กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1651: ศัตรูแห่งความเกลียดชัง
เขาได้รับมรดกที่ถูกส่งต่อมาจากฉีเทียนต้าเซิ่น ยุทธ
วิชัยพุทธะ… อย่างไรก็ตามถึงแม้ฉีเทียนต้าเซิ่นจะ
แข็งแกร่งอหังการมากเพียงใด แต่เมื่อถูกคนจำนวน
มากรุมทึ้งโจมตีอย่างต่อเนื่อง เขาก็ค่อย ๆ ตกอยู่ใน
สภาพเสียเปรียบ
เขาถูกคนกว่าสองสามร้อยคนรุมโจมตี มันคือจำนวน
ที่มากเกินไป!
นอกจากนี้ยังมีอีกสามร่างที่ดูเลือนรางคลุมเครือ แต่ก็
ค่อย ๆ เริ่มชัดเจนขึ้น แต่ละคนต้องรับมือเผชิญหน้า
แบบหนึ่งต่อหลายร้อยคน และทุกการโจมตีล้วนเป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ระดับสุดยอด เมื่ออยู่ภายใต้การปิดล้อม
เช่นนี้เป็นเรื่องยากที่จะหนีรอดไปได้
ส่วนสามร่างที่เลือนรางคลุมเครือก่อนหน้านี้ หนึ่งใน
นั้นคือปีศาจหมูป่าตัวใหญ่ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในมือถือคราดเก้าซี่หรือก็คือ
คราดทองหยกมลาย ซึ่งก็คือมรดกที่หนานซานหวาง
เยว่ได้รับ!
แม้ว่าปีศาจหมูป่าจะไม่สามารถยิงลำแสงสีทองมา
จากดวงเนตรเฉกเช่นฉีเทียนต้าเซิ่น แต่ถ้ากล่าวถึง
กระบวนท่าสังหารของเขาแล้วไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าฉี
เทียนต้าเซิ่น และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
คราดทองหยกมลายที่อยู่ในมือของเขา เมื่อใดที่โจมตี
ออกไปมันสามารถทำให้ความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบ
แตกเป็นเสี่ยง ๆ ลากคู่ต่อสู้จำนวนนับไม่ถ้วนเข้าไป
ด้านใน บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
อันโหยหวน แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้ที่ถูกลากเข้าไปใน
ความว่างเปล่าจำนวนนับไม่ถ้วนจะไม่สามารถมีชีวิต
รอดมา ไม่เหลือแม้แต่ซากศพให้เห็น
“แม่ทัพเทียนเผิง”
หนานซานหวางเยว่จ้องมองปีศาจหมูป่าที่อยู่บนแผ่น
ศิลา ความฮึกเหิมกระตือรือร้นค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
ในดวงตาของเขา
ส่วนคำพูดก่อนหน้านี้ที่ว่าใครหล่อมากกว่ากัน เป็น
เพียงแค่การล้อเล่นเท่านั้น แต่ในขณะนี้เขาได้มอง
การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญของผู้ที่ส่งต่อ
มรดกมาให้แก่ตนเอง เขาก็รู้สึกอึ้งทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
ปีศาจหมูป่ามีสายโลหิตเดียวกับเขา แต่ผู้ที่อยู่ตรง
เบื้องหน้าเขาได้ตอนนี้ได้กลายเป็นจักรพรรดิเซียน
โบกสะบัดมือบดขยี้ความว่างเปล่า พร้อมเสียงกรีด
ร้องไปทั่วทุกแห่งหน โจมตีอย่างบ้าคลั่งท่ามกลาง
สวรรค์และปฐพี โบกสะบัดคราดทองหยกมลายไปทั่ว
ความว่างเปล่าไร้สิ้นสุด ภายในดวงตาสาดประกาย
จิตสังหารอย่างแรงกล้าออกมา
เฉกเช่นเดียวกับ “ขุนพลเจวี่ยนเหลียน”
ตอนนี้ภายในดวงเนตรกระจ่างใสประดุจดาราของเย่
ซีซี มีภาพเงาสะท้อนของคนผู้อยู่เต็มดวงตาของนาง
เขาคือเทพมารที่ยืนตระหง่านปกคลุมไปด้วยปราณสี
ดำ อยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าระหว่างสวรรค์แล
ปฐพี กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอาย
ของเทพมาร ภายใต้หมอกสีดำร่างอันใหญ่ยักษ์ของ
เขาต่อสู้อย่างดุเดือดจนทำให้ความว่างเปล่าต้อง
สั่นสะเทือน!
