วพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ เขาสามารถ
สังหารแล้วกลืนมันได้ในเวลาสั้น ๆ
แต่ถ้าเขาสามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับจิ่วอิงได้โดยตรง เขา
ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจพวกมันอีกต่อไป อย่างไรเสียได้
ข้อมูลโดยตรงย่อมดีกว่าอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมาเช่นนั้น จอมตะกละ
หมื่นตาก็พยักหน้าอย่างพอใจ
มันตกลงที่จะติดตามราชันมังกรโลกันตร์ไปยังแดนมังกร
ทมิฬเพื่อดูสถานการณ์
ถึงแม้มันจะรับรู้ได้ว่าราชันมังกรโลกันตร์กำลังพยายาม
ข่มขู่มันอยู่ แต่พลังฝีมือของมันก็ไม่ใช่เล่น ๆ ที่ราชัน
มังกรโลกันตร์จะจัดการหรือซุ่มโจมตี ดังนั้นมันจึงกล้า
หาญที่จะติดตามตามคำเชื้อเชิญของราชันมังกรโลกันตร์
โดยไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
เป็นผลให้จอมตะกละหมื่นตาเชิดหน้า เดินติดตามมันเข้า
สู่นครทมิฬหมื่นปีศาจตามคำเชื้อเชิญของราชันมังกร
ทมิฬในฐานะแขกผู้มีเกียรติ
ส่วน อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของอสูรมารโลหิตก็
ตามหลังมันมาติด ๆ
ราชันมังกรโลกันตร์แฝงตัวอยู่ภายในเมฆาสีดำทมิฬ
นำหน้าไปยังแดนมังกรทมิฬ
ช่วงเวลานี้จอมตะกละหมื่นตาก็พยายามระแวดระวังตัว
เช่นกัน ป้องกันเผื่อราชันมังกรโลกันตร์ลงมือโจมตีมัน
อย่างไม่ทันตั้งตัว การที่จอมตะกละหมื่นตาละแวกระวัง
ตัวเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่เช่นนั้นมั่นคงไม่สามารถ
อยู่รอดในภพเทพปีศาจได้นานถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตามภายในอาณาเขตของนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ยังไม่มีอันตรายหรือภัยคุกคามใด ๆ ท้ายสุดแล้วหาก
ราชันมังกรโลกันตร์ต้องการเปิดฉากโจมตีคงไม่มีทางที่
มันจะทำภายนอกอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ใช้ตัวตนอสูรมารโลหิตสร้างความ
ปั่นป่วนภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจ เมื่อเจรจาตกลงกัน
ได้เป็นที่เรียบร้อยปัญหาที่เกิดขึ้นก็สงบลงโดยปริยาย
ส่วนพวกราชันปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้ก็
อยู่ในช่วงเวลาพักฟื้น กล่าวได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบัน
ของนครทมิฬหมื่นปีศาจกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ส่วน
เทพปีศาจตนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าออกมาเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่ม
ห้า ถึงแม้ภายนอกจะดูว่าสงบสุข แต่เทพปีศาจทุกตนที่
อยู่ภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจ ต่างรู้ดีว่าเวลานี้ภายใน
นครทมิฬหมื่นปีศาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
ไม่นานนักราชันมังกรโลกันตร์กับจอมตะกละหมื่นตาก็
เข้าสู่แดนมังกรทมิฬ
เมื่อเข้าสู่แดนมังกรทมิฬจอมตะกละหมื่นตาก็สามารถ
สัมผัสได้ถึงร่องรอยการทำลายล้างอย่างชัดเจน มันคือ
ร่องรอยของค่ายกลเซียนที่ถูกทำลายและรู้ว่านี่คือฝีมือ
ของอสูรมารโลหิตสมุนของตนเอง มันรู้สึกว่าครั้งนี้อสูร
มารโลหิตทำได้ดีทีเดียว เพราะฝีมือของอสูรมารโลหิต
โดยแท้ถึงสามารถบีบบังคับราชันมังกรโลกันตร์มาถึงจุด
นี้ได้
เมื่อเข้ามาถึงแดนมังกรทมิฬมันก็พยายามระมัดระวังตัว
มากยิ่งขึ้น ท้ายสุดแล้วสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนดัง
สถานที่ซ่อนเร้นอำพรางกายของราชันมังกรโลกันตร์
หากอีกฝ่ายวางกับดักไว้ แม้จอมตะกละหมื่นตาจะมิได้
หวาดกลัว แต่มันก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
เอาได้
อู่ อวี้ ติดตามจอมตะกละหมื่นตาไปเรื่อย ๆ แลเห็นราชัน
มังกรโลกันตร์เดินนำจอมตะกละหมื่นตาไปยังใจกลางวัง
มังกรโลกันตร์ ซึ่งเรื่องนี้อยู่เหนือเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด
เล็กน้อย เป็นไปได้หรือไม่ว่าราชันมังกรโลกันตร์ต้องการ
แสดงสมบัติที่ตนเองได้รับมาให้แก่จอมตะกละหมื่นตา?
หากเป็นเช่นนั้นเขาอาจจะมิได้รับข้อมูลและความลับ
เกี่ยวกับจิ่วอิง ทั้งยังมีโอกาสเป็นไปได้ว่าพวกมันจะผนึก
กำลังกัน!
เมื่อนั้นตัวตนของอสูรมารโลหิตก็จะหมดประโยชน์ แล้ว
ตัวตนของ อู่ อวี้ ก็จะถูกเปิดเผย หากเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์คงเลวร้ายเข้าไปอีก …
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิด จอมตะกละหมื่นตาก็เข้าไป
ใกล้ราชันมังกรโลกันตร์มากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน สามารถแลเห็นได้ว่าทั่วทั้ง
วังมังกรโลกันตร์ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยเงาทมิฬ ปรากฏ
เป็นเงาร่างมังกรโผบินทะยานอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แผ่
ขยายกลืนกินจอมตะกละหมื่นตาไว้ภายในทันที
สิ่งนี้ก็คือ ‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์’
ขนาดย่อม ซึ่งยามนี้มันได้ทำงานอย่างฉับพลัน ห่อหุ้ม
ปกคลุมจอมตะกละหมื่นตาไว้ภายใน!
———————