กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1630: กระท่อมไม้ธรรมดา
ตอนนี้ อู่ อวี้ ยืนอยู่หน้าประตูบานที่สามซึ่งเป็นห้อง
สุดท้าย เขาไม่รู้ว่าจะพบเจออะไรด้านใน
นับตั้งแต่เขาพบเจอกับบททดสอบในห้องแรกมาจน
ห้องที่สองล้วนเป็นบททดสอบที่น่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวว่าบททดสอบในห้องที่สาม
จะยากเย็นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
” ห้องทดสอบแรกเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึง
ข้อบกพร่องในเคล็ดวิชาของตนเอง ต้องปรับปรุง
แก้ไขข้อบกพร่องจนสามารถเอาชนะภาพสะท้อนใน
กระจกถึงจะทะลวงผ่านมา พอมาเจอกับบททดสอบ
ในห้องที่สองยิ่งยากลำบากเลวร้ายมากขึ้น เขาต้อง
เผชิญหน้ากับความยากลำบากสิ้นหวังอย่างสุดแสน
ทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ทดสอบทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้
สำเร็จ … แล้วห้องที่สามจะต้องเจอกับบททดสอบ
อะไรอีก?” หนานานหวางเยว่กล่าวออกมาด้วยความ
สงสัยอยากรู้อย่างยิ่ง
“ พี่ชาย อู่ อวี้ เราไม่เข้าไปไม่ได้หรือ ตั้งแต่เราเข้ามา
ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ยังไม่ได้ของดี ๆ ติดไม้ติด
มือมาเลยสักชิ้น ถ้ามันไม่มีสมบัติอยู่แล้วท่านจะทำ
อย่างไร? ” เย่ซีซีเริ่มอยากถอย
นับตั้งแต่เข้ามาในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ นางก็ต้อง
พบเจอกับความสิ้นหวังมากมายเหลือทน ต้องติดอยู่
ในห้องลับเป็นเวลากว่า 50,000 ปี ทำให้นางสติแตก
วิตกกังวลไปไม่น้อย
ต่อมานางได้เห็น อู่ อวี้ ต้องอดทนต่อความ
ยากลำบากของบททดสอบหลายครั้งหลายครา จึงทำ
ให้นางวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ยืนอยู่ในส่วนลึกสุดของทางเดินที่ปิด
สนิท หากถอยหลังจะพบเห็นรูปปั้นเทพปีศาจนับ
หมื่นนับพันตนตั้งเรียงรายอยู่
ตอนนี้เขาต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเข้าไปในห้องที่สาม
หรือไม่?
“ ถ้าห้องที่สามมีบททดสอบด้วยเช่นกัน แสดงว่า
จะต้องเป็นห้องที่ยากที่สุดอย่างแน่นอน อู่ อวี้ งานนี้
เจ้าต้องตัดสินใจด้วยตนเอง เราคงช่วยอะไรไม่ได้ ”
อู่จวินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
อู่จวินมีชีวิตอยู่มาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยเห็นบท
ทดสอบยากลำบากสิ้นหวังเหมือนเช่นดั่งบททดสอบ
ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์แห่งนี้มาก่อน
บททดสอบในนี้ล้วนเป็นบททดสอบจิตวิทยาที่มุ่งเน้น
ไปที่การฝึกฝนจิตใจความอดทนของผู้เข้ารับการ
ทดสอบ หากไม่มีความมุ่งมั่นอดทนเพียงพอ บุคคล
นั้นจะพ่ายแพ้ให้แก่จิตใจของตนเองไม่สามารถไปต่อ
ได้
ดังนั้นอู่จวินจึงรู้สึกว่า อู่ อวี้ อาจจะลังเลเล็กน้อย
หากเขาล้มเหลวในบททดสอบของห้องสุดท้าย มี
โอกาสเป็นไปได้สูงมากที่ทุกคนจะถูกกำจัดทิ้งและ
ความสำเร็จทั้งหมดที่ผ่านมาจะสูญเปล่าไปในทันที
แต่ที่ไหนได้ อู่ อวี้ กลับส่ายศีรษะ พร้อมเดินเข้าไปใน
ห้องสุดท้ายอย่างไม่ลังเล
นับตั้งแต่เข้ามา เขาต้องใช้ความอดทนพยายามอย่าง
หนัก ในเมื่อมาถึงมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาควรได้รับอะไร
ติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง เช่นประตูแห่งการรู้แจ้ง บท
ทดสอบภายในนั้นคือเขาต้องเหนือกว่าตนเองให้ได้
โดยการทำให้พลังอิทธิฤทธิ์หรือกฎสวรรค์ของเขา
สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้จิตใจของเขาสงบ
เยือกเย็นลงขณะต่อสู้
ส่วนในแง่เจตจำนง อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมนับ
สิบเท่า ตั้งแต่เขาได้ใช้ชีวิตในฐานะ ‘หยางเฉิน’ ต้อง
ประสบพบเจอกับความสิ้นหวังทุกทรมานอย่างสุด
แสนสาหัส เมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้นจิตใจของเขาสั่น
สะท้านหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
ทว่ายามนี้หลังจากฝึกฝนขัดเกลาตนเองผ่านความ
สิ้นหวังมานานกว่าสี่สิบปี ทำให้เจตจำนงความตั้งใจ
ของเขาก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่
ห้องสุดท้ายน่าจะเป็นห้องทดสอบที่ยากลำบากที่สุด
ถ้าหากผ่านมันไปได้จะทำให้เขาได้รับประโยชน์สูงสุด
เช่นกัน
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า ” ไม่ว่าการ
ทดสอบในห้องสุดท้ายนี้จะเป็นอย่างไรข้าก็จะเข้าไป
สุสานจักรพรรดินิรันดร์แห่งนี้มีความลับอันยิ่งใหญ่
เกี่ยวกับการที่ภพเทพปีศาจถูกทำลายจนย่อยยับ
ปริศนาความลับนี้จะต้องถูกคลี่คลาย ”
เขาแอบรู้สึกลึก ๆ ว่าทั้งหมดจะต้องเกี่ยวข้องกับ
มรดกของฉีเซียนต้าเซิ่น
ไม่มีใครกล่าวถึงเรื่องภพเทพปีศาจถูกบดขยี้ทำลาย
บนสวรรค์เลย แต่เมื่อครั้นฉีเซียนต้าเซิ่นปรากฏตัว
เขาก็ได้พูดเป็นนัยบางอย่างในสวรรค์ที่ไม่สามารถหา
คำอธิบายได้ เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ กังวลมากขึ้นกับการ
ที่ภพเทพปีศาจถูกทำลาย
และกุญแจไขความลับเขาอาจอยู่ในห้องที่สาม
“ ถ้าเช่นนั้นก็จงเตรียมพร้อมให้ดี บางทีเจ้าอาจจะ
ต้องต่อสู้กับระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์เช่นก่อน
หน้านี้ ” อู่จวินได้แต่พยักหน้าเข้าใจ เนื่องจากเขาได้
ตัดสินใจแล้วอู่จวินจึงไม่อาจถ่วงรั้งเขาได้
“เช่นก็เข้าไปเถอะ”
อู่ อวี้ พร้อมรับการทดสอบที่ยากลำบากที่สุดแล้ว
จากนั้นเขาก็เดินมาหน้าประตูห้องที่สามด้วยสีหน้า
จริงจังกล้าหาญ แล้วใส่จี้ทองสัมฤทธิ์สองอันเข้าไป
ต่อมาประตูทองสัมฤทธิ์ก็ค่อย ๆ เปิดออก
ความสิ้นหวังยากลำบากของห้องทดสอบที่สองใน
นาม ‘หยางเฉิน’ ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของ อู่ อวี้
และมันจะยังคงอยู่กับเขาไปอีกนาน
อู่ อวี้ มองไปที่ความมืดซึ่งอยู่หลังประตูทองสัมฤทธิ์
ในที่สุดเขาก็รวบรวมความกล้าหาญ ก้าวเดินเข้าไป
ในประตู
เมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้องนี้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำ
ให้เขาต้องประหลาดใจชั่วขณะ ไม่นานนักประตูทอง
สัมฤทธิ์ที่อยู่ด้านหลังของเขาก็หายไป
“ ปะ … เป็นไปได้อย่างไร? ”
สิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ กลับกลายเป็น
กระท่อมไม้ธรรมดาหลังหนึ่ง เขาผลักประตูแล้วเข้า
ไปในกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังนั้นทันที แล้วเขาก็พบว่า
ตนเองไม่สามารถออกไปได้
แน่นอนว่านี้มิใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด
คือ อู่ อวี้ พบว่ากระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังนี้ดูแล้วช่าง
น่าคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
นี่คือกระท่อมไม้หลังเล็กที่เขาอาศัยอยู่กับชายชรา
เสิ่นอู่เต้าในนิกายกระบี่สวรรค์ สิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ใน
กระท่อมไม้หลังนี้ล้วนถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งเดิมทุก
ประการ!