ร่างที่อยู่ท่ามกลางหมอกสีดำใช้สายตาสอดส่องคู่ต่อสู้
ที่อยู่โดยรอบ มีแสงสีดำออกมาจากดวงตาอย่าง
ต่อเนื่อง ยิงกวาดผ่านศัตรูแบบเรียงตัว ส่งผลให้ร่าง
ของพวกมันมลายแหลกเป็นชิ้น ๆ ดับสูญไปทีละตน
ๆ
ในมือของเขาถือพลั่วจันทร์เสี้ยว ‘พลั่วพระธรรม
ปราบมาร ‘ ซึ่งเป็นมรดกที่เย่ซีซีได้รับมา เมื่อใดที่
พลั่วพระธรรมปราบมารโบกสะบัด ทรายทมิฬอันไร้
สิ้นสุดฟุ้งกระจายท่ามกลางความว่างเปล่า ก่อตัว
กลายเป็นแม่น้ำทรายทมิฬแสนเชี่ยวกราก หลั่งไหล
โหมกระหน่ำซัดสาดพื้นที่โดยรอบด้วยความเร็วถึงขีด
สุด ศัตรูที่ถูกแม่น้ำทรายทมิฬกลืนกิน ล้วนแดดิ้น
มลายสูญไปอย่างสมบูรณ์
นอกจากพวกเขาทั้งสาม ยังมีร่างใหญ่ของมังกรขาว
ราวหิมะ
มังกรขาวราวหิมะตัวนี้ดูเหมือนลั่วผินเล็กน้อย ล้าง
ของเทพมังกรบินเหินทะยานอยู่บนฟากฟ้า เพียงชั่ว
พริบตาก็หายเข้าไปในความว่างเปล่า หลังจากนั้นก็
ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าอีกครั้ง พร้อม
ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์เจดีย์แปดลักษณ์อันน่า
สะพรึงกลัว!
เจดีย์แปดลักษณ์ล้อมรอบมังกรขาวราวหิมะ จากนั้น
ก็ม้วนเข้าหาศัตรูที่อยู่โดยรอบส่งผลให้ร่างที่ถูกพลัง
ดังกล่าวถูกบดขยี้แตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆ
มังกรขาวราวหิมะตัวนี้ดูสง่างามอย่างที่สุด พลังใน
การสังหารมิได้อ่อนด้อยกว่าร่างทั้งสามแต่อย่างใด
พลังของเทพมังกรจักรพรรดิเซียนปะทุออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยโทสะและจิตสังหาร ดู
เหมือนจะกำลังอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างยิ่งเมื่อ
ถูกปิดล้อมด้วยคนจำนวนมากเช่นนี้
“เกิดอะไรขึ้น?”
ลั่วผินจับตาจ้องมองไปยังมังกรขาวราวหิมะจมอยู่ใน
ห้วงภวังค์นานสองนาน แต่แล้วในที่สุดนางก็ได้สติ
กลับคืนมา บนศิลาแผ่นใหญ่ร่างขนาดใหญ่ทั้งสี่กำลัง
ต่อสู้อย่างดุเดือด และกำลังตกอยู่ในสภาวะ
เสียเปรียบอย่างที่สุด
ร่างเงาทั้งสี่มีพลังชนิดที่เรียกว่าสามารถกลืนกินได้ทั้ง
ผืนฟ้าแลสวรรค์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
หล้าปฐพี
ถึงแม้พวกเขาจะเก่งกาจมากเพียงใด แต่ก็ยังตกอยู่
ในสภาพเสียเปรียบระหว่างการต่อสู้ บัดนี้พวกเขาถูก
ขังอยู่ในความว่างเปล่า ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้
อริศัตรูที่ปิดล้อมเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก
นั้นพวกมันทั้งหมดก็โจมตีเข้าใส่พวกเขาอย่างรุนแรง
รวดเร็ว
มิหนำซ้ำพลังฝีมือของแต่ละคนยังอยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์เป็นอย่างต่ำ ทุกการต่อสู้ทุก
การเคลื่อนไหวสามารถทำให้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ตก
ตายหลายร้อยครั้ง!
