กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1618: อสูรกำเนิดหยินหยาง
ไม่นานนักทุกคนก็เดินผ่านโถงตำหนักด้านหน้าเข้าสู่ด้าน
ใน
เมื่อมาถึง อู่ อวี้ ก็พบว่าไม่มีหุ่นเชิดซากศพอยู่ที่นี่ พื้นที่
ของที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนทางด้านซ้ายถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงโกลาหลหุบเขามาร ความรุนแรงใน
การเผาผลาญเหมือนกับว่าทำให้ความว่างเปล่าบิดเบี้ยว
ส่วนทางด้านขวาเป็นเหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์
ท่ามกลางความว่างเปล่าพื้นที่แห่งนี้คือพิภพแห่งความ
หนาวเหน็บ มีพายุความเย็นยะเยือกพัดผ่านอย่าง
ต่อเนื่อง ตรึงความว่างเปล่าจนแหลกละเอียดเป็นสิ่ง
เสี่ยง ๆ
“ ตำหนักแห่งนี้ถูกป้องกันโดยแก่นเซียนระดับสูงสอง
ชนิด? ”
อู่ อวี้ กับอู่จวินมองหน้ากัน ในดวงตาของทั้งสองแฝงไป
ด้วยความสงสัย
พวกเขารู้สึกว่าพลังทั้งสองในตำหนักแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น
เพลิงโกลาหลหุบเขามารหรือเหมันต์เยือกแข็งราตรีนิ
รันดร์ แม้ภายนอกของพวกมันจะดูอ่อนแอ แต่ด้วยความ
แข็งแกร่งของพวกเขาในปัจจุบันก็แทบจะไม่สามารถ
ต้านทานได้ด้วยซ้ำ พวกกระทำได้แค่ทดสอบฝ่าทะลวงดู
หากนี่เป็นการทดสอบของตำหนักเฝ้าสุสาน คาดว่ามัน
จะต้องรุนแรงยิ่งกว่าหุ่นเชิดซากศพมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วง
“ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น เช่นนั้นก็ลองตรวจสอบ
สภาพแวดล้อมโดยรอบดูก่อน ”
อู่ อวี้ พูดคุยหารือกับอู่จวิน จากนั้นก็พร้อมบุกทะลวง
เข้าไปในเพลิงโกลาหลหุบเขามาร เนื่องจากเหมันต์เยือก
แข็งราตรีนิรันดร์สร้างภัยคุกคามให้แก่ อู่ อวี้ มากกว่า
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไปยังเส้นทางของเพลิงโกลาหลหุบ
เขามาร
สำหรับจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม อู่ อวี้ ได้พูดคุยกับพวก
มันแล้ว แล้วได้ข้อสรุปว่าพวกมันทั้งสามจะมุ่งไปยัง
ทิศทางของเหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์ โดยไม่ให้อยู่
ห่างกันมากเกินไป เพราะถ้ามีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นจะได้
ช่วยเหลือกันและกันได้
แม้ว่าพวกเขาจะทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ตอนนี้จะต้อง
ร่วมมือกันชั่วคราว ในช่วงวิกฤตสำคัญเช่นนี้ แม้ไม่อยาก
ช่วยแต่ก็ต้องจำใจทำ
ในสถานการณ์เช่นนี้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตตกตาย
ไป อีกฝ่ายก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นพวกเขาทั้งห้า
ต่างก็รู้ความจริงในข้อนี้ดี
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามร่วมมือกันบุกทะลวงเข้าสู่พื้นที่
เหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์ แต่ละตนใช้วิธีการของ
ตนเองต่อต้านคลื่นความเย็นที่รุนแรง ซึ่งเพียงพอที่จะทำ
ให้ความว่างเปล่าหยุดนิ่ง
ส่วน อู่ อวี้ กับอู่จวินบุกทะลวงเข้าไปในพื้นที่เพลิง
โกลาหลหุบเขามาร พยายามต่อต้านเพลิงมารที่สามารถ
แผดเผาได้แม้แต่ความว่างเปล่า ซึ่งดูเหมือนกับว่าเพลิง
โกลาหลนี้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกันสวรรค์ปฐพี มี
ความสามารถในการเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง
อู่ อวี้ ใช้กฎสวรรค์อัคคีทองคำห่อหุ้มร่างของตนเอง
เอาไว้ ทำให้พลังความรุนแรงของเพลิงโกลาหลหุบเขา
มารลดลงระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เขาก็แทบจะทานทน
ไม่ไหว ส่วนอู่จวินก็พยายามต่อต้านด้วยวิธีของตนเอง
