กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1617: การตายของจักรพรรดิปีศาจราชันนภา
หุ่นเชิดซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงกำลังได้รับความ
ทุกข์ทรมานจากการโจมตีของสี่จักรพรรดิปีศาจรวมถึง อู่
อวี้ กับอู่จวินอย่างหนัก แม้ว่ากฎสวรรค์เสียงม่วงจะมี
ความรุนแรงแข็งแกร่งมากก็จริง แต่การโจมตีอย่าง
ต่อเนื่องของพวกเขาทั้งสี่ก็มีผลอยู่ไม่น้อย
ในที่สุดพวกเขาก็บดขยี้เกล็ดสีดำส่วนใหญ่บนร่างของ
มันได้ จากนั้นพลังกฎสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวก็ค่อย ๆ
ฉีกร่างของหุ่นเชิดซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วง
หุ่นเชิดซากศพกู่ร้องคำราม เสียงคำรามที่เต็มไปด้วย
ความน่าสะพรึงกลัวดังกึกก้องไปทั่วตำหนักเฝ้าสุสาน
หุ่นเชิดซากศพกู่ร้องคำราม เสียงคำรามที่เต็มไปด้วย
ความน่าสะพรึงกดังกึกก้องไปทั่วตำหนักเฝ้าสุสาน วายุ
ม่วงกวาดผ่านโดยรอบไป แต่ครั้งนี้พวก อู่ อวี้ สามารถ
หลบหนีได้อย่างง่ายดาย ขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนิน
ต่อไป ร่างของหุ่นเชิดซากศพก็ถูกบดขยี้ทำลายมากขึ้น
เรื่อย ๆ เป็นผลให้พละกำลังของมันอ่อนแอลง
เมื่อเห็นแสงรุ่งอรุณแห่งชัยชนะจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ อู่
อวี้ อู่จวินก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย ตราบใดที่พวกเขา
ทั้งหมดยังคงทุ่มพลังโจมตีอย่างสุดตัว พวกเขาจะ
สามารถเอาชนะหุ่นเชิดซากศพได้อย่างสมบูรณ์
แต่ในช่วงเวลาวิกฤตที่สุดนี้ ทันใดนั้นลำแสงสีม่วงสอง
ดวงก็พวยพุ่งออกมาจากรูม่านตาของหุ่นเชิดซากศพ
ลำแสงสีม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากดวงตาของมันแผ่กลิ่น
อายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างรุนแรง พลังแห่งความ
หวาดกลัวพุ่งผ่านความว่างเปล่าในพริบตา อัดกระแทก
เข้าใส่ร่างดาวมฤตยูราชันนภาที่อยู่ห่างออกไป
ณ เวลานี้ร่างของดาวมฤตยูราชันนภาถูกจะทะลวงเข้า
อย่างจัง ลำแสงสีม่วงทั้งสองพวยพุ่งเข้ากลางดวงดารา
ระเบิดออกมาพร้อมกับความว่างเปล่า!
จักรพรรดิปีศาจราชันนภาไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบสนอง
มันเพิ่งระเบิดพลังกฎสวรรค์พร้อมที่จะทำลายหุ่นเชิด
ซากศพอย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้นลำแสงสีม่วงทั้งสองก็
กวาดผ่านไปทั่วทั้งร่างดาวมฤตยูราชันนภา หลังจากเห็น
ร่างตนเองถูกโจมตีจนทะลุกลายเป็นรูมันก็ตื่นตระหนก
ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
ตอบสนองรางของดาวมฤตยูราชันนภาก็ถูกบดขยี้เป็น
เสี่ยง ๆ กล่าวได้ว่าเวลานี้จักรพรรดิปีศาจราชันนภาได้
ตกตายไปอย่างสมบูรณ์
ช่วงแรก ๆ ดาวมฤตยูราชันนภาให้ความสำคัญกับการ
ปกป้องตัวเอง แต่เวลานี้มันทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการ
โจมตี เพียงแต่การโจมตีสวนกลับมาอย่างรุนแรงของหุ่น
เชิดซากศพก่อนมันจะตาย ทำให้ดาวมฤตยูราชันนภาไม่
มีโอกาสได้ตอบสนองแม้แต่น้อย
ลำแสงสีม่วงทั้งสองโจมตีออกมาจากรูม่านตาสีม่วง ไม่
ว่าใครก็ตามที่อยู่ที่นี่มีแนวโน้มที่จะถูกสังหารจนตกตาย
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเผชิญหน้ากับมัน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขา
จะใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนีทุกครั้งไป
ก่อนที่หุ่นเชิดซากศพจะตกตาย มันก็ระเบิดการโจมตีโดย
ยิงลำแสงสีม่วงออกไปแบบสุ่ม ๆ โดยไม่คำนึงถึง
เป้าหมาย
ลำแสงสีม่วงทั้งสองเป็นเหมือนพลังเฮือกสุดท้ายของหุ่น
เชิดซากศพ จนไม่มีแรงจะต่อสู้กลับ ตอนนี้จักรพรรดิ
ปีศาจที่เหลือทั้งสามกำลังร่วมต่อสู้ไปกับ อู่ อวี้ และอู่จ
วิน ตอนนี้ทุกคนกำลังระดมโจมตีอย่างต่อเนื่องซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า
อู่ อวี้ มีสายตาเฉียบแหลมว่องไว ลงมือด้วยความ
รวดเร็วเด็ดขาด ขณะที่จักรพรรดิปีศาจทั้งสามยังคงตก
ตะลึงกับภาพฉากที่ดาวมฤตยูราชันนภาถูกบดขยี้ลง เขา
ก็พุ่งทะยานเข้าใส่ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังอ่อนแรงอย่าง
รวดเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็รีบเก็บศพของมหาจักรพรรดิ
เนตรม่วงเก็บเข้าไปในถุงจักรวาลอย่างรวดเร็ว
นี่คือซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ แม้ว่ามันจะถูกทำให้
กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพและเพิ่งถูกทำลายเป็นสิ่งเสี่ยง
ๆ แต่มันก็ดีกว่าโลหิตจักรพรรดิปีศาจ , ศีรษะของโม่อิง
ดับโลกา เพราะนี่คือซากศพที่สมบูรณ์ของจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์!
หากกลืนกินได้มันจะช่วย อู่ อวี้ ได้มากเลยทีเดียว อย่าง
น้อยก็จะทำให้เขาสามารถก้าวไปสู่อีกขั้น ทำให้เขามี
พลังที่จะบดขยี้ราชันปีศาจเก้าสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์
ตอนนี้จักรพรรดิปีศาจเหลือแค่เพียงสามตนเท่านั้น แล้ว
ผู้ที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ภูผาทองหมื่นบรรพกาล พฤกษา
พิภพอนันต์ อสูรลาวาเทิดหล้าทั้งสามจ้องมองไปที่ อู่ อวี้
ซึ่งเก็บหุ่นเชิดซากศพลงไป ภายในใจก็แอบรู้สึกเสียใจว่า
ทำไมพวกมันไม่นึกถึงเรื่องนี้ก่อน?
