กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 163 : มนตเสนหลอลวงจิตใจ
กระบี่หยินหยาง ทะลวงแทงออกไปเบื้องหน้า
หมายสังหาร ศัตรู!
หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายวัน ช่วงเวลานี้
เป็นช่วงเวลาหฤหรรษ์มากที่สุด!
บางทีอาจมีเพียงแค่ อู่ อวี้ กับ เฟิง ซัวหยา เท่านั้น
ที่จะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกในช่วงเวลานี้ได้
ชั่วพริบตานั้นเอง ปราณกระบี่นับหมื่นก็เข้าฟาด
ฟันโจมตีเข้าใส่ปีศาจอสรพิษเพียงลำพัง เป็น
ช่วงเวลาเดียวกับที่ อู่ อวี้ ใช้กระบี่หยินหยาง
ก่อกำเนิดโจมตีผสานกับค่ายกลหมื่นกระบี่
สัญชาตญาณของปีศาจอสรพิษเขียว ร้องเตือนถึง
อันตรายที่กำลังแล่นเข้ามาอย่างฉับพลัน มันรีบพุ่ง
ตัวแยกออกด้วยความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาปีศาจอสรพิษเขียวไม่เคยพบ
เห็นการโจมตีได้อย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งยังทรงพลัง
เช่นนี้มาก่อน
อย่างไรก็ตามที่นี่คือ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ไม่ใช่
ดินแดนของมัน!
ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง จะซ้ายหรือขวา ปราณกระบี่
ปลิวว่อนไปทั่วรอมันอยู่ ปราณกระบี่หยินหยาง
ก่อกำเนิดทั้งสองสายของ อู่ อวี้ ทะลวงแทงยืด
ขยายออก หนึ่งทะลวงแทงลงมาจากฟากฟั้า ส่วน
อีกหนึ่งเจาะทะลวงแทงเข้ามาจากทางด้านขวา!
“อ๊ากกก!!!”
ปีศาจงูกรีดร้องลั่น เวทย์ปีศาจสำแดงฤทธิ์ออกมา
ในบัดดล ทันใดนั้นหมอกสีดำก็ระเบิดพวยพุ่ง
ออกมา หมอกสีดำนั้นถูกสร้างเป็นโลหะห่อหุ้มร่าง
ของมันเอาไว้ เพื่อปกปั้องสกัดกั้นการโจมตีของ
พวกเขาเอาไว้
ชริ้ง∼ ชริ้ง∼ ชริ้ง!!!
แต่เนื่องจากการโจมตีรุนแรงดุเดือดของ ค่ายกล
หมื่นกระบี่ ส่งผลให้ลูกบอลโลหะเปล่งเสียงแหลม
เล็กดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง เพียงชั่วเวลาไม่นานบอล
โลหะก็บังเกิดรอยโหว่ขึ้นมากมาย ท่ามกลางรอย
โหว่ทั้งหมดมีอยู่สองรอย ที่บังเกิดเป็นรอยหลุมลึก
ทั้งสองหลุมนี้เป็นผลงานของ อู่ อวี้ เมื่อใช้ กระบี่ห
ยินหยางก่อกำเนิด ความแหลมคมของมันได้เจาะ
ทะลวงจนกลายเป็นหลุมลึก!
ท่ามกลางสถานการณ์ครุกครุ่น ปีศาจอสรพิษส่ง
เสียงกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน แต่ยังไม่อาจ
ทราบได้ว่าตอนนี้ มันเป็นตายร้ายดีเช่นไร!
อู่ อวี้ มีทั้งปราณกระบี่ของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ คอย
ช่วยเหลือ และ กระบี่คู่ ที่พุ่งเข้าโจมตีมัน ถือเป็น
การโจมตีสังหารแบบคู่ ฉะนั้นต่อให้มันไม่ตกตาย
ไป มันก็บาดเจ็บสาหัสปางตายอยู่ดี บางทีใน
ช่วงเวลาระยะสั้น ๆ นี้มันอาจจะไม่มีแรงต่อสู้อีก
ต่อไป!
เพียงแค่นี้ก็บรรลุเปั้าหมายนี้แล้ว
อู่ อวี้ ไม่อาจรั้งรออยู่ต่อได้ หลังจากใช้ กระบี่ห
ยินหยางก่อกำเนิด ทะลวงทางเข้าใส่ศัตรูเสร็จสิ้น
เขาก็หันหลังกลับแล้วถอยทันที ในเวลานี้มีแค่ผู้ที่
อยู่ด้านนอกอย่างปีศาจเจ็ดทะเลแดงเท่านั้น ที่
สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของตัวเขาได้ พวก
มันรีบกระโจนเข้ามาล้อมรอบเขาทันที
“หนี!”
