กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1616: กฎสวรรค์เสียงม่วง
ขณะหุ่นเชิญซากศพเปิดฉากโจมตี อู่ อวี้ กับจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสี่คนและอู่จวินก็ไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ ทุกคน
ต่างแสดงพลังกฎสวรรค์ของตนเองถล่มโจมตีเข้าใส่หุ่น
เชิดซากศพอย่างไม่ยั้ง
หากเปรียบเทียบความแข็งแกร่งระหว่างหุ่นเชิดซากศพ
กับพวกเขาแล้ว ช่องว่างความแตกต่างนั้นใหญ่หลวง
เกินไป ข้อใดเปรียบเพียงอย่างเดียวของพวกเขาก็คือ
จำนวนคน ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามงัดสารพัดวิธีมา
จัดการมัน
เมื่อหุ่นเชิดซากศพกำลังมุ่งเป้าโจมตีไปยังหนึ่งในกลุ่ม
ของพวกเขา คนอื่น ๆ ก็จะฉวยโอกาสดังกล่าวรุมโจมตี
เข้าใส่มัน บางทีพวกเขาอาจจะสามารถทำลายเกราะ
ป้องกันเกล็ดสีดำที่ห่อหุ้มร่างกายของมันได้
“ สมแล้วที่เป็นระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์! ” อู่ อวี้
หลบการโจมตีจากคลื่นวายุม่วงของคู่ต่อสู้ ความ
หวาดกลัวแล่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้เขาแทบไม่มี
เวลาใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดหลบหนีออกไปเลยด้วยซ้ำ
หากเขาปะทะเข้ากับคลื่นวายุม่วงนี้ ชีวิตของเขาคงจะ
หาไม่แน่นอน คลื่นวายุม่วงกำลังบิดเบี้ยวอยู่ในความว่าง
เปล่า แทบไม่ต้องพูดถึงเทพเซียนตัวน้อยอย่างเขาซึ่งอยู่
ในอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์
แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่ อวี้ จะเทียบได้
กับอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ระดับสูงสุดหรือราชันเทวะ
เก้าสวรรค์ แต่ระดับดังกล่าวก็ยังห่างไกลจากจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์
ขณะเขากำลังหลบหนีคนอื่น ๆ ก็กระหน่ำโจมตีเข้าใส่
หุ่นเชิดซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วง เมื่อนั้นมันก็
เปลี่ยนเป้าหมายทันที โดยมุ่งเป้าไปยังภูผาทองหมื่น
บรรพกาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ฉับพลันวายุม่วงก็พวยพุ่ง
ออกมาจากปากของมัน ปกคลุมร่างภูผาทองหมื่นบรรพ
กาลอย่างรวดเร็ว
“กฎสวรรค์หมื่นดึงดูด!”
ภูผาทองหมื่นบรรพกาลระเบิดกฎสวรรค์ออกมาป้องกัน
ในทันที พลังกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดระเบิดออกมาจากร่าง
ของมัน กฎสวรรค์หมื่นดึงดูดรวมตัวเป็นตารางปกป้อง
ร่างใหญ่โตมโหฬารของมันอย่างสมบูรณ์
หากกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดนี้ ถูกใช้งานเพื่อป้องกันผนึก
เมฆาเร้นในสภาวะสูงสุดของ อู่ อวี้ คงยากที่มันจะถูก
ทำลายลงและสั่นคลอนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ทันทีที่วายุม่วงของหุ่นเชิดซากศพอัดกระแทกเข้าใส่
กฎสวรรค์หมื่นดึงดูดก็แตกกระจายออกทันที พลังอันน่า
สะพรึงกลัวที่สามารถทำให้ความว่างเปล่าเกิดการบิด
เบี้ยวสามารถทำลายกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดแตกกระจาย
ออกในพริบตา จากนั้นพลังดังกล่าวก็พุ่งปะทะเข้าใส่ภู
ผาทองหมื่นบรรพกาลแบบจัง ๆ!