อาจเป็นเพราะการตกตายของดาวมฤตยูราชันนภา ทำ
ให้พวกมันตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป
เดิมทีดาวมฤตยูราชันนภานั้นแข็งแกร่งกว่าบรรดาพวก
มันทั้งหมด ถึงแม้พวกมันจะร่วมมือกันแต่คนอื่น ๆ ก็
มักจะระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะมา
ตกตายอยู่ที่นี่โดยไม่คาดคิดเช่นนี้ แม้แต่ซากศพก็ยังถูก
บดขยี้ไม่เหลือซากไว้ให้กลบฝัง
จุดจบที่น่าสังเวชนี้ทำให้หัวใจของจักรพรรดิปีศาจทั้ง
สามสั่นสะท้าน
สุสานจักรพรรดินิรันดร์นั้นอันตรายเกินไป บนแท่นหยก
ขาว อู่ อวี้ ได้ต่อสู้กับสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดจนร่างของมัน
กระเด็นออกจากแท่นหยกขาวตกตายไปในที่สุด มา
ตอนนี้ดาวมฤตยูราชันนภาก็ตกตายไปด้วยอีกคน ส่วนภู
ผาทองหมื่นบรรพกาลก็บาดเจ็บสาหัส
ตอนที่พวกมันเข้ามามีจักรพรรดิปีศาจอยู่ด้วยกันห้าตน
ทว่าปัจจุบันความแข็งแกร่งโดยรวมของพวกมันลดลง
เหลือไม่ถึงครึ่งจากตอนแรก
แต่ในทางกลับกัน อู่ อวี้ กับอู่จวินอยู่ในสภาพที่ค่อนข้าง
สมบูรณ์ นอกจากนี้ตอนที่อยู่ภายในห้องลับ อู่ อวี้ ยัง
ยกระดับก้าวหน้าขึ้น จนเข้าใจในกฎสวรรค์เวลาแปร
ผัน
ภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ หาก อู่ อวี้ กับอู่จวินร่วมมือ
กัน พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวจักรพรรดิปีศาจทั้ง
สามอีกต่อไป
แน่นอนว่าเป็นไปมิได้ที่ อู่ อวี้ จะกำหนดเป้าหมายไปที่
จักรพรรดิปีศาจทั้งสาม เนื่องจากประตูตำหนักเฝ้าสุสาน
ด้านหน้าหายไป ทั้งยังมีห้องอีกมากมายรอให้พวกเขา
สำรวจ และไม่อาจรู้ได้ว่าจะพบเจอกับอันตรายแบบใด
ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้อย่างสิ้นเชิง
ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมหาจักรพรรดิเนตรม่วง ถ้า
ไม่ใช่เพราะพวกเขาทั้งหกผนึกกำลังกัน หากต้องการ
สังหารหุ่นเชิดซากศพนี้คงต้องจ่ายด้วยราคาแสนแพง
ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะลงมือห้ำหั่น
กันเอง
อย่างไรก็ตามเมื่อ อู่ อวี้ เก็บร่างของมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วงไป จักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็พยายามต่อสู้เพื่อมัน ไม่
ยินยอมให้เขาเก็บมันไปอย่างราบรื่น
” เราควรได้ส่วนแบ่งจากซากศพด้วย! ” อสูรลาวาเทิด
หล้าค่อนข้างไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนควบคุม
อารมณ์ไว้ไม่อยู่จนต้องแค่เสียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ใส่ อู่ อวี้
พฤกษาพิภพอนันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก ” ใช่! เรา
ควรจะแบ่งกันกิน อาจมีหนึ่งในพวกเรายกระดับขึ้นได้
แล้วเราค่อยไปต่อในห้องโถงถัดไป ถ้าทำเช่นนี้ยังมี
โอกาสรอดมากกว่า ”
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามปิดล้อม อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่า พวก
มันต้องการข่มขู่ให้เขามอบสิ่งที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถมอบสิ่งที่พวกมันต้องการ
ได้ แม้มหาจักรพรรดิเนตรม่วงจะถูกบดขยี้จนร่างเป็น
เสี่ยง ๆ แต่พวกมันก็ไม่กล้าที่จะกลืนกินในทันที
ใครจะไปรู้ว่าขณะที่กำลังกลืนกินแล้วย่อยสลาย จะมี
ผู้ใดแอบโจมตีในช่วงเวลานั้น?
ถ้าถูกโจมตีขณะกำลังฝึกฝนอยู่ ทุกอย่างคงจบสิ้น
อู่ อวี้ กล่าวตอบกลับไปอย่างใจเย็นว่า ” ข้าสามารถ
แบ่งปันศพนี้ให้กับพวกเจ้าได้ แต่ถ้าข้ามอบให้เจ้าตอนนี้
เจ้าจะกล้ากลืนกินมันหรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้นต้องใช้เวลา
หลายหมื่นปีในการกลืนกินและย่อยสลายซากศพ ทว่า
สถานการณ์ของที่นี่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ”
ด้วยเพราะสุสานจักรพรรดินิรันดร์และตำหนักเฝ้าสุสาน
นั้นลึกลับเกินไป
นับตั้งแต่ก้าวมาที่นี่เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหลายร้อยปี แต่
ก็ไม่ได้อะไรเลย นอกจากหมอกที่พบเจอก่อนหน้านี้
ปัจจุบันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน?
