กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 168 :
การต่อสู้ชี้ขาดภายในค่ายกลหมื่นกระบี่
ขณะสาวกพรรคจงหยวน และ เหล่าปีศาจ
ทั้งหมดกำลังหยุดพักผ่อน ปีศาจเจ็ดทะเลแดง
เจียงเซี่ย พร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสของพรรคจง
หยวนต่างมารวมตัวกัน
กำหนดเวลาสามเดือน ที่ได้ตกลงกันไว้กับ จิ่
วเซียน กำลังใกล้จะมาถึง พวกมันกำลังหารือกัน
ว่าถึงเวลาที่จะจัดการกับ จิ่วเซียน แล้วหรือยัง
ในช่วงสามเดือนมานี้ หมดไปอย่างไร้ประโยชน์ ยัง
ไม่ได้ทำศึกสงครามประจันหน้ากันอย่างแท้จริง
ส่วนทาง เฟิง ซัวหยา ก็ใช้ช่วงเวลานี้ซ่อมแซม
ค่ายกลหมื่นกระบี่ อย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสงบลง
ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นขึ้นมา เจียงเซี่ย กับพรรค
พวกต่างสะดุ้งตกใจกับเสียงนั้น พวกมันรีบเงยหน้า
มองขึ้นด้านบน ทันใดนั้นก็เห็นคนผู้หนึ่งขี่กระบี่บิน
ผ่านศีรษะของพวกมันไป
พวกมันทั้งหมด กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งซึ่งสร้างขึ้น
ชั่วคราว ในเมื่อพวกมันยังไม่ได้ลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง
ด้วยซ้ำกระบี่บินก็จากไปแล้ว ฉะนั้นจะให้พวกมัน
เคลื่อนไหวตอบสนองทันได้อย่างไร
” นั่นมัน อู่ อวี้! ”
ปักษาคลื่นอัสนีที่นั่งอยู่ตรงข้ามร้องตะโกนขึ้น
ผู้คนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น หลังจากนั้น อู่ อวี้
ก็บินทะยานเข้าไปภายใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ ส่วน
พวกมันอยู่ตรงส่วนขอบอาณาเขตของ ค่ายกล
หมื่นกระบี่
” อู่ อวี้ เป็นไปได้อย่างไร! ” สีหน้าของ เจียงเซี่ย
ซีดเผือดลงทันที พรรคพวกมีฝีมือของพวกมัน
พรวดพราดลุกขึ้นยืน ในเวลานี้พวกมันต่างตก
ตะลึงพรึงเพริดไปชั่วขณะ เมื่อพวกมันฟืนคืนสติ
แล้วคิดจะตามไปจับตัวเขา นิกายกระบี่สวรรค์ของ
เฟิง ซัวหยา ซึ่งอยู่อีกฝังนึงของค่ายกลกลับ
ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งกว่า ค่ายกลหมื่นกระบี่เริ่ม
แปรเปลี่ยนหมุนเวียน จากนั้นเงากระบี่นับหมื่นก็
เข้ารายล้อมร่างของ อู่ อวี้ เอาไว้ ปล่อยให้ อู่ อวี้
กลับเข้าสู่ค่ายกลหมื่นกระบี่ ได้อย่างปลอดภัย
เจียงเซี่ย และ พรรคพวกของมัน ปล่อย อู่ อวี้หลุด
มือไปอีกครา
แต่ในความเป็นจริงแล้ว อู่ อวี้ สามารถมองเห็น
พวกมัน ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ในตำแหน่งใดของ
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ในยามนี้เข้าได้ลงสู่พื้นแล้ว โดย
รับการคุ้มครองปั้องกันจาก ค่ายกลหมื่นกระบี่
