กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1619: วายุเพลิงเหมันต์
อู่ อวี้ พลิกตลกตีลังกาพาอู่จวินหลบหนีไป จากนั้นอสูร
กำเนิดตะวันก็มุ่งความสนใจจับจ้องไปยังจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสามแทน
หากมีอสูรกำเนิดจันทราเพียงตัวเดียว จักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสามก็ยังพอต้านทานการรุกรานของมันได้ ไม่ว่าพลัง
กฎสวรรค์ของมันจะรุนแรงมากแค่ไหนพวกมันก็ยังพอ
หาวิธีรับมือ
อย่างไรเสียจักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็ทรงพลังเป็นอย่าง
ยิ่ง ภูผาทองหมื่นบรรพกาล พฤกษาพิภพอนันต์ อสูร
ลาวาเทิดหล้า ไม่ใช่เทพปีศาจธรรมดาสามัญทั่วไป
เมื่ออสูรกำเนิดตะวันกับอสูรกำเนิดจันทรามาบรรจบกัน
ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้งสามถูกบดขยี้เกือบจะในทันที
“ไอ้เด็กนรก ไปตายซะ!”
อสูรลาวาเทิดหล้ากรีดร้องอย่างสิ้นหวังขณะจ้องมองไป
ยังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่เดิมทีมันคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะ
ช่วยกันจัดการศัตรูตรงหน้า แต่มันไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะเปิด
ฉากหลบหนีก่อนเพื่อนขณะที่พวกมันถูกปิดล้อม
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มันมีโทสะเป็นอย่างมาก
ทันทีที่อสูรกำเนิดตะวันร่วมมือกับอสูรกำเนิดจันทรา
ฉับพลันกฎสวรรค์เพลิงโกลาหลกับกฎสวรรค์ราตรีนิ
รันดร์ก็ผสานรวมบรรจบกัน บังเกิดเป็นกลุ่มก้อนเปลว
เพลิงเหมันต์อันน่าสะพรึงกลัวในทันที จากนั้นมันก็โหม
กระหน่ำกวาดเข้าใส่อสูรลาวาเทิดหล้าเป็นเป้าหมาย
แรก!
อสูรลาวาเทิดหล้าต้องการที่จะหลบหนีออกไปจากที่นี่
แต่มันก็พบว่าความว่างเปล่าโดยรอบถูกผนึกไว้ทั้งหมด
ด้วยขนาดร่างกายใหญ่ยักษ์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหลบหนี
ภายใต้สถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้มันจึงทำได้เพียง
ปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์ระเบิดเพลิง พยายามดิ้นรน
ต่อสู้กับวงแหวนเพลิงเหมันต์
ในเวลาต่อมากฎสวรรค์ระเบิดเพลิงของอสูรลาวาเทิด
หล้าก็ชนปะทะเข้ากับวงแหวนเพลิงเหมันต์ของอสูร
กำเนิดหยินหยาง การโจมตีของมันเปรียบเสมือนหนอน
ที่พยายามกัดกินต้นไม้ใหญ่ มันคือสถานการณ์ที่ถูกบด
ขยี้เพียงฝ่ายเดียว
อสูรลาวาเทิดหล้าไม่สามารถต้านทานมันได้เลย กฎ
สวรรค์ระเบิดเพลิงถูกกลืนกินหายไปในทันที ช่วงเวลา
ต่อมาอสูรลาวาเทิดหล้าก็ถูกห่อหุ้มภายใต้พลังวงแหวน
เพลิงเหมันต์
เมื่อถูกปกคลุมด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว อสูรลาวาเทิด
หล้าก็กระทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้อง ร่างขนาดใหญ่ของ
มันถูกย่างสดและแช่แข็งอยู่ภายในวงแหวนเพลิงเหมันต์
ถูกบดขยี้จนแตกเป็นเสี่ยง ๆ!
