กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1673: สิทธิ์สุดท้าย
สวรรค์ชั้นที่เจ็ดพันสองร้อย ณ สวรรค์ฤทัย , ถ ้า
จันทร์เสี้ยวไตรดารา
เหล่าศิษย์ในส านักต่างมารวมตัวกันเพื่อฟังค าเทศนา
เต๋าของปรมาจารย์สุภูติด้วยความตั้งอกตั้งใจ
เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติล้วนมีพลังฝีมืออยู่ใน
อาณาจักรจักรพรรดิเซียน จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
ถือเป็นศิษย์รุ่นล่าสุด การฟังเทศนาเต๋านี้จะรวบรวม
ศิษย์หลายรุ่นมารวมตัวกัน
มีเพียงไม่กี่คนที่พลาดโอกาสการเทศนาเต๋าของ
ปรมาจารย์สุภูติ เพราะการเทศนาของปรมาจารย์สุ
ภูติสามารถให้ประโยชน์มากมายแก่พวกเขา และท า
ให้พวกมันก้าวหน้าได้เร็วขึ้น อย่างที่รู้กันว่า
ปรมาจารย์สุภูติเป็นหนึ่งจักรพรรดิเซียนชั้นสูงที่ทรง
อ านาจที่สุดในสวรรค์
การเทศนาเต๋าของปรมาจารย์สุภูติจะจบลงใน
ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ท่านใช้เวลาไม่นานนักในการ
เทศนา แต่เนื้อหาที่แฝงไว้ในค าเทศนานั้นกลับลึกซึ้ง
ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เหล่าศิษย์สาวกขบ
คิดท าความเข้าใจอย่างยาวนาน แต่ก็ยากที่ครุ่นคิดได้
ทั้งหมด
เมื่อใดที่รู้แจ้ง คนผู้นั้นก็จะมีความก้าวหน้าแบบก้าว
กระโดด เปรียบเหมือนกับการวิ่งพันลี้ในวันเดียว
หลังเทศนาจบศิษย์หลายคนก็เริ่มสนทนาพูดคุยกัน
เพราะเมื่อไม่นานมานี้บนสวรรค์เริ่มคึกคักมีชีวิตชีวา
ขึ้น
ส่วนสาเหตุนั้นก็มีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือแดน
สงครามสู่นิรันดร์!
” เมื่อครบก าหนดห้าหมื่นปี ข้าอยากรู้นักว่าคนรุ่น
ใหม่คนใดที่จะสามารถผ่านบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนมีโอกาสเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ ”
” ยากจะคาดเดาได้ การแข่งขันครั้งนี้จะต้องดุเดือด
แน่ ๆ แต่ข้าคิดว่า เทพสามตาจะต้องส่งหยางเชียน
บุตรชายเข้ามาร่วมการทดสอบอย่างแน่แท้ ไหนจะ
บุตรชายของนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถันอีก
พวกเขาล้วนมีแนวโน้มที่จะชนะบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน หลังก้าวเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นจักรพรรดิเซียนคนใหม่ ”
” ผู้เข้าร่วมบททดสอบคนอื่นก็ใช่ย่อย อย่าลืมว่าการ
แข่งขันมักมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสมอ ส าหรับข้า
ขอแค่ได้ดูบททดสอบจักรพรรดิเซียนนับว่าดีมากแล้ว
การแข่งขันครั้งนี้ต้องน่าตื่นเต้นมากแน่ๆ! ”
” เฮ่อ.. พวกเราคงต้องรับงานหนักอีกแน่ หลังจากนี้
จักรพรรดิเซียนชั้นสูงจ านวนมากผลัดเปลี่ยน
หมุนเวียนมาเยี่ยมเยียน งานหนักก็จะตกอยู่ที่พวกเรา
”
” อ๊าาา∼ อย่ากล่าวเช่นนั้น ให้คิดเสียว่าเป็นเกียรติ
ของพวกเราที่มีโอกาสต้อนรับจักรพรรดิเรียนชั้นสูง
มากมาย อย่าลืมสิว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสนี้ เจ้า
