กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 167 : ขนหัวลุก
ความเร็วในการบ่มเพาะของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้ ใช้
เวลาถึงสามเดือนด้วยกัน กว่าจะทำให้
พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร มีความสูงถึง
ห้าจั้ง กล่าวได้ว่าล่าช้าเป็นอย่างมาก
แน่นอนเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ไม่ได้เร่งรีบแต่ประการ
ใด นอกจากนี้ทุกครั้งที่ พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้
ธรรมสูตร เติบโตขึ้น เขาก็คอยควบแน่นพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างไปด้วย
ในวันที่พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรภายใน
ร่างของเขามีความสูงถึงห้าจั้ง อู่ อวี้ ก็ทะลวงเข้าสู่
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปด! และ
จากนั้นก็ก่อจุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดเสินเชวี่ยได้
สำเร็จ! พลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่
ภายในร่างของเขาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายไหล
ผ่านมือ เท้า หัว และลำตัว เต็มไปด้วยพลัง
ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในทุกส่วน
ทุกๆการเคลื่อนไหวมีพลังศักดิ์สิทธิ์ล้นทะลัก
ออกมา รุนแรงยากจะหาใครมาเทียบได้!
กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อู่ อวี้ สัมผัส
ได้ว่าเขามีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ให้
ความรู้สึกเหมือนกับเขาเป็นจักรพรรดิแห่งโลกหล้า
เมื่อร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อัน
เปียมล้นเช่นนี้ แม้กระทั่งเกี้ยวเซียนที่ก่อนหน้านี้ที่
เขาไม่สามารถจะทำลายมันได้ กลับช่างแสน
เปราะบางในเวลานี้ซะเหลือเกิน
ในจิตใต้สำนึกของเขา สิ่งที่สำคัญก็คือการรับรู้สึก
ว่ามุมมองระหว่างตัวเขาที่มองไปยังโลกทั้งใบได้
เปลี่ยนแปลงไป ในอดีตเขารู้สึกว่าโลกนี้กว้างใหญ่
ไพศาลเหลือเกิน มันช่างยิ่งใหญ่จนทำให้หลายคน
รู้สึกว่าตัวเองนั้นต่ำต้อย แต่เมื่อเขาเป็นผู้ฝึกตนที่
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โลกในสายตาของเขาก็ดู
เปราะบางและเล็กลง ความรู้สึกต่ำต้อยนั้นเริ่ม
หายไป
สำเร็จแล้ว!
เขามีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงอานุภาพและมีกายาเพชร
อมตะที่แสนทรงพลัง ด้วยพลังทั้งสองนี้ของเขา
ถึงแม้ว่าในด้านพลังศักดิ์สิทธิ์จะมีช่องว่างขนาด
ใหญ่ระหว่างตัวเขากับ จิ่วเซียน แต่อย่างน้อยด้าน
ความแข็งแกร่งของกายเนื้อเขานั้นก็ยังเหนือกว่า
นางไปหลายขุม ในครั้งนี้เมื่อเขาเปิดเปลือกตา
ขึ้นมาก็ดูเหมือนว่าความรู้สึกกดดันจาก จิ่วเซียน
ได้หายไปแล้ว
อย่างน้อยเขาก็สามารถจะเผชิญหน้ากับนางได้
นอกเหนือจากนี้ตัวเขาเพิ่งจะอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่แปด ถ้าหากเป็น หวันเทียน หยู๋
เซวีย เมื่อต้องมาอยู่เบื้องหน้าของจิ่วเซียน เขาจะ
สามารถเงยหน้าขึ้นมามองนางได้หรือ?
เมื่อเขาบ่มเพาะพลังสำเร็จ และนี่ก็จะเป็น
ช่วงเวลาอันแสนยาวนานสุดท้ายที่จะตัดสินชีวิต
เขา!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เปิดเปลือกตาของเขาขึ้น สายตา
สีทองอันแหลมคมของเขาจ้องเข้าไปที่ดวงตาทั้งคู่
ของ จิ่วเซียน ทำให้นางนั้นใจลอยไปชั่วขณะ
“ข้าต้องทนมันให้ได้”
อู่ อวี้ สงบจิตใจของตนเองลงและลุกขึ้นยืน
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะมีความมั่นใจในการที่จะ
ต่อสู้กับ จิ่วเซียน แต่เขาก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่ทางเลือกที่
ดี
เขาเตรียมการมาเป็นเวลาสามเดือน วันนี้เป็นวันที่
เขาจะต้องลงมือ!
