กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 165 : จิ้งจอกเกานภา
ด้วยคำพูดของ หมิงซวง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ในคราแรก อู่ อวี้ ปรารถนา
พูดคุยเจรจากับ จิ่วเซียน เพื่อสืบเสาะไต่ถามหา
เบาะแสเบื้องลึก จวบจนกระทั่ง หมิงซวง เอ่ย
ประโยคนี้ขึ้น เขาจึงรีบไต่ถาม หมิงซวง ทันที
” คำถามนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้า แน่นอนว่า
มันต้องมีราคาค่างวด หนึ่งเม็ดยาเต๋าถามวิญญาณ
ขอบใจมาก” หมิงซวง ทำท่าทางใหญ่โต เฉกเช่น
ดั่งคางคกขึ้นวอ นางยืนเท้าสะเอว เพื่อรอให้ อู่ อวี้
อ้อนวอนขอร้องนาง
“เจ้านี่มัน …”
อู่ อวี้ หลงฟังอยู่พักใหญ่ ในที่สุดนางก็วกกลับมา
พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของแลกเปลี่ยน …
“ช่างมันเถอะ ถ้าข้าถูกปีศาจจิ้งจอกสังหาร
แผนการเกิดใหม่ของเจ้าก็จะจบลง” อู่ อวี้ ไม่ได้
กังวลนัก หลังจากเขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาไม่
อาจปล่อยให้นางทำตัวแย่ ๆ โดยการขูดรีดเขา
เช่นนี้ จนติดเป็นนิสัยต่อไปได้
” ชิช้ะ! เดี๋ยวนี้เด็กน้อยอย่างเจ้า หาญกล้าคิดมา
ข่มขู่ท่านย่าผู้นี้แล้วงั้นรึ?” หมิงซวง เต้นแร้งเต้น
กาด้วยความไม่พอใจ
อู่ อวี้ ไม่เอ่ยอะไรออกมา เพียงแต่จ้องมองนาง
การกระทำเช่นนี้ทำให้ จิ่วเซียน แอบหลงคิดว่า อู่
อวี้ กำลังจ้องมองนางอยู่
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดหมิงซวงก็ยอมใจ
อ่อน นางกล่าวขึ้นว่า “ช่างมันเถอะ เรื่องนี้สำคัญ
มาก ในฐานะที่ข้าเป็นคนมีเมตตามาก อีกอย่างข้า
เองก็เบื่อที่จะมานั่งโต้เถียงกับเจ้า ฉะนั้นข้าจะยอม
ให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ท่านย่าผู้นี้จะไม่
ช่วยเหลือเจ้าเปล่า ๆ แบบนี้อีก”
อู่ อวี้ ยิ้ม เนื่องจากเขาล่วงรู้ดีว่า หมิงซวง กลัวว่า
เขาจะตาย
“เชิญกล่าวมาได้เลย”
อู่ อวี้ พยายามพูดคุยถ่วงเวลา จิ่วเซียน ระหว่าง
รอคำชี้แนะของ หมิงซวง
หมิงซวง ทำท่ายืนเท้าสะเอวชี้นิ้วไปทาง จิ่วเซียน
แม้ว่า จิ่วเซียน จะมองไม่เห็นนาง แล้วกล่าวขึ้นว่า
” เจ้าจิ้งจอกน้อยใช้ ‘ จิ้งจอกเก้านภา ‘ ซึ่งนางถือ
เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ทั้งวิธีที่นางใช้ก็แตกต่าง
ไปจากปีศาจจิ้งจอกตัวอย่างอื่น ๆ ปีศาจจิ้งจอกตัว
อื่น ๆ จะดึงดูดพลังปราณทิพย์ของมนุษย์ เพื่อ
เสริมสร้างพลังให้แก่ตนเอง แต่นางบำเพ็ญเพียร
ด้วยตนเองจนบรรลุสู่ขั้นสร้างแกนนภา โดยการ
เก็บรักษาพรหมจรรย์มานานนับพันปี กล่าวได้ว่า
ทั่วทั้งร่างของนาง แทบจะอุดมไปด้วยพลังอำนาจ
จากธาตุหยินบริสุทธิ์ ฉะนั้นเสน่ห์ดึงดูดของนางจึง
ร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจจิ้งจอกตนอื่น ๆ และ ถือเป็น
ภัยร้ายแรงต่อบุรุษเพศ”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ จิ่วเซียน เคยกล่าวให้เขาฟัง แต่