เสิ่นอู่เต้า!
สิ่งที่ปรากฏขึ้นเป็นเช่นดังมหันตภัยถาโถมเข้าใส่เขา
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกซับซ้อนยากจะอธิบายเล็กน้อย
เป็นไปได้หรือไม่ว่าการทดสอบในครั้งนี้เกี่ยวข้อง
กับเสิ่นอู๋เต้า?
หรือจะกล่าวว่านี่เป็นบททดสอบใหม่ในด้านจิตใจ
ของเขา?
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาก้าวเข้ามาในกระท่อมไม้หลังนี้
อู่ อวี้ พบว่าไม่มีเงาร่างของเสิ่นอู๋เต้าอยู่ในห้องนี้ เห็น
ได้ชัดว่านี่เป็นบททดสอบ แล้วมันต้องไม่ง่ายดาย
อย่างแน่นอน
ตรงกันข้ามกลับมีวานรรูปร่างแปลกประหลาด
กระโดดโลดเต้นอยู่ในกระท่อมไม้ วานรตัวนี้มีขนสี
เทารูปร่างสันทัด หากมิใช่เพราะมันมีหูสามหูในแต่
ละข้าง ก็ดูไม่ต่างจากวานรทั่วไป
วานรตัวนี้มี 6 หู เมื่อมันเห็น อู่ อวี้ ก้าวเข้ามา มันก็
กรีดร้อง ‘เจี๊ยกเจี๊ยก’ อย่างมีความสุขขึ้นทันที เห็น
ได้ชัดว่าเป็นเพราะผู้มาใหม่ มันจึงรู้สึกตื่นเต้นถึงขีด
สุด
บางทีว่าวานรตัวนี้อาจถูกขังอยู่ในกระท่อมไม้มานาน
เกินไป ทำให้วานรตัวนี้รู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง จึง
มิใช่เรื่องแปลกอันใดที่มันจะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมีใครบาง
คนมาถึง
ครั้นเมื่อวานรตัวนี้เห็น อู่ อวี้ เข้ามา แม้ว่ามันจะ
ตื่นเต้น แต่ก็ทำท่าระมัดระวังตัวเหนียมอายเล็กน้อย
แต่ไม่นานนักวานรตัวน้อยก็ขยับเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ ทั้ง
ยังกระโดดขึ้นกระโดดลงอยู่รอบกายเขา ส่งเสียงเจี๊ย
กเจี๊ยกไม่หยุด เมื่อดูจากสายตาของมันเห็นได้ชัดว่า
มันรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในตัวของ อู่ อวี้ และรู้สึกไว้วางใจ
ขึ้นเล็กน้อย
” วานรตัวนี้น่าจะมีสติปัญญาใช่หรือไม่ ?” แม้อู่จวิ
นจะอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด แต่เขาก็สามารถมองเห็น
และวิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกได้ หากดูเพียงผิว