แม้ว่าตัวตนและพลังฝีมือของศัตรูแต่ละคนจะไม่ทำ
ให้ร่างทั้งสี่สะทกสะท้าน ทว่าเมื่อพวกมันกลายเป็น
หมาหมู่มีจำนวนมากเกินไป สภาพของพวกเขา
ในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากถูกสุนัขล่าเนื้อไล่ล่าติดตาม
ขณะที่พวกเขาค่อย ๆ ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ
ภาพบนแผ่นศิลาก็คมชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เดิมทีร่างทั้งสี่เป็นเพียงภาพเงาเลือนราง แต่เมื่อภาพ
ดังกล่าวคมชัดทุกอย่างก็ถูกเปิดเผย พวกเขาสามารถ
เห็นสีสันที่แท้จริง มันทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง เพราะมันกลายเป็นคนที่พวกเขาเคยเห็นมา
ก่อนหน้านี้!?
ในสนามรบมีเทพเซียนอยู่นับพันนับหมื่น มีเทพมาร
อยู่จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังปิดล้อมรุมทึ้งร่างทั้งสี่!
ตอนที่เขายังอยู่ในสุสานจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ก่อน
หน้านี้ เขาเคยได้เห็นภาพที่เทพสวรรค์และเทพมาร
จากขุมนรกร่วมมือกันบดขยี้ทำลายภพเทพปีศาจ
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าคนกลุ่มเดียวกันจะลงมือบดขยี้
ทำลายอีกครั้ง และเป้าหมายของพวกมันก็คือฉีเทียน
ต้าเซิ่นกับพรรคพวกอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ฉี
เทียนต้าเซิ่นกับคนอื่น ๆ นั้นแข็งแกร่งเกินไป ร่างทั้ง
สี่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางท้องเวหา ราวกับว่าพวกเขา
คือตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวมากที่สุด ชนิดที่สวรรค์
และนรกต้องร่วมมือกันต่อสู้จัดการ
อย่างที่ทุกคนรู้ก่อนหน้านี้พวกมันก็ร่วมมือกันทำลาย
ภพเทพปีศาจ มาตอนนี้พวกมันยังทำตัวเป็นหมาหมู่
รุมโจมตีปิดล้อมฉีเทียนต้าเซิ่นกับพรรคพวก
แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนคิด พวกเขากำลังเผชิญกับ
แรงกดดันมากมายมหาศาล?
ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิหยกหรือสิบยมบาล อู่ อวี้ เคย
เห็นพวกมันมาก่อน ตอนนี้พวกมันร่วมมือกันจัดการ
กับฉีเทียนต้าเซิ่นและพรรคพวก ซึ่งพวกท่านทั้งสี่คือ
บรรพชนที่ส่งทอดมรดกให้แก่พวกเขา
ตอนที่อยู่ในสุสานจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ อู่ อวี้ ยังจำ
ทุกคนได้ไม่ทั้งหมด ในตอนนั้นอู่จวินแนะนำชื่อของ
พวกมันให้พวกเขาได้รับรู้ทีละคน ๆ แต่เมื่อเขาได้แล
เห็นพวกมันอีกครั้ง เขาก็สามารถจดจำพวกมัน
ทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ
“ปรมาจารย์สวรรค์ปฐมกำเนิด … ปรมาจารย์
สวรรค์วิญญาณพิสุทธิ์ … ไท่ซ่างเต๋าจวิน!”