ในขณะนั้น อู่ อวี้ ยังไม่ปักใจเชื่อ เขาไม่คาดคิดว่า
ปีศาจเฒ่าตัวนี้ นางจะเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์
จริง ๆ
” แล้วเหตุใด ? นางถึงต้องการตัวข้า? ”
หมิงซวง กรอกตามองบนแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เจ้า
ไม่ใช่ผู้ที่มีร่างกายหยางบริสุทธิ์ตั้งแต่กำเนิด แต่
เป็นเพราะการบ่มเพาะกายาเพชรอมตะ กับ วัชระ
แก่นแท้ธรรมสูตร ดังนั้นมันจึงทำให้กายเนื้อของ
เจ้าทั้งภายใน และ ภายนอก บริสุทธิ์ยิ่งกว่าผู้ที่มี
ร่างกายหยางตั้งแต่กำเนิดเสียอีก พวกเจ้าทั้งสอง
หนึ่งหยาง หนึ่งหยิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมนางต้อง
เก็บพรหมจรรย์ไว้นานนับพันปี จนกระทั่งบรรลุขั้น
สร้างแกนภา โดยที่ไม่ยอมแตะต้องสัมผัสบุรุษใด
แม้แต่ผู้น้อย? ”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้
หมิงซวง กระพริบตาแล้วกล่าวว่า “แน่นอนว่าการ
ปรากฏตัวของเจ้า มันก็เหมือนกับแกะอ้วนตัวใหญ่
ๆ สำหรับปีศาจจิ้งจอกตนนี้ เจ้าก็เป็นเหมือนกับ
แกะอ้วน ซึ่งเดิมทีนางต้องการผู้ฝึกตนในขั้นสร้าง
แกนนภา ผู้มีกายหยางบริสุทธิ์ แต่ถึงแม้เจ้าจะ
ไม่ใช่ผู้ฝึกตนในขั้นสร้างแกนนภา แต่เพราะวัชระ
แก่นแท้ธรรมสูตร ทำให้ระดับกายหยางของเจ้า
อยู่เหนือกว่าผู้ฝึกตนสามัญทั่วไป ซึ่งมีกายหยาง
บริสุทธิ์อยู่ขั้นสร้างแกนนภา นางใช้เวทย์ลับของ
เผ่าพันธุ์ปีศาจ รักษาความบริสุทธิ์ในร่างกายมา
จนถึงปัจจุบัน จากนั้นก็ก่อรูปเวทย์ปีศาจ
จนกระทั่งบรรลุเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา จากนั้นนาง
ก็ค้นหาผู้ฝึกตนที่มีกายหยางบริสุทธิ์ บำเพ็ญเพียร
ผสานถ่ายทอดน้ำพิสุทธิ์ เมื่อหยินหยางผสานนาง
จะสามารถดูดกลืนธาตุหยางบริสุทธิ์ของคนผู้นั้น
แน่นอนว่าขั้นตอนนี้จะมีเพียงฝั่ายเดียวเท่านั้นที่จะ
ได้รับประโยชน์ การกระทำเช่นนี้คาดว่าจะทำให้ ผู้
ที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับหนึ่ง สามารถบรรลุ
ข้ามสู่ ขั้นสร้างแกนนภาระดับสี่เป็นอย่างน้อย นี่
คือวัตถุประสงค์ และ เปั้าหมายนับพันปีที่รอคอย
มาเนิ่นนาน”
” บรรลุสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับสี่!”
อู่ อวี้ รู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างที่สุด
สิ่งที่เขาล่วงรู้ก็คือ เฟิง ซัวหยา ,หลาน ฮั้วหยุน ,
เจียงเซี่ย จิ่วเซียน ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในขั้นสร้าง
แกนนภา
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด จิ่วเซียน ถึงให้
ความสำคัญกับเขามากมายถึงเพียงนี้ นั่นเพราะ
นางเฝั้ารอคอยมานับพันปี เพื่อแกะอ้วนที่จะทำให้
นางยกระดับข้ามถึง 3 เท่า
ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปสู้ให้ตกตายกับ เจียงเซี่ย ไม่
ดีกว่าหรือ?
