กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1663: ล่องูออกจากถ ้า
เป็นเรื่องปกติที่ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ จะไม่รู้แผนของ
เทพอสูรบรรพกาลกับเทพสามตา
อู่ อวี้ รู้ดีว่าตราบใดที่ตัวเองยังอยู่ภายในถ ้าจันทร์
เสี้ยวไตรดาราก็จะปลอดภัย ผู้ใดกล้ารุกรานยั่วยุ
ปรมาจารย์สุภูติหรือมาจัดการเขาที่ถ ้าจันทร์เสี้ยวไตร
ดารา ที่ส าคัญผู้ที่สามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้จะต้องมี
ฝีมืออยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สอง
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์คนใดปรารถนาจะสังหาร อู่
อวี้ คนผู้นั้นต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะถูกปรมาจารย์
สุภูติสังหาร?
แม้ว่าเทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราชต้องการสังหาร
อู่ อวี้ แต่พวกมันก็หวงแหนชีวิตของตนเองเช่นกัน
ท าให้มิกล้าแอบเข้ามาในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราเพื่อ
โจมตี อู่ อวี้
แล้วไม่ใช่แค่เพียงในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราเท่านั้น
แม้แต่สถานที่อื่นบนสวรรค์ จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
จะต้องไว้หน้าปรมาจารย์สุภูติมิกล้าจัดการกับ อู่ อวี้
อย่างแน่นอน
หากกล่าวตามความจริงเทพเซียนบนสวรรค์ที่
ต้องการจับตัว อู่ อวี้ หลัก ๆ ก็มีแต่เทพอสูรกับ
ท้าวธตรัฐมหาราช แต่เป็นเพราะตัวเขามีปรมาจารย์
สุภูติอยู่ด้านหลัง แม้แต่เทพสามตาก็มิกล้าโจมตี อู่
อวี้ นับประสาอะไรกับสองจักรพรรดินี้
แม้ปัจจุบันจะปลอดภัย ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังคงฝึกฝน
อย่างอดทนในสวรรค์ฤทัย
ถึงกระนั้นหนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ ก็ยังไม่
กล้าออกไปเตร็ดเตร่ด้านนอก เพราะกลัวว่าจะถูกจับ
เป็นตัวประกันเพื่อเอามาข่มขู่คุกคาม อู่ อวี้ อย่างไรก็
ตามพวกเขาทั้งสามไม่รู้ว่าปรมาจารย์สุภูติจะยอม
ปกป้องตนเองจริง ๆ หรือไม่
ทว่าดูเหมือนลั่วผินจะค่อนข้างอิสระมากกว่าเพื่อน
แต่ในเมื่อ อู่ อวี้ อยู่ที่นี่ นางก็มิได้เพ่นผ่านไปไหน
และใช้เวลาอยู่กับเขาทุกค ่าคืน
กล่าวได้ว่าช่วงเวลานี้พวกเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่าง
ผ่อนคลายมากที่สุด
ปรมาจารย์สุภูติจะท าการเทศนาเต๋าปีละครั้ง ซึ่งเป็น
ช่วงเวลาที่สานุศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติคาดหวังมาก
ที่สุด เพราะทุกครั้งที่ค าเทศนาเต๋าพวกเขาจะได้รับ
ความรู้ความเข้าใจอย่างล ้าลึกมากมาย แม้แต่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ก็ยังได้ประโยชน์จากการ
เทศนาเต๋าครั้งนี้
เวลานี้ อู่ อวี้ จะมาพร้อมกับศิษย์คนอื่น ๆ ฟังค า
เทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติ
เดิมทีเขารู้สึกว่าตนเองเหมือนยังขาดอะไรไป
บางอย่าง ดังนั้นในช่วงแรก อู่ อวี้ พยายามตั้งใจฟัง
