กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 166 : หวงแหงความเปนความตาย
“เจ้าเลือกที่จะทำการบ่มเพาะพลังต่อ? ต้องการที่
จะลวงเข้าขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปด?”
หมิงซวง ถามขึ้น
“อืม” อู่ อวี้ พยักหน้า แล้วก็นั่งสมาธิ หลังจากที่
ตัวเขาเองผ่านประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตาย
ระดับความเร็วในการบ่มเพาะวัชระแก่นแท้ธรรม
สูตรก็ได้ทวีคูณความเร็วเพิ่มมากขึ้น
อาจจะเป็นหนึ่งเดือน สองเดือน ถ้าหากว่าไม่รีบ
ร้อนมากเกินไปก็ถือว่าเป็นความเร็วในการบ่มเพาะ
พลังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และหากผ่านไปสาม
เดือน พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ที่อยู่ใน
ร่างของเขาก็อาจจะสูงมากกว่าห้าจั้งแล้วด้วยซ้ำ
ทุกครั้งหลังจากที่ท่องสัจจะคาถาจบ พระพุทธรูป
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร จะสูงขึ้นอีกเล็กน้อย
“เจ้าไม่กลัวรึ ถ้าหากเจ้าบ่มเพาะมันเร็วเกินไป เจ้า
อาจจะตายได้?” หมิงซวงเอ่ยถามขึ้นอย่างเย้ยหยัน
นางนั้นมีท่าทีค่อนข้างผ่อนคลาย แต่ว่าความจริง
แล้วในใจของนางกลับมีความกังวลอยู่ ถ้าหากเจ้า
บ้านี้ตายไป แล้วนางจะต้องทนเหงาไปอีกกี่ปีกัน?
อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงคำถามนี้
“การหลบหนีมันจะมีประโยชน์อันใด บนเส้นทาง
แห่งการฝึกตน เนื่องจากว่าข้านั้นได้รับโอกาสนี้มา
ข้าจะต้องหวาดกลัวและหยุดการบ่มเพาะเพียง
เพราะเจ้าปีศาจจิ้งจอกนี่รึยังไร?”
อู่ อวี้ พลันคิดถึงเรื่องนี้ ถ้าหากมัวแต่หยุดก้าว
และ ละทิ้งการบ่มเพาะพลังไป ยามเมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับ จิ่วเซียน มันก็ไม่มีวิธีไหนที่จะ
สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างแน่นอน แต่
ปัญหาก็คือ เจียงเซี่ย ยังไงพวกมันก็ย่อมอดทนอีก
ได้ไม่นาน จิ่วเซียน นั้นรอคอยมาเป็นเวลานาน
แล้ว อีกทั้งนางเองก็มีนิสัยที่ใจร้อน เมื่อไหร่ที่ เจียง
เซี่ย ไม่สนใจชีวิตของเหล่าสาวก และเมื่อไหร่ที่
นางไม่สามารถจะรอต่อไปได้อีกแล้วละก็ พวกกอง
กำลังไตรภาคีนี้ก็จะบุกเข้าอย่างเต็มกำลัง และ เขา
ก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่ต้องถูก
ทำลายของนิกายกระบี่สวรรค์ได้
นี่ไม่ใช่แค่การวิเคราะห์แบบเลื่อนลอยไร้เหตุผล
เส้นทางการฝึกตนของ อู่ อวี้ นั้นก็คือเส้นทางการ
ฝึกตนของฉีเทียนต้าเซิ่ง(ราชาวานร) เขานั้นได้รับ
มรดกของผู้ยิ่งใหญ่นี้มาซึ่งมันทำให้เขารู้สึก
ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่าถ้าหากเขาทะลวง
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปดสำเร็จ หากการ
ที่เขาจะต้องตายไปมันก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่
ทว่าอย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สาเหตุที่เขาจะต้องหยุด
การฝึกฝนบ่มเพาะ ฝังหนึ่งคอยหลบหนี อีกฝังก็
คอยไล่ล่า ถึงแม้ว่าจะต้องตายเขาก็จะขอตายอย่าง
ห้าวหาญ เขาจะไม่ยอมถูกปีศาจจิ้งจอกนี้ข่มขู่
คุกคาม จงอย่าขลาดเขลาที่จะแข็งแกร่งขึ้น!
ตอนนี้เขาจึงพยายามบ่มเพาะอยู่ เขานั้นมีความ
มุ่งมั่นว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็น
เซียนที่อมตะแท้จริงให้จงได้!