ใบหน้าของเขาซีดเผือดขนาดหอบหายใจอย่าง
ต่อเนื่อง
ภายในเกี้ยวเซียน จิ่วเซียน ไม่ได้ไล่ล่าติดตาม อู่
อวี้ ออกไป แม้เขาจะทำร้ายนาง …
อู่ อวี้ ยังไม่สามารถมั่นใจสถานการณ์ในตอนนี้ได้
เนื่องจากเขายังคงตกอยู่ในอันตราย ในเวลานี้เขา
ได้ยินเสียงโห่ร้องดังมาจาก เทือกเขาคราม ในยาม
นี้พวกเขาทั้งหมดรู้แล้วว่า อู่ อวี้ กลับมาอย่าง
ปลอดภัย ยามนี้เหล่าต่างสาวกนับถือสรรเสริญใน
ตัวเขา บางคนมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตา
เมื่อ อู่ อวี้ หันกลับไปมอง บนกระบี่ศิลานับหมื่น
เขาเห็นผู้อาวุโสทั้ง 9 กำลังยิ้ม และ หัวเราะผ่อน
คลายอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดว่าตลอด 3 เดือนมานี้
พวกเขาต้องพยายามรักษาค่ายกล และ แบกรับ
แรงกดดันมากแค่ไหน ภายในสายตาของเหล่าผู้
อาวุโส แฝงไว้ด้วยความรู้สึกภูมิใจในตัวของ อู่ อวี้
อยู่ลึก ๆ
แม้จะไม่มีวาจาใด ๆ เอื้อนเอ่ยออกมา แต่พวกเขา
ก็ตระหนัก และ เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้อย่าง
ชัดเจน ปาฏิหาริย์ที่ อู่ อวี้ ได้ก่อขึ้น ทำให้พวกเขา
ยิ่งรู้สึกชื่นชมในตัว อู่ อวี้มากขึ้น
เฟิง ซัวหยา เผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาเพียง
เท่านั้น แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึก ภาคภูมิใจใน
ตัวศิษย์ผู้นี้อย่างล้นพ้น ชายวัยกลางคนดวงตา
แดงก่ำ อย่างไม่อาจแอบซ่อนความรู้สึกนี้เอาไว้ได้
บางทีภายในหัวใจของเขายามนี้เปรียบได้เฉกเช่น
ดั่งพายุคลั่ง
ไม่นานนักเขาก็มุ่งความสนใจไปที่ ค่ายกลหมื่น
กระบี่ เนื่องจากยามนี้ เจียงเซี่ย กับพรรคพวกของ
มันกำลังจะกลับมาเคลื่อนไหวโจมตีอีกครั้ง
อู่ อวี้ แลเห็น ซู หยานหลี่ ชิงเหมิง ทั้งเหล่าศิษย์พี่
น้องทั้งหมด ต่างครึกครื้นยินดีที่เขาพ้นจาก
อันตรายกลับมาได้ อย่างที่เขาได้ให้คำมั่นสัญญา
เอาไว้ เสียงไชโยโห่ร้องอีกทั้งคำพูดสรรเสริญ อู่
อวี้ ดังแซ่ซ้องอึกทึกไปทั่วทั้งเทือกเขาคราม!
ในช่วงเวลาที่ นิกายกระบี่สวรรค์ กำลังประสบกับ
ภัยพิบัติใหญ่หลวง อู่ อวี้ เสมือนเป็นเฉกเช่นดั่ง
วีรบุรุษ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ซึ่งเกือบจะพังทลายมาแล้ว
หลายต่อหลายครั้ง ให้กลับฟืนคืนสู่ความมั่นคงอีก
ครา
แม้ระยะทางของพวกเขาจะอยู่ห่างไกลกันมาก
ถึงแม้จะไม่มีใครเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา แต่ทว่า อู่
อวี้ กลับรู้ซึ้งเป็นอย่างดี ในสิ่งที่พวกเขาอยากจะ
พูดกับตนเอง เวลานี้เขาไม่ได้ย้อนกลับเข้าไปใน
เทือกเขาคราม แต่ขายังคงปักหลักอยู่ใน ค่ายกล
หมื่นกระบี่ เพราะตระหนักดีว่าที่นี่คือสนามรบของ
เขา!