ในช่วงเวลาระทึกนั้น อู่ อวี้ ได้พุ่งฝั่ากระบี่นับหมื่น
อย่างสุดแรงเกิด พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในร่าง อีก
ทั้งยังมีอำนาจพลังจากกายเนื้อ ถูกดึงออกมาใช้ใน
ปริมาณมหาศาล เพื่อนำใช้หลบหนีให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะทำได้!
ตราบใดที่เขาสามารถหลบหนี เข้าสู่ขอบเขตที่
เฟิง ซัวหยา ควบคุมค่ายกลหมื่นกระบี่อยู่ เมื่อนั้น
อู่ อวี้ จะเร้นกายซ่อนตัวได้อีกครา
ในขณะนี้ ทั้งสองฝั่ายตกอยู่ในช่วงเวลาตึงเครียด
อย่างที่สุด!
” จิ่วเซียน อยู่ไหน” สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
ความสำเร็จนั้นอยู่เพียงแค่เอื้อม แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่ง
ที่ค้างคาอยู่ในใจของเขา นั่นคือ จิ่วเซียน ในเวลา
นี้เขาสามารถสัมผัสได้ถึง ปีศาจเจ็ดทะเลแดง กับ
ปักษาคลื่นอัสนี แต่ทว่า จิ่วเซียน กลับหายไป!
ราวกับว่านางไม่ได้ติดตามไลล่าเขามาตั้งแต่ต้น
“ไม่น่าเป็นไปได้!”
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาของ จิ่วเซียน ได้
อย่างชัดเจน เกรงว่าในยามนี้จะจับกุมตัวเขา
มากกว่าผู้อื่น
ทันใดนั้น!
ท่ามกลางปราณกระบี่ฉวัดเฉวียน ที่รายล้อมอยู่ทั่ว
ทุกทิศทางนั้น ปรากฏเสียงหวีดหวิวแหลมเล็ก
ประดุจดังเสียงผิวปาก ดังขึ้นอยู่รอบทิศทาง
ท่ามกลางปราณกระบี่ฉวัดเฉวียน อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่
มองย้อนกลับไป ภาพที่ปรากฏมันช่างแจ่มชัดน่า
อัศจรรย์อย่างยิ่ง มีสหายหลายสิบคนกำลังรวมตัว
กันอยู่ หน้าตาของพวกเขา อู่ อวี้ คุ้นเคยเป็นอย่าง
ดี พวกเขาเหล่านี้คือคนของ เทือกเขาหยานหลี่
ท่ามกลางเหล่ามิตรสหาย มีผู้หนึ่งชายชรายืนให้
เห็นอย่างโดดเด่นแจ่มชัด ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น
เขาคือ เสิ่น อู๋เต้า แต่ในยามนี้ใบหน้าของเขานั้น
แดงก่ำ
“ท่านลุงเสิ่น!”
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ เสิ่น อู๋เต้า ไม่ได้หายไป
ไหน ยามนี้เขายังคงอยู่ที่นี่!
ทั้งสีหน้า ทั้งท่าทางการแสดงออกของเขาในตอนนี้
มันได้สร้างผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของ อู่ อวี้
อย่างใหญ่หลวง สิ่งที่ อู่ อวี้ โศกเศร้าเสียใจมาก
ที่สุดในชีวิตนี้ ก็คือไม่สามารถดูแลปรนนิบัติผู้มี
พระคุณอย่าง เสิ่น อู๋เต้า ได้
ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าลง
ในช่วงเวลาต่อมา บนท้องฟั้าได้ปรากฏนก
กระเรียนสวรรค์สองสามตัวกำลังบินอยู่ หลังจาก
นั้นมันก็ถลาลงมา พร้อมกับบุรุษหนุ่มสี่คน
กระโดดลงมาจากหลังของนกกระเรียนสวรรค์
หนึ่งในนั้นคือ ซือ ตู๋จิน ซึ่ง อู่ อวี้ รู้จักเป็นอย่างดี
” ไฉน ซือ ตู๋จิน ถึงยังได้มีชีวิตอยู่ … ” อู่ อวี้ ยัง
จดจำได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นผู้สังหารมันลงกับ
มือ บนเทือกเขาหมิงเทียน เขาคือผู้สะบั้นศีรษะ
ของมัน
สายตาของเขาสั่นสะท้าน ขณะจ้องมองภาพที่
ปรากฏ ซือ ตู๋จิน ลงมือสังหารชายชราผู้ไร้ทางสู้
อย่าง เสิ่น อู๋เต้า อย่างโหดเหี้ยม ปล่อยให้ชายชรา
ต้องทนทุกข์ทรมาน หลังจากนั้น ซือ ตู๋จิน ก็ยิ้ม
ออกมาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเฉียบ ในที่สุด เสิ่น อู๋เต้า
ก็ขาดใจตาย เมื่อภาพมาถึงช่วงนี้ เกือบทำให้ อู่
อวี้ ระเบิดโทสะออกมาอย่างสุดกลั้น
” ซือ ตู๋จิน!”