นี่ก็คือสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดและไม่อาจจะ
เปลี่ยนแปลงมันได้ นี่คือเจตจำนงที่จะปกปั้องตัว
เขาเอง ถึงแม้ว่าเขาจะต้องพบกับการสูญเสียแต่ถ้า
หากว่าเขานั้นไม่ตายในวิกฤตครั้งนี้ อนาคตเขาก็
จะต้องสั่นคลอนฟั้าดินได้อย่างแน่นอน
“ก็จริงที่การได้รับสืบทอดเจตจำนงของฉีเทียนต้า
เซิ่ง(ราชาวานร)มา จะทำให้มีความกล้าหาญ แต่ก็
ยังคงห่างจากข้าหมิงซวงอีกหลายหมื่นลี้” หมิ
งซวงเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ
ทำไมทุกครั้งที่นางกล่าวชมผู้อื่น นางก็จะต้องโอ้
อวดเกี่ยวกับตนเองด้วย….
ตอนนี้ ทั้ง เฟิง ซัวหยา และ เจียงเซี่ย ต่างก็ยังไม่
เคลื่อนไหว ทุกคนต่างก็กำลังรอการเคลื่อนไหว
ของ อู่ อวี้ เพียงคนเดียว ส่วน จิ่วเซียน ก็กำลังรอ
จดจ้องไปยัง อู่ อวี้ ที่กำลังทำการยกระดับต่อเนื่อง
อย่างไม่วางตา ดวงตาของนางก็ส่องประกายขึ้น
ราวกับได้พบกับสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
และขณะนั้น เจียงเซี่ย กับ เทียน อี้จุน ได้ระเบิด
โทสะขึ้น แต่ทว่าครั้งนี้ จิ่วเซียน ได้กล่าวออกมา
อย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะขอถอนตัวออกจากกองกำลังนี้
นางไม่ลังเลที่จะต้องขัดแย้งกับ เจียงเซี่ย แต่
กระนั้นพวกมันก็ยังคงประนีประนอมยอมร่วมมือ
กันในท้ายที่สุด จิ่วเซียน และ เจียงเซี่ย จึงได้ทำ
ข้อตกลงกันว่าจะให้เวลาสามเดือน ภายในสาม
เดือนอย่างน้อย เจียงเซี่ย ก็จะไม่ก่อความยุ่งยาก
อะไรให้กับนาง
เจียงเซี่ย ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าหากผ่านไปสามเดือน
แล้ว มันยังคงไม่สามารถจะเข้าไปช่วยเหล่าสาวก
ของเขาได้ นี้เป็นขีดจำกัดความอดทนที่มันจะ
ให้กับ จิ่วเซียน เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว มันก็คงจะไม่
สามารถปล่อย จิ่วเซียน ไปอีกแล้ว
ความจริงแล้ว จิ่วเซียน ไม่แยแสมันเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ เจียงเซี่ย นั้นไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะมากล่าวสิ่ง
ใดกับนางได้ นางได้ควบคุมทุกอย่างเอาไว้แล้ว
เจียงเซี่ย ในตอนนี้ก็เปรียบได้กับว่าถูกมัดมือมัด
เท้าจนไม่สามารถที่จะกระทำสิ่งใดนางได้ ถึงแม้ว่า
พวกปีศาจเจ็ดทะเลแดงจะคอยสนับสนุนมันอยู่ก็
ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจอันใด เพราะว่า
ในตอนนี้พวกปีศาจเจ็ดทะเลแดงเหลือเพียงแค่
สามคนเท่านั้น
เจียงเซี่ย เข้าใจดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ
การดับทำลายนิกายกระบี่สวรรค์ หลังจากนั้นมัน
กับ เทียน อี้จุน ก็จะร่วมมือกันจัดการกับ จิ่วเซียน
อย่างน้อย ในครั้งนี้ จิ่วเซียน ก็ไม่สามารถจะรับมือ
กับการร่วมมือของพวกมันได้ง่ายๆ
เวลาสามเดือนก็เพียงพอที่จะให้ พระพุทธรูปวัชระ
แก่นแท้ธรรมสูตร ในร่างของ อู่ อวี้ เติบโตจนมี
ความสูงเกือบจะถึงห้าจั้ง……
ไม่มีใครคาดคิดว่าสงครามอันรุนแรงของทั้งสี่ฝั่าย
ในครั้งนี้จะมีช่วงเวลาที่เงียบสงบเช่นนี้ เจียง เซี่ย
และ เฟิง ซัวหยา ต่างคอยสังเกตสถานการณ์ของ
กันและกัน อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ส่งคนเข้าไป
โจมตีค่ายกลหมื่นกระบี่อีก
มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่รู้ว่าสนามรบที่แท้จริงมันอยู่
ภายในเกี้ยวเซียน!