“จิ่วเอ๋อ”
อู่ อวี้ ก้าวไปอยู่เบื้องหน้าของนาง เข้าไปกุมมือทั้ง
คู่ของนางไว้ และกล่าวขึ้นว่า “ในที่สุดข้าก็ทำได้
สำเร็จแล้ว ข้านั้นมีพลังเพียงพอที่จะสามารถ
ปกปั้องตัวเองแล้ว เจ้าจะต้องทำตามคำสัญญาที่
ได้ให้ไว้กับข้า พวกเราทั้งสองคน หลบหนีไปจากที่
แห่งนี้ ไปให้ไกลที่สุด”
ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของเขานั้นจะมีรอยยิ้ม แต่
ภายในหัวใจเขานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อู่
อวี้ กำลังควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของเขาอยู่
ในขณะนี้ อย่างน้อยก็ถือได้ว่าในเรื่องนี้เขาทำมัน
ได้ดี
ในตอนนี้เขานั้นยังไม่มีพลังมากพอจึงทำได้เพียง
แค่ต้องเสแสร้งเท่านั้น
“อื้ม….” ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ ประสบความสำเร็จ จิ่
วเซียน ก็พลันเหม่อลอย นางอดไม่ได้ที่จะใช้จมูกถู
ไถไปมาตามรางกายของ อู่ อวี้ ราวกับจิ้งจอกหิมะ
สีขาวตัวน้อย ยิ่งนางสูดกลิ่นกายของเขามาก
เท่าไหร่ นางก็แสดงออกถึงความสุขผ่านใบหน้า
ของนาง เห็นได้ชัดว่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่นางรอมา
ตลอด
“เป็นอะไรไปรึ จิ่วเอ๋อ?” นางนั้นแสดงท่าทีที่
แตกต่างไปจากเดิมออกมา อู่ อวี้ จึงเอ่ยถามนาง
ขึ้นมา
“ไม่มีอะไร” จิ่วเอ๋อนั้นกำลังทำใจให้สงบ และมอง
ไปที่ตาของ อู่ อวี้ สายตาของนางได้เปลี่ยนเป็นดุ
ร้ายถึงแม้ว่านางนั้นจะซ่อนมันเอาไว้ แต่ว่าความ
ตื้นเต้นที่นางต้องรอมานานนับพันปีมันไม่ง่ายที่จะ
เก็บซ่อนมันเอาไว้ได้ ในวันนี้เป็นวันดีของนางที่ทำ
ให้นางจะก้าวหน้าไปได้!
“จิ่วเอ๋อ เราจะต้องคว้าโอกาสนี้หลบหนีไปจากที่นี่
ไปให้ไกลที่สุด” อู่ อวี้พานางเดินไปที่ประตูเกี้ยว
เซียนนี้
เมื่อเข้าไปใกล้ประตู จิ่วเซียน ก็หยุดเดินต่อ บางที
ในที่สุดนางก็สงบจิตใจลงได้ และนางก็โผเข้ามา
กอด อู่ อวี้ ไว้ มองไปที่เขาด้วยความรัก นางส่ง
สายตาไปให้เขาและเริ่มใช้วิชาเสน่ห์ยั่วยวนล่อลวง
เขา ในตอนนี้ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับวิชาเสน่ห์
ยั่วยวนที่ทรงพลังมากที่สุดตั้งแต่เขาเคยเผชิญมา
อิสตรีที่อยู่ข้างหน้านี้เป็นคนที่สวยงามจนสามารถ
จะล่มเมืองได้ และอู่ อวี้ ก็เปรียบเหมือนกับคน
กำลังจะอดตาย ได้เห็นอาหารอันโอชะวางอยู่เบื้อง
หน้าของเขา
อู่ อวี้ ต้องขอบคุณประสบการณ์ที่ผ่านมาในการ
รับมือกับนาง วันนี้ยังไงนางก็จะต้องกลืนกินเขาให้
ได้อย่างแน่นอน นางได้ใช้วิชาเสน่ห์ยั่วยวนของ
นางจนถึงจุดสูงสุด นี่เป็นพลังที่แท้จริงของนาง
ก่อนหน้านี้นางยังไม่ได้เอาจริงแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ ได้เตรียมตัวสำหรับช่วงเวลานี้มาสามเดือน
แล้ว!