ต้องหวงแหนทะนุถนอมหน้าที่นี้ถึงจะถูก บางทีค าพูด
บางค าที่มิได้ตั้งใจของพวกเขาอาจจะเกิดประโยชน์
กับพวกเรามากก็ได้ ”
” กล่าวได้ว่าทุกครั้งที่บททดสอบจักรพรรดิเซียนเริ่ม
ขึ้น ถือเป็นโอกาสดีส าหรับเราเช่นกัน การได้ติดต่อ
เชื่อมสัมพันธ์กับจักรพรรดิเซียนชั้นสูงเหล่านี้ย่อมถือ
เป็นเรื่องดีส าหรับพวกเรา ”
ศิษย์สาวกหลายคนเริ่มสนทนากัน
ชีวิตปกติของพวกเขาวัน ๆ ก็หมั่นฝึกซ้อมซ ้าไปซ ้า
มาอย่างน่าเบื่อ ถึงแม้พวกเขาจะสามารถทะลวงขึ้น
สูงอาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้ก็จริง แต่
อย่างไรพวกเขาก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเทศกาลอัน
ครื้นเครงมีชีวิตชีวาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่ จึงมีบางคน
ที่บ่นกระปอดกระแปดเกี่ยวกับงานต้อนรับอันหนัก
หน่วงที่ต้องเผชิญ แต่บางคนก็ดูมีความสุขกระดี๊
กระด๊า อีกทั้งงานดังกล่าวยังถูกจัดขึ้นที่ถ ้าจันทร์
เสี้ยวไตรดาราซึ่งนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
พวกเขาพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็
เตรียมตัวกลับที่พ านักของตนเอง
เดิมทีหลังจากปรมาจารย์สุภูติเทศนาจบ ทุกคนก็จะ
แยกย้ายกลับอารามใครอารามมัน
แต่คราวนี้ปรมาจารย์สุภูติได้ยกมือส่งสัญญาณบอก
ให้ทุกคนรออยู่ก่อน
ส่งผลให้จักรพรรดิเซียนทั้งหลายเปลี่ยนท่าทางเป็น
เคร่งขรึมจริงจังทันที เพราะการที่ปรมาจารย์สุภูติ
บอกให้พวกเขารออยู่ก่อนแสดงว่าต้องมีเรื่องอะไร
บางอย่างแน่ ๆ ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องจริงจังให้
ความส าคัญกับมัน
หลายคนคาดเดาว่ามันน่าจะเกี่ยวกับรายละเอียดการ
ต้อนรับแขกเหรื่อ เนื่องจากบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนที่ก าลังจะมาถึง เป็นได้หรือไม่ที่ท่านจะจัดแจง
แบ่งสรรหน้าที่?
แต่แล้วท่านปรมาจารย์สุภูติก็หยิบ ‘วงล้อหยินหยาง’
ออกมา
เมื่อเห็นภาพฉากดังกล่าวศิษย์หลายคนต่างพากันตก
ตะลึง เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์สุภูติไม่ได้จะพูดคุย
เกี่ยวกับการต้อนรับแขกเหรื่อ แต่เป็น …
” ท่านหยิบวงล้อหยินหยางออกมาท าไม? ”
” ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า แดนสงครามสู่นิรันดร์ก าลัง
จะเปิดอย่างเป็นทางการก็อีกสามปี ใครจะไปรู้ว่าไฉน
ท่านถึงหยิบวงล้อหยินหยางออกมาเวลานี้? ”
ศิษย์สาวกหลายคนค่อนข้างสับสนเล็กน้อย
ในทางกลับกันจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราให้
ความส าคัญกับ อู่ อวี้ มากขึ้น เมื่อเห็นปรมาจารย์สุ
ภูติหยิบวงล้อหยินหยางออกมาเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็น
อย่างยิ่ง เขาพยายามนึกถึงความเป็นไปได้อยู่ตลอด
นี่ก็ครบก าหนดเวลาหมื่นปี อู่ อวี้ แล้ว ที่ถูกจองจ า
อยู่ในแดนสงครามมารฟ้า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาจะ
กลับออกมาได้?