ในคราแรกคงเป็นเพราะ ฝีมือของเขานั้นยังคงอ่อน
ด้อยอยู่ นางจึงยอมปล่อยตัวเขากลับ นิกายกระบี่
สวรรค์ ในครานี้ฝีมือของเขาอยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณ ขั้นที่ 7 ซึ่งเกือบจะอยู่ในระดับที่นาง
ต้องการ แน่นอนว่านางย่อมกักตัวเขาอย่างแน่น
หนา เพื่อไว้ข้างกายนาง
ในทางกลับกัน หาก อู่ อวี้ มีเหยื่อเช่นนี้อยู่ในมือ
เขาก็จะกักตัวนางไว้เช่นเดียวกัน
” นางเฝั้าอดทนรอคอยมานานนับพันปี เพียงเพื่อมี
สัมพันธ์สวาทกับผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนนภา ซึ่งมี
กายหยางบริสุทธิ์แค่วันเดียว ถือเป็นการยกระดับ
ข้ามขั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เพิ่มดวง
ธาตุปีศาจ แต่มันยังช่วยทำให้พลังหยินหยาง
ภายในร่างของนางผสานเข้าด้วยกัน หลังจากนั้น
นางจะทะลวงเข้าสู่ เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร
สู่การเป็นเซียนอมตะอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้อง
กล่าวถึงปีศาจจิ้งจอกตนอื่น ๆ ที่ดูดกลืนปราณ
ชีวิต ซึ่งเป็นวิธีที่ด้อยกว่าในการยกระดับพลัง หาก
นางทำได้สำเร็จ ถือเป็นการวิวัฒนาการก้าวเข้าสู่
ปีศาจระดับสูงอย่างแท้จริง”
เห็นได้ชัดว่า จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงให้คำ
ชี้แนะแก่นาง นางจึงยอมอดทนอดกลั้นต่อสิ่งดึงดูด
ใจ ใช้เพียงจิ้งจอกเก้านภามานับพันปี เพื่อดูดซับ
ธาตุหยางบริสุทธิ์ แล้วยกระดับตนเองในฉับพลัน
ทุ่มเทไปกับการบ่มเพาะบำเพ็ญตน เพียงเพื่อได้
พบพานกับ อู่ อวี้ ซึ่งเป็นบุคคลที่นางเฝั้าเพียร
อดทนรอคอยนานนับพันปี
” แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ” อู่ อวี้ รีบถามอย่างกระวน
กระวาย
” ชิ! เหลวไหลสิ้นดี การที่นางเฝั้าฟูมฟักเจ้า
ทั้งหมดก็เพื่อให้นางสามารถข้ามขั้นระดับฝีมือของ
ตนเอง เปรียบเสมือนเสือข้ามห้วยนั่นแหละ ไม่ว่า
จะเป็นพลัง หรือ ทุก ๆ อย่างที่เจ้ามี จะกลายเป็น
ของนางทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะกลายเป็นแค่
เพียงซากศพแห้ง”
หมิงซวง ทำตาหลับตาเหลือก จากนั้นก็กล่าว
สาปแช่งเขา
นี่คือความจริง …
จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้าน เมื่อเขาประมวล
เรื่องราวทั้งหมด จากนั้นก็เมียงมองไปทาง จิ่
วเซียน เขาก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่านางไม่ได้น่ารักน่า
ชังอย่างที่คิด สำหรับตัวเขาในตอนนี้ นางคือปีศาจ
ตัวจริงเสียงจริง
การปรากฏตัวของนาง ทำให้เขาสับสนสูญเสีย
ตัวตนไป เขาแอบคิดว่านางอาจจะเป็นคนดีจริง ๆ
…
ดังนั้นนางจึงปกปั้องเขา เพียงเพราะปรารถนาให้
เขาฝึกฝนทะลวงผ่านเข้าสู่หลอมรวมลมปราณขั้น
ที่ 8 นี่คือเหตุผล แต่นางไม่ล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ บ่มเพาะ
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตรด้วยตนเอง ซึ่งแท้จริงแล้ว
เขาเกือบจะบรรลุ พระพุทธรูปวัชรแก่นแท้ธรรม
สูตร ขั้นที่ 5
” เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดนางถึงปรารถนาให้
เจ้าตกหลุมรักนาง? ยิ่งเจ้ารักนาง หรือพวกเจ้าทั้ง
สองรักกันมากเท่าไหร่ ระหว่างที่พวกเจ้าร่วม
สัมพันธ์สวาทกัน นางจะรับพลังหยาง รวมถึงทุก
สรรพสิ่ง ที่อยู่ในตัวของเจ้ามากขึ้นเท่านั้น เป็นไป
ได้สูงว่า ดวงธาตุรวมถึงพลังหยินหยางของนาง จะ
ยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น กลับกันหากเจ้าต่อต้านนาง
หรือ เกลียดชังนาง การดูดซับพลังก็จะไม่สมบูรณ์
ดังนั้นนางจึงต้องทำให้เจ้าตกหลุมรักให้ได้เสียก่อน
นี่คือเปั้าหมายแท้จริง แต่โชคไม่ดีที่เจ้าเป็นคนของ
นิกายกระบี่สวรรค์ วัตถุประสงค์ของนางคือการ
ครอบครอง เทือกเขาคราม แน่นอนว่าสิ่งนี้ย่อมทำ
ให้เจ้ากับนางเป็นศัตรูต่อกัน ดังนั้นในเวลานี้นาง
จึงแยแสเพียงแค่ว่า แผนการของนางจะสำเร็จ
หรือไม่เท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้ว่านางอาจไม่สนใจว่า
เจ้ากับนางจะมีความรักกันลึกซึ้งกันหรือไม่ด้วย
แต่ที่แน่ ๆ ยามนี้นางคงไม่สามารถอดทนรอได้
ต่อไป…”
สิ่งที่ หมิงซวง กล่าวฟังดูสมเหตุสมผล
เมื่อการฝึกตนของ จิ่วเซียน ทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่ 4 ต่อให้ถูกล้อมโจมตีโดย เฟิง
ซัวหยา เจี่ยงเซี่ย หรือ คนอื่น ๆ ในสายตาของ
นาง พวกเขาเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนมดปลวก
บัดนี้นางคือผู้กำชัยชนะมาอย่างแท้จริง ทั้ง นิกาย
กระบี่สวรรค์ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง หรือ พรรคจง
หยวน จะกลายเป็นเพียงเรื่องน่าขำขันสำหรับนาง
เท่านั้น คาดว่าทั้งหมดจะต้องถูกนางทำลายลง
อย่างสมบูรณ์
” ฉะนั้นการที่นางไม่ยอมเลิกจากสงครามครั้งนี้ ก็
เพราะนางปรารถนาที่จะครอบครอง เทือกเขา
คราม … ” การคาดการณ์ของ อู่ อวี้ ยังไม่ค่อยแน่
ชัดมาก อย่างไรพวกมันก็เป็นปีศาจ ซึ่งก็ปรารถนา
ที่จะครอบครองดินแดน ซึ่งอุดมไปด้วยพลังฟั้าดิน
เช่นกัน จิ่วเซียนต้องการสร้างรากฐานขึ้นที่นี่ เพื่อ
ดึงดูดปีศาจจากทั่วทั้งปฐพี
ความคิดมากมายถาโถมประดังเข้ามา หลังจาก อู่
อวี้ ล่วงรู้ความจริง มันก็ทำให้เขาล่วงรู้เจตนาที่
แท้จริง อย่างลึกซึ้งถ่องแท้มากยิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ เจียงเซี่ย และ เฟิง ซัวหยา พวกเขา
ทั้งสองไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
ในความเป็นจริง จิ่วเซียน ล่วงรู้ว่าฝีมือของ อู่ อวี้
รุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็วมากเพียงใด และบัดนี้
นางก็พึ่งได้เขามาไว้ในครอบครองอีกครา หากว่า
นางได้พาตนหนีไปยังที่ห่างไกลเพียงสองคน เขา
เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจจะตกหลุมรักนาง
ขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ แต่นางน่าจะต้องคิดว่าในยามนี้
อู่ อวี้ ยังคงอ่อนแออยู่ ดังนั้นนางจึงปรารถนาจะ
ยึดเทือกเขาเสียก่อน อีกทั้ง การผนึกรวมกำลังของ
ไตรภาคี ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะช่วยลดความ
เสียหายให้น้อยลง
จนกระทั่งวันนี้ นางได้ตรวจสอบ อู่ อวี้ แล้วพบว่า
เขาเกือบจะไปถึงเปั้าหมายที่นางตั้งเอาไว้แล้ว!