เผิน จะเห็นว่าวานรตัวนี้ดูเหมือนวานรทั่วไป ที่ยัง
ไม่ได้เปิดภูมิปัญญา
แต่ทุกคนรู้ดีว่าผู้ที่ปรากฏกายอยู่ในตำหนักเฝ้าสุสาน
ห้องสุดท้ายของสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ต้องมิใช่
ตัวตนอันเรียบง่ายสามัญอย่างแน่นอน
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินสิ่งที่อู่จวินกล่าว ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ
ว่านี่ต้องมิใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน เนื่องจากภาพ
ลวงตาที่เกี่ยวข้องกับ ‘หยางเฉิน’ ก่อนหน้านี้ส่งผล
กระทบต่อเขาเพียงผู้เดียว ทำให้เขาไม่สามารถ
สื่อสารกับอู่จวินและคนอื่น ๆ ได้
” ให้ข้าดูก่อน ” อู่ อวี้ ขยับเข้าไปใกล้วานรตัวน้อย
จากนั้นก็ใช้เนตรเพลิงจับจ้องไปที่มัน แล้วพบว่า
วานรตัวนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ทั่วทั้งร่างของมันเต็มไป
ด้วยค่ายกลวงเวทย์อันสลับซับซ้อนจำนวนนับไม่
ถ้วน วงเวทย์ทั้งหมดรวมตัวกลายเป็นผนึกต้องห้าม
ปิดกั้นความสามารถของวานรตัวนี้
อู่ อวี้ ไม่สามารถวิเคราะห์ตรวจสอบความสามารถ
ของวงเวทย์เหล่านี้ได้ จึงมิต้องกล่าวถึงเรื่องที่เขาจะ
ปลดหรือทำลายมัน มันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับ
เขาในปัจจุบัน
” หรือมันจะเกี่ยวข้องกับฉีเทียนต้าเซิ่น? ”
อู่ อวี้ เชื่อมโยงเสิ่นอู๋เต้า พลองทองสมปรารถนา
และทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกัน พยายามครุ่นคิดความ
เป็นไปได้ทั้งหมด
เป็นไปได้หรือไม่ว่าวานรตัวนี้คือฉีเทียนต้าเซิ่น ที่ถูก
ปิดผนึกอยู่ที่นี่?
แต่การคาดเดานี้ไม่น่าจะถูกต้อง เนื่องจากตอนที่เขา
อยู่ภายในดินแดนวิญญาณเซียน ยามที่ฉีเทียนต้าเซิ่น
ปรากฏกายขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขามีสติสัมปชัญญะ
ชัดเจน มิได้มีสภาพเหมือนวานรตัวนี้ในปัจจุบัน
วานรตัวนี้เป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนกัน?