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารารู้สึกเป็นห่วง อู่ อวี้ มาก
เนื่องจากพลังฝีมือของ อู่ อวี้ อยู่แค่ระดับราชันเทวะ
เก้าสวรรค์ แต่กลับสามารถเอาชนะเขาได้ จน
กลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ
แม้ว่า อู่ อวี้ จะอยู่ร่วมส านักกับเขามาได้ประมาณ
ร้อยปี หลังจากนั้นก็ถูกคุมขังไว้ในแดนสงครามมาร
ฟ้า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงรู้สึกประทับใจ
ชื่นชอบในตัว อู่ อวี้ อยู่ดี หลังจากหมื่นปีผ่านมานี้
เขาก็ยังคงนึกถึง อู่ อวี้ บ้างเป็นครั้งคราว
ส าหรับคนอื่น ๆ อู่ อวี้ อยู่ร่วมส านักแค่เพียง
ช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งในปัจจุบันเขาถูกขังอยู่ในแดน
สงครามมารฟ้าเป็นเวลาหมื่นปี นอกจากนี้ยังมีคนอีก
จ านวนไม่น้อยที่คิดว่าเขาอาจจะรอด ถึงแม้เขาจะถูก
ขังอยู่ในแดนสงครามมารฟ้าเป็นเวลาหมื่นปีก็ตาม
ในเวลานี้ปรมาจารย์สุภูติโบกมือเล็กน้อย ทันใดนั้น
แสงสีด าก็สว่างออกมาจากวงล้อหยินหยาง ปรากฏ
เป็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งออกมาจากภายใน
แสงแห่งความมืดที่ส่องสว่างออกมานั้น คือภาพของ
แดนสงครามมารฟ้า
เงาร่างที่ออกมานั้นคือ อู่ อวี้ ที่ถูกคุมขังเป็นเวลา
หมื่นปี!
เมื่อร่างของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้น บรรดาศิษย์ระดับ
จักรพรรดิเซียนของปรมาจารย์สุภูติภายในสนาม
ประลองก็ถึงกลับอึ้งผงะไปทันที สีหน้าของแต่ละคน
เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าพวกมันได้
เห็นคนที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
ส าหรับพวกมัน อู่ อวี้ ที่ถูกกักขังอยู่ภายในแดน
สงครามมารฟ้า ถูกสรรพเทวะวิญญาณมารฟ้ากัดกิน
จิตเซียนนับหมื่นปี โดยพื้นฐานแล้วมีเพียงหนทาง
เดียวที่รอเขาอยู่เท่านั้น นั่นก็คือความตาย
ไม่คาดคิดว่าหลังจากหมื่นปี อู่ อวี้ จะออกมาจริง ๆ !
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ ออกมาจากแดน
สงครามมารฟ้า ร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะมีการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่าง แตกต่างจากราชันเทวะเก้า
สวรรค์ก่อนหน้านี้ ราวกับว่าเขาได้เหยียบเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ไปแล้วครึ่งก้าว
เห็นได้ชัดว่าภาพฉากที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ท าให้
ศิษย์ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เหล่านั้นแทบไม่
อยากจะเชื่อเลย
ไม่เพียงแต่ อู่ อวี้ รอดชีวิตกลับมา แต่เขายังยกระดับ
ภายในแดนสงครามมารฟ้าอีกด้วย?
หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป คาดว่าทั่วทั้งแดน
สวรรค์คงได้สั่นสะเทือนอีกครั้งเป็นแน่!
ทางด้านท้าวจตุมหาราชกับเทพสามตา ซึ่งเดิมทีแล้ว
พวกมันต้องการจับตัว อู่ อวี้ แต่เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ถูก
กักขังอยู่ในแดนสงครามมารฟ้า คิดว่ามีเพียงหนทาง
เดียวเท่านั้นที่รอเขาอยู่นั่นก็คือความตาย พวกมันจึง
เลือกจะหยุดมือ ทว่าตอนนี้เขากลับมาแล้ว พวกมัน
จะไม่กระอักโลหิตด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นนั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้นปรมาจารย์สุภูติยังเจรจากับพวกมัน
ล่วงหน้า ว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ ถูกส่งเข้าสู่แดนสงคราม
มารฟ้า การสังหารโม่หลี่อิ๋นและความบาดหมาง
ระหว่างพวกมันกับ อู่ อวี้ จะจบสิ้นลงทันที!