สำหรับที่นี่อันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ใช้เวลาไปกับการ
ย่อยสลายซากศพจักรพรรดิปีศาจหลายหมื่นปี เกรงว่า
คนผู้นั้นไม่รู้จะต้องตกตายไปสักกี่ครั้ง
คำพูดของ อู่ อวี้ ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้งสามเริ่ม
ครุ่นคิด และรู้ดีว่าสิ่งที่เขากล่าวนั้นถูกต้อง เป็นไปไม่ได้
เลยที่พวกมันจะกลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจแล้วย่อย
สลายยกระดับพลังฝีมือตอนนี้
แต่พวกมันก็ยังคงดึงดันต่อสู้เพื่อซากศพต่อไป อย่างน้อย
เอามาเก็บไว้กับตัวเองก็ยังดี
ทว่า อู่ อวี้ ไม่ให้โอกาสนั้นกับพวกมัน ” ถ้าเก็บไว้กับเจ้า
แล้วเจ้าเกิดตกตายขึ้นมา ส่วนที่เจ้าครอบครองจะไม่เสีย
เปล่าหรอกหรือ? ฉะนั้นเก็บไว้กับข้าจะดีกว่า อีกอย่าง
พวกเจ้าก็มีจี้ทองสัมฤทธิ์อยู่กับตัวไม่ใช่หรือ? ”
อู่จวินที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวว่า “ใช่… ควรรอจนกว่าจี้ทอง
สัมฤทธิ์จะใช้ประโยชน์ได้ก่อน เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนก็
สามารถเก็บเกี่ยวได้ดังใจปรารถนา เมื่อถึงตอนนั้นพวก
เจ้าค่อยส่งส่งมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ให้แก่เรา ส่วนเราก็มอบ
ซากศพจักรพรรดินิรันดร์ให้พวกเจ้า แบบนี้ไม่ยุติธรรม
กว่าเช่นนั้นหรือ?”
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามดูจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากพวกมันเองก็มีส่วนร่วมในการสังหารหุ่นเชิด
ซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงนี้ด้วย นอกจากนี้ดาว
มฤตยูราชันนภาก็ยังตกตายในการต่อสู้ดังกล่าว อย่าง
น้อยพวกมันก็ควรจะได้รับส่วนหนึ่ง
ทว่าต่อให้ยามนี้พวกมันจะต่อต้านคัดค้าน อู่ อวี้ แต่พวก
มันก็ไม่สามารถจับตัว อู่ อวี้ ได้อยู่ดี!
ในตำหนักเฝ้าสุสานแห่งนี้ หาก อู่ อวี้ ใช้วิชา
ความสามารถของตนเองหลบหนีไปจากเนื้อมือของ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสาม ไม่มีทางที่พวกมันจะจับเขาได้
อย่างแน่นอน
ขนาดพื้นที่แคบ ๆ อย่างแท่นหยกขาวยังไม่สามารถจับ
ตัวเขาได้ ฉะนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงที่นี่
ดังนั้นพวกมันจึงทำได้เพียงแค่ทำตามที่ อู่ อวี้ กล่าว
เท่านั้น เขาไม่ต้องการให้ซากศพจักรพรรดิปีศาจกับพวก
มันในตอนนี้
อสูรลาวาเทิดหล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ” เช่นนั้นข้า
ก็หวังว่าเมื่อถึงเวลาเจ้าจะรักษาสัญญาแต่โดยดี มิ
เช่นนั้นจี้ทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ในมือของเราจะไม่มีวันตกถึง
เจ้าอย่างแน่นอน!”
