กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1608: ตำหนักสุสาน
อสูรลาวาเทิดหล้าวิ่งนำหน้าจักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ
เข้าไปด้านในผ่าน ‘คำเตือน’ สีแดงโลหิตเป็นตนแรก
เมื่อเห็นมีใครบางคนเริ่มเคลื่อนไหวจักรพรรดิปีศาจ
ราชันนภากับจักรพรรดิปีศาจอนันตกาลก็ไม่ยอม
น้อยหน้า พวกมันก็รีบทะยานเข้าใส่ทรงกลมสีดำตาม
อสูรลาวาเทิดหล้าไปแบบติด ๆ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ กับอู่จวินปรากฏตัวออกมาจากหมอก จ้องมองไป
ยังตัวอักษรสีแดงโลหิตขนาดใหญ่ตรงทางเข้าสู้ทรงกลม
สีดำด้วยท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
” เราเข้าไปกันบ้างเถอะ… ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ
พวกมันเข้ากันไปหมดแล้ว ถ้าให้ข้าเดาสิ่งนี้น่าจะเป็น
ด่านทดสอบ ถ้าสามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้ เราจะได้
เข้าไปในสุสานจักรพรรดินิรันดร์จริง ๆ สักที ” อู่จวินก
ล่าวยิ้ม ๆ
ทรงกลมสีดำตรงหน้าทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย แต่ตอนนี้
จะหันหลังกลับก็คงไม่ได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงควรคิดในแง่ดี
ไปก่อน
ถ้าบอกว่ามันเป็น ‘บททดสอบ’ ก็มีโอกาสเป็นไปได้
เช่นกัน อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นเราก็ไปกัน
เถอะ”
นับตั้งแต่เข้ามาพวกเขาก็เดินเคียงข้างไปด้วยกัน แต่ก็
ต้องพบเจอกับอุบัติเหตุจนต้องแยกกันมาแล้ว แทบไม่
ต้องกล่าวถึงอันตรายที่ต้องพบเจอในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ ไหนจะภัยคุกคามที่เกิดจากจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งหลาย ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่สามารถนิ่งนอนใจเพิกเฉยได้
เมื่ออู่จวินตกอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้ามสถานการณ์จะ
เลวร้ายมาก
หลังจากทั้งสองวิ่งเข้าไปในทางเข้าทรงกลมสีดำด้วยกัน
อยู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อู่ อวี้ รู้สึก
ว่าดวงตาของเขามืดมิดลง แล้วอู่จวินก็หายไปจากเขา
อย่างสิ้นเชิง
เขาขมวดคิ้วแล้วมองย้อนกลับไปตรงทางเข้าทันที
พบว่าเวลานี้ทางเข้าได้หายไปแล้ว เมื่อเขากวาดตามอง
ไปรอบ ๆ ก็พบว่าทุกที่ดูมืดมิดไปหมด เขามองไม่เห็น
อะไรเลยแม้จะใช้เนตรเพลิงมองแล้วก็ตาม
ทุกหนทุกแห่งมืดมิดเป็นสีดำทั้งหมด
เขาร้องตะโกนสองสามครั้งแล้วพบว่าอู่จวินไม่ตอบสนอง
ใด ๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ ดูเหมือนว่า
ดวงตาของเขาสูญเสียความสามารถในการมองเห็นไป
อย่างสิ้นเชิง เสียงร้องตะโกนของเขาดังก้องกังวานไป
ไกลในพื้นที่ว่างเปล่าไร้สิ้นสุด เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่า
ความมืดมิดนี้สิ้นสุดลงที่ใด
เขาไม่คิดว่าหลังจากเข้ามา อู่จวินก็ถูกแยกออกจากเขา
ทันที ซึ่งอาจเป็นเพราะ ‘ตำหนักเฝ้าสุสาน’ ไม่ว่าใครที่
เข้ามาที่นี่ก็จะถูกกระจายแยกออกจากกัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่มีทางที่จะออกไปไหนได้ อู่
อวี้ กระทำได้แค่เพียงสำรวจเส้นทางอันมืดมิดและก้าว
ไปข้างหน้าเท่านั้น
ทุกหนทุกแห่งมืดดำสนิท อู่ อวี้ ไม่สามารถบอกทิศทาง
ว่าทางไหนเป็นทางไหน เขาทำได้เพียงเหินทะยานไป
ข้างหน้าภายใต้พื้นที่ว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผัน
ผ่านไปนานกี่วันแล้ว เขารู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจกับ
สภาพแวดล้อมเช่นนี้อย่างมาก
เมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ มันทำให้เขาสูญเสีย
ทิศทาง เขาไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรอยู่ในความมืดมิดเหล่านี้
เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย
ราวกับว่าเขาเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
หลังจากวันเวลาผ่านไปซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่วัน ความมืดมิด
ดังกล่าวก็เริ่มสลายหายไป แล้วก็พบว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่
ตรงเบื้องหน้าของเขาในยามนี้ก็คือผนังกำแพง
เมื่อกำแพงปรากฏขึ้น อู่ อวี้ ก็กวาดตามองไปรอบ ๆ
เขาเห็นแสงเทียนปรากฏขึ้นริบหรี่ไม่ไกลจากเขา
“ ที่นี่คือห้องลับ? ”
อู่ อวี้ เห็นสถานการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจน มันทำให้
เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ที่เขาเดินทางอยู่ในความมืดมิด เขารู้สึกว่าเขา
ผ่านเส้นทางไม่รู้จัก แล้วเวลานี้แสงเทียนก็สว่างขึ้นจน
พบว่าตนเองถูกล้อมรอบด้วยผนังกำแพงเก่าแก่โบราณ
พบว่าที่นี่เป็นเพียงห้องลับเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไว้ในนั้น
“ ข้าทะยานมาเนิ่นนาน กลายเป็นว่าข้าวนเวียนอยู่ใน
ห้องลับ? ” อู่ อวี้ รู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย เมื่อสังเกตเห็น
สถานการณ์ตรงหน้า
ถึงแม้จะเป็นห้องลับเล็ก ๆ แต่มันต้องไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถจับเขาได้จนอยู่หมัด
เช่นนี้
เขาสามารถมองเห็นห้องลับทั้งห้องได้อย่างรวดเร็ว เวลา
นี้แสงเทียนส่องสว่างไปทั่วทุกมุมมอง ถึงกระนั้นก็ยังมี
แสงเงาสว่างและความมืดบางพื้นที่ทำให้บรรยากาศดู
แปลกประหลาดไม่น้อย ซึ่งเขาไม่รู้ได้ว่าแสงเทียนนี้อยู่
มานานกี่ปีดีดักแล้ว
ผนังกำแพงรอบห้องลับทั้งหมดทำจากอิฐกระเบื้อง
เก่าแก่โบราณเป็นอย่างมาก แต่อิฐกระเบื้องเหล่านี้ไม่ใช่
อิฐกระเบื้องธรรมดา มีค่ายกลเซียนประทับอยู่อย่าง
หนาแน่นนับไม่ถ้วน แต่ อู่ อวี้ ยังไม่รู้บทบาทของวง
เวทย์เซียนไร้ลักษณ์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถสัมผัส
มันได้ ถ้าหากไปแตะต้องมันสัมผัสมันเข้าย่อมไม่มีผู้ใดรู้
ว่าผลที่ตามมาคืออะไร
ห้องลับแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอันใด แต่เต็มไปด้วย
กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“ ลองดูก่อนว่าจะเปิดได้ไหม ”
ในห้องลึกลับนี้นอกจากกำแพงโดยรอบกับแสงเทียนแล้ว
ก็ไม่มีอันใดอีกเลย ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะอยู่ที่นี่ต่อไป
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วเลือกที่จะโจมตีไปยัง
ตำแหน่งหนึ่งบนกำแพง
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“ผนึกเมฆาเร้น!”
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ระเบิดขึ้นในฉับพลัน อำนาจ
ทำลายล้างควบแน่นท่ามกลางความว่างเปล่า ผนึกเมฆา
เร้นบดขยี้เข้าใส่ผนังที่เขาเล็งไว้
หลังสิ้นเสียงดวงเนตรของ อู่ อวี้ ก็เบิกกว้าง แม้ว่าอิฐ
และกระเบื้องในห้องลับนี้จะดูเรียบง่าย ทว่าภายใต้การ
ระเบิดของผนึกเมฆาเร้น ไม่ต้องพูดถึงการฝ่าออกไป
แม้แต่ผนังกำแพงเหล่านี้ก็ยังไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ
แม้แต่น้อย!