“จิ่วเซียน เข้าใจถึงพลังรบของข้าเป็นอย่างดี
เมื่อไหร่ที่ข้าทะลวงเข้าขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับที่แปด อย่างน้อยข้าก็สามารถจะต่อกรกับผู้
แข็งแกร่งขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่สิบได้ แต่
ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง นางจะต้องกลืนกินข้า
อย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าข้าจะสามารถทะลวง
ไปถึงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่เก้าได้ อย่างไร
ก็ตามมันต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปี เมื่อข้าอยู่ใน
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปด มันก็สามารถ
จะเติมเต็มความต้องการของนางที่รอคอยมาเป็น
เวลานาน เมื่อถึงเวลานั้นนางก็ต้องกลืนกินข้าลง
ไปอยู่ดี”
อู่ อวี้ นั้นมีเพียงแค่โอกาสเดียวเท่านั้น เขาจะต้อง
รีบทะลวงไปสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปด
ให้ได้โดยเร็ว ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้แต่ยังไงเขาก็
จะต้องสู้กับ จิ่วเซียน
ในตอนนี้ไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้ เพราะว่าอนาคต
เป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน
แต่ว่านี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้ อู่ อวี้ ต้องเลือกที่จะ
ยอมแพ้ เพราะยังไงพื้นฐานนิสัยของเขาก็ไม่ใช่เป็น
คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ต่อให้ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะ
เคยตกอยู่ในเงื้อมมือของ จิ่วเซียน มาก่อน และใน
ตอนนั้นเขาก็มีพลังที่จะสังหารได้เพียง เจียง จุน
หลิน ก็ตามที
ภายในสงครามอันรุนแรงของทั้งสี่ฝั่ายนี้ ตัวเขา
เพิ่งจะอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่เจ็ด แต่
กลับสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่เก้าไปแล้วมากมาย การที่เขา
สามารถมาถึงระดับนี้ได้ จะให้เขาต้องล้มเลิก
กลางคันได้อย่างไร?
เมื่อเขาต้องมาถึงทางตันและไร้ซึ่งความหวังใดๆ
เขาก็เลือกที่จะต่อสู้กลับไปอย่างห้าวหาญ!
อู่ อวี้ นั้นไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ในตอนนี้เขา
ฝึกฝนตลอดทั้งวันทั้งคืนทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เขา
บ่มเพาะกายเนื้อของตัวเองในขณะที่กลั่นสกัดเม็ด
ยาไปด้วย โดยทั่วไปแล้วทุกครั้งที่พระพุทธรูป
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตรภายในร่างเขาเติบโตขึ้น
หนึ่งขั้น เขาจะสามารถกลั่นสกัดเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณเพิ่มได้อีก
ด้วยวิธีนี้เขาก็จะต้องคอยยับยั้งการเติบโตของ
พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรภายในร่างให้
อยู่ในขั้นที่ห้าและต้องควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อมา
ก่อจุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดที่แปด ก่อนที่จะก่อจุด
บัญญัติก่อกำเนิดจุดที่แปดสำเร็จ เขาก็จะถึงระดับ
ที่ จิ่วเซียน ได้ตั้งเปั้าไว้ ซึ่งมันเป็นอันตรายกับตัว
ของเขาอย่างมาก
ด้วยความก้าวหน้าของกายเนื้อ จุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดจุดที่แปด จุดเสินเชวี่ย ที่อยู่ใต้สะดือก็
เริ่มก่อตัวขึ้น
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ภายในเกี้ยวเซียน
อู่ อวี้ ได้พักผ่อนเป็นครั้งคราวและเปิดตาขึ้นก็พบ
เห็น จิ่วเซียน ที่มีทีท่ารู้สึกตื่นเต้นราวกับเด็กน้อย
จากนั้นนางก็ได้พุ่งเข้ามากอดและซบไปที่อ้อมแขน