ถึงอย่างนั้นก็ตามเสน่ห์อันร้ายกาจนี้ทำให้เขาต้อง
สูญเสียสมาธิครึ่งหนึ่งจมดิ่งไปกับวังวนของมนต์
สะกดนี้
โลกทั้งใบกลายเป็นแค่ภาพมายามีเพียงแค่ปีศาจ
จิ้งจอกพันปีตัวนี้ทุกรอยยิ้มทุกท่วงท่า แม้กระทั่ง
ลมหายใจ กลิ่นหอมหวานของร่างกายของนาง ผิว
ที่ขาวเนียนและผมยาวสลวย ดวงตาที่เต็มไปด้วย
ความรักใคร่ ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา มันดัง
ก้องอยู่ภายในใจ
“ภาพจำแลงวานร!”
เมื่ออยู่ต่อหน้านาง อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ท่องสัจจะคาถา
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร
เพราะว่าถ้าหากท่องสัจจะคาถา นางจะรู้ว่าตัวเขา
สามารถต่อต้านวิชาของนางได้
หลังจากผ่านมาสามเดือน อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถมอง
นางได้ตรงๆ
ทำได้เพียงแค่มองผ่านภาพจำแลงหัวใจวานร
เท่านั้น
กระบวนการของภาพจำแลงหัวใจวานร ก็
เหมือนกับ อู่ อวี้ ได้ออกเดินทางไปบำเพ็ญเพียร
ท่องไปทั่วหล้า พบเจอกับสิ่งต่างๆที่ถาโถมเข้ามา
และใช้ประสบการณ์เหล่านั้นฝึกฝนขัดเกลาไปยัง
เส้นทางแห่งเต๋าที่อยู่ในความถูกต้อง อีกทั้งมันยัง
ทำให้พลังของจิตใจของเขาก็เพิ่มตามขึ้นด้วย เขา
จึงค่อยๆคงสติของเขาเอาไว้ได้
ดังนั้นเขาก็ค่อยๆถลำเข้าสู่การโลกของการต่อสู้!
เพราะว่าโลกในเบื้องหน้าของเขาในตอนนี้
ครึ่งหนึ่งแสงสีทองที่ปกคลุมไปทั่วทั้งโลกหล้า ด้วย
พลังของราชาวานรผู้ไร้ต้าน จึงทำให้สัมผัสได้ถึง
พลังอันศักดิ์สิทธิ์ รุนแรง และเกรี้ยวกราด!
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็น ปีศาจจิ้งจอกที่มากด้วยเสน่ห์
ความงดงามที่ราวกับเป็นภัยพิบัติ ซึ่งหากจะ
เปรียบก็คงจะกล่าวได้ว่า ในยามนี้นางเป็นพลัง
แห่งหยินที่กำลังดึงดูดราคะแห่งหยางของ อู่ อวี้
นั่นเอง
ด้านหนึ่งราวกับเป็นสวรรค์ อีกด้านหนึ่งก็เหมือน
นรก
“อู่ อวี้ จิ่วเอ๋อได้รอท่านมาเป็นเวลานานแล้ว รู้
หรือไม่ว่าทำไมต้องรอให้ท่านทะลวงเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับที่แปดให้ได้ก่อน? นั่นก็
เป็นเพราะว่า จิ่วเอ๋อ เป็นปีศาจจิ้งจอก และเมื่อ
ท่านมีพลังมากพอจึงจะสามารถจะแบกรับความ
รักของปีศาจจิ้งจอกได้”
“ก่อนหน้านี้ ที่ข้าไม่ได้มอบความรักให้กับท่าน
เพราะข้ากังวลเกี่ยวกับร่างกายของท่าน แต่ตอนนี้
มันถึงเวลาที่จิ่วเอ๋อจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับ
ท่าน ถึงเวลาที่จะมอบความรักให้กับ อู่ อวี้…..”
“อู่ อวี้ จิ่วเอ๋อรอท่านมานานนับพันปี ท่านอย่า
หลอกลวงความรักที่จิ่วเอ๋อมีให้กับท่านนะ…..”
