กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 164 : แผนการรายของ จิ่ว เซียน
“ท่านกล่าวกับจิ่วเซียนเช่นนี้ พวกท่านคิดอะไรอยู่
กันแน่?” ด้วยความแน่วแน่ของ จิ่วเซียน ถึงกับทำ
ให้ เจียเซี่ย กับ เทียน อี้จุน ต้องชะงักไป และยอม
แพ้ชั่วคราว
ความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังทั้งสาม บอบบาง
ราวกับกระดาษ ฉะนั้น เจียงเซี่ย กับ เทียน อี้จุน
จึงยังไม่อยากจะขัดแย้งกับนางในตอนนี้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ได้สร้างความผิดพลาดอัน
ใหญ่หลวงให้แก่ เจียงเซี่ย ในสายตาของเหล่า
สาวกพรรคจงหยวน ทั้งศักดิ์ศรีรวมถึงความน่านับ
ถือของมัน ลดน้อยลงไปอย่างมาก
ในกลุ่มของพวกมัน เจียงเซี่ย คือผู้ที่มีความ
ปรารถนาแรงกล้ามากที่สุด มันปรารถนาที่จะได้
ครอบครอง เทือกเขาคราม ความปรารถนาที่มัน
แสดงออกมา เรียกได้ว่ามากจนเกินไป จนทำให้ จิ่
วเซียน สามารถใช้จุดอ่อนนี้มาเป็นข้ออ้าง ในการ
แก้ปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น เมื่อนางนำเรื่องนี้มา
เป็นข้ออ้าง เจียงเซี่ย จึงไม่อาจทำประการใดได้
” ข้าไม่รู้จะกล่าวอันใด แต่หลังจากทุกอย่างสิ้นสุด
ลง ข้าจะจัดการกับนาง ท่านมีความเห็นว่าเช่นไร?
” เจียงเซี่ย กล่าวกับ เทียน อี้จุน
เทียน อี้จุน ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาแล้วกล่าวขึ้นว่า
“ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรในวิถีมาร โลดแล่นอยู่
ท่ามกลางทะเลตงไห่ ข้าไม่เคยรู้สึกมีโทสะเช่นนี้มา
ก่อน สตรีผู้นี้ช่างยโส และ ไร้เหตุผลสิ้นดี ”
บุรุษทั้งสองแอบลอบยิ้มกันอย่างเงียบ ๆ
ขณะนี้พวกมันกำลังจับจ้องไปยัง ปีศาจจิ้งจอกพัน
ปี ในที่สุดพวกมันก็สามารถคิดออกได้ว่าจะจัดการ
กับนางอย่างไร
……
ส่วนสถานการณ์ทางฝัง ประตูศิลาหมื่นกระบี่ เมื่อ
ฝั่ายตรงข้ามถอนตัวออกจาก ค่ายกลหมื่นกระบี่
ซึ่งเดิมทีแทบจะพังทลายลงแล้ว ขณะนี้มันได้ซอม
แซมฟืนฟูคืนกลับมาบ้างเล็กน้อย และทางฝัง เฟิง
ซัวหยา กับ เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เองมีเวลามาก
พอที่จะฟืนคืนพลังของตนให้กลับสู่สภาพสูงสุด
แต่ในยามนี้สีหน้าของพวกเขาทุกคน ดูเคร่งขรึม
เศร้าหมองและ สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
” ท่านอาจารย์ จิ่วเซียน จับตัว อู่ อวี้ ไป แต่นาง
กลับไม่คิดแลกเปลี่ยนตัวประกันกับเรา นาง
ปรารถนาสิ่งใดกันแน่?” ซู หยานหลี่ กล่าวถามขึ้น
ด้วยใบหน้าขาวซีดลงเล็กน้อย ดวงตาแดงระเรื่อ
คิ้วขมวดเข้าหากันแสดงถึงความกังวล
” ก่อนหน้านี้นางยังจับตัว อู่ อวี้ ไป แต่ก็ไม่ได้