ร่างขนาดใหญ่ของทั้งสาม เปรียบเสมือนดั่งเสาหลัก
ของสวรรค์ พวกมันกำลังปิดล้อมเรียนวานรร่าง
ทองคำผู้สวมใส่ชุดเกราะสีทอง แม้ฉีเทียนต้าเซิ่นจะมี
สมญานามว่า ‘ยุทธวิชัยพุทธะ ‘ แต่ในเวลานี้มัน
ยากเย็นตึงมือเกินกว่าจะต่อสู้ได้ และสาเหตุใหญ่
ไม่ใช่ใดอื่นมันก็คือจำนวนคนที่มากเกินจริง
นอกจากปรมาจารย์เต๋าตรัยวิสุทธิ์ทั้งสามแล้ว ยังมี
มหาเทพจื่อเว่ยสวรรค์แห่งทิศอุดร , มหาเทพนิรันดร์
แห่งทิศทักษิณ พวกมันทั้งหมดกำลังปิดล้อมฉีเทียน
ต้าเซิ่น เขาต้องรับมือการโจมตีของพวกมันอย่าง
ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
แม้แต่เทพสงครามที่กล้าแข็งที่สุดบนสวรรค์ ก็ยังไม่
สามารถรับมือกับการปิดล้อมของเหล่าเทพเซียนและ
เทพมารผู้มาจากสวรรค์และนรก
“ เจ้าทำผิดมหันต์ แต่ยังไม่ยอมสำนึกผิด เช่นนั้นเจ้า
ก็ควรรับโทษทัณฑ์! ”
แผ่นศิลาจารึกล ที่ถ่ายทอดเสียงจากครั้งบรรพกาล
เปี่ยมไปด้วยความองอาจสง่างามอย่างไม่อาจ
จินตนาการได้มาถึงพวกเขาทั้งสี่คน
และเสียงเมื่อสักครู่ก็เป็นเสียงของจักรพรรดิหยก!
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าแผ่นศิลาชิ้นนี้สามารถเก็บ
ภาพและเสียงในการต่อสู้ครั้งนั้นไว้ได้อย่างไร แต่
พวกเขาทั้งสี่ก็สามารถได้ยินเสียงอันน่าเกรงขามของ
จักรพรรดิหยก ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะยอมจำนน
คารวะบูชา
ไฉนเป็นเสียงที่ทรงพลังถึงเพียงนี้?
แม้ว่า อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ไม่สามารถยอมจำนนได้
แต่เพียงได้ยินเสียงนี้ก็สามารถทำให้พวกเขาทั้งสี่
ถึงกับต้องยอมจำนน เพราะเขาคือตัวตนผู้ดำรงอยู่
บนจุดสูงสุดของสวรรค์
อู่ อวี้ ไม่เคยเห็นจักรพรรดิหยกตัวจริงมาก่อน แม้
ก่อนหน้านี้เคยเห็นจักรพรรดิหยกตอนอยู่ภายใน
สุสานจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ แต่ก็เป็นเพียงภาพที่ถูก
บันทึกไว้ แม้เขาจะตื่นตระหนกตกใจ แต่อายุและ
ความผันผวนของภาพก็ดูไม่ค่อยสมจริงเท่าใดนัก
ภายใต้น้ำเสียงที่องอาจน่าเกรงขาม ทำให้ อู่ อวี้ กับ
คนอื่น ๆ รู้สึกราวกับว่าที่พบเจอกับจักรพรรดิหยก
ตัวจริง ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนต่างตกตะลึงเป็นอย่าง
ยิ่ง
แทบไม่ต้องกล่าวถึงมนุษย์ ต่อให้เป็นเทพเซียนคนอื่น
ๆ ที่ยังไม่บรรลุถึงระดับราชันเทวะ เมื่อได้ยินเสียง
ดังกล่าวรับรองว่าพวกเขาจะต้องตัวสั่นงันงกทรุดตัว
คุกเข่าลงกับพื้นทันที เพราะมันคืออำนาจของ
จักรพรรดิหยก!
ในเวลาเดียวกันสิบยมบาลจากนรก ก็ปลดปล่อยจิต
สังหารอย่าสุดจะบรรยายออกมา มิหนำซ้ำพวกมัน
เคลื่อนกายไปมาประดุจภูตพราย ร่วมมือการจัดการ
กับ ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ แม้ว่าขุนพลเจวี่ยนเหลียน
จะเผชิญหน้ากับสิบยมบาลแต่เขาก็ไม่ตกเป็นฝ่าย
เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย
เพียงแต่พวกมันมาพร้อมกับเทพเมิ่งเหยา, ยมทูต
ขาวดำ ฯลฯ ก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย ทำให้ ‘ขุนพล
เจวี่ยนเหลียน’ ต้านทานได้อย่างยากลำบาก
” บรรพชนที่ส่งต่อมรดกมาให้แก่เราทรงพลังยิ่งนัก!”