” ความจริงก็คือ เจ้าจะต้องพึ่งพาตนเอง ข้าไม่
สามารถช่วยเหลืออะไรเจ้าได้ ” หลังจากนั้น หมิ
งซวง ก็กลับเข้าไปในพลองสมปรารถนา ส่วน อู่
อวี้ กำลังสนทนาเรื่อยเปือยกับ จิ่วเซียน ขณะที่ได้
ล่วงรู้ความจริงอันน่าตื่นตกใจ
” อู่ อวี้ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน? ท่านเริ่มฝึกฝนได้เลย
ประเดี๋ยว จิ่วเซียน นั่งอยู่ตรงหน้าของท่านคอย
เฝั้าดูท่านฝึกฝน ” จิ่วเซียน นั่งไขว้ขา นางยิ้ม
ออกมาอย่างมีความสุข ขณะจ้องมองดู อู่ อวี้
ฝึกฝน
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
” ข้ามีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง ”
“เชิญท่านเอ่ยมาได้เลย”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะสังหารข้า ข้า
คิดว่าควรไปบอกอาจารย์เรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเกรงว่า
ท่านอาจารย์จะบุ่มบ่าม เข้ามาช่วยเหลือข้า ”
เขาไม่อาจปล่อยให้ จิ่วเซียน ล่วงรู้ได้ว่าตัวเขานั้น
ได้ล่วงรู้วัตถุประสงค์แท้จริงของนางแล้ว
” ท่านช่างรอบคอบเสียจริง สมแล้วที่เป็นยอดรัก
ของจิ่วเอ๋อ ” จิ่วเซียน ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
จากนั้นนางก็ดึงมือของ อู่ อวี้ แล้วพาเขาออกจะ
เกี้ยวเซียนทันที ขณะเดียวกันผู้ที่อดทนรอคอยอยู่
ด้านนอก กำลังร้อนรนใจมิใช่น้อย ยกตัวอย่างเช่น
สาวก พรรคจงหยวน หากไม่มี เจียงเซี่ย อยู่ เกรง
ว่าพวกมันคงไม่อาจ อดทนรอคอยได้เนิ่นนานถึง
เพียงนี้ พวกมันมอง จิ่วเซียน ด้วยความรู้สึกไม่
พอใจบางส่วน
แต่เมื่อพวกมัน ได้ยลโฉมของ จิ่วเซียน ใจพวกมัน
ก็ถูกเอาชนะในทันที ความเกลียดชังที่เคยมีค่อย ๆ
ลดลงทีละคนทีละคน และแสดงท่าทางราวกับ
คางคกปรารถนาจะกลืนกินเนื้อห่านฟั้า
อู่ อวี้ มองไปยังทิศทางของ ประตูศิลาค่ายกลหมื่น
กระบี่ ยามนี้ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังคงอยู่ ภาพแรก
ที่เห็นคือ เฟิง ซัวหยา พยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุด
ด้วยระยะที่ค่อนข้างห่างจึงยากที่จะเห็นสีหน้าใน
ยามมี ทั้งไม่อาจชั่งน้ำหนักทั้งสองฝั่ายได้ว่า
สถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นไร อู่ อวี้ รู้ดีว่าภายใน
จิตใจของ เฟิง ซัวหยา ปรารถนาที่จะมาช่วยเหลือ
ตัวเขามากเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นได้
” ท่านอาจารย์ จิ่วเซียน ดีกับข้ามาก ตอนนี้ข้ายัง
ไม่ตาย ไม่ต้องมาช่วยเหลือข้า ท่านคอยดูแล ค่าย
กลหมื่นกระบี่ ให้ดี เดี๋ยวข้าจะกลับไป! ”
เสียงของ อู่ อวี้ ถูกส่งผ่านเข้าไปในจิตใจของทุก
ผู้คน ที่อยู่ใน เทือกเขาคราม พวกเขาต่างตกตะลึง
ตื่นเต้นเมื่อได้ยินเสียงนี้ พวกเขาไม่คาดคิดว่าขณะ