สังหารเขาเช่นเดียวกัน…” หวันเทียน หยู๋เซวีย นึก
ถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปั่าสวรรค์
จิ่วเซียน ไม่ลังเลที่จะขัดแย้งกับ เจียง เซี่ย เพื่อ อู่
อวี้ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ ค่อนข้างขัดกับสามัญสำนึก
ช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาของการ
ตัดสินใจ ยากเย็นที่สุดสำหรับ เฟิง ซัวหยา
หลาน ฮั้วหยุน วิเคราะห์แล้วกล่าวขึ้นว่า ” หาก
ท่านยอมละทิ้ง ค่ายกลหมื่นกระบี่ เพื่อช่วยเหลือ อู่
อวี้ ทางฝังศัตรูนั้นยังมีผู้มีฝีมืออยู่อีกหลายคน
โอกาสความสำเร็จของพวกเราเรียกได้ว่าต่ำมาก
แต่ต่อให้เราละทิ้ง ค่ายกลหมื่นกระบี่ โดยปล่อยให้
มันแตกพ่าย พวกเราก็ต้องเผชิญหน้ากับศึก
สงครามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหากยามนี้เรา
ทุกคนยังคงยืนหยัด เป็นไปได้ว่าอาจจะมีผู้ยื่นมือ
เข้ามาช่วยเหลือ …”
ดวงตาของนาง จับจ้องมองไปที่ เฟิง ซัวหยา
” สถานการณ์ของสงครามในตอนนี้ ไม่เพียงแต่
เป็นการยากที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ อู่ อวี้ แต่
ข้อได้เปรียบในการนำสาวกของ พรรคจงหยวน
มาเป็นข้อต่อรองข่มขู่ยังสูญเสียไป หากสาวก
เหล่านี้ถูกสังหาร จะยิ่งทำให้ พรรคจงหยวน มี
โทสะมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้ว อู่ อวี้ จะมีกลยุทธ์
ทั้งยังคิดค้นหาวิธีทางรอดได้อยู่เสมอ ฉะนั้นใน
ความคิดเห็นของข้าเราควรรอเขาซักครู่ “ผู้อาวุโส
กูตู๋ กล่าวออกความเห็น
” ท่านผู้อาวุโสนั้นกล่าวถูกต้อง ดูจากท่าทีการ
ปฏิบัติของ จิ่วเซียน ข้าเองก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า นาง
ไม่ปรารถนาที่จะสังหาร อู่ อวี้ ซึ่งเขาก็ยังมีโอกาส
ที่จะหลบหนีออกมาได้อีกครั้ง”
” หากท่านไปช่วยเขาตอนนี้ นิกายกระบี่สวรรค์
จะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ศึกสงคราม อย่างไม่
อาจหลีกเลี่ยง มีโอกาส 8 ใน 10 ส่วนที่เราจะพ่าย
แพ้ หากมองจากสถานการณ์โดยรวมในตอนนี้ มี
ความเป็นไปได้ว่า อู่ อวี้ อาจสามารถรอดชีวิต
กลับมาได้ ท่านก็รู้ว่าเขาทั้งหนังเหนียวตายยาก
เพียงใด เขาถือเป็นเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ที่น่า
สะพรึงกลัว ถ้าไม่ใช่เพราะสงครามในครั้งนี้ นิกาย
กระบี่สวรรค์ของเรา คงไม่มีวีรบุรุษเช่นนี้ถือกำเนิด
ขึ้นมา หากกวาดตามองเหล่าอัจฉริยะ ทั่วทั้งทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง อัจฉริยะผู้มากด้วยพรสวรรค์
อย่างเขา ยังถือว่าหาจับตัวได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น