เขาไม่เคยได้พบเห็นภาพนี้ เมื่อภาพนี้ปรากฏขึ้นให้
ประจักษ์แก่สายตา ความตกตะลึงในภาพ ๆ นั้น
เกินกว่าจะจินตนาการได้
ความรู้สึกที่ผสมปนเป ไม่ว่าจะเป็นความตื่น
ตระหนก หรือแม้แต่โทสะที่พวยพุ่งเกินสุดจะ
บรรยาย เขายังคงไม่เคยลืมเลือนความจริงที่ว่า
ซือ ตู๋จิน เป็นผู้สังหาร เสิ่น อู๋เต้า จนตกตายไป
ทันใดนั้นเขาก็หยุดนิ่ง
มีใครผู้หนึ่ง จับมือเขาจากด้านหลัง จากนั้นก็โอบ
กอดรอบเอวของเขาไว้ มือข้างหนึ่งอยู่ตรงจุดถาน
จง ส่วนอีกข้างอยู่ตรงจุดชี่ห่าย สัมผัสอันอ่อนนุ่ม
ละเอียดอ่อน กดทับแนบแน่นอยู่บนแผ่นหลังของ
เขา ผิวสัมผัสอันแนบแน่นร่างกายของ อู่ อวี้ อยู่นี้
ทำให้เขาหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง!
ถึงแม้จะสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอ่อนนุ่มนี้
แต่ทว่ามันกลับสามารถสกัดพลังของ อู่ อวี้ ได้
อย่างสมบูรณ์ พลังศักดิ์สิทธิ์ภายในร่าง เสมือนว่า
มันนั้นถูกสนิมเกาะกุมจนสิ้น จนไม่สามารถ
นำมาใช้งานได้ ถึงแม้ว่า กายยาเพชรอมตะ ของ
เขาจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่บัดนี้มันกลับอ่อน
ระทวยอย่างไม่น่าเชื่อ หากพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วน
แล้ว ในยามนี้เขารู้เพียงแค่ว่า พลังศักดิ์สิทธิ์อันน่า
สะพรึงกลัวกำลังโอบล้อมอยู่รอบกายเขา อย่างไรก็
ตาม แท้จริงแล้วมันไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือ
พลังจากดวงธาตุปีศาจ!
“จิ่วเซียน!”
ภายในใจของ อู่ อวี้ แจ่มชัดขึ้นมาในทันที ถูกต้อง
แล้ว…ในยามนี้เขาถูกจับจากด้านหลัง พลังจาก
ดวงธาตุปีศาจช่างร้ายกาจยิ่งนัก ทำให้เขาไม่อาจ
ขยับเขยื้อนตัวได้ การปรากฏตัวของ จิ่วเซียน นั้น
ไม่อาจคาดเดาได้ เปรียบเสมือนดังภูตผีล่องหน
หายตัว
” เวทย์ปีศาจของเจ้าคืออะไรกัน! ถึงสามารถ …”
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ยามนี้รู้สึกตกตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า ภาพของ
เสิ่น อู๋เต้า ที่ปรากฏมาให้เห็นนั้น ทั้งหมดล้วนเป็น
ฝีมือของ จิ่วเซียน ซึ่งภาพนั้น ได้สั่นสะเทือนจิตใจ
ของเขาอย่างรุนแรง จนทำให้ความเร็วฝีเท้าของ
เขานั้นตกลง ความเร็วของฝีเท้า เปรียบเสมือน
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ในทันทีที่ฝีเท้า
ของเขาตกลง มันจึงทำให้ผลลัพธ์ เปลี่ยนแปลง
แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!
ในยามนี้ อู่ อวี้ ถูก จิ่วเซียน จับกุมตัวได้สำเร็จ!