ห้องลับนี้ดูเก่าแก่เป็นอย่างยิ่ง แต่กลับไร้ซึ่งร่องรอยหรือ
ฝุ่นผงแม้แต่น้อย ภายใต้แสงเทียนสลัวยิ่งทำให้มันดู
ลึกลับมากขึ้น
“ นี่มันเป็นสถานที่แบบไหนกัน? ”
อู่ อวี้ เพ่งพินิจมองดูอิฐและกระเบื้องที่เขาโจมตีใส่ผนัง
อย่างระมัดระวัง แลเห็นว่าวงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์ที่ถูก
วาดประทับเอาไว้มิได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ราวกับ
ว่าการโจมตีของเขาระเบิดในหนึ่งลมหายใจ
บนผนังปรากฏเพียงพื้นที่ขนาดเท่ารูเข็มขึ้น ซึ่งแสดงให้
เห็นว่าวงเวทย์เซียนนับล้านมิได้รับผลกระทบจากการ
โจมตีของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
ด้วยระดับการป้องกันนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าแม้จักรพรรดิเซียน
นิรันดร์จะมาที่นี่ด้วยตนเอง แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
ทะลวงฝ่าห้องลับนี้ออกไปได้ เฉกเช่นดั่งกรงขังจักรพรรดิ
นิรันดร์ก็มิปาน
ถูกกักขังอยู่ในสถานที่เช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาอยู่ไม่
น้อยในการฝ่าออกไปของ อู่ อวี้
“ ที่นี่เป็นสถานที่แบบไหนกัน? ” อู่ อวี้ รู้สึกว่า
สถานการณ์ในตอนนี้ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง หากไม่
สามารถเอาออกจากที่นี่ได้ ทุกสรรพสิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่า
สุสานจักรพรรดินิรันดร์ จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ทุกสิ่ง
ล้วนอยู่ห่างไกลออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในห้องลับนี้ เขาพยายามปลดปล่อยความแข็งแกร่ง
สูงสุด ทว่าเขาก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนบนกำแพง
ได้แม้แต่เพียงน้อยนิด ดังนั้นเขาจึงพยายามข่มใจให้สงบ
พักสมองและครุ่นคิดถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน เพ่งพินิจ
ตรวจสอบห้องลับนี้อย่างถี่ถ้วน
กระบวนการขบคิดผ่านไปอย่างช้า ๆ
แสงเทียนพลิ้วไหวในห้องลับ ส่องสว่างท่ามกลางความ
มืดมิด ทอดเป็นเงายาวบนผนังอีกที่อยู่โดยรอบ แม้จะมี
เงามากมาย แต่องค์ประกอบเงานี้ก็แตกต่างกัน
เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่าทางออกของห้องลับแห่งนี้
เกี่ยวข้องกับเงาที่สะท้อนมาจากแสงเทียนหรือไม่?
ท้ายที่สุดแล้วห้องลับปิดตายนี้เรียบง่ายจนเกินไป ราว
กับว่าเขากำลังถูกคุมขัง นอกจากแสงเทียนกระเบื้องผนัง
ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
เขาจึงเริ่มศึกษาเงาแล้วแสงเทียนเหล่านี้
บางครั้ง อู่ อวี้ ไปยังตำแหน่งหนึ่งซึ่งมีเงาทับซ้อนมาก
ที่สุด บางครั้งเขาก็ไปยืนใกล้แสงเทียน เพื่อให้ตนเองบด
บังเงาของแสงเทียนเหล่านี้ …
อู่ อวี้ พยายามงัดวิธีต่าง ๆ มาใช้ จนเวลาเคลื่อนคล้อย
ผ่านไปทีละนิดอย่างรวดเร็ว
หนึ่งปี สองปี…
ห้าปี สิบปี…
ไม่ว่า อู่ อวี้ จะพยายามศึกษาตรวจสอบแสงเทียนเหล่านี้
อย่างไร นอกจากความจริงที่ว่ามันจะคงอยู่ที่นี่ตลอดไป
และเงาที่คอยติดตาม อู่ อวี้ ไปยังทิศทางต่าง ๆ ก็ไม่มี
การเปลี่ยนแปลงอื่นใดเกิดขึ้นอีก
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าห้องลับแห่งนี้
เป็นเสมือนดั่งกรงขังมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ว่าเขาจะพยายามศึกษาหรืองัดทุกกลละเม็ดวิธีที่พอ
เป็นไปได้มาใช้ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยหรือเบาะแสใด ๆ
เกี่ยวกับการออกไปจากสถานที่แห่งนี้
เขาพยายามโจมตีใส่แท่งเทียนที่อยู่ตรงมุมผนัง แต่เขาก็
ไม่สามารถทำให้แสงเทียนเหล่านี้มอบดับได้อย่าง
สมบูรณ์ ยิ่งโจมตีมากเท่าใด อู่ อวี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเทียน
เหล่านี้ดูเหมือนจะทำลายได้ยากกว่าผนังกำแพงที่อยู่
โดยรอบเสียอีก
ระหว่างนี้ผู้คนในเจดีย์ล่องกำเนิดก็ปรากฏกายขึ้นคราว