ของเขาอย่างซุกซน ใบหน้าของนางในยามนี้เต็ม
ไปด้วยความไร้เดียงสาและเผยรอยยิ้มที่น่า
หลงใหลออกมา
บางครั้งนางก็แปลงกายเป็นสุนัขจิ้งจอกเก้าหางสี
ขาวบริสุทธิ์ตัวน้อย เข้าไปวิ่งเล่นอยู่ภายในอ้อม
แขนของ อู่ อวี้
บางครั้งนางก็หลับอย่างสงบอยู่ภายในอ้อมแขน
ของ อู่ อวี้ มองเห็นริมฝีปากสีแดงที่แสนจะยั่วยวน
ชวนให้คนต้องเข้าไปจูบของนาง บางครั้งนางก็ฝัน
ร้ายและกอด อู่ อวี้ ราวกับไม่ต้องการให้เขาจากไป
ไหน การสัมผัสกันของนางและ อู่ อวี้ มันทำให้เขา
เกิดอาการหวั่นไหวอยู่ภายในใจ
นางนั้นทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คู่รักปกติเขาทำกัน
หว่านเสน่ห์เพื่อที่จะให้ อู่ อวี้ ต้องตกหลุมรักนาง
ให้ได้ ต้องทำให้เขาหลงใหลในตัวนาง อู่ อวี้ นั้น
ค่อยๆก้าวเข้าสู้กับดักของนางทีละน้อย ปฏิบัติกับ
นางอย่างอ่อนโยนและแม้กระทั่งเริ่มเผลอไปมอง
นางอย่างไม่ตั้งใจอยู่บ่อยครั้ง
แต่ว่า อู่ อวี้ รู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างเป็น
เพียงแค่เรื่องหลอกลวง ตัวนางนั้นเป็นเพียงของ
ปลอม แม้กระทั่งตัวเขาก็เป็นของปลอม หลังจากที่
อู่ อวี้ รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของนาง สิ่งที่ จิ่วเซียน
กำลังทำอยู่ในตอนนี้มันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง
อย่างไรก็ตามนางนั้นก็ยังไม่รู้ถึงความจริงข้อนี้
เวลาสามเดือนที่ต้องอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน
ความอ่อนหวาน ความขี้เล่น ไร้เดียงสาของนาง
คอยละลายหัวใจของ อู่ อวี้ เพียงแค่ก่อนหน้านี้ อู่
อวี้ ไม่สามารถจะต้านทานนางได้แล้ว แต่ตอนนี้
ด้วยเสน่ห์ของ จิ่วเซียน และความผูกพันที่สร้าง
ขึ้น มันได้ทำให้ใจของเขาเกิดความลังเลขึ้นอย่าง
ช่วยไม่ได้
โชคดีที่เขานั้นได้รู้ถึงความจริง เขาจึงแกล้ง
แสดงออกว่าเขานั้นหลงใหลในตัวนาง
“ อู่ อวี้ หยุดฝึกตนเถอะ จิ่วเอ๋อง่วงแล้ว มานอน
ด้วยกันกับจิ่วเอ๋อเถอะนะ”
บางครั้งนางก็จะปล่อยให้ อู่ อวี้ ได้พักผ่อน เขา
ไม่ได้ปฏิเสธนาง ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงขน
ห่านด้วยกัน อู่ อวี้ โอบกอดนางจากข้างหลัง
ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับว่ามีเปลวไฟกันปก
คลุมบนตัวของเขา แต่เขาก็ยังคอยต่อต้านมัน
เอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเขาต้องสูญเสียสติไป จิ่วเซียน
นั้นยังคงไม่สูญเสียสติและเผลอดูดกลืนเขาไป เป็น
เพราะว่าเขานั้นยังไม่ถึงระดับที่นางได้คาดหวัง
เอาไว้ ถ้าหากว่านางดูดกลืนเขาไปตอนนี้มันก็จะ
ทำให้สิ่งที่นางลงแรงไปนั้นต้องสูญเปล่า
“ท่านต้องอภัยให้จิ่วเอ๋อด้วย ในตอนนี้จิ่วเอ๋อยังไม่
สามารถร่วมรักกับท่านได้ รออีกสักพักเราค่อยมา
ทำกัน” ทุกครั้งที่มันเริ่มถลำลึกเข้าไป จิ่วเซียน จะ
ผละเขาออกและเข้าไปปลอบโยนเขา
“ได้”
พวกเขาทำเหมือนกับเป็นคู่รักทั่วๆไป ถ้าหากมอง
จากภายนอก ดูเสมือนพวกเขาเหมาะสมกันเป็น
อย่างยิ่ง ผู้เยาว์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์ครองคู่กับ
ปีศาจพันปีที่แสนจะทรงเสน่ห์ โอบกอดกันแม้กระ
จูบกัน ทั้งคู่อยู่ด้วยกันไม่ห่างไปไหน สัมผัสถึงเสียง
หัวใจเต้นของกันและกัน เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็
ยิ้มให้กันและกัน เป็นสิ่งที่ช่างสวยงามมากเสียจริง
มีเพียง อู่ อวี้ ที่เข้าใจหัวใจของตัวเอง ว่าตัวของ
เขานั้นราวกับกำลังฝั่าทะเลเพลิง ปีนภูเขาคมดาบ
เวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน ความตายมันก็กระชั้นชิด
เข้ามาเรื่อยๆ!