พลังแก่นเซียนเหล่านี้อ่อนแอกว่าที่เคยเห็นด้านนอกจริง
ๆ ถึงกระนั้นอันตรายที่กำลังเผชิญในโถงกลางแห่งนี้ต้อง
ไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน
เมื่อรู้ดังนั้น อู่ อวี้ กับอู่จวินจึงยังคงเฝ้าระวังตัวแจ
ส่วนทางด้านพวกจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม เวลานี้พวกมัน
กำลังคลำทางไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง เหมันต์
เยือกแข็งราตรีนิรันดร์มิได้สร้างแรงกดดันอะไรให้กับ
พวกมันมากมายนัก ความรุนแรงอยู่ในระดับที่ต้านทาน
ได้ ถึงแม้ภูผาทองหมื่นบรรพกาลจะอยู่ในสภาพบาดเจ็บ
สาหัส แต่ก็ไม่มีปัญหาที่จะต้านทาน
ทุกคนก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ มุ่งตรงไปยังโถงกลางขนาด
ใหญ่ ความใหญ่โตของมันใหญ่กว่าโถงด้านหน้าที่มีมหา
จักรพรรดิเนตรม่วงอยู่เสียอีก ซึ่งก็เท่ากับว่าทุกคนต้อง
ใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าจะผ่านพื้นที่ไปถึง
จุดหมาย
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง พวกเขาก็มาถึงตรงส่วนใจกลาง
ของห้องโถง อยู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่าง
กะทันหัน
พลังแก่นเซียนเหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์และเพลิง
โกลาหลหุบเขามารทั้งสองภายในโถงกลาง อยู่ ๆ ก็เกิด
ความโกลาหลขึ้นพร้อมกัน พวกมันย่อหดลงอย่าง
รวดเร็วอยู่ในจุดศูนย์กลางของพื้นที่ดังกล่าว ราวกับว่ามี
พลังบางอย่างกำลังกลืนกินแก่นเซียนเหล่านี้!
“ เกิดอะไรขึ้น? ”
อู่ อวี้ เริ่มกระวนกระวายเขารีบหยุดการเคลื่อนไหวลง
ทันที สังเกตไปยังตำแหน่งใจกลางพื้นที่ทั้งสอง
เช่นเดียวกับอู่จวินและจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม ตอนนี้ไม่
มีผู้ใดกล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เวลานี้
เหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์กับเพลิงโกลาหลหุบเขา
มารหดรวมตัวกัน ส่งผลให้เกิดพายุเปลวเพลิงและพายุ
เหมันต์พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่คนทั้งห้าอย่างรุนแรง
แม้ อู่ อวี้ จะใช้กฎสวรรค์อัคคีทองคำปกคลุมร่างกาย
ของตนเองเอาไว้ เขาก็แทบอยู่ท่ามกลางพายุเปลวเพลิง
นี้ไม่ไหว ในขณะเดียวเขาก็เห็นตรงใจกลางพื้นที่
ด้านซ้าย เพลิงโกลาหลหุบเขามารที่ถูกดูดซับ ควบแน่น
รวมตัวจากนั้นดวงอาทิตย์อันร้อนแรงก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น!
” นี่มัน… จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์! ”
อู่ อวี้ กับอู่จวินตกตะลึง เมื่อเห็นดวงเนตรสีทองคู่หนึ่ง
ปรากฏขึ้นบนดวงตะวันแสนร้อนระอุ ดวงเนตรคู่นั้นดู
ราวกับว่าอัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงเผาผลาญรุนแรงบ้า
คลั่งมากที่สุดในโลกหล้านี้ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจสยบ
ถึงขีดสุด
เห็นได้ชัดว่าแท้จริงแล้วเพลิงโกลาหลหุบเขามารคือ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ อย่างไรก็ตามจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ตนนี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นเดียวกับมหาจักรพรรดิ
เนตรม่วง มิใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นซากศพที่ถูกปรับแต่งจน
กลายเป็นหุ่นเชิด
ทว่าจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ตนนี้สามารถเปลี่ยนแปลง
รูปแบบให้อยู่ในร่างของเพลิงโกลาหลหุบเขามารได้ มัน
เป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ที่เก่าแก่มาก ราวกับว่าถือ
กำเนิดมาพร้อมกับสวรรค์และปฐพี!
เหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์ที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ควบแน่น
เช่นกัน หลังจากการโจมตีกวาดผ่านไปครึ่งหนึ่งของโถง
กลาง ก็ปรากฏทรงกลมสีดำขึ้นตรงจุดกึ่งกลาง เฉกเช่น
ดั่งจันทรา ต้องสะท้อนแสงตะวันสาดส่องอยู่ในสถานที่
แห่งนี้
“ สองตนนี้คือมหาจักรพรรดิกำเนิดหยางกับมหา
จักรพรรดิกำเนิดหยิน พวกมันเป็นคู่ครองจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์ในภพเทพปีศาจ ไม่คาดคิดว่ามันจะถูก
ปรับแต่งกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพเช่นนี้… ”
จากความทรงจำของราชันปีศาจที่ อู่ อวี้ กลืนกินก่อน
หน้านี้ เขาได้พบเจอบันทึกที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสอง
มหาจักรพรรดิกำเนิดหยาง มีร่างจริงเป็นอสูรกำเนิด
ตะวัน ส่วนมหาจักรพรรดิกำเนิดหยินมีร่างจริงเป็นอสูร
กำเนิดจันทรา ทั้งสองถือกำเนิดมาพร้อมกับสวรรค์และ
ปฐพี แม้กระทั่งความทรงจำของราชันปีศาจที่ อู่ อวี้ ได้
รับมาก็ไม่รู้ว่าทั้งสองนั้นมีอายุมากเท่าใด
เมื่อเทียบกับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทั้งสองมหา
จักรพรรดิเนตรม่วงถือเป็นตัวตนอันเล็กจ้อยเพียงเท่านั้น
แน่นอนว่าหากกล่าวถึงในแง่ของความแข็งแกร่งแล้ว
อสูรกำเนิดตะวันกับอสูรกำเนิดจันทรามีความแข็งแกร่ง
เหนือกว่ามหาจักรพรรดิเนตรม่วงหลายเท่า
จากบันทึกที่มีอยู่ร่ำลือกันว่าหากอสูรกำเนิดตะวันกับอสูร
กำเนิดจันทราร่วมมือกัน อำนาจของพวกมันมากเพียง
พอที่จะจัดการกับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์สามตนใน
ระดับเดียวกันได้ ก่อให้เกิดเป็นพลังอันน่าประหวั่นพรั่น
พรึงยิ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ จดจำตัวตนของหุ่นเชิดซากศพทั้งสองได้ เห็น
ได้ชัดว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็จะหนักถึงเรื่องนี้
เช่นกัน
พฤกษาพิภพอนันต์ที่อยู่อีกด้านหนึ่งกู่ร้องคำรามขึ้น
ทันทีว่า ” พยายามรั้งอสูรกำเนิดตะวันไว้ อย่าปล่อยให้
มันมาทางนี้เด็ดขาด มิเช่นนั้นพวกเราตายแน่!”
หากถูกปรับแต่งจนกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพ อสูรกำเนิด
ตะวันกับอสูรกำเนิดจันทราก็น่าจะไร้ซึ่งสติปัญญา พวก
มันคงไม่อาจร่วมมือกันโจมตีได้
ถ้า อู่ อวี้ กับอู่จวินและจักรพรรดิปีศาจทั้งสามสามารถ
ยืนหยัดต้านรับมิปล่อยให้พวกมันร่วมมือกันได้
ประสิทธิภาพการต่อสู้พวกมันจะลดลงเป็นอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ก็เข้าใจความจริงในข้อนี้เช่นกัน แต่
ปัญหาในปัจจุบันคือความแข็งแกร่งของอสูรกำเนิด
ตะวันกับอสูรกำเนิดจันทราเทียบเคียงได้กับหุ่นเชิด
ซากศพมหาจักรพรรดิเนตรม่วง ดังนั้นการปล่อยให้อู่จ
วินกับ อู่ อวี้ รับมือกับอสูรกำเนิดตะวันเพียงลำพังจึงถือ
เป็นงานที่ยากลำบากเกินไป!