เสียงที่เหมือนกับฝันร้าย สะท้อนก้องอยู่ภายในหู
เขาไม่รู้ว่า จิ่วเซียน เข้าโอบกอดตัวเองตั้งแต่
เมื่อไหร่ เขารู้สึกเหมือนว่ามีงูน้ำกำลังบิดไปมาอยู่
ภายในอ้อมแขนของเขา
มันกระตุ้น เสียง กายเนื้อ และพลังหยินหยาง ทำ
ให้โลกของราชาวานรในสายตาของ อู่ อวี้ พลันหด
เล็กลง ยามนี้ จิ่วเซียน ที่เบื้องหน้าของเขาเกือบจะ
ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้สายตาของ อู่ อวี้
ทั้งหมด ในช่วงเวลาแผนการสามเดือนที่ผ่านมา
อู่ อวี้ ล่วงรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้ขัด
ขืนนางได้
ถ้าหากไม่ทราบความจริงมาก่อน อาจจะหลงเชื่อ
สิ่งที่ จิ่วเซียน ได้กล่าวมาและหลงไปกับความรัก
ของนางจนสุดหัวใจ เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างสุกงอม
จิ่วเซียน ก็จะใช้ความตายของตัวเขาเองสร้าง
ความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวของนาง
อู่ อวี้ ตกอยู่ในความบ้าคลั่งและดวงตาของเขาเริ่ม
แดงก่ำ
“เฮ้ เจ้าต้องนึกถึงพวก เสิ่น อู่เต้า เฟิง ซัวหยา ซู
หยานหลี่ ทุกคนกำลังรอคอยการกลับไปของเจ้า
อยู่สิ เจ้าจะต้องมาสูญเสียตัวตนที่นี่ให้กับเจ้าปีศาจ
จิ้งจอกเนี่ยนะ ข้าละอยากจะบ้าตาย”
“ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ เจ้าเป็นถึงผู้สืบทอดของ
ผู้ยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งปีศาจจิ้งจอกอันกระจ้อยร่อยนี้
ก็ยังสู้ไม่ได้ เจ้าเป็นบุรุษประเภทไหนกัน ทำไมถึง
ไม่ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี”
อู่ อวี้ มักจะพาตัวเอาเข้าไปหาปัญหา ตอนนี้
ภายใต้ความรักของเขาและจิ่วเซียนก็เหมือนกับไฟ
ราคะกำลังแผดเผาอยู่ แต่ภายในหัวเขาตอนนี้
เหมือนกับว่ามีคนนั้นกำลังตะโกนอยู่ข้างๆหูของ
เขา ส่งผลต่ออารมณ์ของ อู่ อวี้ มันทำให้เขารู้สึก
รำคาญอย่างมาก
“เจ้ารำคาญข้า? เชื่อหรือไม่ว่าหลังจากนี้ เจ้าก็เป็น
เพียงแค่ซากศพที่แห้งเหี่ยว เมื่ออาจารย์ของเจ้า
เห็น เจ้าลองทายซิว่าเขาจะเป็นยังไง?”
ซากศพที่แห้งเหี่ยว อาจารย์…….
ในใจของ อู่ อวี้ ราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่
เหมือนกับว่าได้มีพายุขนาดใหญ่พัดผ่านไป และ
เขาก็มีพลังที่จะต่อต้านขึ้น เพราะว่า หมิงซวง ได้
เตือนสติเขา เขาได้สติกลับมาชั่วขณะ ดวงตาที่
แดงก่ำของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ
“ปีศาจจิ้งจอก จิ่วเซียน……”
อู่ อวี้ หวาดกลัวจนต้องหลั่งเหงื่อเย็นออกมา ถ้า
หากไม่ใช่เพราะ หมิงซวง มาเตือนสติเขา บางที
ขั้นต่อไป จิ่วเซียน อาจจะกลืนกินเขาไปแล้ว
ปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา หรี่ตาขึ้นมา
มอง และส่งเสียงอ้อนออกมาเบาๆ เขาจึงพยายาม
ข่มใจห้ามสบตากับนางเด็ดขาด เพราะว่าถ้าหาก
ได้สบตากับนางแล้วก็จะทำให้เขาต้องตกเข้าไปใน
ภวังค์นั้นอีกครั้งและการที่จะปลุกเขาให้ตื่นอีกครั้ง
มันก็ยากที่จะทำได้
ตอนนี้ จิ่วเซียน กำลังมัวเมามากกว่าตัวเขาเองเสีย
อีก บางทีตอนนี้นางกำลังหมกมุ่นอยู่กับความรัก
เพื่อที่จะปลดปล่อยให้ความรักโอบล้อมคนทั้งสอง
ไว้เพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงที่สุด
ในตอนที่ จิ่วเซียน กำลังจมดิ่งอยู่ภายในความ
หมกมุ่นนี้ อู่ อวี้ ก็ได้สติขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นี่เป็น
โอกาสทองของเขา!
ในระหว่างนั้น อู่ อวี้ ก็จำได้ว่าเขาได้เตรียมตัวมา
เป็นเวลาสามเดือนแล้วและรู้ว่าควรจะทำยังไง
ต่อไป!
เขาวางมือไปบนร่างของ จิ่วเซียน
ขณะนั้นเขารู้สึกหวาดผวา!