หนึ่งในห้าจักรพรรดิปีศาจ จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้า ใน
ที่สุดมันก็ไม่สามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของหุ่นเชิด
ซากศพ และมีจุดเช่นเดียวกับดาวมฤตยูราชันนภา
การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ ได้สร้างผลกระทบให้กับ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามอย่างไม่ต้องสงสัย แต่
สถานการณ์คับขันเช่นนี้เขาเองก็จำเป็นต้องรักษาชีวิต
ของตนเองไว้ก่อน หากไม่ใช่เพราะเมฆาตลบฟ้า เกรงว่า
ผู้ที่ตกตายไปในตอนนี้ต้องเป็นเขาแน่
หลังจากอสูรลาวาเทิดหล้าตกตายไป ผู้ที่เหลืออยู่
ในตอนนี้ก็มีเพียงพฤกษาพิภพอนันต์กับภูผาทองหมื่น
บรรพกาล ทำให้พวกมันสูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้
ไปในพริบตา พวกมันเลิกที่จะดิ้นรนต่อต้าน จากนั้นมันก็
หันหน้าไปทางตำแหน่งที่ อู่ อวี้ อยู่
” ไอ้เด็กนรก!! เจ้าตระบัดสัตย์ไม่รักษาสัญญา เจ้าจะต้อง
ไม่ตายดี!!! ” ภูผาทองหมื่นบรรพกาลร้องตะโกนด้วย
โทสะอันแสนเดือดดาล ตอนอยู่โถงด้านหน้ามันก็ถูกมหา
จักรพรรดิเนตรม่วงโจมตีอย่างหนัก ทำให้ตอนนี้
ความเร็วในการหลบหนีของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นพฤกษาพิภพอนันต์วิ่งหลบหนีจ้ำอ้าวไปแล่ว มัน
ก็เกิดอาการตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์
ภายในใจของมันเปี่ยมไปด้วยความเศร้าเสียใจ , ไม่
ยินยอม , ไม่พอใจ อารมณ์ความรู้สึกในด้านลบทั้งหมด
ถาโถมเข้าใส่จิตใจของภูผาทองหมื่นบรรพกาล
ตอนนี้ภายในใจมันแอบคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้ามันไม่
ตัดสินใจเข้ามาในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ต่อให้ที่นแห่ง
นี้มีโอกาสทำให้มันบุกทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์ แต่มันก็อันตรายยิ่งกว่าอยู่ในภพเทพปีศาจ
เป็นไหน ๆ? เพราะอย่างไรเสียอยู่ที่นั่นก็ไม่มีอันตรายถึง
ตาย!
ความจริงที่มันเข้าสู่สุสานจักรพรรดินิรันดร์ มันคิดว่าทุก
คนจะต่อสู้ร่วมกัน แม้จะมีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต แต่
มันก็ไม่สามารถละทิ้งโอกาสนี้ได้
แต่เมื่อต้องเผชิญกับความตายจริง ๆ มันก็รู้สึก
หวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ ไม่นานนักมันก็รู้สึกเสียใจอย่าง
สุดซึ้ง
มันไม่อยากตาย
มันคือภูผาทองที่กลายเป็นปีศาจ พอถือกำเนิดก็เบิก
สติปัญญาได้ในทันที เรื่องดังกล่าวสำหรับปีศาจมัน
ยากเย็นเพียงใด?
ตอนนี้ภูผาทองหมื่นบรรพกาลถูกพฤกษาพิภพอนันต์ทิ้ง
ไว้เบื้องหลัง มันกำลังตกตายด้วยน้ำมือของอสูรกำเนิดห
ยินหยาง
แล้วทันใดนั้นมันก็นึกได้ว่า อู่ อวี้ มีเจดีย์สีขาวขนาดเล็ก
ที่สามารถเก็บซ่อนมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลไว้ได้
ไม่เช่นนั้นคนแรกที่จะต้องตกตายจะต้องเป็นมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาลตัวนั้นอย่างแน่แท้
สิ่งนี้เป็นเสมือนฝางเส้นสุดท้ายของภูผาทองหมื่นบรรพ
กาล จากนั้นมันก็รีบกล่าวทันที ” ได้โปรดให้ข้าเข้าไปใน
เจดีย์เล็ก ๆ นั่นด้วย! ถ้าเจ้าช่วยปกป้องข้า ข้าจะยอมทำ
ตามคำสั่งเจ้าทุกอย่าง ข้าจะซื่อสัตย์ไม่แบ่งใจเป็นสอง
ขอแค่เจ้าช่วยข้าอย่าให้ข้าตกตายอยู่ตรงนี้!”