เพื่อช่วย อู่ อวี้ แก้ไขปัญหา
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาทั้งสองถูกขังอยู่ที่นี่พร้อมกับ อู่ อวี้ เมื่อเวลา
ล่วงเลยผ่านไปพวกเขาก็รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย แม้พวก
เขาจะได้รับมรดกที่ยอดเยี่ยมหากต้องถูกขังอยู่ที่นี่ก็คงจะ
ไร้ประโยชน์ เกรงว่าแม้แต่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ก็
คงมิอาจบรรลุถึงได้ตราบชั่วชีวิต ด้วยเพราะพวกเขาไม่
สามารถหาหนทางออกไปจากที่นี่ได้ ซึ่งฟังดูแล้วมันช่าง
น่าอัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาคิดหาวิธีเป็นไปได้ที่จะทำให้ตนเองออกจากห้อง
ลับแห่งนี้ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดวิธีไหนก็รู้สึกว่ามันไร้
ประโยชน์เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
เพื่อที่จะทำให้ตนเองออกไปจากที่นี่ได้ อู่ อวี้ จึงเริ่ม
ศึกษาทุกตารางนิ้วบนกำแพง บางทีอาจจะมีความลับ
ซ่อนอยู่อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ เหล่านี้
ความจริงเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าด้วยความสามารถของเขา
เอง คงเป็นไปได้ยากที่จะออกจากห้องลับแห่งนี้ ถึง
กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้
” มันก็เตือนเราแล้วมิใช่หรือ? ที่นี่คือตำหนักเฝ้าสุสาน
คนเป็นมิอาจย่างกาย! ที่นี่คงไม่ใช่คุกจริง ๆ ใช่หรือไม่?
การที่เราบุ่มบ่ามเกินไป จนสามารถออกไปจากที่นี่ได้ ”
เย่ซีซีกล่าวอย่างตื่นตกใจ
“ บางทีพวกเราอาจจะถูกขังอยู่ที่นี่ไปชั่วนิรันดร์ ทำไม
คนหล่อ ๆ อย่างข้าต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ด้วย
ช่างโชคร้ายจริง ๆ ? ” หนานซานหวางเยว่กล่าวด้วย
ความรู้สึกหดหู่หมดหวัง
อันที่จริงจะไปตำหนิพวกเขาก็ไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาถูก
ขังอยู่ที่นี่มานานเกินไป เกรงว่าอีกพันปีหลังจากนี้ก็ยังไร้
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พวกเขาไม่สามารถออกจาก
ที่นี่ได้
หากปล่อยให้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป คาด
ว่าพวกเขาทุกคนคงชีวิตจบสิ้นอยู่ที่นี่เป็นแน่แท้
“คุก” เมื่อเย่ซีซีกล่าวคำนี้ขึ้นมา ก็ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ในเมื่อที่นี่คือสุสานจักรพรรดิ และ
ตำหนักเฝ้าสุสาน ก็ดูเหมือนจะเป็นสถานที่อันเก่าแก่ ซึ่ง
มีไว้กลบฝังซากศพ หากคนเป็นล่วงล้ำย่างกายเข้ามา
คนผู้นั้นก็จะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป ไม่สามารถออกไปไหนได้
อีก
เมื่อคิดได้เช่นนี้อารมณ์ของ อู่ อวี้ ก็เริ่มดำดิ่ง ถ้าไม่
สามารถออกไปที่นี่ได้มันคงจะเป็นเรื่องแย่มากมิใช่หรือ?
นอกจากนี้ตัวเขายังมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ นั่นก็คือจี้ทองสัมฤทธิ์ซึ่งเหลืออยู่กับตัว
อีกหนึ่งชิ้น ในตอนแรกเขาทดลองเอาไปสัมผัสกับส่วน
ต่าง ๆ ในห้องลับ แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
เกิดขึ้นเลย
ทำให้เขาแอบสงสัยเล็กน้อยว่าบางทีอาจต้องใช้จี้ทอง
สัมฤทธิ์ทั้ง 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน บางทีอาจจะได้ผล?
ตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์แน่ชัด ถ้าหากเขาไม่
ปล่อยให้จี้ทองสัมฤทธิ์หลุดมือไปหนึ่งชิ้น ป่านนี้
สถานการณ์ปัจจุบันจะดีกว่านี้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้
กล่าวโทษอู่จวินเพราะทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเขาเอง
เขาเป็นคนพาอู่จวินเข้ามาที่นี่
“ นี่ก็ผ่านไปกว่าพันปีแล้ว ข้าควรทำอย่างไรดี? ”
คำถามนี้ดังก้องอยู่ภายในใจของ อู่ อวี้ เขาคิดว่าตนเอง
อาจจะมาติดกับดักแล้วต้องตกตายอยู่ที่นี่ก็เป็นได้!
——————–