กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1674: คู่ต่อสู้ผู้แข็งแกร่ง
หมื่นปีผ่านไป ในที่สุดจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้
ประสบพบหน้ากับ อู่ อวี้ อีกครั้ง เขาเดินออกจาก
อารามสุภูติพร้อมกับค าชื่นชมสรรเสริญ
” ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดออกมาได้จริง
ๆ ขอแสดงความยินดีด้วย วันนี้เป็นวันดีอย่าง
แท้จริง! ” จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราหัวเราะออกมา
อย่างมีความสุข เขาเป็นคนอ่อนโยนสง่างามแต่ก็อด
ไม่ได้ที่จะให้ก าลังใจ อู่ อวี้
“ ข้าต้องขอขอบคุณศิษย์พี่ ที่คอยดูแลข้า ” อู่ อวี้
กล่าวอย่างจริงจังเขาแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ
ต่อจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
หลังจากเขาคารวะปรมาจารย์สุภูติเป็นอาจารย์
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราก็ดูแลเขามาโดยตลอด ทั้ง
ยังช่วยบอกข้อมูลเกี่ยวกับสรรพเทวะวิญญาณมาร
ฟ้าและแดนสงครามมารฟ้าให้เขาฟัง อู่ อวี้ รู้สึก
ขอบคุณน ้าใจของเขามากในเรื่องนี้
ถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามอง อู่ อวี้
เป็นสหาย มีหรือเขาจะบอกเรื่องราวเหล่านี้?
ยิ่งไปกว่านั้นความสนิทชิดเชื้อกับ อู่ อวี้ อาจท าให้
ท้าวจตุมหาราช เทพสามตาและจักรพรรดิเซียน
ชั้นสูงคนอื่น ๆ ขุ่นเคืองใจเอาได้ และนี่ก็เป็นเหตุผล
หลักที่ศิษย์คนอื่น ๆ ของปรมาจารย์สุภูติไม่อยาก
สนิทชิดเชื้อกับ อู่ อวี้ มากเกินไป
” ไม่ต้องขอบจงขอบใจอะไรหรอก เจ้ากลับไป
พักผ่อนเถิด สหายของเจ้าที่ไม่เจอหน้ากันมานานนับ
หมื่นปี ป่านนี้คงคิดถึงเจ้าทุกเช้าค ่า ” จักรพรรดิ
เซียนหยั่งรู้ดาราตบไหล่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สดชื่น
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารารู้สึกประทับใจในตัวเขา
อย่างแท้จริง จึงปฏิบัติต่อเขาในฐานะสหาย แต่
ระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่มีอะไรที่ต้องมารื้อฟื้น
พูดคุยกันมาก ดังนั้นจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราจึงไม่
อยากให้เขาเสียเวลาอยู่กับตนเอง แล้วบอกให้เขา
กลับไปหาลั่วผินและพรรคพวกคนอื่นๆ
“ขอบคุณศิษย์พี่”
อู่ อวี้ พยักหน้า จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารายิ้มแล้วก็
พยักหน้ารับ หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับมุ่งหน้าไป
ยังอารามที่พักอาศัยของตนเอง
หลังจากท่านปรมาจารย์รับเขาเป็นศิษย์ ท่าน
ปรมาจารย์สุภูติได้จัดเตรียมอารามแห่งนี้ไว้ให้แก่เขา
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนับหมื่นปีแต่อารามแห่งนี้ก็
ยังคงเป็นของเขาอยู่ ท่านไม่คิดจะเอาคืน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่
ซีซี ต่างอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็รอ
คอย อู่ อวี้ มานับหมื่นปี
“ข้ากลับมาแล้ว”
พอกลับมาถึง อู่ อวี้ ก็เปิดประตูอาราม แล้วก็กล่าว
เพียงประโยคเดียวออกมา ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดัง
อึกทึกครึกโครมขึ้นในอารามทันที
หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผิน แยกย้ายฝึกฝน
ในแบบของใครของมัน ทันทีที่พวกเขาออกมาแล้ว
เห็น อู่ อวี้ ท่าทางการแสดงออกของพวกเขาก็เต็มไป
ด้วยความตื่นเต้นทันที
“จะ… เจ้ากลับมาแล้ว?”
ลั่วผินแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ท าให้นางไม่
กล้าวิ่งมาหาเขาในทันที หลังจากแน่ใจ นางก็โผเข้า
กอด อู่ อวี้ ขณะร ่าไห้ออกมาด้วยความยินดีอย่างสุด
แสน
ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมานางเป็นห่วงกังวล อู่ อวี้ แทบ
ทุกช่วงลมหายใจ แม้จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราจะ
คอยดูแลนางอยู่ แต่นางก็อดห่วงกังวลเขาไม่ได้อยู่ดี
นางไม่รู้เลยว่าในแดนสงครามมารฟ้าน่าสะพรึงกลัว
เพียงใด เขาจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนครบก าหนด
หมื่นปีหรือไม่?