ถึงแม้ว่า จิ่วเซียน จะงดงามมากเพียงใด แต่
สำหรับเขาแล้ว นางก็เป็นเพียงปีศาจที่มีอายุนับ
พันปี กำลังรอคอยที่จะกลืนกินเขาทั้งตัว
“อู่ อวี้ ข้ารักท่าน แล้วท่านล่ะรักข้าหรือไม่?” ใน
คืนหนึ่ง จิ่วเซียน ซบไปที่ไหล่ของเขา และถาม
อย่างนุ่มนวล มองไปที่เขาและหวังว่าเขาจะไม่
ปฏิเสธนาง
“ข้า…….” อู่ อวี้ สูดหายใจเข้าลึกๆและกล่าวว่า
“ถ้าหากว่าเจ้าถอนตัวจากการทำลายเทือกเขา
ครามในครั้งนี้ ข้าก็อาจจะ…….”
“แต่ว่ายังไง เจียงเซี่ย ก็ไม่ปล่อยให้จิ่วเอ๋อต้องถอน
ตัวไป จิ่วเอ๋อได้ให้คำสัญญากับผู้ที่คอยติดตามจิ่
วเอ๋อเอาไว้แล้ว หากข้าได้สัญญาไปแล้ว ข้าย่อมมิ
อาจผิดคำสัญญาได้” น้ำตาเริ่มไหลออกมาจาก
ดวงตาของ จิ่วเซียน ใครก็ตามที่มองไปจะต้องรู้สึก
ปวดใจที่เห็นนางต้องหลั่งน้ำตา
อู่ อวี้ กล่าวต่อว่า “เจ้าก็เลือกเข้าร่วมกับฝังนิกาย
กระบี่สวรรค์ของข้าสิ พวกเราก็สามารถเอาชนะ
พวกมันได้ สำหรับพวกปีศาจพวกนั้น ยังไงข้าก็
ดีกว่าพวกมัน พวกมันสำคัญกับเจ้าหรือ ไม่ใช่ว่า
เจ้าพูดว่าเจ้านั้นต้องการท่องไปทั่วโลกนี้กับข้า
หรอกหรือ? ”
ดวงตาของ จิ่วเซียน เกิดความขัดแย้งขึ้น และ
น้ำตาก็ไหลออกมาจากตาของนาง ไม่ว่าชายใดที่
ได้เห็นสภาพของนางในตอนนี้ จะต้องรู้สึกสงสาร
นางจนต้องเข้ามาปลอบโยนอย่างแน่นอน
“ก็ได้ เมื่อไหร่ที่ท่านทะลวงไปถึงขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่แปด จิ่วเอ๋อจะหลบหนีไปกับท่าน
ท่านดีกับจิ่วเอ๋อเช่นนี้ จิ่วเอ๋อสามารถสัมผัสได้ ถ้า
หากท่านดีกับจิ่วเอ๋อเช่นนี้ จิ่วเอ๋อก็พอใจแล้ว”
ในที่สุด จิ่วเซียน ก็กล่าวออกมา
ถ้าหากไม่ได้รู้ถึงความจริง อู่ อวี้ ก็จะคิดว่านางนั้น
หลงรักเขา และ ต้องการที่จะโบยบินไปกับเขาใน
ทุกๆที่จริงๆ
แต่ว่าในคำพูดของนาง ชัดเจนว่านางกำลังรอให้ อู่
อวี้ ทะลวงไปให้ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่
แปด
ดังนั้นนี่จึงเป็นเพียงคำพูดโกหกพกลม เมื่อวันนั้น
มาถึงนางย่อมจะต้องดูดกลืนเขาและนางก็จะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่ เหตุผลที่
นางกล่าวออกมาเช่นนี้ เป็นเพราะว่านางต้องการ
ให้ อู่ อวี้ หลงเสน่ห์ของนางอย่างสุดหัวใจ
ในเวลาสามเดือนนี้ แผนการของนางก็คือ ทำได้
เพียงค่อยเป็นค่อยไป จากมุมมองของ จิ่วเซียน
แล้ว นางจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
สามเดือนที่อยู่ด้วยกันมานี้ นางจะทำให้ อู่ อวี้ ไม่
สามารถหลบหนีไปที่ไหนได้ ตกเข้าสู่กับดักแห่ง
ความตายของนาง ไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสีย
ร่างกายของเขาเท่านั้น นางจะทำให้เขาต้อง
สูญเสียจิตใจของเขาอีกด้วย
ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปเจ็ดสิบกว่าวันเข้าไปแล้ว นาง
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน กายเนื้อของ อู่