ค าเทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติอย่างละเอียดในทุก
ๆ ปี และทุกครั้งที่ฟังจบมันท าให้เขารู้และเข้าใจ
อะไรหลาย ๆ อย่างได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ท าให้เขาเข้าใจ
ในรายละเอียดการฝึกตนได้มากขึ้นด้วย
เห็นได้ชัดว่าทุกการเทศนาเต๋าท าให้เขาเข้าใกล้
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์มากขึ้นอีกก้าว เนื่องจากการ
เทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติจะมุ่งเน้นไปที่ศิษย์ที่
อยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ส่วน อู่ อวี้ อยู่ใน
ระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์เพียงผู้เดียว เขายังไม่ถึง
ระดับจักรพรรดิเซียน
ค ากล่าวของปรมาจารย์สุภูติส าหรับ อู่ อวี้ แล้วฟังดู
ค่อนข้างคลุมเครือเล็กน้อย ถึงกระนั้นเขาก็ยัง
สามารถเข้าใจได้ในท้ายที่สุด นั่นเป็นเพราะเขากลืน
กินจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์มามากมายเหลือเกิน ซึ่ง
มันท าให้เขามีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับเต๋าของผู้
ที่เขากลืนกินเข้าไป นอกจากนี้เขายังเข้าใจบางสิ่งที่
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ยังไม่อาจเข้าใจได้อีก
ด้วย
ด้วยเหตุนี้หลังจากฟังค าเทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุ
ภูติ อู่ อวี้ รู้สึกเสมือนตนเองก าลังก้าวกระโดดอย่าง
รวดเร็ว
ค าเทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติในทุก ๆ ปีไม่ได้มี
เนื้อหามากเกินไป แต่เนื้อหาเหล่านั้นต้องใช้เวลาทั้งปี
เพื่อขบคิด ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่อาจเข้าใจใน
เนื้อหาทั้งหมด กล่าวได้ว่าความถี่ในการเทศนาเต๋าปี
ละครั้งยังถือว่าเร็วเกินไป
หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งร้อยปีขอบเขต
อาณาจักรของ อู่ อวี้ ก็เริ่มเข้าใกล้จักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์มากขึ้นทุกขณะ การที่เขาจะก้าวไกลถึงระดับ
ดังกล่าวมันก็ยังอีกห่างไกลเพราะไม่ใช่เรื่องง่าย
ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น
ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้
ค าเทศนาเต๋าสองสามครั้งแรกเขาตั้งใจฟังอย่างมาก
ในทุกครั้งที่ปรมาจารย์สุภูติเทศนาเต๋าดูเหมือนว่าจะ
มีใครบางคนจ้องมองเขาตลอดเวลา
ในบรรดาศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ อู่ อวี้ เป็นมนุษย์
ที่ทะยานขึ้นมาจากโลกมนุษย์ ถึงแม้เขาจะเป็นศิษย์
คนล่าสุดแต่เขาก็สามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดารา ซึ่งมีฝีมืออยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ จึงท าให้เขาดูโดดเด่นได้รับความนิยมเป็น
อย่างมาก และเป็นเรื่องปกติที่จะถูกใครบางคนจับตา
มอง
แต่ไม่ว่าจะฟังเทศนาเต๋าสักกี่ครั้ง ทว่า อู่ อวี้ ก็ยัง