ความห้าวหาญ ความแข็งแกร่ง หรือ จิตใจซึ่งเต็ม
เปียมไปด้วยเจตจำนงอันเด็ดเดี่ยว …”
สิ่งที่ หลาน ฮั้วหยุน กล่าวมาทั้งหมดนี้
วัตถุประสงค์ก็เพื่อโน้มน้าวไม่ให้ เฟิง ซัวหยา
กระทำการอย่างมุทะลุบุ่มบ่าม
ไม่ใช่เพราะนางไม่แยแสว่า อู่ อวี้ จะเป็นหรือตาย
แต่ทว่าหากเปรียบเทียบ แล้วมองด้วยเหตุผล
นิกายกระบี่สวรรค์ ย่อมมีความสำคัญกว่ามาก
ฉะนั้นสิ่งที่นางกล่าวจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด
และถึงแม้นางจะกล่าวออกมาเช่นนั้นก็ตามที แต่
ในใจนางก็คิดว่า อู่ อวี้ คงมาถึงจุดจบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในฐานะอาจารย์ของ อู่ อวี้ ถือเป็น
ช่วงเวลา และ สถานการณ์ที่ยากจะตัดสินใจมาก
ที่สุดของ เฟิง ซัวหยา อีกฝั่ายหนึ่งก็คือ นิกาย
กระบี่สวรรค์ ส่วนอีกฝั่ายหนึ่งก็คือ อู่ อวี้ ฉะนั้น
เขาควรตัดสินใจเลือกอย่างไร ? จำเป็นต้องใช้ชีวิต
และความตายของสาวกนับพัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับ
ชีวิตของ อู่ อวี้ หรือไม่?
เฟิง ซัวหยา กัดฟันกำหมัดแน่น ใบหน้าที่เคยหล่อ
เหลา ในยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว สีหน้าของ
เขาในยามนี้ดูดุร้ายน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง เขากัด
กรามแน่น แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟั้า สายตา
จับจ้องมองไปยัง ปลาณกระบี่นับหมื่นที่กำลัง
ฉวัดเฉวียนไปทั่วทุกทิศทาง
” อู่ อวี้ อาจารย์ช่างไร้ประโยชน์ ไม่อาจช่วยเหลือ
เจ้าได้!”
เขาทั้งโศกเศร้าเสียใจ ทั้งรู้สึกโกรธเคืองตนเอง ไม่
ว่าเขาจะพยายามซักกี่ครั้งกี่หน แต่ก็ยังคงไร้
ประโยชน์ ไม่ว่าเขาจะเลือกหนทางใด แต่ภายใน
หัวใจของเขาก็ยังคงอึดอัดคับแค้น ในตอนนี้เขา
เหม่อมองไปยังทิศทางของ เกี้ยวเซียน อย่างไม่
ยินยอม
“ท่านอาจารย์ ข้าเชื่อในตัวศิษย์น้อง แน่นอนว่าข้า
ไม่อยากให้ท่านสูญสิ้นความหวัง แต่ก็ไม่ปรารถนา
ให้ท่านสูญเสียการตัดสินใจไปเพราะเขา
เช่นเดียวกัน การที่ศิษย์น้องก้าวเข้าไปในค่ายกล
หมื่นกระบี่เพื่อล่าสังหารศัตรู ข้าคิดว่าเขาก็น่าจะ
คิดถึงผลลัพธ์เช่นนี้เอาไว้แล้ว ศิษย์น้องเชื่อใจท่าน
อาจารย์ ว่าท่านจะสามารถรักษาสถานการณ์และ
ความได้เปรียบของเราเอาไว้…” หวันเทียน หยู๋เซ
วีย ล่วงรู้ดีว่า การกล่าวเช่นนี้ออกมานั้นฟังดู
เลือดเย็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้นำ ใคร
จะยอมสูญเสียเลือดเนื้อของตนเอง เสียสละสาวก
จำนวนมากเพียงเพื่อผู้เยาว์คนเดียว?
ทุกคนจับจ้องมองไปยัง เกี้ยวเซียน เพื่อดูว่า จิ่
วเซียน จะกระทำการสิ่งใดต่อ ?