เมื่อเขาหลบหนีออกมาจากเกี้ยวเซียน เมื่อ
แผนการของ จิ่วเซียน ถูกทำลายลง เขาล่วงรู้ดีว่า
จิ่วเซียน ต้องไม่ยอมพ่ายแพ้ล้มเลิกแค่นี้เด็ดขาด
เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่รอคอยกันมาอย่าง
ยาวนาน กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!
ตู้มมมม!
ทันใดนั้นเอง เสียงของปีศาจก็ดังกังวานขึ้น อู่ อวี้
เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้นทันที ภาพที่ปรากฏคือ
บัดนี้เกี้ยวเซียน ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ท่ามกลาง
เศษชิ้นส่วนของเกี้ยวเซียน ควันสีขาวลอย
คละคลุ้งไปทั่ว มันคือความขุ่นเคืองไม่พอใจ บวก
กับโทสะอันพลุ่งพล่าน เงาทมิฬค่อย ๆ ก่อรูปขึ้น
ท่ามกลางหมอกควันสีขาว!
มันคือจิ้งจอกเก้านภา!
ภาพที่ปรากฏประจักษ์แก่สายตาของทุกคน ก็คือ
ร่างของ ปีศาจจิ้งจอกตัวสีขาวบริสุทธิ์ ขนาดตัว
ยาวกว่าสามจั้ง หากเปรียบเทียบกับขนาดตัวของ
คนสามัญธรรมดา ขนาดตัวของปีศาจตนนี้ถือได้ว่า
มหึมาอย่างยิ่ง หางทั้งเก้าซึ่งผุดขึ้นมาท่ามกลาง
ม่านหมอก กวัดแกว่งไปมาเฉกเช่นอสรพิษขนาด
ยักษ์
เมื่อปีศาจจิ้งจอกเก้านภา ย่างก้าวออกมาจากม่าน
หมอก จะเห็นได้ว่าดวงตาทั้งคู่ของนางนั้นแดงก่ำ
กระหายโลหิตอย่างยิ่ง ดวงตาทั้งคู่กำลังจับจ้องไป
ยังทิศทางของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ความโกรธ
เกรี้ยวของ จิ่วเซียน ส่งผลให้สมุนปีศาจของมันอยู่
ในสภาพบ้าคลั่งเต็มที่ ร่างกายของพวกมันก็
เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน ปีศาจหลายร้อยตน
ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายปราณปีศาจออกมาทั่วทั้ง
ท้องฟั้า บนท้องฟั้าในยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเฆม
สีดำทะมึน ปีศาจเหล่านี้กำลังกรีดร้องคำราม
ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โทสะของ จิ่วเซียน ยิ่งจุด
ประกายความเกรี้ยวกราดของพวกมันให้เพิ่มพูน
มากยิ่งขึ้น!
“เข้ามาเลย!”
อู่ อวี้ ไม่เกรงกลัวที่จะจ้องมองไปยังจิ่วเซียน
ในสงครามครั้งนี้เขาเป็นเพียงแค่เหยื่อ ซึ่งหลบหนี
ออกมาเท่านั้น เขาไม่ใช่ผู้ที่ทรยศคนรักของตนเอง
มันช่วยให้ภายในหัวใจของเขาไม่รู้สึกผิดอะไร
ถึงแม้ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเกิดเรื่องตื่นระทึก
ขึ้นมากมาย จนอาจกล่าวได้ว่าติดค้าง จิ่วเซียน
” ท่านอาจารย์ ศึกตัดสินชะตากรรมชี้ขาดกำลังจะ
เริ่มขึ้นแล้ว ”
อู่ อวี้ ล่วงรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ดี
ที่สุด เขารีบเอ่ยเตือน เฟิง ซัวหยา ให้เข้าใจได้
ในทันที
เฟิง ซัวหยา ไม่ล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ ประสบพบเจอ
เหตุการณ์เช่นไรมาบ้าง แต่เขาสามารถเห็นได้
อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้น
ตอนนี้ปีศาจทุกตนได้บ้าคลั่งกันไปหมดแล้ว พวก