ในที่สุดความตึงเครียดวิตกกังวลในจิตใจของนางก็
ได้รับการปลดปล่อย!
กล่าวได้ว่าช่วงเวลานี้การใช้ชีวิตของลั่วผินไม่ได้
ง่ายดายหรือสบายไปกว่า อู่ อวี้ มากนัก หากจิต
เซียนของเขาถูกมารฟ้ากัดกินเขาคงจะเจ็บปวดทุกข์
ทรมานอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็ยังคงคิดถึงถวิลหาเขา
อยู่เสมอ
หากขาดใครคนหนึ่งคนใดไปอีกคนก็จะเจ็บปวด
เช่นกัน
นางเอาแต่พร ่าบอกตัวเองว่า อู่ อวี้ สามารถมีชีวิต
รอดจากความยากล าบากมานักต่อนัก เป็นไปไม่ได้ที่
เขาจะตกตายเพียงเพราะอุปสรรคแค่นี้ ตอนที่เขา
เป็นมนุษย์ อู่ อวี้ ยังสามารถเอาชนะจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงที่เป็นเทพเซียนมาได้ แต่แดน
สงครามมารฟ้าที่มีเพียงความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน อู่
อวี้ จะล้มเหลวได้อย่างไร?
ถึงนางจะปลอบใจตัวเองด้วยความคิดเช่นนี้ แต่ใน
ยามหลับใหลนางก็ยังฝันร้าย นางพร ่าถามตัวเองว่า
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าครบก าหนดหมื่นปีแล้ว อู่ อวี้ ไม่
สามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้?
” วันนี้ครบก าหนดหมื่นปี เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าฟุ้งซ่าน
จนแทบเสียสติ? ”
ลั่วผินร ่าไห้อยู่ในอ้อมแขนของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ กอดนางแน่นเพราะกลัวว่าจะสูญเสียนางไป
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ” ไม่ต้อง
ห่วงนะ ไม่มีวันที่ข้าจะทิ้งเจ้า ”
” เอาล่ะ ๆ เลิกท าซึ้งกันได้แล้ว มันท าให้ข้าอยากจะ
ร ่าไห้ตามไปด้วย ” เย่ซีซีกล่าวพลางเช็ดน ้าตาอย่างมี
ความสุข
” ถูกต้อง … ถ้าเป็นข้า ข้าคงจะเหนื่อยมากเพราะเพิ่ง
กลับมาหมาด ๆ อย่าลืมว่ามีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ เพราะ
เจ้าจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้เด็กเห็น เดี๋ยวเด็กมันจะใจ
แตกเอา ”
หนานซานหวางเยว่ยิ้มเยาะ จากนั้นก็รีบปิดตาเย่ซีซี
ไม่ให้นางเห็นภาพฉากที่ อู่ อวี้ กอดกับลั่วผิน
” เจ้านี่มันท าตัวเลอะเทอะได้ตลอดเวลาจริงสิน่า
” อู่ อวี้ คลายแขนออกเล็กน้อย ขนาดไม่ได้เห็นหน้า
กันมานานนับหมื่นปี หนานซานหวางเยว่ก็ยังคงยี
ยวนกวนประสาทไม่เลิกรา ท าให้เขาอยากจะตั้นหน้า
สักหมัดสองหมัด
“ คนมันหล่อก็อย่างนี้แหละ ฮ่า ๆ ๆ ”
หนานซานหวางเยว่หัวเราะอย่างไม่กระดากอาย
หลังจากหมื่นปี พวกเขาทั้งสี่ได้กลับมารวมตัวกันอีก
ครั้ง
ความจริงแล้วหนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผิน
ต่างรู้สึกตื่นเต้นกันจนพูดไม่ออก ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจ
ว่า อู่ อวี้ น่าจะสบายดีไม่เป็นไร แต่การที่ได้เห็นกับ
ตาว่าเขาสุขสบายดีเช่นนี้มันก็ท าให้ทุกคนโล่งอก
” มีหวังท้าวธตรัฐมหาราชคงโกรธจนกระอักเลือด
ตายเป็นแน่!”
หนานซานหวางเยว่ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ทั้งหมดเป็น
เพราะท้าวธตรัฐมหาราชต้องการให้จักรพรรดิเซียน
โม่หลี่อิ๋นมาสั่งสอนพวกเรา แต่กลับกลายเป็นว่าโม่ห
ลี่อิ๋นถูกสังหารจนตกตาย มาตอนนี้เหล่าอู่ยังรอดชีวิต
กลับมาจากแดนสงครามมารฟ้าได้อีก มีหวังงานนี้มัน
คงโกรธจนอกแตกตายเป็นแน่! ”
” ให้พวกมันยกโขยงกันมาเลย พี่ชาย อู่ อวี้ ไม่กลัว
อยู่แล้ว ส่วนท้าวธตรัฐมหาราชถ้าอยากโกรธก็ให้มัน
โกรธไป ” เย่ซีซีก าก าหมัดเล็ก ๆ ของตัวเองแน่น
แสดงท่าทางว่าตนเองมิได้หวาดกลัวท้าวธตรัฐ
มหาราชแม้แต่น้อย
“พวกเจ้านี่นะ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วส่ายศีรษะ
เมื่อทั้งสี่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเสียงหัวเราะอย่างมี
ความสุขก็ดังลั่นอาราม
จากนั้น อู่ อวี้ ก็บอกข่าวที่ปรมาจารย์สุภูติเพิ่ง
ประกาศให้พวกเขาฟัง แล้วเอ่ยถามว่า ” เจ้ารู้หรือไม่
ว่าบททดสอบจักรพรรดิเซียน มีกฎเฉพาะอันใดบ้าง?