……
เกี้ยวเซียน ถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าปีศาจ หลังจาก
อู่ อวี้ ถูกโยนกลับไปในประตู ซึ่งบัดนี้ได้ถูก
ซ่อมแซมกลับคืนสู่สภาพปกติ และ ดูเหมือนว่ามัน
จะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมาก จิ่วเซียน พลันปิดประตู
เมื่อ อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในการควบคุมอีกต่อไป ดังนั้น
เขาจึงค่อย ๆ ฟืนคืนความแข็งแกร่งกลับคืนมา
แน่นอนในพื้นที่แคบ ๆ เช่นนี้ เกรงว่า อู่ อวี้ จะ
เปรียบเสมือนดั่งลูกไก่ในกำมือของ จิ่วเซียน เขา
ไม่ได้พยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์ แต่เขา
ใช้ภาพจำแลงหัวใจวานร พร้อมกับท่องสัจจคาถา
บ่มเพาะ ‘วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร’ ภายในร่างกาย
อย่างช้า ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นตนเอง
” จิ่วเซียน เจ้าปรารถนาสิ่งใดกันแน่?”
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าจะกล่าวสิ่งใดออกมาดี เขาคิดว่า
หลังจากที่ถูกจับตัวมาแล้ว จะถูกแลกเปลี่ยน
กลับคืนสู่ นิกายกระบี่สวรรค์ ทันที เขาได้ฆ่าล้าง
สังหาร ผู้ซึ่งมีความแข็งแกร่งขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับ 9 ไปมากมาย นอกจากนี้ยังรู้ว่า
สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ต้องต่อสู้ขั้นเด็ดขาดกันอยู่ดี
แต่กลับไม่คาดคิดว่า จิ่วเซียนผู้มีจิตใจลึกลับยาก
จะหยั่งถึง จะเผชิญหน้ากับ เจียงเซี่ย อีกครั้งเพื่อ
ตัวของเขา หรือว่านางอยากจะเก็บข้าไว้เลี้ยง?
จิ่วเซียน เปิดม่านบังหน้าของนางออก ใบหน้าของ
นางนั้นงดงามจนโลกต้องตะลึง นอกจากนี้นางยัง
เผยใบหน้าของตัวเองต่อหน้าของ อู่ อวี้ อีก เรียก
ได้ว่ามนต์เสน่ห์ของนางงดงามหาใดเปรียบในใต้
หล้านี้ ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะพยายามระมัดระวังตัวกับ
นางอยู่ก่อนแล้ว แต่ความงดงามที่อยู่เบื้องหน้าก็
ทำให้เขาหอบหายใจออกมาอย่างยากลำบาก
ร่างกายร้อนรุ่มอย่างยากจะควบคุม กล่าวได้ว่า
มนต์เสน่ห์ และ ความงามของนางเป็นภัยพิบัติ
อย่างใหญ่หลวง
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่นาง แต่เขาก็ไม่กล้าสบตากับ
นาง ทั่วทั้งร่างของเขาร้อนรุ่มด่วยเพลิงแห่ง
อารมณ์ เสน่ห์หาและปรารถนาปีศาจจิ้งจอกที่อยู่
เบื้องหน้า ทั้งน่าเอ็นดู และ ทั้งน่าสงสาร
ยามนี้ จิ่วเซียน มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าโศกเศร้า
น่าสงสาร จากนั้นนางก็เอื้อนเอ่ยขึ้นว่า ” เหตุใด อู่
อวี้ ถึงต้องทำรุนแรงกับ จิวเอ๋อ เช่นนี้ จิวเอ๋อกับ อู่
อวี้ เพียงแยกห่างจากกันแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
อู่ อวี้ ไม่ได้รักจิวเอ๋อผู้นี้แล้วหรือไร?”