สิ่งนี้ท าให้ท้าวจตุมหาราชรู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่าง
ยิ่ง แต่พวกมันก็มิอาจต าหนิปรมาจารย์สุภูติได้
ท้ายที่สุดแล้วปรมาจารย์สุภูติได้รับความเคารพอย่าง
สูง เป็นหนึ่งในจักรพรรดิเซียนระดับสูงสุดบนแดน
สวรรค์ ต่อให้ท้าวจตุมหาราชทั้งสี่ร่วมมือกันก็ยังมิใช่
คู่ต่อกรของปรมาจารย์สุภูติ
ท าให้ทุกคนเริ่มจินตนาการว่า อู่ อวี้ จะต้อง
เผชิญหน้ากับการแก้แค้นแบบไหนของสี่ท้าวจตุ
มหาราชต่อไป?
ซึ่งพวกมันคงมิอาจแก้แค้นได้อย่างโจ่งแจ้ง กระท าได้
เพียงคอยซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังเท่านั้น ตราบใดที่ อู่
อวี้ ยังอยู่ในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา แทบเป็นไปไม่ได้
เลยที่ท้าวจตุมหาราชจะสร้างปัญหาให้กับเขา
” แดนสงครามมารฟ้านั้นสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ไม่
เพียงแต่เด็กผู้นี้จะรอดชีวิตกลับมาได้ แต่ยังยกระดับ
ขึ้นอีกงั้นหรือ? ”
จักรพรรดิเซียนวัฎฌานดูตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย แน่นอน
ว่ามันมิได้สงสัยว่าปรมาจารย์สุภูติจะยื่นมือเข้า
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในแดนสงครามมารฟ้า ท้ายสุดแล้ว
ปรมาจารย์สุภูติมีคุณธรรมสูงส่งยิ่ง ท่านย่อมไม่ท า
เรื่องเช่นนั้นเป็นแน่แท้
” ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ชายผู้นี้คือแบบอย่างของคน
รุ่นเราจริง ๆ ”
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้เวหาจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
แววตาชื่นชมและอิจฉาริษยาอยู่ครู่หนึ่ง เขาสามารถ
เอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราทั้ง ๆ ที่มีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในอาณาจักรราชันเทวะเก้าเขตแดน ต่อให้
ควานหาทั่วทั้งแดนสวรรค์ก็มีคนเช่นเขาอยู่เพียงน้อย
นิด และ อู่ อวี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ อู่ อวี้ ยังรอดชีวิตออกมาจาก
แดนสงครามมารฟ้า หลังจากถูกกักขังอยู่ในนั้นหมื่น
ปีเต็ม
ตลอดช่วงระยะเวลาหมื่นปีนี้ หากเปลี่ยนเป็นราชัน
เทวะเก้าสวรรค์ผู้อื่น คาดว่าพวกมันคงตกตายไป
นานแล้ว ไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้กลบฝัง ไม่คาดคิด
ว่า อู่ อวี้ จะรอดชีวิตกลับมา ทั้งยังได้รับการ
เปลี่ยนแปลงยกระดับขึ้นอีกด้วย เหตุการณ์เช่นนี้
แทบเป็นไปไม่ได้เลย
ก่อนที่ศิษย์และจักรพรรดิเซียนหลายคนจะกลับมามี
สติอีกครั้ง ปรมาจารย์สุภูติก็ประกาศขึ้นทันทีด้วย
เสียงราบเรียบว่า “ส าหรับสิทธิ์สุดท้ายในการเข้าร่วม
บททดสอบจักรพรรดิเซียน ข้าจะมอบให้แก่ ‘อู่ อวี้’ !