ภูผาทองหมื่นบรรพกาลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เห็น
ได้ชัดว่าเวลานี้วายุม่วงกำลังฉีกกระชากร่างของภูผาทอง
หมื่นบรรพกาล พลังกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดแทรกซึมเข้าสู่
ทุกอณูร่างของภูผาทองหมื่นบรรพกาล ทำให้มันได้รับ
ความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน
ภูผาทองหมื่นบรรพกาลเป็นภูผาก่อนจะกลายมาเป็น
ปีศาจ นับตั้งแต่มันกลายเป็นปีศาจก็สามารถเบิกภูมิ
ปัญญาได้เลย ทั้งยังไม่เคยได้รับความเจ็บปวดอย่างสุด
แสนสาหัสเช่นนี้มาก่อน พลังนี้ทำให้ร่างกายทั้งหมดของ
มันเกือบจะแหลกละเอียด
โชคดีที่ภูผาทองหมื่นบรรพกาลนั้นมีพลังมาก อีกอย่าง
มันก็ไม่ใช่ปีศาจธรรมดาสามัญทั่ว ๆ ไป แต่เป็นภูผาทอง
ที่กำเนิดขึ้นท่ามกลางสวรรค์แลปฐพี จึงเป็นเรื่องยากที่
มันจะถูกสังหารตกตายอย่างง่ายดาย ถ้าหากร่างกายซึ่ง
เป็นภูผาทองของมันไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ก็มี
โอกาสที่จะถือกำเนิดเกิดใหม่ได้ทุกเมื่อ
แต่เวลานี้วายุม่วงโจมตีปะทะเข้าใส่ทั่วร่างของมัน พลัง
กฎสวรรค์สีม่วงกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ทั่วทุกอณูร่างของ
มัน จนถูกตัดแยกออกเป็นชิ้น ๆ อย่างต่อเนื่องท่ามกลาง
ความว่างเปล่าอันบิดเบี้ยว
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
เขาเปิดฉากโจมตีเขาใส่หุ่นเชิดซากศพ ขณะเดียวกันก็
สังเกตสภาพของภูผาทองหมื่นบรรพกาล เขาพบว่าพลัง
วายุม่วงอ่อนกำลังลง ส่วนภูผาทองหมื่นบรรพกาลก็ค่อย
ๆ ฟื้นตัวขึ้น!
แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมันจะร้ายแรงสาหัสเป็นอย่าง
มาก แต่มันจะไม่ตายง่าย ๆ แบบนี้อย่างแน่นอน ตัวตน
ของภูผาทองหมื่นบรรพกาลมีพลังเป็นอย่างมาก
ร่างกายภูผาทองหมื่นบรรพกาลแข็งแกร่งกว่ากายาเพชร
อมตะของ อู่ อวี้
แน่นอนว่าหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ร่างกายของภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลได้รับความเสียหายอย่างแรง กว่าจะฟื้น
ตัวให้กลับสู่สภาพสมบูรณ์ต้องใช้เวลาหลายแสนปี และ
นี่ถือเป็นข้อจำกัดของมันแล้ว
แม้ว่ามันจะมีพลังแข็งแกร่งมากก็ตาม แต่มันก็ต้องใช้
เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าผู้อื่นหลายเท่า
ในสถานการณ์เช่นนี้การรักษาชีวิตรอดมาได้ ก็ถือว่าเป็น
เรื่องดีไม่น้อย
ถึงภูผาทองหมื่นบรรพกาลจะยังไม่ตกตาย แต่จะทำให้
การเคลื่อนไหวของมันช้าลง เวลานี้มันใช้กฎสวรรค์หมื่น
ดึงดูดโจมตีเข้าใส่หุ่นเชิดซากศพอีกครั้ง กฎสวรรค์หมื่น
ดึงดูดกลายเป็นสายอัสนีน่าสะพรึงกลัวกระหน่ำโจมตีเข้า