มันเปรียบดั่งอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัว รวมตัวกัน
อยู่บนผืนแผ่นดินนี้แล้ว ความน่ากลัวของกองทัพ
ปีศาจนี้เรียกได้ว่าสามารถทำลายล้างได้หลายสิบ
อาณาจักร
” จิ่วเซียน เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่!” เนื่องจากเขาต้องการ
ใช้ อู่ อวี้ แลกเปลี่ยนกับสาวกพรรคจงหยวน จิ่
วเซียน เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำลาย เทือกเขา
คราม ขณะที่ เจียงเซี่ย เห็น อู่ อวี้ หลุดรอดพ้นเงื้อ
มือของนางมาได้ มันทำให้เขารู้สึกว่าในตอนนี้
เหมือนพวกเขากำลังโดนปันหัว
แต่ในขณะที่ เจียงเซี่ย กำลังไต่ถามหาความเป็น
จริงนั้น ปีศาจจิ้งจอกกลับจับจ้องมองมาที่มันอย่าง
เย็นชา แล้วกล่าวขึ้นว่า ” เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว
จงตรงไปทำลาย ่ค่ายกลหมื่นกระบี่ เสียให้สิ้น
บัดนี้ อู่ อวี้ มีพลังฝีมือสามารถต่อสู้กับผู้อยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับ 10 ในยามนี้จะไม่ใช่แค่
พันคนที่ตกเป็นเชลยเท่านั้น แต่ในรัศมีหลายหมื่นลี้
พรรคจงหยวน ของท่านจะไม่มีอีกต่อไป ตราบใดที่
อู่ อวี้ ยังอยู่ ”
” เจ้าว่ากระไรนะ ! ”
เจียงเซี่ย เสียงแหบพร่า ถัดจากมันก็คือสามพี่น้อง
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง พวกมันคือหนึ่งในผู้ที่มีฝีมือ
อยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 10 ใน
สงครามการต่อสู้พวกมันในเฝั้าดู อู่ อวี้ ซึ่งในตอน
นั้นเขาเพิ่งอยู่ในระดับ หลอมรวมลมปราณ ขั้น 5
จากนั้นก็ยกระดับฝีมือของตนเอง จนสามารถต่อสู้
กับผู้ที่อยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 10 ได้
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คนผู้นี้น่าหวาดหวั่น
สะพรึงกลัวมากแค่ไหน
แน่นอนว่าหากปล่อยเขาอีกครั้ง อีกเพียงแค่ไม่กี่
เดือน เจียงเซี่ย กับ จิ่วเซียน อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
อู่ อวี้ ต่อไป
ในยามนี้เจตนาฆ่าฟันของ จิ่วเซียน พุ่งทะยานขึ้น
ไปถึงสวรรค์ ซึ่งก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องสะสางเรื่อง
ของ อู่ อวี้ ให้เสร็จสิ้น ไม่อาจปล่อยให้ยืดเยื้อ
ยาวนานได้อีกต่อไป ในยามนี้ เจียงเซี่ย รู้สึก
หวาดกลัวอย่างแท้จริง จนทำให้มันลืมเรื่องจะ
สังหาร จิ่วเซียน เสียจนสิ้น ทั้งยังเห็นได้ชัดว่า จิ่
วเซียน กำลังเกรี้ยวกราดอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามหลังจากหายตกตะลึง พวกมันก็ก้าว
ขึ้นไปเบื้องหน้าสนามรบอย่างเด็ดเดี่ยว
เพราะการยกระดับฝีมือของ อู่ อวี้ ทำให้ทุกคน
เกรงกลัว
ในกลุ่มของพวกมัน ผู้ที่คาดเดาความคิดได้ยากสุด
นั่นก็คือ จิ่วเซียน สายตาของนางจับจ้องไปยัง
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ในขณะที่พยายามเก็บซ่อนกลิ่น
อายปราณปีศาจอันชั่วร้าย แต่ถึงกระนั้นกลิ่นอาย
ปราณปีศาจ ก็ยังแผ่ขยายปกคลุมแผ่นฟั้าของ
เทือกเขาคราม จนสิ้น!