” จิ่วเอ๋อ เคยกล่าวก่อนหน้านี้แล้วว่า อู่ อวี้ เป็น
ของ จิ่วเอ๋อ ท่านจึงไม่อาจหลุดรอดเงื้อมมือของ จิ่
วเอ๋อ ได้ ” น้ำเสียงเย้ายวนของปีศาจจิ้งจอก ดัง
ก้องอยู่ในหูของ อู่ อวี้ จิตใจของเขาสั่นสะท้านจาก
คำกล่าวของนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพอิงแอบ
แนบชิดร่างกายของเขาในยามนี้ เมื่อเห็นตนเองตก
อยู่ในสถานการณ์วิกฤติ อู่ อวี้ รีบคิดถึงภาพจำแลง
หัวใจวานรทันที ไม่เช่นนั้นจิตใจของเขาจะหลุด
จากการควบคุมได้
” ปล่อยข้า”
” เจ้าสังหารอสรพิษเขียวตัวน้อยของ จิ่วเอ๋อ ใน
ครั้งนี้ จิ่วเอ๋อ ไม่อาจปล่อยท่านไปได้ ” น้ำเสียง
ของ จิ่วเซียน เศร้าหมองลงขณะกล่าว อู่ อวี้
พยายามมองลอดผ่านใต้ผ้าคลุมหน้าของนาง สิ่งที่
เห็นคือดวงตากลมโตคู่สวย กำลังกระพริบปริบ ๆ
ช่างดูไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
“อู่ อวี้!” เฟิง ซัวหยา และ คนอื่น ๆ เมื่อเห็น อู่ อวี้
ประสบความสำเร็จในการสังหารอสรพิษ แต่เขา
กลับโดน จิ่วเซียน ใช้เวทย์ปีศาจจับกุมตัวไว้ได้ สี
หน้าของพวกเขาต่างซีดเผือดลงทันที หาก เฟิง
ซัวหยา ออกไปช่วยเหลือเขาในเวลานี้ ค่ายกล
หมื่นกระบี่ จะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
” ท่านจารย์อย่าขยับ!”
สิ่งที่ อู่ อวี้ กังวลมากที่สุดก็คือเรื่องนี้
เฟิง ซัวหยา ยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา ถึงแม้ว่าเวลานี้
อู่ อวี้ จะถูก จิ่วเซียน จับกุมแล้วก็ตาม เนื่องจาก
เป็นไปไม่ได้ที่จะแย่งชิงกลับมา สิ่งที่พอจะทำได้
ในตอนนี้ก็คือการเจรจาต่อรองเท่านั้น
น่าแปลกใจที่ จิ่วเซียน ไม่คิดราคาต่อรองแม้แต่
น้อย นางพา อู่ อวี้ และ ปีศาจตัวอื่น ๆ ออกจาก
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ในทันที
ผู้ที่เหลืออยู่ในยามนี้ คือสามปีศาจเจ็ดทะเลแดง
ในยามนี้ เจียงเซี่ย เข้ามาสมทบอีกแรง เมื่อเห็นว่า
จิ่วเซียน ได้จับตัวปัญหาอย่าง อู่ อวี้ ได้แล้ว ทันใด
นั้นทั้งสามกองกำลังก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมาอย่าง
หึกเหิม!
ถึงแม้จะมีผู้มีฝีมือหลายคนสิ้นชีพไป แต่บัดนี้ความ
คับข้องหมองใจได้ผ่านพ้นไปแล้ว! นับตั้งแต่ อู่ อวี้
จับตัวสาวกของ พรรคจงหยวน ในหัวใจของพวก
มันก็รู้จะอึดอัดอย่างยิ่ง!