ใส่หุ่นเชิดซากศพ
นี่คือการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของภูผาทองหมื่นบรรพ
กาล กฎสวรรค์หมื่นดึงดูด ปลดปล่อยสนามพลังดึงดูด
จากโลหะภายในร่างของมัน ซึ่งถือเป็นอำนาจที่น่า
สะพรึงกลัวยิ่ง เพียงครั้งที่การโจมตีถูกปลดปล่อยออกไป
แม้กระทั่งเกล็ดสีดำบนร่างของหุ่นเชิดซากศพเรียนถูก
บดขยี้ทำลาย ภายใต้พลังอันบ้าคลั่งของกฎสวรรค์หมื่น
ดึงดูดส่งผลให้เรือนกายของศัตรูนั้นแปรเปลี่ยนเป็นไหม้
เกรียมเลยทีเดียว
ในช่วงเวลานี้หุ่นเชิดซากศพกำลังต่อสู้กับคนอื่น ๆ อยู่
บางทีมันอาจคิดว่าแค่วายุม่วงก็น่าจะจัดการกับภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลได้แล้ว
ทว่าตราบจนถึงปัจจุบัน การโจมตีที่สร้างผลกระทบกับ
หุ่นเชิดซากศพมากที่สุด คือกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดของภู
ผาทองหมื่นบรรพกาล สำหรับคนอื่น ๆ การโจมตีของ
พวกเขาไม่ต่างจากมดกัด ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนเล็ก ๆ
น้อย ๆ บนเกล็ดของมันเท่านั้น
ด้วยการโจมตีนี้ของภูผาทองหมื่นบรรพกาล ส่งผลให้
ความสนใจของหุ่นเชิดซากศพเปลี่ยนกลับมายังภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนั้นภูผาทองหมื่น
บรรพกาลที่กำลังรวบรวมพลังเพื่อเตรียมปลดปล่อยการ
โจมตี ต้องสลายกฎสวรรค์หมื่นดึงดูดในบัดดล จากนั้นก็
รีบถอยร่นเว้นระยะห่างจากศัตรูทันที
มันมิกล้าเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดศพมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วง จึงกระทำได้เพียงถอนตัวออกไปชั่วคราว
อย่างไรก็ตามแม้หุ่นเชิดศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงจะไร้
ซึ่งสติปัญญา แต่มันก็ยังมีสัญชาตญาณในการต่อสู้
ดังนั้นระดับของพลังกฎสวรรค์ที่มันปลดปล่อยออกไป
ย่อมไม่น้อยไปกว่าตอนที่มันมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน
เพียงแต่ในระหว่างการปิดล้อมนี้มันได้ตัดสินใจทำลายคู่
ต่อสู้ที่สร้างภัยคุกคามให้แก่มันมากที่สุดก่อน
มันพุ่งทะยานเข้าไปหาภูผาทองหมื่นบรรพกาล ฉับพลัน
วายุสีม่วงก็ควบแน่นในปากมันของมันทันที!
” อย่าปล่อยให้จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลตาย
เด็ดขาด! ”
ไม่ว่าจะเป็น อู่ อวี้ จักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ หรือ
แม้กระทั่งอู่จวินก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ ดังนั้นในเวลานี้ทุก
คนจึงร่วมมือกันปลดปล่อยกฎสวรรค์สารพัดชนิดเข้าใส่
มันทันที การโจมตีสังหารนี้ถาโถมเข้าใส่หุ่นเชิดซาก
หลังจากที่มันปลดปล่อยวายุสีม่วงออกไปแล้ว!