เสียงอ้อนวอนของมันดังฟังชัด แต่ดูเหมือนมันจะลืมไป
แล้วว่าก่อนหน้านี้มันยังสาปแช่งให้ อู่ อวี้ ไม่ตายดีอยู่
แหม่บ ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย แม้ราชันปีศาจเก้าสวรรค์จะ
มีชีวิตอยู่มาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว แต่ความรักตัว
กลัวตายทำให้มันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เพราะมัน
ไม่อยากตกตายเช่นนี้
แต่ อู่ อวี้ ไม่สามารถช่วยช่วยเหลือมันได้ แม้ต้องการจะ
ช่วยเหลือก็ตาม เป็นเพราะว่าเวลานี้อสูรกำเนิดหยินห
ยางอยู่ใกล้มันมากเกินไป
อีกอย่างไฉนเขาต้องช่วยเหลือมันด้วย?
ก่อนหน้านี้เขาไม่อยากให้จักรพรรดิปีศาจทั้งหลายต้อง
ตาย เพราะการรวมพลังกันทำให้มีโอกาสที่จะเอาชนะ
หุ่นเชิดซากศพได้ แต่ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลจะมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะไม่ว่า
อย่างไรก็ไม่สามารถเอาชนะหุ่นเชิดซากศพได้อยู่ดี!
อู่ อวี้ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว หลังจากจักรพรรดิ
ปีศาจทุกตนถูกสังหารจนตกตายหมดสิ้น เขาจะใช้เมฆา
ตลบฟ้าและพลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดิน ค่อย ๆ
หาทางแก้ไขไปทีละเปลาะ
เมื่อเจอกับสถานการณ์คับขันจวนตัวจักรพรรดิปีศาจตน
อื่น ๆ ก็ไม่สามารถทำอันใดได้อีกต่อไป เป็นเพราะพวก
มันไม่มีวิชาความสามารถในการหลบหนีเช่นเดียวกับเขา
ทำให้พวกมันไม่อาจหลบหนีจากเงื้อมมือเขาอสูร
กำเนิดหยินหยางไปได้
ณ เวลานี้ในที่สุดอสูรกำเนิดหยินหยางก็ระเบิดพลังโจมตี
กวาดผ่านมาจากด้านหลัง
เปลวเพลิงอันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งลงมา
จากฟากฟ้า ส่วนด้านล่างคือลมพายุอันหนาวเหน็บ บด
ขยี้เข้าใส่ร่างของภูผาทองหมื่นบรรพกาล
ภูผาทองหมื่นบรรพกาลสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างอัน
น่าสะพรึงกลัวของกฎสวรรค์เพลิงโกลาหลและกฎสวรรค์
เหมันต์เยือกแข็ง ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ
หลังจากนั้นมันก็กลายร่างเป็นมนุษย์ ไม่กล้าอยู่ในรูปร่าง
เดิมของตนเองอีกต่อไป ด้วยวิธีนี้จะทำให้มันหลบหนีได้
อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น รูปร่างมนุษย์ทำให้มันยืดหยุ่น
หลุดจากวงล้อมได้อย่างราบรื่น
แต่แล้วกฎสวรรค์เพลิงโกลาหลและกฎสวรรค์เหมันต์
เยือกแข็งก็รวมเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นพายุเพลิงเยือกแข็ง
ฉับพลันพายุดังกล่าวก็ปกคลุมร่างภูผาทองหมื่นบรรพ
กาลในรูปลักษณ์มนุษย์ทันที!