” แม่ยอดรักของข้า ” สตรีนางนี้เกาะติดเขาไม่ยอม
ปล่อย นางคือปีศาจพันปีแสนสง่างาม ชั่วขณะ
หนึ่งนางก็แสดงท่าทางโหดเหี้ยมไร้ปราณีออกมา
หลังจากนั้นไม่นานอยู่ ๆ นางก็แปรเปลี่ยนเป็น
หญิงสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา อู่ อวี้ จึงไม่ทราบว่าจะ
รับมือกับนางยังไง ถ้าเลือกได้ระหว่างให้เขาก็
เผชิญหน้ากับนาง อู่ อวี้ รู้สึกว่าให้เขาไป
เผชิญหน้ากับ เจียง เซี่ย ผู้ซึ่งอยู่ในขั้นสร้างแกน
นภายังดีเสียกว่า
“อู่ อวี้ ช่างชอบเย้าหยอกข้าเช่นนี้ ท่านจะรักจิ่
วเอ๋อแค่ส่วน เดียวได้อย่างไร หากท่านจะรัก ต้อง
รักทั้งร่างกายของจิ๋วเอ๋อ”
จิ่วเซียน ค่อย ๆ เยื้องย่างก้าวเข้ามาช้า ๆ ท่วงท่า
ของนางช่างสง่างามจนไม่อาจละสายตาออกได้
ความงดงามตระการตานี้ประดุจดั่งผลงานศิลปะ
อันเกิดจากธรรมชาติสรรค์สร้างปันแต่งขึ้นมา ทุก
ๆ ย่างก้าวมา ทุก ๆ การเคลื่อนไหว พร้อมกับ
รอยยิ้มการทำให้หัวใจปันปั่วนแสนสะท้าน
หลงใหลเริ่มเคลิ้มจนแทบคลุ้มคลั่ง แม้ภายในกาย
ของ อู่ อวี้ จะมี วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ยามเมื่อ
ได้แลยลเห็นหน้านาง มันทำให้หัวใจของเขาเคลิ้ม
เคลิ้มเผลอไผล ทำให้บ่อยครั้งเขาต้องสูญเสียการ
ควบคุมตัวเอง
“ข้า …”
เขายังไม่ทันจะเอ่ยจนจบประโยคดี จิ่วเซียน ก็ยื่น
มือน้อย ๆ มาแตะ อู่ อวี้ เอาไว้ ความรู้สึกในตอน
นั้นราวกับถูกสายอัสนีฟั้าผ่าอย่างรุนแรง ไม่เพียง
แค่เสน่ห์ยั่วยวนชวนเคลิบเคลิ้ม แต่ยังมีเวทย์
ปีศาจ กับ ดวงธาตุปีศาจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่
อาจล่วงรู้ได้ ว่าปีศาจจิ้งจอกพันปีตอนนี้มีสิ่งใด
ซ่อนเร้นอยู่อีกบ้าง ยามเมื่อนางดึงมือของ อู่ อวี้
เขาก็ไม่อาจขัดขืน หรือ ขยับเขยื้อนร่างกายได้
ถึงแม้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขานั้นจะมี
มากมายเพียงใด แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังนี้ได้ มัน
ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่ง!
” เจ้าปรารถนาสิ่งใดกันแน่ ? ”
” จิ่วเอ๋อ กำลังจะสำรวจตรวจสอบทุกซอกทุกมุม
ของ อู่ อวี้ ”
” เจ้าจะตรวจสอบอะไร ? ”
” อู่ อวี้ คือบุรุษซึ่งจะกลายเป็นสามีของ จิ่วเอ๋อ
การที่จิ่วเอ๋อ จะตรวจสอบร่างกายของ อู่ อวี้ ทุก
ซอกทุกมุม ไม่ดีหรือยังไง?”