ในช่วงเวลานี้พายุสีม่วงได้ถูกปลดปล่อยออกไปแล้ว สาย
วาโยกรรโชกพวยพุ่งไปทางภูผาทองหมื่นบรรพกาล ทว่า
เพียงครึ่งทางการโจมตีของมันก็ถูกหยุดยั้งโดยกฎสวรรค์
ของ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ทันใดนั้นก็บังเกิดการระเบิด
อย่างรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบบิด
เบี้ยวผันผวนไปเลยทีเดียว เห็นเพียงความว่างเปล่า
พังทลายไปอย่างสมบูรณ์
พลังที่รุนแรงนี้เกือบจะทำลายความว่างเปล่าไปจนสิ้น
แต่ในท้ายสุดการโจมตีจากหุ่นเชิดซากศพที่บดขยี้เข้าใจ
ภูผาทองหมื่นบรรพกาล ก็ถูกหยุดยั้งโดยพวกเขา
” กฎสวรรค์ร่างอวตาร! ”
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หลังจาก อู่ อวี้ เห็นว่าภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลปลอดภัยแล้ว เขาก็ปลดปล่อยร่างอวตาร
นับล้านออกไปอีกครั้ง
ร่างอวตารหนึ่งล้านตนที่ถูกทำลายโดยหุ่นเชิดซากศพ
กลายเป็นขนวานรย้อนกลับไปหาเขา ทว่ายามนี้มัน
ปรากฏขึ้นอีกครั้งซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก
หากร่างอวตารเหล่านี้ถูกทำลาย เขาคงไม่สามารถเรียก
พวกมันออกมาได้พักหนึ่งเลยทีเดียว
ยามนี้ร่างอวตารนับล้านปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกัน รวม
เป็นกลุ่มก้อนพลังความผันผวนกฎสวรรค์อันน่า
สะพรึงกลัว บดขยี้เข้าใส่หุ่นเชิดซากศพอสูรยักษ์ในเวลา
เดียวกัน
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อยกฎสวรรค์สัประยุทธ์
กับกฎสวรรค์กายเนื้อควบคู่ไปด้วยเช่นกัน พลังกฎ
สวรรค์ทั้งสองช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขาขึ้นถึง
ขีดสุด ชั่วพริบตานั้นพลังกฎสวรรค์ร่างอวตารได้พวยพุ่ง
เข้าใส่ตำแหน่งบนร่างของหุ่นเชิดซากศพที่เคยถูกการ
โจมตีของภูผาทองหมื่นบรรพกาลบดขยี้เข้าใส่จนไหม้
เกรียม
เมื่อถูกโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้ง เกล็ดที่เคยไหม้เกรียม
ของหุ่นเชิดซากศพในที่สุดก็ถูกบดขยี้ทำลายจนแตกเป็น
เสี่ยง ๆ แม้เกล็ดนั้นจะเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ แต่นี่ก็ถือ
เป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่ง เพราะมันทำให้ทุกคนรู้ว่า
พวกเขามีโอกาสสังหารหุ่นเชิดซากศพ
เมื่อเกล็ดสีดำบนร่างของนั้นถูกบดขยี้หลายชิ้น หุ่นเชิด
ซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็น
อย่างยิ่ง มันกรีดร้องคำรามโหยหวนขึ้นด้วยความ
เจ็บปวด
เมื่อจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์แห่งภพเทพปีศาจ ถูก
ปรับแต่งจนกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพ มันผู้นั้นจะสูญเสีย
ความสามารถในการพูดความทรงจำและสติปัญญาอย่าง
สิ้นเชิง ลงเหลือเพียงสัญชาตญาณพื้นฐานในการต่อสู้
เท่านั้น
เมื่อมันกรีดร้อง กฎสวรรค์บางชนิดที่แฝงเร้นอยู่ภายใน
เสียงโหยหวนนี้ ก็ระเบิดออกไปทั่วทุกแห่งหนแห่งหน
พร้อมกับแสงสีม่วง พลังดังกล่าวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว
ทั้งโถงด้านหน้า ซึ่งรวมถึงจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ อู่ อวี้
และ อู่จวิน!
อู่จวินเป็นคนแรกที่ต้องแบกรับกับความรู้สึกเจ็บปวด
อย่างรุนแรง ในช่วงเวลานี้เขาได้กลายร่างเป็นมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาล ปราณวิญญาณเซียนบนร่าง
ของเขาได้สร้างม่านคุ้มกันขึ้นตามธรรมชาติ แต่ม่าน
ป้องกันของเขาก็ถูกแสงสีม่วงทำลายทันที
ทันใดนั้นอู่จวินก็รู้สึกราวกับว่าหัวกำลังระเบิด กฎสวรรค์
เสียงม่วงดังก้องสะท้อนอยู่ในจิตใจ ทำลายทุกสรรพสิ่ง
ในความคิดและจิตใจของเขา
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากกฎสวรรค์เสียง
ม่วงของอีกฝ่ายเช่นกัน ท่ามกลางแสงสีม่วงอำนาจ
ทำลายล้างจากฎสวรรค์ก็ดังก้องกังวานอยู่ในใจของเขา
เช่นกัน เขารู้สึกปวดศีรษะและสัมผัสได้ถึงอำนาจ
บางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างชัดเจน
“นะ นี่มัน… กฎสวรรค์ร่างอวตารของข้า!”