เย่ซีซีเฝ้ามองดูการต่อสู้ของขุนพลเจวี่ยนเหลียน เห็น
เขาใช้พลังฝีมือของตนเองล้วน ๆ รับมือต่อกรกับสิบ
ยมบาล , ยมทูตขาวดำอ, เทพเมิ่งเหยา , เทพมารคน
อื่น ๆ อดไม่ได้ที่จะหลงใหลชื่นชม
ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
เย่ซีซีอยู่กับ อู่ อวี้ ในสุสานจักรพรรดิ พวกเขาต่าง
แลเห็นเทพเซียนกับเทพมารร่วมมือกันเข่นฆ่าสังหาร
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์จำนวนนับไม่ถ้วน แม้กระทั่ง
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์อันดับต้น ๆ ในภพเทพปีศาจ
ก็มิใช่คู่ต่อกรของสิบยมบาล ต่อให้เป็นเพียงขุนพลใต้
อาณัติของสิบยมบาลก็สามารถบดขยี้สังหาร
จักรพรรดิปีศาจได้อย่างง่ายดาย
แต่ตอนนี้ถ้าพวกมันอยู่เพียงลำพัง เย่ซีซีมั่นใจได้ว่า
ไม่มีผู้ใดในนรกสามารถต่อกรกับ ‘ขุนพลเจวี่ยน
เหลียน’ ได้!
สิ่งนี้ทำให้นางใคร่ปรารถนาอยากจะสืบทอดมรดก
ทั้งหมด แต่ไม่นานนักภาพบนแผ่นศิลาก็สิ้นสุดลง ทำ
ให้กับ อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย
ภายใต้การปิดล้อมของเทพเซียนและเทพมารจำนวน
นับหมื่นพันจากสวรรค์และนรก ในที่สุด ฉีเทียนต้า
เซิ่น , แม่ทัพเทียนเผิง , ขุนพลเจวี่ยนเหลียน , มังกร
สวรรค์แปดลักษณ์ ก็ไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป
พวกเขากระทำได้เพียงส่งร่างของเทพมังกรหิมะขาว
ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสออกจากวงล้อม แล้วในที่สุด
พวกเขาก็ถูกสังหารเช่นเดียวกับจักรพรรดิปีศาจ
หลายตนในภพเทพปีศาจ ถูกทำลายล้างตกตาย
ภายใต้การปิดล้อมจากทั้งสวรรค์แลนรกอย่าง
สมบูรณ์
การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์แล
ปฐพี
ซึ่งดูแล้วสาเหตุที่ทำให้ ‘สวรรค์หยวนเผิง’ ‘สวรรค์
เจวี่ยนเหลียน’ ‘สวรรค์ฉีเทียน’ พังทลายน่าจะเป็น
เพราะการต่อสู้ในครั้งนั้น
เพียงแต่ถ้ามีสงครามครั้งใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้น เหตุใด
จักรพรรดิเซียนทั้งหมดจึงลืมเลือนมันไป?
พวกเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ เป็นใคร
เห็นได้ชัดว่าทั้งเทพอสูรบรรพกาล ท้าวธตรัฐมหาราช
ฯลฯ ล้วนคุ้นเคยกับฉีเทียนต้าเซิ่นเป็นอย่างดี แต่
ทำไมตอนที่อยู่ภายในแดนจักรพรรดิมังกรเซียน พวก
เขาถึงทำเหมือนไม่รู้จักฉีเทียนต้าเซิ่น?
แม้พวกเขาจะสูญเสียความทรงจำ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่
คนทั่วทั้งแดนสวรรค์จะหลงลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไป
ด้วย?
เพื่อคลายความสงสัย พวกเขาทั้งสี่จ้องมองไปยังด้าน
บนสุดของแผ่นศิลา แลเห็นอักษรสีแดงโลหิตปรากฏ
ขึ้นในตอนท้ายว่า ” ศัตรูแห่งความเกลียดชัง พวกมัน
ต้องชดใช้! ”
เงาร่างผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโหยหวน อัด
แน่นไปด้วยความคลั่งแค้นไม่รู้จบสิ้นจากห้วงแห่ง
บรรพกาล!
ในขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่าพลองทองสม
ปรารถนาของเขาจะมีปฏิกิริยาอื่น มันคือการ
ตอบสนองต่อเสียงที่เต็มไปด้วยมหาสมุทรโลหิตและ
ความเกลียดชังอันไร้สิ้นสุด!
——————–
ความลับเริ่มเปิดเผย…