เหตุผลที่ เจียงเซี่ย ต้องต่อสู้ในยามนี้มีเพียงสิ่ง
เดียวเท่านั้น นั่นก็คือเหล่าสาวกของมัน ที่ถูกจับ
เป็นตัวประกันอยู่ที่นั่น
แต่ถ้าหากสามารถครอบครอง เทือกเขาคราม ได้
การเสียสละชีวิตของนับพัน ก็ยังนับว่าคุ้มค่าเป็น
อย่างมาก ตราบใดที่ภายใน เทือกเขาครามเทือก มี
กลิ่นอายฟั้าดิน หนาแน่นเช่นนี้อยู่ การทำให้พรรค
จงหยวน กลับมาฟืนคืนความแข็งแกร่งขึ้นมาอีก
ครั้งก็ย่อมสามารถทำได้
เจียงเซี่ย กับ เหล่าผู้อาวุโสอีกหลายคน ต่างมอง
หน้ากันและกัน แต่ก็ยังมีผู้อาวุโสบางส่วนยังคง
ลังเล จากนั้นก็กล่าวกับ เจียงเซี่ย ว่า ” อย่ากังวล
เพียงสังหารมัน ไม่ต้องรอช้า ไม่เช่นนั้นพวกเราทุก
คนต้องตกตายด้วยน้ำมือของ อู่ อวี้ กันอยู่ที่นี่ ”
ขณะที่มันกล่าว เจียง เซี่ย ก็จ้องมองไปยัง จิ่
วเซียน อย่างดุร้าย มันแทบไม่น่าเชื่อว่า จิ่วเซียน
กักตัว อู่ อวี้ เอาไว้ ทั้งยังเป็นผู้ที่ปล่อยให้เขามี
ฝีมือแข็งแกร่งขึ้นมาจนถึงระดับนี้ ความรู้สึกขุ่น
เคืองไม่พอใจต่อ จิ่วเซียน ในยามนี้ มันต้องระงับ
เอาไว้ก่อนชั่วคราว จนกว่าสงครามจะสิ้นสุดลง
เมื่อนั้น เจียงเซี่ย จะเริ่มลงมือโจมตีทันที
ความสูญเสียทั้งหมดที่ พรรคจงหยวน ได้รับ ถือว่า
หนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง!
“บุก!!!”
ในเวลานี้ จิ่วเซียน ปักษาคลื่นอัสนี ปีศาจเจ็ดทะเล
แดงทั้งสาม เจียงเซี่ย และ เหล่าผู้อาวุโสหลายสิบ
คนของ พรรคจงหยวน พวกมันทั้งหมดต่าง
กระจายตัวกันออกไปตามจุดต่าง ๆ แล้วหยุดอยู่
ครู่หนึ่ง จากนั้นพวกมันก็เริ่มบุกโหมกระหน่ำโจมตี
เข้าใส่ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ทันที!
การโจมตี ค่ายกลหมื่นกระบี่ ขณะที่ จิ่วเซียน
กำลังมีโทสะเกรี้ยวกราดอยู่นั้น ย่อมให้ผลที่
แตกต่างจากเดิม ค่ายกลหมื่นกระบี่ ซึ่งเคยทานทน
อยู่มานาน บัดนี้เกิดรอยโหว่รูพรุนนับไม่ถ้วน จน
เกือบจะแตกพ่าย
การพยายามทำลาย ค่ายกลหมื่นกระบี่ ในครานี้
เปั้าหมายของพวกมันก็คือ อู่ อวี้ ในยามนี้ อู่ อวี้
ยังคงอยู่ใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ ดังนั้นยามที่พบเจอ
พวกมันย่อมสังหารอย่างไม่รีรอ ! เนื่องจากเขา
ยังคงหลบซ่อนตัว และ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่
ปรากฏตัวเบื้องหน้า จิ่วเซียน กับ เจียงเซี่ย อย่าง
แน่นอน จิ่วเซียน ไม่ได้หวังว่านางจะสามารถจับ
ตัว อู่ อวี้ ในค่ายกลหมื่นกระบี่ได้ ฉะนั้นเห็นได้
อย่างชัดเจนว่า แผนการอย่างเดียวพวกมัน
ในตอนนี้คือทำลาย ค่ายกลหมื่นกระบี่ ให้สิ้น
เมื่อถึงยามนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางหลบหนีไปไหนได้!
ในยามนี้ จิ่วเซียน กำลังมีโทสะถึงขีดสุด ไม่ว่าจะ
เป็นจิตสังหาร หรือ กลิ่นอายปราณปีศาจ พวยพุ่ง
ออกมาอย่างเปียมล้น แตกต่างจากปีศาจจิ้งจอก
น้อย แสนอ่อนหวานน่ารักอย่างสิ้นเชิง อู่ อวี้ ตื่น
ตกใจสุดขีด เมื่อได้เห็นโฉมหน้าอันแท้จริงของ จิ่
วเซียน!
“ท่านอาจารย์ ยิ่งท่านทนได้นานเท่าไหร่ ข้าก็
สามารถสังหารพวกมันได้มากเท่านั้น!” อู่ อวี้ ชัก
กระบี่หยินหยางออกมา ภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ในยามนี้กำลังชุลมุนวุ่นวายอย่างยิ่ง เฟิง ซัวหยา
ไม่อาจร่วมต่อสู้กับเขาได้เนื่องจากต้องควบคุม ่
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ดังนั้นค่ายกลหมื่นกระบี่ อาจ
ไม่ได้คอยสนับสนุนเขาเหมือนเช่นครั้งก่อน แต่ค่าย
กลหมื่นกระบี่ จะไม่โจมตีเขา!
เมื่อสงครามการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น โลหิตก็เริ่มเดือด
พล่าน!
เพื่อปั้องกันไม่ให้ จิ่วเซียน จับตัวเขาได้อีกครั้ง
ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงพยายามอยู่ห่างจาก จิ่วเซียน
จากนั้นเขาก็เริ่มมองหาเปั้าหมายอื่นสังหาร
นอกจาก จิ่วเซียน และ เจียงเซี่ย
เจียงเซี่ย นำพาคนจาก พรรคจงหยวน เข้ามาด้วย
ตนเอง และ บัดนี้เขาไม่หลงเหลือความลังเลที่จะ
สังหารพวกมันอีกต่อไปแล้ว
หวันเทียน หยู๋เซวีย ที่กำลังควบคุมเหล่าสาวกนับ
พันของพรรคจงหยวนรู้สึกกังวลใจอย่างยิ่ง เขา
ตะโกนขึ้นว่า ” เจียงเซี่ย ข้าจะให้โอกาสเจ้าสามล
มหายใจ ออกไปจาก ่ค่ายกลหมื่นกระบี่ เสีย มิ
เช่นนั้นสาวกนับพันของเจ้าจะถูกสังหารเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนดังกึกก้องสนั่นไปทั่ว อย่างไรก็ตามใน
เวลานี้พวกมันทุกคนต่างบ้าคลั่งกันไปหมดแล้ว
ตั้งแต่ที่ เจียง เซี่ย นำคนจากพรรคจงหยวนเข้ามา
ในค่ายกลหมื่นกระบี่ มันก็หาได้แยแสเรื่องนี้อีก
ต่อไปไม่
สำหรับในเวลานี้ หวันเทียน หยู๋เซวีย เฉกเช่นเป็น
ดั่งคนโง่เง่า แม้เขาจะจะนับจนถึงสามลมหายใจ
แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ หรือ แยแส
แม้แต่น้อย เจียงเซี่ย โหมกระหน่ำโจมตีอย่างบ้า
คลั่ง ในเวลานี้ ค่ายกลหมื่นกระบี่ คือเปั้าหมายการ
โจมตีที่ยิ่งใหญ่สุดของมัน
“พรรคจงหยวนนน!” เวลานี้สาวกของ นิกายกระบี่
สวรรค์ รู้สึกโกรธเคืองผู้นำพรรคจงหยวนอย่างยิ่ง
เพื่อครอบครอง เทือกเขาคราม เพื่อทำลายนิกาย
กระบี่สวรรค์ มันกลับละทิ้งชีวิตสาวกกลับนับพัน