ในที่สุดภูผาทองหมื่นบรรพกาลก็มีจุดจบเช่นเดียวกับ
อสูรลาวาเทิดหล้า ภายใต้การรุกรานของอสูรกำเนิดห
ยินหยางมันได้พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ร่างของมันไม่เหลือ
แม้แต่ซากสูญสลายหายไปกับความว่างเปล่าในบัดดล
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของภูผาทองหมื่นบรรพกาล
จิตใจของพฤกษาพิภพอนันต์ก็สั่นสะท้าน ราวกับว่ามัน
กำลังเห็นชะตากรรมของตนเองเช่นเดียวกับ ภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลมีและอสูรลาวาเทิดหล้า ทั้งสองต่างถูก
พายุเพลิงเหมันต์เยือกแข็งกลืนกิน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความหวาดกลัวครอบงำจิตใจ
ของมันจะหมดสิ้น ด้วยความตื่นตระหนกอย่างสุดขั้วทำ
ให้มันไม่มีกะจิตกะใจที่จะมานั่งเศร้าโศกเสียใจ สิ่งเดียวที่
มันคิดออกในตอนนี้ก็คือขอความคุ้มครองจาก อู่ อวี้
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ภูผาทองหมื่นบรรพกาลจะร้องขอความ
ช่วยเหลือจาก อู่ อวี้ แล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ทว่า
สถานการณ์ของมันแตกต่างออกไป มันยังมีทางรอด
เพราะมันถือครองมีจี้ทองสัมฤทธิ์ไว้กับตัว!
มันยังรีบตะโกนบอกไปว่า “ ได้โปรดช่วยข้าด้วย! หาก
เจ้าช่วยข้าชีวิตนี้ข้าจะขอสวามิภักดิ์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียว
และยังจะมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ชิ้นนี้ให้แก่เจ้าด้วย! ”
ตอนนี้มันอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง และ อู่ อวี้ คือฟาง
เส้นสุดท้าย คือทางรอดเดียวของมัน
คำพูดดังกล่าวทำให้ อู่ อวี้ ขยับเล็กน้อย พฤกษาพิภพ
อนันต์เป็นราชันปีศาจเก้าสวรรค์ ถึงแม้จะไม่มีประโยชน์
สำหรับเขาเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามันมาพร้อมกับจี้ทอง
สัมฤทธิ์ก็ยังพอทำเนา
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ยังไม่รู้ว่าจี้ทองสัมฤทธิ์ใช้ประโยชน์อะไร
ได้ที่นี่ แต่เขาก็ควรพกพามันไว้ติดตัวเสมอ
การช่วยพฤกษาพิภพอนันต์เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา
ไม่ส่งผลกระทบอันใดต่อเขามากนัก
หลังจากคิดเรื่องนี้อยู่สักพัก อู่ อวี้ ก็รีบมุ่งหน้าไปยัง
ทิศทางของพฤกษาพิภพอนันต์ เตรียมพร้อมจับมันโยน
เข้ามาในเจดีย์ล่องกำเนิด
แต่เห็นได้ชัดว่าอสูรกำเนิดหยินหยางรีบเข้าใกล้พฤกษา
พิภพอนันต์เร็วขึ้น!
ดวงตะวันสว่างจ้ากับดวงจันทราอันเย็นยะเยือกพวยพุ่ง
เข้ามาจากทางด้านซ้ายขวา ออกมาจากความว่างเปล่า
ด้วยความเร็วสูงลิ่วประชิดเข้าใกล้พฤกษาพิภพอนันต์
อย่างรวดเร็ว
เดิมทีขณะที่หุ่นเชิดซากศพทั้งสองกำลังจัดการกับภูผา
ทองหมื่นบรรพกาลอยู่นั้น พฤกษาพิภพอนันต์ก็หลบหนี
มาได้ไม่ไกลนัก ส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เวลาไม่นานก็
สามารถไล่ตามมันมาได้ทัน!