แต่ตอนนี้ไร้ซึ่งหนทางเลือกอื่น
เมื่อมันแปรเปลี่ยนกลายเป็นอสูรกำเนิดตะวันอย่าง
สมบูรณ์ ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ลุกโหมกระหน่ำโชติช่วง
กลืนกินเข้าใส่ อู่ อวี้ กับอู่จวินซึ่งอยู่ใกล้มากที่สุด คลื่น
ความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวแทบจะแผดเผาพวกเขา
ในทันที
เปลวเพลิงจากอสูรกำเนิดตะวันเป็นเช่นเดียวกับดวง
ตะวันอันร้อนแรง คลื่นเปลวเพลิงลุกโชติช่วงโหม
กระหน่ำกวาดผ่านไปทั่วทุกแห่งหน นี่คือพลังกฎสวรรค์
ที่มันเชี่ยวชาญมากที่สุด นามว่า ‘กฎสวรรค์เพลิง
โกลาหล’ เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ทำให้มันอยู่ใน
รูปแบบของเพลิงโกลาหลหุบเขามารได้เช่นกัน
อู่ อวี้ กับอู่จวินใช้วิชาของตนเองหลบเลี่ยงการโจมตี
ของมันทันที กล่าวได้ว่าหุ่นเชิดซากศพจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ที่พวกเขาต้องเผชิญหน้าในยามนี้ น่าสะพรึงกลัว
ยิ่งกว่าตัวที่อยู่ในโถงด้านหน้าเสียอีก
พวกเขากระทำได้เพียงหลบหนีอย่างยากลำบากเท่านั้น
นอกจากนี้ยังเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีดวงตะวันซึ่งสาด
ส่องอยู่ตรงกึ่งกลางห้องโถง ถึงกระนั้นด้วยคลื่นความ
ร้อนก็ยังคงแผดเผาอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เส้นขนบน
ร่างของพวกเขาเริ่มไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ มันแข็งแกร่งเกินไป พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
เลย!”
อู่จวินพยายามโจมตีสวนกลับไป แต่เมื่อลมหายใจมังกร
ปะทะเข้าใส่เพลิงโกลาหลหุบเขามาร กฎสวรรค์ลม
หายใจมังกรของเขาก็ถูกเปลวเพลิงของฝ่ายตรงข้าม
แผดเผากลืนกินหายไปท่ามกลางความว่างเปล่าอย่าง
สมบูรณ์
เมื่อคลื่นเปลวเพลิงถาโถมเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ กฎ
สวรรค์เขตแดนประกายแสงของอู่จวินก็ไม่อาจต้านรับได้
อีกต่อไป
เขามิได้มีความคล่องแคล่วยืดหยุ่นเช่นดั่ง อู่ อวี้ จึง
กระทำได้เพียงใช้ความแข็งแกร่งของตนเองการรับการ
โจมตีของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่เขาอยู่ในอาณาจักร
ราชันเทวะเก้าสวรรค์ แล้วจะสามารถต้านทานการโจมตี
จากกฎสวรรค์ของจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ได้เช่นใด?