รู้สึกได้ว่าถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่
ตลอดเวลา แต่สายตาที่จ้องมองเขาดูเหมือนจะมาก
เกินพอดี นี่คือเหตุผลว่าท าไมเขาถึงสังเกตเห็นความ
ผิดปกตินี้
หลังจากผ่านการฟังเทศนาเต๋าจากปรมาจารย์สุภูติ
อยู่หลายครั้ง ศิษย์คนอื่น ๆ ก็เริ่มเห็นว่า อู่ อวี้ ก็
ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมากมาย ท าให้พวกเขาค่อย ๆ
เลิกสนใจ อู่ อวี้
แต่ตอนนี้ก็ยังคงมีผู้คนจ้องมอง อู่ อวี้ อยู่ ซึ่งท าให้
เขาระมัดระวังตัวอย่างมาก
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงให้ความสนใจกับการ
เทศนาเต๋าทุกครั้ง แต่หลังจากใช้เนตรเพลิงท าให้เขา
เห็นว่าชายที่จ้องมองเขาก็คือจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
หน้าด าผู้หนึ่ง
เมื่อดูจากรูปลักษณ์ของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ผู้นี้ อู่
อวี้ ก็รู้สึกคุ้นเคยหน้าคุ้นตาเล็กน้อย หน้าตามันดู
คล้ายกับท้าวธตรัฐมหาราช แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าทั้ง
สองมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร
อย่างไรเสียส าหรับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เรื่อง
หน้าตาที่คล้ายกันถือเป็นเรื่องปกติ
“จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สอง”
อู่ อวี้ คิดในใจ เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการท าอะไร
ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะท าอะไรกระโตกกระตากตอนนี้
อย่างไรเสียปัจจุบันอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้คุกคามอะไรเขา
แต่ อู่ อวี้ รู้ว่าการที่อีกฝ่ายคอยเฝ้าดูสังเกตเขาเช่นนี้
จะต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างอย่างแน่นอน
เพราะสายตาที่จ้องมองเขาเต็มไปด้วยความแข็ง
กร้าว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ คิดว่าอย่างไรเสียทุกคนก็เป็น
ศิษย์ร่วมส านัก ไม่ควรมีผู้ใดขัดแย้งกันในถ ้าจันทร์
เสี้ยวไตรดารา ขนาดเขากับจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดาราที่ต่อสู้จนพ่ายแพ้ ความสัมพันธ์หลังการต่อสู้ก็
ยังดีเยี่ยม จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดมาเกลียดชังเขา
แต่ถ้าอีกฝ่ายต้องการสร้างปัญหา อู่ อวี้ ก็ไม่
หวาดกลัวมันแม้แต่น้อย
หลังจากเห็นว่าจักรพรรดิเซียนนิรันดร์หน้าด าจ้อง
มองตนเอง อู่ อวี้ ก็เริ่มมีแผน
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าเป็นใคร อู่ อวี้ จึงยังไม่
ตอบสนองใด ๆ
แต่ปัจจุบัน อู่ อวี้ รู้แล้วว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร
แทนที่จะรอให้อีกฝ่ายมาจู่โจมตอนไม่ทันตั้งตัว ท าไม
เขาถึงไม่วางกลอุบายหลอกล่ออีกฝ่ายให้มาติดกับ
ดีกว่าเล่า?
” ในเมื่อมันพยายามจ้องมองพี่ชาย อู่ อวี้ ขนาดนั้น
ไฉนท่านถึงไม่ให้ข้าเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดูว่ามันมี
จุดประสงค์ใดกันแน่?”