เจียงเซี่ย ยิ้มทักทายแล้วขึ้นกล่าวว่า ” คงต้องขอ
แสดงความยินดี จิ่วเซียน ที่สามารถจับไอ้เด็กเจ้า
ปัญหาออกไปให้พ้นทางได้เสียที ถือเป็นโอกาสดี ที่
เราจะมาดูกันว่า เฟิง ซัวหยา ตีค่าตัวศิษย์คนนี้ไว้
สูงแค่ไหน เราจะใช้ตัว อู่ อวี้ แลกเปลี่ยนกับ สาวก
ของพรรคจงหยวนที่ถูกจับตัวไป ตราบใดที่มันยอม
แลกเปลี่ยนตัวประกัน ภายใน 1 ชั่วยาม เรา
สามารถทำลาย นิกายกระบี่สวรรค์ จนย่อยยับได้”
หลังจาก อู่ อวี้ พยายามทำทุกวิถีทาง หรือแม้แต่
เข่นคร่าสังหารปีศาจ โดยภาพรวมในตอนนี้แล้ว
สามกองกำลัง ก็ยังคงมีความแข็งแกร่งมากกว่า
นิกายกระบี่สวรรค์ อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับ
ฝีมือของเหล่าสาวก กับ กองทัพวิญญาณแค้นของ
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ซึ่งนับว่าห่างชั้นกันมาก
เทียน อี้จุน กล่าวเสริมขึ้นว่า ” จิ่วเซียน ช่างมีฝีมือ
แกร่งกล้า บัดนี้จุดจบของ นิกายกระบี่สวรรค์ ได้
มาถึงแล้ว การจับตัว อู่ อวี้ ในครั้งนี้ นับว่า จิ่
วเซียน สร้างผลงานไม่น้อย”
เสิน เอ้อจุน กล่าวกลับ เฟิง ซัวหยา ด้วยเสียง
ตะโกนขึ้นว่า ” ทุกท่านชาว นิกายกระบี่สวรรค์
ทั้งหลาย เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว พวกเจ้าอย่าได้กังวล
ไป ข้ามีหนทางอยู่ 2 ทางเลือกให้พวกเจ้าประการ
แรก เชิญพวกเจ้าสังหารเชลยสาวก พรรคจง
หยวน แต่เราจะสังหาร อู่ อวี้ ต่อหน้าธารกำนัล
ประการที่สองเราจะแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดย อู่
อวี้ จะแลกเปลี่ยนกับสาวกของ พรรคจงหยวน
ทั้งหมดที่ถูกจับตัวไป เฟิง ซัวหยา หากเจ้าไม่
อยากให้ อู่ อวี้ ต้องตกตายไปต่อหน้าต่อตาของเจ้า
ที่นี่ ก็จงอย่าลังเลอิดออด จงพาทุกคนมารวมกัน
ที่นี่ พวกเราได้มายื่นหมูยื่นแมวกัน พวกเจ้านิกาย
กระบี่สวรรค์ คงไม่ใช่ลูกเต่าหดหัวใช่หรือไม่? ”
การที่พวกมันร้องแร่แห่กระเฌอออกมาเช่นนี้ ก็
เพื่อต้องการกดดัน จิ่วเซียน ไปในตัว
แต่อย่างไรก็ตาม พวกมันยังถือว่าเป็นรอง จิ่
วเซียน ยิ่งนัก ในยามนี้ เฟิง ซัวหยา ไม่ได้ตอบสิ่ง
ใดกับมา จิ่วเซียน เดินไปยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคน
พร้อมกับกล่าวว่า ” เจียงเซี่ย และ ผู้ฝึกตนนอกรีต
อู่ อวี้ เป็นของรางวัลของข้า ถึงแม้เขาจะหลบหนี
ออกไปกลางคัน ไม่ว่าจะอย่างไรเขาคือของ ๆ ข้า
อู่ อวี้ไม่ใช่ตัวประกันที่ให้พวกท่าน เอาไว้
แลกเปลี่ยนต่อรอง”
เจียงเซี่ย สีหน้าซีดเผือดลงทันที จากนั้นมันก็กล่าว
ขึ้นด้วยเสียงหนาวเย็นว่า ” จิ่วเซียน ต่อให้ส่งตัว
อู่ อวี้ กลับไป เมื่อพวกเราทำลาย นิกายกระบี่
สวรรค์ ลงได้แล้ว ยังไงเสียมันก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อม
มือเจ้าอยู่ดี ?”
เทียน อี้จุน รีบกล่าวเสริมทันทีว่า ” ท่านประมุข
เจียง นั้นกล่าวถูกต้องเหมาะสมแล้ว พวกเรากอง
กำลังทั้งสองฝั่าย ควรมองที่ผลประโยชน์โดยรวม ”
พวกเขาทั้งสองยืนขึ้นพร้อมกัน
ต่อให้เกลี้ยกล่อมอย่างไร แต่ จิ่วเซียน ก็หาได้
แยแสไม่ นางยิ้มออกมาอย่างหวานละมุนพร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า ” ท่านทั้งสองอย่าได้วิตก ในยามนี้ถ้า
มีกลยุทธ์อยู่กลยุทธ์หนึ่ง พวกท่านยอมทนลำบาก
อีกเพียงไม่นาน ไม่เพียงแต่ท่านจะสามารถกำชัย
ชนะมาจาก นิกายกระบี่สวรรค์ ได้ นอกจากนี้ยัง
สามารถรับประกันความปลอดภัย ของเหล่าศิษย์
ไร้เดียงสาของท่านประมุขเจียง มันอาจจะต้องใช้
เวลาสักเล็กน้อย แต่ขอให้ท่านทั้งสองโปรดรอ
สักครู่”
เจียงเซี่ย กล่าวขึ้นว่า “พวกเราทั้งสามกองกำลัง
ต่างร่วมมือกัน การที่จิ่วเซียนมีความลับยิ่งใหญ่
ปิดบังเราอยู่เช่นนี้ หากท่านมีวิธีก็ควรจะหารือกับ
เรา เพราะอย่างไรพวกเราก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกัน
แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องการความจริงใจอีกเล็กน้อย
ได้หรือไม่?”