ขณะที่พุ่งเข้ามาสามารถแลเห็นได้ว่าเห็นว่ารอบ ๆ ดวง
ตะวันสว่างจ้ากับดวงจันทราอันเย็นยะเยือกมีชั้นน้ำแข็ง
และเปลวเพลิงห่อหุ้มพวกมันเอาไว้ เวลานี้พวกมันทั้ง
สองพุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่าด้วยความเร็วที่
เหนือกว่าพฤกษาพิภพอนันต์มากกว่าสิบเท่า
เพียงชั่วพริบตาอสูรกำเนิดหยินหยางก็ปลดปล่อยพายุ
เพลิงเหมันต์ไล่ตามหลังพฤกษาพิภพอนันต์มาติด ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามร้ายแรงจากด้านหลัง ความ
หวาดกลัวในจิตใจของพฤกษาพิภพอนันต์ก็ยิ่งทวีความ
รุนแรงมากขึ้น ตราบจนปัจจุบันมันไม่เคยเหยียบก้าวเข้า
สู่ประตูแห่งความตายแบบเฉียดฉิวขนาดนี้มาก่อน มันไม่
เคยคาดคิดเลยว่าหุ่นเชิดซากจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์จะ
เป็นพญามัจจุราชนำความตายมาสู่มัน
ตอนนี้มันรู้สึกเสียใจอย่างสุดแสน ว่าเหตุใดมันถึงต้อง
ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้?
ทว่ามันยังมีโอกาส
ในขณะที่อสูรกำเนิดหยินหยางเข้ามาใกล้พฤกษาพิภพ
อนันต์ มันก็แสดงพลังอิทธิฤทธิ์ไม้ตายก้นหีบของตนเอง
ทันที : ‘พฤกษาจำแลงบุปผา’ !
นี่คือแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ก้นหีบของมัน ช่วงเวลาที่
พฤกษาจำแลงบุปผาถูกใช้ออก กิ่งก้านใบไม้บางส่วนบน
ร่างของพฤกษาพิภพอนันต์ก็หลุดลอกออกไป บังเกิดเป็น
เถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วน ก่อตัวเป็นพฤกษาพิภพอนันต์
ขนาดเล็ก
แสดงให้เห็นว่าวิชานี้มีความสามารถในการสร้างร่าง
แยก
พฤกษาพิภพอนันต์ขนาดเล็กมีจิตสำนึกและความคิดเป็น
ของตนเอง ทั้งยังเป็นอิสระจากร่างจริง ดังนั้นมันจึงถือ
เป็นร่างแยกอย่างสมบูรณ์ ซึ่งกล่าวได้ว่าสถานการณ์ของ
มันนั้นคล้ายคลึงกับร่างกลืนสวรรค์ กับ อู่ อวี้ ร่างจริง
ก่อนหน้านี้
โดยปกติแล้วพฤกษาพิภพอนันต์จะไม่ปล่อยร่างแยก
เหล่านี้ออกมา เนื่องจากร่างแยกของมันค่อนข้างอ่อนแอ
เทียบเท่าได้กับราชันปีศาจแปดสวรรค์เท่านั้น อีกทั้ง
เมื่อใดที่ถูกทำลายยังส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่ง
โดยรวมของมันอีกด้วย
ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน มันต้องเอาชีวิตรอดก่อนจึง
ไม่อาจมาสนใจเรื่องเหล่านี้ได้
แต่เมื่อเห็นพฤกษาพิภพอนันต์ขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงหน้า
อสูรกำเนิดหยินหยาง ทันใดนั้นมันก็ดึงดูดความสนใจ
ของซากศพจักรพรรดิปีศาจทั้งสองในทันที ฉับพลันพายุ
เพลิงเหมันต์ที่หลอมรวมกันก็ระเบิดพวยพุ่งออกมา เผา
ผลาญเยือกแข็งพฤกษาพิภพอนันต์ขนาดเล็กอยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิงและความเย็น
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นดูเหมือนว่าร่างจริงของพฤกษา
พิภพอนันต์จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง พฤกษาใบหญ้า
เขียวชอุ่มทั่วทั้งร่างของมันเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย ซึ่งเห็น
ได้ชัดว่าการตายของร่างแยกพฤกษาพิภพอนันต์ขนาด
เล็ก ทำให้มันได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส
แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ซื้อเวลาได้มากพอให้หลบหนี
ด้วยการใช้ประโยชน์จากร่างแยกดึงดูดความสนใจของ
หุ่นเชิดซากศพอสูรกำเนิดหยินหยาง ทำให้พฤกษาพิภพ
อนันต์กลับมารวมกลุ่มกับ อู่ อวี้ ได้อีกครั้ง!
———————