หลังจากคลื่นเปลวเพลิงอันร้อนระอุถาโถมเข้าใส่ครั้งแล้ว
ครั้งเล่า อู่จวินก็ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ส่งผลให้ร่าง
มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลของเขาแทบจะถูกแผด
เผาจนไหม้เกรียม
หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานอู่จวินคงจบ
สิ้นอย่างแน่นอน
โชคดีที่ อู่ อวี้ อยู่ไม่ไกลจากเขา ก่อนที่อู่จวินจะถูกแผด
เผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เขาก็พาอู่จวินกลับไปพักฟื้นใน
เจดีย์ล่องกำเนิด จากนั้นก็ใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนีอยู่ใน
ห้องโถงกลางอันกว้างใหญ่นี้
แน่นอนว่าเขามิกล้าหลบหนีไปไกลมากเกินไป ด้วยกลัว
ว่าอสูรกำเนิดตะวันจะเปลี่ยนเป้าหมายไปทางจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสาม ดังนั้นเขาจึงกระทำได้เพียงใช้ออกด้วยร่าง
เงาจำแลงเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ
ระหว่างนั้น อู่ อวี้ ก็สังเกตการต่อสู้ทางด้านของ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามด้วยเช่นกัน แล้วพบว่าพวกมันมี
สภาพไม่ต่างจากตนเอง นั่นคือการถูกบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว
ดูเหมือนกับว่าจันทราอันมืดมิดมิได้บาดเจ็บแม้แต่น้อย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม มันได้
ปลดปล่อยคลื่นความเย็นสุดขั้วแผ่ขยายออกไปทั่วทุก
ทิศทาง แม้กระทั่งความว่างเปล่าก็ยังถูกแช่แข็ง
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามแทบจะไม่สามารถต้านรับได้ จึง
เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะสังหารอสูรกำเนิดจันทรา
อู่ อวี้ รอให้อสูรกำเนิดตะวันโจมตี จากนั้นก็ใช้เมฆาตลบ
ฟ้าหลบหนีไปโดยรอบ แต่เห็นได้ชัดว่าอสูรกำเนิดตะวัน
มิได้โง่เขลา เมื่อเห็น อู่ อวี้ หลบหนีได้สองครั้งติดต่อกัน
สัญชาตญาณการต่อสู้ของมันก็กระตุ้นเตือนให้มันใช้
อุบายเพื่อดักจับศัตรู
“กฎสวรรค์คุกเพลิงมาร!”
ฉับพลันเพลิงโกลาหลหุบเขามารอันไร้สิ้นสุด ก็พวยพุ่ง
ออกมาจากตำแหน่งด้านข้างของ อู่ อวี้ จากนั้นก็ก่อตัว
กลายเป็นเปลวเพลิงโอบล้อมเขาทันที
กฎสวรรค์คุกเพลิงมารเป็นวิชากักขังคู่ต่อสู้ของอสูร
กำเนิดตะวัน เมื่อใดที่ศัตรูถูกกักขัง คนผู้นั้นจะต้องพบ
เจอกับเพลิงโกลาหลหุบเขามารอันไร้สิ้นสุดแผดเผาไป
ตราบชั่วนิรันดร์ แม้จะเป็นกายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้
เกรงว่าเมื่อถึงยามนั้นก็จะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้า
ถ่านเช่นกัน!
“แม้แต่ความว่างเปล่าที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังถูกกักขัง!”
อู่ อวี้ รู้สึกเช่นนั้นทันที เมื่อกฎสวรรค์คุกเพลิงมาร
ปรากฏขึ้นความว่างเปล่ารอบตัวก็เหมือนจะถูกกักขัง
ตอนนี้ทุกตารางนิ้วของความว่างเปล่าลุกโชนไปด้วย
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ถูกเพลิงโกลาหลหุบเขามาร
ควบคุม หากใช้แค่ร่างเงาจำแลงเกรงว่าจะไม่สามารถ
รอดพ้นจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ไปได้
ด้วยสถานการณ์คับขันสิ้นหวังทำให้ อู่ อวี้ ไม่มีเวลามา
นั่งสนใจความเป็นไปของอีกด้านหนึ่ง เขาพลิกตลบตี
ลังกา จากนั้นคนทั้งคนก็หายไปจากพื้นที่ดังกล่าวใน
พริบตา สามารถหลบหนีออกจากกฎสวรรค์คุกเพลิง
วิญญาณได้ในที่สุด!
หลังจากพลิกตลบตีลังกา อู่ อวี้ ก็มาปรากฏตัวยังสถานที่
ห่างไกล ซึ่งทำให้อสูรกำเนิดตะวันเปลี่ยนเป้าหมายใน
ที่สุด
เพราะเวลานี้ผู้ที่ใกล้กับอสูรกำเนิดตะวันมากที่สุดก็คือ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสาม!
——————–