จิ่วเซียน นางเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับส่งยิ้มอัน
อ่อนโยนให้กับ อู่ อวี้ รอยยิ้มอันเปียมล้นไปด้วย
เสน่ห์ ทำให้หัวใจของเขานั้นอ่อนระทวยจนสุดจะ
ทานทน ประหนึ่งดั่งว่าเขาตกลงไปท่ามกลางทะเล
บุปผา เขากำลังดำดิ่ง แล้วก็กำลังจะตกตายไป
ด้วยกลิ่นอันหอมหวลอ่อนละมุน ซึ่งพรั่งพรูถาโถม
เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่มือน้อย ๆ ของ จิ่วเอ๋อ
สอดแทรกเข้ามาด้านในอาภรณ์ของ อู่ อวี้ นางลูบ
ไล้เคล้นคลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า อู่ อวี้ การกระทำเช่นนี้
ทำให้ภายในร่างของเขา ประดุจดั่งมีเพลิงลาวาอัน
ร้อนระอุกำลังเผาไหม้หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง รสชาติ
ที่เขาได้ลิ้มรส มันทั้งให้เคลิบเคลิ้มอ่อนระทวย แล
เจ็บปวดไปในคราเดียวกัน เหงื่ออันเย็นเยียบไหล
อาบโซมกาย อู่ อวี้ พยายามปลุกตนเองให้ตื่น จาก
ความเคลือบเคลิ้มหลงใหลนี้ เขารีบเร่งท่องสัจจะ
คาถาวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร เพื่อเร่งความ
เจ็บปวดให้มากขึ้น และ มากขึ้น
ขณะที่ฝังปีศาจจิ้งจอกนี้ กำลังสำรวจตรวจสอบทุก
ซอกทุกมุมของร่างกายเขาอยู่นั้น นางลืมตาขึ้น
แล้วจ้องมอง อู่ อวี้ ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าดิ้นรน
เจ็บปวด นางอมยิ้มมุมปากขึ้นอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
อู่ อวี้ ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองดูนาง แน่นอนว่า
ภายใต้รูปลักษณ์นี้ หาก อู่ อวี้ แอบพลั้งเผลอ
สบตา เขาจะต้องตกสู่ห้วงแห่งความภวังค์วน ดำ
ดิ่งจมลึกลงไปภายในดวงตาคู่นั้นอย่างแน่แท้
แต่เนื่องจากว่าเขายังอ่อนเยาว์ทั้งยังหนุ่มแน่น เมื่อ
โดนเสน่ห์ชวนหลงใหลเคลิ้มเคลิ้มของ จิ่วเซียน
ช่างรุนแรงครอบงำ เลือดภายในกายเขาย่อมพลุ่ง
พล่าน จนยากจะต่อสู้ต้านทาน
“อาาา∼ …”
จนกระทั่งนางเอนตัวทาบลง ในท่วงท่าร่างผสาน
ร่าง ลิ้นสีชมพูเรียวเล็กละเอียดอ่อน ค่อย ๆ เลียไล้
ลงมายังลำคออย่างแผ่วเบา ตวัดไล้ผ่านไปยังพวง
แก้ม ไปยังนิ้วมือ ไปยังส่วนอื่น ๆ ทั่วทั้งสรรพาง
กายของ อู่ อวี้ หนักเบาผสมผสาน ชวน
เคลิบเคลิ้มสุดสยิว หัวใจของเขากระโจนทะยาน
อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร่างกายแอ่นรับเรียวลิ้นสี
ชมพู สัมผัสเหล่านี้ประหนึ่งดั่งสายอัสนีแล่นผ่าน
เผาไหม้อยู่ทั่วร่างของเขา
“ไปให้พ้น!”