อู่ อวี้ รู้สึกแทบจะไร้สติในทันที ทันใดนั้นเขาก็กัด
ลิ้นของตัวเอง ความรู้สึกเจ็บปวดได้ทำให้เขา
รู้สึกตัวขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น มือทั้งคู่ของเขาก็
เปลี่ยนกลายเป็นกระบี่สองเล่ม!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ลงมือ!
ในเวลานี้ถึงแม้ว่า จิ่วเซียน จะเป็นถึงผู้แข็งแกร่ง
ขั้นสร้างแกนนภา แต่นางนั้นไร้ซึ่งการปั้องกันใดๆ
เลยในตอนนี้ นางนั้นได้คิดว่า อู่ อวี้ กำลังหลงรัก
นางอย่างหักปักหัวปา
นางนั้นมั่นใจในวิชาของนางเป็นอย่างมาก
แต่ทว่า นี่เป็นสิ่งที่นางไม่เคยนึกถึงมาก่อน
แก่นปีศาจของนาง อยู่ใกล้ๆกับตำแหน่งของจุดชี่
ห่าย อู่ อวี้ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาแทงเข้าไปที่
ตำแหน่งนั้นอย่างรวดเร็ว!
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาแทงเข้าไปในตัวของ จิ่วเซียน
เขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองได้ทำลายแกนปีศาจของ
นางได้สำเร็จ เห็นได้ชัดว่าแผนการสังหาร จิ่
วเซียน ของเขาล้มเหลว
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ได้หวังว่าตัวเขาจะสามารถ
สังหารนางลงได้ เปั้าหมายที่สำคัญของเขาก็คือ
การหลบหนี ดังนั้นเขาจึงดึงมือของเขากลับไป
ในทันที และใช้เท้าเตะออกไป นี่เป็นช่วงเวลาที่
อันตรายมากที่สุดเหงื่อของเขาหลั่งไหลออกมา
เขารีบพุ่งไปที่ประตูของเกี้ยวเซียน ด้วยพละกำลัง
ของกายเนื้อเขาในตอนนี้ ประตูก็พังทลายลงไป
โดยฝีมือของเขา!
กระบวนการนี้แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วเวลาสั้นๆ
เท่านั้น
แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว มันช่างยาวนานยากจะหาที่
ใดมาเปรียบ
อู่ อวี้ มองเห็นได้อย่างชัดเจนตอนที่เขาแทงเข้าไป
ในตัวนาง ในช่วงเวลาที่นางกำลังมัวเมาอยู่ ทันใด
นั้นนางก็ลืมตาขึ้น ในสายตาของนางนั้นเห็นได้ถึง
ความเหลือเชื่อและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราว
กับว่านางนั้นผิดหวังในความรัก
ช่วงเวลานั้น อู่ อวี้ ก็เกิดความรู้สึกว่าตัวเขานั้นทำ
ให้นางรู้สึกผิดหวัง
สายตาของ จิ่วเซียน ในตอนนี้ได้ฝังลึกเข้าไปใน
จิตใจของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรีบพุ่งออกไปจาก
เกี้ยวเซียนแล้ว แต่ชั่วขณะนั้นในใจเขาพลังบังเกิด
ความสั่นสะท้านจนขนหัวลุก สามารถบอกได้ว่า
ภายในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงแต่ความว่างเปล่า
ทั้งหมดเขาใช้เพียงแค่สัญชาตญาณของเขาเท่านั้น
ในการหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้!
กระบี่บินจักรพรรดิ!
เขานำกระบี่หยินหยางออกมาจากถุงจักรวาล
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนมาใช้ถุงจักรวาลของ เจียง
ติง มันมีที่ว่างขนาดใหญ่อยู่ภายในเพียงพอที่จะใส่
พลองพิชิตมารได้
ใช้พลังศักดิ์ในการเชื่อมต่อกับกระบี่หยินหยาง
ตอนนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ของ อู่ อวี้ แข็งแกร่งมาก ทำ
ให้เขาเชี่ยวชาญเคล็ดวิชากระบี่บินจักรพรรดิมาก
ยิ่งขึ้น บินไปอย่างรวดเร็ว เขามีรากฐานเซียน กง
ล้อกระบี่หยินหยาง ซึ่งทำให้มีความเร็วเหนือกว่า
ปักษาคลื่นอัสนีที่อยู่ในระดับเกือบจะเทียบเท่ากับผู้
แข็งแกร่งขั้นสร้างแกนนภา
ย้าก!
กระบี่ส่องประกายขึ้น กระโจนขึ้นไปบนท้องฟั้า
พุ่งทะยานสู่ค่ายกลหมื่นกระบี่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