แม้ว่า จิ่วเซียน จะพร่ำกล่าวอยู่เสมอว่า อู่ อวี้ มี
ความสำคัญกับนางมาก แต่ เจียงเซี่ย ไม่อาจ
เข้าใจถึงความสำคัญนั้นได้ ว่าสุดท้ายแล้วมันมี
ความสำคัญอย่างไร
แล้วเพราะเหตุใด หลังจากที่นางจับกุมตัวของ อู่
อวี้ กลับมาได้ ครู่ต่อมานางถึงมีทางออกให้กับ
ปัญหานี้ได้อย่างทันที?
จิ่วเซียน ไม่รีบร้อนแล้วกล่าวว่า ” ท่านประมุข
เจียง กล่าวเช่นนี้ไม่เชื่อใจข้าเช่นนั้นหรือ?”
เจียงเซี่ย รีบกล่าวขึ้นทันที ” ข้าไม่ได้หมายความ
เช่นนั้น แต่อย่างไรเสียเราก็ไม่อาจรออยู่ที่นี่
ประหนึ่งคนหูหนวกตาบอด ใช่หรือไม่ ? นอกจากนี้
ชีวิตของสาวก พรรคจงหยวน ของข้า ยังตกอยู่ใน
เงื้อมมือของศัตรู แล้วเจ้าจะให้ข้าแบกหน้า ไป
อธิบายกับพวกเขาเยี่ยงไร ”
เทียน อี้จุน กล่าวว่า ” ถูกต้อง ข้าคิดว่าท่านควร
มอบ อู่ อวี้ ให้แก่พวกเราเพื่อยุติการต่อสู้นี้ซะ เดิม
ทีพวกเราก็สามารถเอาชนะ นิกายกระบี่สวรรค์ ได้
อยู่แล้ว แต่เวลากลับคลาดเคลื่อนยืดเยื้อมาถึง
ปัจจุบัน ข้าคิดว่ามันนานเกินไปแล้ว ”
ทั้งสองยังคงพยายามกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ จิ่
วเซียน ก็กล่าวด้วยรอยยิ้มขึ้นว่า ” พวกท่านทั้ง
สองกำลังรวมหัวข่มขู่ จิ่วเซียน แต่ จิ่วเซียน ไม่
ยอมให้ผู้ใดมาข่มเหงรังแกโดยง่าย อู่ อวี้ คือของ
กำนัลของข้า ครั้งล่าสุดข้าก็เป็นคนจับตัวเขามา
ฉะนั้นจึงไม่มีใครพาตัวเขาไปได้ หลังจากนี้ถ้า จิ่
วเอ๋อ ได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว จิ่วเอ๋อจะไม่ทำให้
ท่านประมุขเจียง ผิดหวังอย่างแน่นอน ”
จากนั้นนางก็รีบพา อู่ อวี้ กลับไปที่เกี้ยวเซียนด้วย
ตนเอง โดยให้ปักษาคลื่นอัสนีสมุนของนาง สกัด
ด้านหน้าของ เจียงเซี่ย เอาไว้
“ฮึ!” เจียงเซี่ย กับ เทียน อี้จุน ต่างหันมามองหน้า
กันและกัน ในยามนี้ภายในหัวใจของพวกมัน ท่วม
ท้นไปด้วยเพลิงโทสะอันพลุ่งพล่านถึงสุดขีด และ
เจตนาฆ่าอย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะมี
ผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังอยู่ใน
สถานการณ์ตกต่ำ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการพลังของ
จิ่วเซียน พวกมันคงไม่ยินยอมเสียเวลา กับเรื่อง
เหลวไหลเปล่าประโยชน์เช่นนี้!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