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะหลงใหลเคลิบเคลิ้มมัวเมาไป
มากกว่านี้ เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย แผดเสียง
ตะโกนร้องออกไป แม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่ง
ปานใด แต่ไม่อาจควบคุมเคลื่อนไหวได้อย่าง
ตามใจตน พลังของ จิ่วเซียน ร้ายกาจน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นางทำหน้าฉงนสงสัย ด้วย
ความคับข้องใจอย่างสุดซึ้ง ในที่สุดนางก็ยอม
ปล่อย อู่ อวี้
” จิ่วเอ๋อ เพียงโลมเลีย ไฉนท่านต้องดุ จิ่วเอ๋อ
รุนแรงเช่นนี้ด้วย? ” จิ่วเซียน จดจำได้ว่าการ
กระทำนี้ทำให้ อู่ อวี้ ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง
นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นนางก็
กรอกดวงตาบริสุทธิ์ของนางอย่างบริสุทธิ์ใสซื่อ ดู
ฉลาดเฉลียว ชวนให้จิตใจล่องลอย ซึ่งการ
แสดงออกนี้ของนางทำให้ อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะนึก
ถึงจิ้งจอกขาวในหุบเขาหิมะ
หลังจากนั้นจิตใจของ อู่ อวี้ สงบลง
“ข้าคิดว่า เราควรพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา?
หากเจ้าต้องการสิ่งใดจากข้า หรือ มีเจตนาอื่นแอบ
แฝงยิ่งใหญ่ โปรดเอ่ยกับข้ามาตามตรง การปกปิด
ซ่อนเร้นเช่นนี้ ยิ่งทำให้ข้าเกลียดชังเจ้ามากขึ้น ”
ขณะกล่าวประโยคนี้ขึ้น ในสมองของ อู่ อวี้ โลด
แล่นครุ่นคิดโดยเร็ว แต่เขาก็ไม่อาจคิดค้นหาวิธี
หลบหนีออกจากที่นี่ได้
จิ่วเซียน มอง อู่ อวี้ แล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบาขึ้นว่า ”
สิ่งที่ข้าได้รับก็นับว่าดีมากแล้ว แต่ก็ยังขาดอีก
เล็กน้อย”
” เจ้ากำลังเอ่ยถึงเรื่องอันใดอยู่ ? ”
จิ่วเซียน แสดงท่าทางครุ่นคิด จากนั้นนางก็ยิ้ม
เล็กน้อยแล้วกล่าวว่า ” อู่ อวี้ หลายครั้งหลายครา
ที่ผ่านมา ท่านคิดว่า จิ่วเอ๋อ ผู้นี้เลวร้ายขนาดนั้น
เชียวหรือ จิ่วเอ๋อ จะพิสูจน์ให้ท่านเห็นจิ่วเอ๋อเป็น
คนดี ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ท่านคิด อย่างเช่นตอนนี้
แม้ว่าเราจะอยู่ภายใน เกี้ยวเซียน แต่ข้าก็ไม่ได้แตะ
ต้องท่านแม้แต่น้อย ท่านสามารถฝึกฝนหลอมรวม
ลมปราณทะลวงจุดที่ 8 ข้าจะไม่รบกวนท่าน ทั้งยัง
ไม่โจมตีเทือกเขาคราม ท่านตกลงหรือไม่ ? ตอนนี้
จิ่วเอ๋อ เพียงต้องการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมเคียงข้างกับ
ท่าน ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่นาง
กล่าว การที่นางจับตัวเขามาอยู่ภายใน เกี้ยวเซียน
เพียงเพื่อต้องการให้เขาฝึกตน ทั้งยังช่วยถ่วงเวลา
ให้กับเทือกเขาคราม? การกระทำเช่นนี้ นาง
ปรารถนาสิ่งใดกันแน่?
สตรีผู้นี้ช่างเป็นคนลึกลับอย่างแท้จริง
” หากเจ้าอยากให้ข้ามองเจ้าเป็นคนดี ไฉนถึงยังไม่
เลิกรบ หลังจากนั้นก็ช่วยเราจัดการ เจียงเซี่ย ถ้า
เป็นเช่นนี้ข้าจะขอบคุณในน้ำใจของเจ้าอย่างยิ่ง ”
อู่ อวี้ ยังคงไม่ไว้ใจนาง
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องตะโกนของ หมิงซวง ดัง
ขึ้นมาจากส่วนลึกว่า ” ในที่สุดท่านยายผู้นี้ ก็
สามารถล่วงรู้แล้วว่า นางจิ้งจอกปรารถนาสิ่งใด
จากเจ้ากันแน่! ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