เขามีคุณสมบัติที่จะแข่งขันกับว่าที่จักรพรรดิเซียน
ทั้งหลายอย่างเท่าเทียม เพื่อโอกาสในการเข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ ”
ค ากล่าวของท่านปรมาจารย์ท าให้เหล่าศิษย์ที่
โดยรอบตกตะลึงอย่างสุดแสน ราวกับว่ามีหินก้อน
ใหญ่ทุ่มลงมาท่ามกลางฝูงชน
” เป็นเช่นนี้ เช่นนี้นี่เอง! ข้ามิแปลกใจเลยว่าเหตุใด
ปรมาจารย์สุภูติถึงมอบสิทธิ์ให้กับผู้เข้าแข่งขันเพียง
127 คน และสงวนไว้หนึ่งสิทธิ์ ที่แท้ท่านก็เก็บไว้ให้
อู่ อวี้ ”
” ท่านปรมาจารย์สุภูติรู้อยู่แล้วหรือว่า อู่ อวี้ จะรอด
ชีวิตกลับมาจากแดนสงครามมารฟ้าหลังครบก าหนด
หมื่นปี? หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่าท่าน
ปรมาจารย์ให้ความส าคัญและเชื่อมั่นในตัวของ อู่
อวี้ มาก ”
” ข่าวนี้ช่างน่าตื่นตะลึงเกินไปแล้ว หากแพร่งพราย
ออกไป อาจท าให้ทั่วทั้งแดนสวรรค์เกิดการ
สั่นสะเทือนครั้งใหญ่อย่างแน่นอน แต่วงล้อหยินห
ยางเป็นของท่านปรมาจารย์ สิทธิ์ทั้งหมดในการเข้า
ร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียนล้วนถูกคัดเลือกโดย
ท่าน แล้วจะมีจักรพรรดิเซียนคนใดกล้าปฏิเสธ? ”
ศิษย์ทั้งหมดต่างจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ แววตาของแต่ละ
คน บ้างก็เต็มไปด้วยความชื่นชม บ้างก็ดูถูก บ้างก็
สงสัย เต็มไปด้วยอารมณ์ทุกรูปแบบ
ส าหรับ อู่ อวี้ ความคิดของศิษย์เหล่านั้น หาได้
ส าคัญกับเขาไม่
สิ่งส าคัญที่สุดก็คือ เขารอดชีวิตออกมาจากแดน
สงครามมารฟ้าได้ส าเร็จ ซึ่งเท่ากับว่าเขาอยู่ในแดน
สงครามมารฟ้าเป็นเวลานานถึงหมื่นปี การถูกมาร
ฟ้ากัดกินจิตเซียนนั้น ช่างเจ็บปวดเกินกว่าจะ
พรรณนาออกมาเป็นค าพูดได้!
” ในที่สุดข้าก็ออกมา… นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิ์ใน
การเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียนอีกด้วย ”
อู่ อวี้ ได้ยินค าประกาศของปรมาจารย์สุภูติ หลังจาก
นั้นเขาก็ครุ่นคิดถึงสถานการณ์ในปัจจุบันอย่าง
รวดเร็ว
ไม่เพียงแต่เขาจะรอดชีวิตจากการถูกมารฟ้ากัดกิน
จิตเซียนมาได้เท่านั้น แต่เขายังได้รับโอกาสในการ
แข่งขันกับว่าที่จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ เข้าร่วมบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน เพื่อโอกาสในการเข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์
หากเทพสามตาได้รับรู้ข่าวคราวนี้ ไม่รู้ว่ามันจะ
กระอักโลหิตโดยโทสะหรือไม่?
อู่ อวี้ ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน
เมื่อปรมาจารย์สุภูติปล่อยเขาออกจากแดนสงคราม
มารฟ้า แลป่าวประกาศเรื่องนี้ ท่านก็จากไปอย่าง
เงียบ ๆ โดยมิได้อธิบายสิ่งใดให้ อู่ อวี้ ฟัง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ดีว่าปรมาจารย์สุภูติคอย
ช่วยเหลือเขาตั้งแต่ต้นจนจบ
หากมิใช่เพราะปรมาจารย์สุภูติกักขังเขาไว้ในแดน
สงครามมารฟ้า เกรงว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ คงตกตายด้วย
น ้ามือของท้าวจตุมหาราชไปแล้ว
“อู่ อวี้ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะท าได้จริง ๆ ”
ขณะนั้นเองจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราผู้อ่อนโยนและ
สง่างามก็เข้ามาทักทาย อู่ อวี้ เขารู้สึกประหลาดใจ
เล็กน้อยที่เห็นจิตวิญญาณและจิตเซียนของ อู่ อวี้
เปลี่ยนแปลงไป แต่เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ยังคงเป็น อู่
อวี้ คนเดิม นอกจากนี้ทั้งรูปลักษณ์แลบุคลิกภาพของ
เขาก็ยังมิได้เปลี่ยนแปลงไป
“ ศิษย์พี่หยั่งรู้ดารา ”
อู่ อวี้ แย้มยิ้มเมื่อเห็นคนรู้จัก
ในที่สุดเขาก็ออกมาจากแดนสงครามมารฟ้า ช่างเป็น
ความรู้สึกที่… ดีเยี่ยมยิ่งนัก!