อย่างไม่แยแส เห็นได้ชัดว่า เจียงเซี่ย ไม่แยแสว่า
สาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์ จะสังหารคนของมัน
หวันเทียน หยู๋เซวีย ยังคงพยายามร้องตะโกนอยู่
หลายครั้ง แต่ทว่าก็ยังไม่มีผู้ใดแยแสเขาเลยแม้แต่
น้อย ยิ่งทำให้สาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์
ทั้งหมดที่นี่โกรธเคืองอีกทั้งคับแค้นใจจนสุดจะ
บรรยาย
พวกเขาเฝั้ามองไปที่สาวก พรรคจงหยวนสาวก ที่
กำลังตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว อย่างไม่อาจ
เก็บอาการไว้ได้ บางคนจ้องมองพวกเขาด้วย
สายตาสิ้นหวัง บางคนกรีดร้อง บางคนเปล่งเสียง
หัวเราะออกมา แต่อย่างไรพวกมันก็เป็น สาวกของ
พรรคจงหยวน ในเวลานี้เหล่าสาวกพยายามส่ง
เสียงกรีดร้องตะโกน อ้อนวอนให้ เจียงเซี่ย เข้ามา
ช่วยเหลือ
” หลานชาย หวันเทียน หยู๋เซวีย เจ้าจะร้องแรก
แหกกระเชอไปไย? นิกายกระบี่สวรรค์ ของเจ้ารู้จัก
กันในเรื่องของความชอบธรรมและเมตตามิใช่
หรือ? เจ้ากล้าลงมือสังหารสาวกนับพัน ?” มีสาวก
พรรคจงหยวน บางคนกล่าวขึ้นด้วยความเย้ยหยัน
มันจ้องมองไปที่ หวันเทียน หยู๋เซวีย ยังลังเลอยู่
นาน ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะขึ้น
ถ้าให้กล่าวตามสัตย์จริง หวันเทียน หยู๋เซวีย
รวมถึงสาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์ ไม่คาดคิดว่า
เจียงเซี่ย ทำเช่นนี้ ฉะนั้นการปลิดชีพผู้บริสุทธิ์นับ
พัน เป็นปัญหาใหญ่หลวงของพวกเขา
โดยปกติแล้ว เฟิง ซัวหยา จะคอยสั่งสอนให้พวก
เขายึดถือในหลักคุณธรรม เข่นฆ่าปีศาจ ช่วยเหลือ
ผู้คน ไม่ใช่สั่งสอนให้พวกเขาสังหาร ผู้อยู่ใน
เส้นทางแห่งความถูกต้องเช่นเดียวกัน ทั้งพวกมัน
เหล่านี้ยังมีจำนวนนับพัน แน่นอนว่าย่อมเป็น
ปัญหาใหญ่สำหรับพวกเขาอย่างยิ่ง
ในเวลานี้ หวันเทียน หยู๋เซวีย สีหน้าซีดเผือด เขา
พยายามดิ้นรนกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่อยู่
ภายในใจ ระหว่างจะสังหารหรือไม่สังหาร เมื่อ
เหล่าสาวก พรรคจงหยวน เห็นสีหน้าของเขาท้วม
ท้นไปด้วยความทรมาน พวกมันก็เปล่งเสียง
หัวเราะออกมา
” นิกายกระบี่สวรรค์ รู้จักในนามของผู้ส่งสารจาก
สวรรค์ เต็มไปด้วยผู้มากคุณธรรม และ ศีลธรรม
แท้ที่จริงแล้วเป็นพวกขี้ขลาดไร้เดียงสา! ผู้นำ
พรรคของเราแสร้งทำเป็นวางมือ แต่แท้จริงแล้ว
ท่านกำลังเข้ามาช่วยเหลือพวกเราต่างหาก! ”
พวกมันต่างส่งเสียงยินดีปรีดา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