อู่ อวี้ พยายามสังเกตรายละเอียดต่าง ๆ ภายใน
กระท่อมไม้หลังนี้ เนื่องจากเขายังไม่รู้วิธีออกจาก
กระท่อมไม้ จึงพยายามสงบจิตใจและครุ่นคิด
พิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบ แต่เขาก็ต้องยอม
แพ้ ด้วยเพราะสิ่งของต่าง ๆ ภายในกระท่อมไม้หลัง
นี้เรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง เฉกเช่นเดียวกับกระท่อมไม้
ของเสิ่นอู่เต้าภายในนิกายกระบี่สวรรค์ทุกประการ ไร้
ซึ่งความลับใด ๆ ทั้งสิ้น
” การใช้วงเวทย์อันทรงพลังผนึกวานรตัวนี้ คาดว่า
ก่อนหน้านี้มันคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน ” อู่ อวี้ คิดอยู่ในใจ จากนั้นก็เริ่มเล่นกับลิง
ตัวน้อย
อาจเป็นเพราะ อู่ อวี้ ได้รับมรดกจากฉีเทียนต้าเซิ่น
ทั้งยังมีโลหิตของวานรทองคำอยู่ในตัว ทำให้สามารถ
เข้าถึงวานรสีเทาตัวน้อยได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ไม่
นานนัก อู่ อวี้ กับวานรตัวน้อยก็สนิทสนมกัน
หูทั้งหกทำให้วานรตัวนี้ดูประหลาดเล็กน้อย แต่ไม่
นานนักเขาก็พบว่า มันน่ารักทีเดียว
หลังจากสนิทสนมกับลิงตัวน้อยแล้ว มันก็กระโดด
โลดเต้นไปทั่วทั้งกระท่อมไม้ ทันใดนั้นมันก็หยิบบาง
สิ่งออกมา แล้วมอบให้กับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากรับมา เขา
ก็พบมามันคือลูกแก้วผลึกโปร่งใสที่มีขนาดเท่ากับ
กำปั้น
” ดูสิ มีเงาร่างกะพริบอยู่ในลูกแก้วด้วย! ”
อู่จวิน หนานซานหวางเยว่และเย่ซีซีที่อยู่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด พบสิ่งที่ปรากฏขึ้นในลูกแก้วอย่าง
รวดเร็ว
ส่วนพฤกษาพิภพอนันต์ แม้ว่า อู่ อวี้ จะปกป้องมัน
แต่มันก็ถูกผนึกอยู่ภายในพื้นที่ปิดตายของเจดีย์ล่อง
กำเนิด ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์
ภายนอกได้ แน่นอนว่าพฤกษาพิภพอนันต์ยังอยู่ใน
อาการตื่นกลัว กลัวว่าตนเองจะตกตายภายในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์นี้
จากคำเตือนของอู่จวิน อู่ อวี้ เริ่มสังเกตลูกแก้ว
อย่างระมัดระวัง
“ดูเหมือนว่าในลูกแก้วนี้กำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้น? ไม่สิ
ต้องบอกว่ามหาสงครามที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ถูก
บันทึกไว้ภายในลูกแก้ว!” อู่ อวี้ ค้นพบเรื่องนี้อย่าง
รวดเร็ว
ภายในลูกแก้วผลึก มีมหาสงครามที่ดูราวกับวัน
โลกาวินาศเกิดขึ้น เหล่าเทพปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน
กรีดร้องหนีตายกันเจ้าละหวั่น ความว่างเปล่าแตก
สลาย ฟ้าถล่ม ปฐพีทลาย ทั่วทั้งโลกหล้าพังพินาศ
จนย่อยยับ ภาพฉากอันน่าสะพรึงกลัวฉายซ้ำขึ้นมา
ใหม่อย่างสมบูรณ์ภายในลูกแก้วนี้
” นี่คือ … มหาสงครามในตำนานที่ทำให้ภพเทพ
ปีศาจถูกทำลายใช่หรือไม่” อู่ อวี้ เริ่มตั้งสมาธิ
ในทันที จากนั้นก็ส่งจิตสัมผัสเข้าไปในลูกแก้ว
เขาพบว่า หลังจากส่งจิตสัมผัสเข้ามา ลูกแก้วที่มี
ขนาดเท่ากำปั้น ดูเหมือนแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนอัน
กว้างใหญ่ ภายในดินแดนแห่งนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้นไป
ทั่วทุกแห่งหน จากลักษณะบางอย่างในโลกนี้ทำให้ อู่
อวี้ ตระหนักว่ามันคือภพเทพปีศาจ
มหาสงครามเกิดขึ้นในภพเทพปีศาจ มีเทพปีศาจ
มากมายในอาณาจักรจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ กำลัง
ปลดปล่อยการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านไป
ทั่วทั้งฟ้าดิน!
” นี่คือมหาสงคราม! ผู้ใดกันที่ทำลายภพเทพปีศาจ?”
อู่ อวี้ เริ่มตั้งสมาธิ จ้องมองขึ้นไปยังเงาร่างที่อยู่บน
ผืนฟ้า!
จบตอน