เย่ซีซีกลอกตาแล้วกล่าว
ทุกครั้งที่ปรมาจารย์สุภูติเทศนาเต๋า อู่ อวี้ จะพาห
นานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผิน มาด้วยซึ่งพวก
เขาทั้งสามอยู่ในเจดีย์ล่องก าเนิด นอกจากนี้ยังช่วย
ให้พวกเขาทั้งสามได้ฟังค าเทศนาเต๋าของปรมาจารย์
สุภูติ
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้ตัวจริงของอีกฝ่ายด้วยเนตรเพลิง
ทางเย่ซีซีก็ช่วยคิดหาหนทางทันที
“อื้ม”
อู่ อวี้ พยักหน้าเห็นด้วย
อย่างไรถ้าให้เย่ซีซีเป็นเหยื่อล่อ โดยให้นางเอาเจดีย์
ล่องก าเนิดติดตัวไปด้วย หากมีเหตุการณ์คับขัน
เกิดขึ้น คนอื่น ๆ ก็สามารถออกมาช่วยเหลือได้ทัน
ส าหรับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สอง ไม่ใช่เรื่องที่
เป็นไปไม่ได้ส าหรับ อู่ อวี้ ถ้าจะจัดการ ประเด็น
ส าคัญคือพวกเขาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งสี่คน
ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถลองหยั่งเชิงดูก่อนได้ ต่อให้
อีกฝ่ายจะท าอะไรพวกเขาก็ไม่หวาดกลัว
ด้วยเพราะฝ่ายตรงข้ามไม่มีพลังพอที่จะบดขยี้ อู่ อวี้
เหมือนกับเทพสามตา
ครั้งนี้การเทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติจบลงอย่าง
รวดเร็ว
อู่ อวี้ จึงรีบกลับไปที่อารามของตนเองพร้อมกับทั้ง
สามคนที่อยู่ในเจดีย์ล่องก าเนิด
อู่ อวี้ จับตาดูฝ่ายตรงข้ามด้วยเนตรเพลิง ก็พบว่า
จักรพรรดิเซียนหน้าด าติดตามเขามาด้วยจริง ๆ และ
เวลานี้มันก าลังแอบซุ่มอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนมันจะมี
พลังอิทธิฤทธิ์บางอย่างที่ท าให้เขามองไม่เห็น
ชั่วคราว เช่นเดียวกับหนานซานหวางเยว่
เพียงแค่วิธีการซ่อนตัวของชายผู้นี้ไม่ได้ทรงพลังเท่า
หนานซานหวางเยว่ อู่ อวี้ ยังสามารถมองเห็นมันได้
ด้วยเนตรเพลิง
อู่ อวี้ แสร้งท าเป็นไม่รู้ว่ามีผู้ใดสะกดรอยตามเขามา
โดยเดินตรงกลับไปที่อารามของตนเองต่อ
ทุกครั้งที่การเทศนาเต๋าเสร็จสิ้นลง อู่ อวี้ มักจะกลับ
อารามมาทบทวนเนื้อหาบทเทศนาเต๋า แม้แต่ครั้งนี้ก็
ไม่มีข้อยกเว้น
อารามเซียนแต่ละแห่งที่เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุ
ภูติพักอาศัยอยู่นั้น ถูกสร้างขึ้นด้วยวงเวทย์เซียน
จ านวนมาก ต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิขั้นที่สองก็ยัง
ไม่สามารถเจาะทะลวงเข้ามา ดังนั้นหลังจาก อู่ อวี้
กับคนอื่น ๆ กลับเข้าไปด้านใน มันจึงท าได้แค่เพียง
เฝ้ามองอยู่ด้านนอกเท่านั้น
ซึ่งในความจริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของจักรพรรดิ
เซียนหน้าด าผู้นี้คือ ‘โม่หลี่อิ๋น’ ซึ่งเป็นสายลับของ
ท้าวธตรัฐมหาราช!
ท้าวธตรัฐมหาราชสั่งให้มันคอยจับตา อู่ อวี้ แล้ว
คอยหาโอกาสจัดการเขาให้ได้รับความทุกข์ทรมาน
อย่างสุดแสน
โม่หลี่อิ๋นผู้นี้ฃเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติระยะหนึ่ง
เมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ มันมักจะ
ชอบท าตัวเหนือกว่าผู้อื่นเสมอ หากมันต้อง
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ ที่ยังไม่บรรลุระดับจักรพรรดิ
เซียนด้วยซ ้า แล้วมันจะให้ความส าคัญกับเขาได้
อย่างไร?
โดยเฉพาะพวกหนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี และลั่ว
ผิน โม่หลี่อิ๋นจะมองพวกเขาทั้งสามอ่อนแอมาก
เพียงใด มันคงคิดว่าพวกเขาไม่ต่างจากมดปลวกที่จะ
บีบก็ตายจะคลายก็รอด
” ท่านราชันบอกให้ข้าสั่งสอนเด็กผู้นี้ แต่เด็กผู้นี้นิสัย
ก็ไม่ต่างจากเต่าที่ชอบหดหัวอยู่แต่ในกระดอง
หลังจากฟังเทศนาเต๋าจบมันก็รีบแจ้งกลับอารามของ
ตนเอง ไม่โผล่หัวออกมาเช่นนี้แล้วข้าจะสั่งสอนได้
อย่างไร? ”
โม่หลี่อิ๋นสะกดรอย อู่ อวี้ เช่นนี้มานานหลายปี แต่
มันก็ไม่เคยหาโอกาสเหมาะ ๆ ได้เลยสักครั้ง
แต่ดูเหมือนครั้งนี้สวรรค์จะเข้าข้างมัน
เพราะมันเห็นว่าสาวน้อยที่คอยติดสอยห้อยตาม อู่
อวี้ อยู่บ่อย ๆ เดินออกมาจากอารามเพียงล าพัง
เหตุการณ์ดังกล่าวท าให้หัวใจของโม่หลี่อิ๋นพองโต
เพราะมันคิดว่าในบรรดาพวกเขาทั้งสี่ สาวน้อยเย่ซีซี
เป็นคนเหมาะสมมากที่สุด แล้วบัดนี้โอกาสได้ตก
มาถึงมือมันแล้ว!
” ถ้าสามารถจับตัวเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นตัวประกันได้
เจ้าเด็กนั่นคงร้อนรนทุกข์ทรมานใจไม่มากก็น้อย
โอกาสดีเช่นนี้รอมานานนับเป็นร้อยปี ข้าจะไม่ยอม
พลาดอย่างเด็ดขาด! ”
โม่หลี่อิ๋นคิดว่าวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์ ‘ก าบัง’ นี่คือ
พลังที่ท าให้ผู้อื่นไม่เห็นตัวมัน ดังนั้นมันจึงมิได้สนใจ
เลยว่า อู่ อวี้ จะพบเจอมัน
มันติดตามสาวน้อยเย่ซีซีไปตลอดทาง โดยมิได้สังเกต
ด้วยซ ้าว่านางพกเจดีย์ล่องก าเนิดไว้กับตัว ซึ่ง อู่
อวี้ , หนานซานหวางเยว่ กับลั่วผินต่างซ่อนตัวอยู่
ภายในเจดีย์ล่องก าเนิด เมื่อใดที่เย่ซีซีตกอยู่ใน
อันตราย พวกเขาสามารถออกมาช่วยนางได้ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าโม่หลี่อิ๋นไม่รู้เรื่องที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มัน
สะกดรอยตามเย่ซีซีไปยังป่าทึบที่ค่อนข้างห่างไกล
จากถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลพอสมควร หากโม่หลี่อิ๋นป
รารถนาจะจัดการเย่ซีซี เช่นนั้นมันย่อมลงมือในอีกไม่
ช้า!
อู่ อวี้ กับพรรคพวกทั้งสองเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของ
จักรพรรดิเซียนหน้าด าอยู่ภายในเจดีย์ล่องก าเนิด
เมื่อใดที่มันลงมือ อู่ อวี้ จะออกมาช่วยเย่ซีซีต่อต้านคู่
ต่อสู้อย่างแน่นอน
ในที่สุดนางก็มาถึงน ้าตกแห่งหนึ่ง สถานที่นี้ห่างไกล
มากพอที่จะไม่มีผู้ใดมาที่นี่หลายแรมปี
ในที่สุดจักรพรรดิเซียนหน้าด าก็เปิดเผยร่างของ
ตนเอง ปรากฏกายอยู่ด้านข้างเย่ซีซี ทันทีที่มัน
ปรากฏกาย พายุสีด าก็พัดพาเข้าใส่เย่ซีซี!
จบตอน