อวี้ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา
เริ่มมาถึงจุดตีบตันที่ใกล้จะทะลักออก บางทีอีก
เพียงแค่ห้าวัน เขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู้ขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับที่แปดได้สำเร็จ
ดังนั้นนางจึงได้เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ก่อนที่จะครบ
กำหนดห้าวัน
“เจ้าพูดจริงรึ? เจ้าจะล้มเลิกการโจมตีเทือกเขา
คราม?” อู่ อวี้ สวมกอดนางและถามขึ้น
“ใช่ จิ่วเอ๋อกลัวว่า อู่ อวี้ จะเกลียดจิ่วเอ๋อ ท่านนั้น
มีความสำคัญกับจิ่วเอ๋ออย่างยิ่ง แม้ว่าข้าจะต้อง
ทำให้เหล่าปีศาจทั้งหลายต้องผิดหวังเสียใจ แต่
อย่างไรก็ตามท่านเป็นคนที่จิ่วเอ๋อรักมากที่สุด”
รูปร่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เมื่อมองนัยน์ตา
ลอดมายังตนเองเช่นนี้แล้วพูดถึงเรื่องความรัก ไม่
ว่าจะเป็นใครก็ต้องสั่นสะท้าน
แต่เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้มันกลับทำให้เขา
โกรธและเริ่มรู้สึกสยดสยอง เขาเข้าใจดีว่าทั้งหมด
นี้เป็นเพียงแค่คำล่อลวงของ จิ่วเซียน นางช่างน่า
กลัวเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าตัวเขานั้นไม่ได้รู้ความ
จริง ในเวลาสามเดือนนี้ เขาจะต้องตกหลุมรักนาง
จนโงหัวไม่ขึ้นแน่นอน
อย่างไรก็ตามความโกรธและความเกลียดชังเหล่านี้
ไม่สามารถจะแสดงออกมาได้ เพราะว่าการจะ
เผชิญหน้ากับยอดฝีมือ ผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะต้อง
ตัดสินกันในวินาทีสุดท้ายเท่านั้น
ตอนนี้ยังไม่รู้ผลว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝั่ายชนะ
เขาไม่สามารถเผยมันออกมาได้ในเวลานี้
การเผชิญหน้ากับ จิ่วเซียน ผู้นี้ ไม่ได้ใช้ความ
แข็งแกร่งเป็นตัวตัดสิน แต่ต้องใช้ความมุ่งมั่น
สติปัญญา ความศรัทธา หรือแม้กระทั่งการแสดง
ละครตบตา
ถ้าหากพลาดพลั้งไปเพียงก้าวเดียว ก็ไม่สามารถ
จะกู้คืนมาได้อีก
“จิ่วเอ๋อ ยอมทำเช่นนี้ แล้ว อู่ อวี้ จะยอมรักจิ่
วเอ๋อไหม?” จิ่วเซียนถามขึ้นแล้วเปิดตากว้างมอง
เขาด้วยความคาดหวัง
อู่ อวี้ ยิ้มออกมา
“แน่นอน ข้ารักเจ้า”
จากนั้นห้าวันต่อมา พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้
ธรรมสูตรภายในร่าง อู่ อวี้ ได้ขยับเข้ามาสู้ขั้นที่ห้า
ในเวลาเดียวกันเขาก็หยิบเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณเม็ดสุดท้ายนี้ออกมา และก็ทำการก่อจุด
บัญญัติศักดิ์สิทธิ์จุดที่แปด จุดเสินเชวี่ย ท้ายที่สุด
เขาก็สามารถก่อจุดบัญญัติก่อกำเนิดนี้ได้สำเร็จ
เม็ดยาที่ได้รับมาทั้งหมดเป็นของ จิ่วเซียน
ท้ายที่สุด ภายในเกี้ยวเซียนสีแดงก็ส่องประการ
ลำแสงสีทองออกมา ในที่สุดวันนี้ก็ได้ดำเนินมาถึง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