กำลังต่อสู้อยู่นั้น อู่ อวี้ จะสามารถออกมาได้ ทั้งยัง
ตักเตือนพวกเขาว่าไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม
” ทุกคนมั่นใจได้เลยว่า จิ่วเอ๋อ จะทำดีกับ อู่ อวี้
อย่างยิ่ง ” เมื่อ จิ่วเซียน กล่าวจบนางก็ดึงตัว อู่
อวี้ กลับทันที เห็นได้ชัดว่านางไม่อาจอดทนรอได้
อีกต่อไป ในความคิดของนางอย่างน้อยในตอนนี้
นางปรารถนาที่จะอยู่กับ อู่ อวี้ ให้นานที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้ ดังนั้นนางจะใช้เวทย์ปีศาจ อีกทั้งยังมี
เสน่ห์ยั่วยวนของตนเอง เพื่อให้ อู่ อวี้ หลงใหลใน
ตัวของนาง
อู่ อวี้ ถูกพากลับเข้ามาภายในเกี้ยวเซียนอีกครั้ง
ในเวลานี้เฟิง ซัวหยา และ คนอื่น ๆ ที่ควบคุมค่าย
กลอยู่ ต่างหันมามองหน้ากันและกัน
” หมายความว่าเช่นไร ” หลาน ฮั้วหยุน ไม่อาจ
เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะเหตุใด จิ่วเซียน ถึงต้อง
ทำดีกับ อู่ อวี้ ? ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า เจียงเซี่ย นั้น
ค่อนข้างไม่พอใจ
เฟิง ซัวหยา สีหน้าเงียบขรึมแล้วกล่าวขึ้นว่า ” อู่
อวี้ เป็นคนกล่าวเรื่องนี้ด้วยตนเอง ดังนั้นเราไม่
สามารถทำให้เรื่องราวมันยุ่งยากมากไปกว่านี้
ไม่เช่นนั้น จิ่วเซียน อาจสร้างปัญหาให้แก่เขา
เรื่องนี้ช่างลำบากยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม เขาเป็น
ศิษย์ของข้า ข้าเชื่อในคำพูดของเขา ข้าเชื่อว่าเขา
จะต้องทำได้! ฉะนั้นพวกท่านทั้งหลาย จงทำตาม
คำกล่าวของ อู่ อวี้ รักษา ค่ายกลหมื่นกระบี่ เอาไว้
ให้ได้ เพื่อรอเขากลับมา!”
“ทราบ!!!”
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา พวกเขา
กำลังต่อสู้กันอย่างสิ้นหวัง ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจ
ว่าจะไม่ทำให้ อู่ อวี้ ผิดหวัง ไม่ยินยอมต่อความ
พ่ายแพ้ ไม่เช่นนั้นแล้วภายในของพวกเขา ก็ไม่มี
เหตุผลใดอื่น ที่จะยืนหยัดต่อสู้ยืดเยื้อต่อไป
“อู่ อวี้ …”
ทุกผู้คนกำลังจับจ้องมอง ไปยังทิศทางของเกี้ยว
เซียน เพื่อดูความเคลื่อนไหวว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง
…
เป็นไปได้ว่าในยามนี้ทุกคนคงพยายามคิดหา
เหตุผลจนสมองแทบแตก จนแทบฟั้าถล่มปฐพี
ทลายลง แม้อาจจะดูซับซ้อนจนยากที่จะหาสิ่งใด
เปรียบ แต่แท้จริงแล้วในยามนี้ จิ่วเซียน กำลังนั่ง
ไขว่ห้าง มือเท้าคาง จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาคู่
กลมโตของนาง นางเสมือนกับปีศาจตัวน้อยแสน
ซุกซน ที่กำลังเฝั้ามองดู อู่ อวี้ ด้วยความอยากรู้
อยากเห็น ในยามนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ ถูกห่อหุ้มปก
คลุมไปด้วยอักษรทองคำ เขาไม่เร่งรีบบ่มเพาะ เขา
ยังคงบำเพ็ญบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