เพียงไม่นานนักเขาก็ทานทนต่อความเจ็บปวดในหัว เขา
สังเกตอาการบาดเจ็บจากร่างของตนเอง แล้วพบว่ากฎ
สวรรค์ร่างอวตารร่างของตนเอง ถูกห้อมล้อมไปด้วย
ลำแสงสีม่วง
ดูเหมือนแสงสีม่วงนี้จะเป็นสื่อนำพลังกฎสวรรค์เสียงม่วง
เข้าสู่ร่างของเขา ทั้งยังปิดผนึกกฎสวรรค์ร่างอวตารของ
เขาอีกด้วย ยามนี้ อู่ อวี้ พบว่าเขาไม่สามารถใช้งานกฎ
สวรรค์ร่างอวตารได้
แต่ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะมิได้รู้สึกบาดเจ็บเพียงแค่นั้น
หลังจากถูกกฎสวรรค์เสียงม่วงพวยพุ่งเข้าใส่ ก็บังเกิด
เสียงดังหึ่ง ๆ ขึ้นในศีรษะของพวกเขาตลอดเวลา ทำให้
ทุกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากภายใน
แน่นอนว่า พฤกษาพิภพอนันต์ อสูรลาวาเทิดหล้า ดาว
มฤตยูราชันนภา ภูผาทองหมื่นบรรพกาลไม่มีศีรษะ
เนื่องจากพวกมันอยู่ในร่างจริงดังนั้นจึงรู้สึกว่าพลังกฎ
สวรรค์บางส่วนของตนเองถูกปิดผนึกเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้นแสงสีม่วงยังกระจายไปตามส่วนอื่น ๆ ของ
ร่างกาย หากรอให้แสงสีม่วงกระจายไปทั่วทั้งร่าง คาด
ว่าคงถึงวันตายของพวกเขาเป็นแน่
ดังนั้นพวกเขาต้องเอาชนะหุ่นเชิดซากศพมหาจักรพรรดิ
เนตรม่วง!
“สมกับเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ … วิชาน่ากลัวแบบนี้
ยากที่จะป้องกันจริง ๆ!”
อู่ อวี้ ยังคงกัดฟันสู้แม้ว่าจะไม่สามารถใช้กฎสวรรค์ร่าง
อวตารได้ แต่เขาก็ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งสำคัญ
ที่สุดในยามนี้ก็คือการเอาชนะหุ่นเชิดซากศพให้จงได้
ในช่วงเวลาวิกฤตคับขันจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ อู่ อวี้ กับ
อู่จวิน พยายามทุ่มเทอย่างหนักร่วมมือโจมตีเข้าใส่หุ่น
เชิดซากศพ หากใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มหายไป มี
โอกาสเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะไม่สามารถสังหารหุ่นเชิด
ได้
ดังนั้นถึงแม้ทุกคนจะพยายามผนึกกำลังช่วยกัน ก็ยัง
ยากเย็นอยู่ดี
และถึงแม้ว่าหุ่นเชิดซากศพตัวนี้จะมีสัญชาตญาณในการ
ต่อสู้ แต่ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็กระหน่ำโจมตีเข้าใส่มันยัง
ไม่ยั้ง ทำให้เป็นเรื่องยากที่มันจะสังหารคนใดคนหนึ่งใน
กลุ่ม
พวกเขายังคงระดมพลังกฎสวรรค์โจมตีเข้าใส่เกล็ดสีดำ
ของมหาจักรพรรดิเนตรม่วงอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเกล็ดสี
ดำที่ห่อหุ้มผิวกายของมันหลุดออกไป พลังการป้องกัน
ของมันจะลดลงเป็นอย่างมาก เมื่อนั้นชัยชนะก็อยู่
ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
—————–