หลังตกลงกันได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกล่าวถึงซากศพมหา
จักรพรรดิเนตรม่วงอีกต่อไป
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นไปไม่ได้เลยที่ อู่ อวี้ จะ
กลืนกินซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วง เมื่อเขากลืนกิน
แล้วบ่มเพาะ อู่จวินที่เหลืออยู่เพียงผู้เดียวคงไม่สามารถ
ต้านทานการโจมตีจากจักรพรรดิปีศาจที่เหลืออีกสามตน
ได้ เมื่อเกิดเรื่องเช่นนั้น ต่อให้ อู่ อวี้ พยายามกลืนกิน
อย่างรวดเร็วมากเพียงใด เขาก็ไม่อาจย่อยสลายได้ในชั่ว
อึดใจอยู่ดี
“ ประตูที่พวกเราเข้ามาถูกปิดแล้ว ”
อู่จวินมองไปรอบ ๆ พร้อมกล่าวกับคนอื่น ๆ ซึ่งทำให้
ใบหน้าของพวกเขาดูไม่สู้ดีเท่าใดนัก
ทางเข้าถูกปิดลง เท่าก็ว่าสถานที่แห่งนี้ดึงดูดผู้คนเข้ามา
ได้สำเร็จแล้ว
ตำหนักเฝ้าสุสานเป็นสถานที่แบบไหนกัน?
ยามนี้พวกเขาแทบไม่อยากจากไปไหนเลย แต่ก็กระทำ
ได้เพียงเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
” เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ไปดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดรอ
พวกเราดู ”
อู่ อวี้ หันไปกล่าวกับจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม ตอนนี้ทั้ง
สองฝ่ายรักษาระยะห่างกันพอสมควร แต่คนทั้งหมดก็
รวมตัวกันมุ่งหน้าเข้าไปในตำหนักเฝ้าสุสานชั้นต่อไป
โถงด้านหน้าของตำหนักเฝ้าสุสานมีขนาดใหญ่เป็นอย่าง
ยิ่ง พวกเขาเดินลึกเข้าไปในตำหนักเฝ้าสุสาน หลังจาก
เวลาล่วงเลยไปหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็พบประตูอัน
มืดมิดอีกแห่งหนึ่ง
มีประตูทมิฬเหมือนก่อนหน้านี้ซ่อนเอาไว้อยู่ หากห้อง
โถงด้านหน้ามีซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วงเฝ้าอยู่
เช่นนั้นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของมันก็คือโถงกลาง บนประตูมี
อักษรสีแดงขนาดใหญ่สองสามตัวสลักเอาไว้ว่า “ตำหนัก
เฝ้าสุสาน โถงกลาง”!
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าถัดจากโถงกลาง ก็คือโถงด้านหลัง
“เข้าไปกันเถอะ”
ตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถใช้กฎสวรรค์ร่างอวตารได้ พวก
เขาพบว่ากฎสวรรค์เสียงม่วงของมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วงมิได้สูญสลายหายไปจากร่างกายของเขาอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกพอสมควร พวก
เขาถึงจะใช้กฎสวรรค์อีกครั้งได้
แต่นี่มิใช่ปัญญาใหญ่ หากทุกคนเดินหน้าต่อไป ไม่มีผู้ใด
รู้ว่าอันตรายแบบไหนที่รอพวกเขา จึงกระทำได้เพียงก้าว
ไปข้างหน้าเท่านั้น
อย่างน้อยจากสายตาของผู้สร้างตำหนักเฝ้าสุสานนี้ หวัง
ว่าผู้บุกรุกจะก้าวต่อไป ซึ่งเห็นได้ว่าหลังจากที่เข้ามาแล้ว
ประตูทางเข้าโถงด้านหน้าก็ถูกปิดอย่างแน่นหนา ดังนั้น
หากกระทำตามเจตจำนงของผู้สร้าง ย่อมไม่มีอะไร
ผิดพลาดอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิปีศาจทั้งสามรวมถึง อู่ อวี้ กับอู่จวิ
นจึงพากันเดินเข้าไปในประตูที่เปิดอยู่
หากมีทางเลือกอื่น สิ่งที่จักรพรรดิปีศาจทั้งสามต้องการ
มากที่สุดคือออกไปจากที่นี่ น่าเสียดายที่พวกมันไร้ซึ่ง
ทางเลือกอื่น กระทำได้เพียงกัดฟันแล้วก้าวต่อไป
ข้างหน้าเท่านั้น
——————-