”
ความตื่นเต้นของลั่วผินค่อย ๆ สงบลง นางพยักหน้า
แล้วกล่าวว่า “ มันเป็นการต่อสู้แบบศึกสองต่อสอง
แพ้ก็จะถูกคัดออก ปกติแล้วปรมาจารย์สุภูติจะมอบ
สิทธิ์ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 128 คน แต่ครั้งนี้
ท่านปรมาจารย์กลับเลือกเพียง 127 สิทธิ์ ท าให้ข้ามี
ลางสังหรณ์แปลก ๆ แต่ไม่คาดคิดว่าท่านจะมอบ
สิทธิ์สุดท้ายให้กับเจ้าจริงๆ ”
” บรรดาผู้ที่เข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียนว่ากัน
ว่าฝีมือร้ายกาจแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ”
หนานซานหวางเยว่กล่าวอย่างจริงจังซึ่งมักเป็นเรื่อง
ที่หาได้ยาก เขาเริ่มบอกเล่าข้อมูลสถานการณ์ที่ตรวจ
พบและได้ยินมา “คนแรกเป็นบุตรชายของเทพสาม
ตานามว่าหยางเชียน ร ่าลือกันว่าจักรพรรดิหยกคอย
ชี้แนะเขาเป็นการส่วนตัวเมื่อครั้งยังเยาว์ เขาเติบโต
ขึ้นข้างกายเทพมารดรแห่งทิศประจิม ส่วนเหตุผลว่า
ท าไมเทพสามตาถึงได้เกรงอกเกรงใจปรมาจารย์สุภูติ
นัก ทั้งหมดเป็นเพราะมันอยากให้บุตรชายเข้าร่วม
บททดสอบจักรพรรดิเซียน ”
” นอกจากนี้ยังมีหลี่เทียนจีบุตรชายของนาจา
มหาเทพสยบสมุทรซานถัน คนผู้นี้มีพลังอิทธิฤทธิ์
สามเศียรเศียรหกกร แม้จะมีเพียงหนึ่งแต่ความ
แข็งแกร่งก็เทียบเท่ากับสามคน ทั้งยังเชี่ยวชาญใน
การรบยิ่ง หากกล่าวถึงเรื่องนี้หลี่เทียนจีก็เคยก่อ
วีรกรรมสังหารจักรพรรดิเซียนเช่นเดียวกับเจ้าเหล่าอู่
แต่เพราะบิดาของมันคือจักรพรรดิเซียนชั้นสูง ดังนั้น
บทลงโทษจึงมิได้รุนแรงเท่ากับเจ้า ”
สองตัวตนที่หนานซานหวางเยว่กล่าวมาท าให้ อู่ อวี้
ต้องครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นหยางเชียนบุตรชายเทพสามตา หรือหลี่
เทียนจี บุตรชายของเทพนาจามหาเทพสยบสมุทร
ซานถัน ซึ่งพวกเขาไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ
ประการแรกพวกมันมีทรัพยากรในการฝึกฝน
มากมายเหลือเฟือ ทั้งยังครอบครองศาสตราเซียน
ก าเนิดภพ ฉะนั้นการเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนในครั้งนี้ มันต้องเร่งอันดับหนึ่งไว้อย่างแน่แท้
ในมุมมองของหยางเชียนกับหลี่เทียนจี มันต้องคิดว่า
บททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ มีไว้เพื่อมันอย่าง
แน่นอน พวกมันอยากคว้าชัยชนะเป็นอันดับหนึ่งใน
บททดสอบจักรพรรดิเซียน เมื่อได้อันดับหนึ่งสมใจ
หวัง มันจะสามารถก้าวเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
ซึ่งที่นั่นจะท าให้มันทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ บรรลุกลายเป็นเทพเซียนชั้นสูง ทะยาน
ขึ้นสู่สวรรค์ในก้าวเดียว
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายส าหรับ อู่ อวี้ ที่จะเอาชนะคนทั้ง
สอง
ยิ่งไปกว่านั้นทุกครั้งที่แดนสงครามสู่นิรันดร์ก าลังจะ
เปิดขึ้น ก่อนจะเข้าสู่บททดสอบจักรพรรดิเซียนจะมี
การแข่งขันกันสูงมาก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงทายาท
จักรพรรดิเซียนระดับสูง ยังมีอัจฉริยะระดับสุด
ยอดจากทั่วทุกซอกมุมบนสวรรค์
ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามที่ อู่ อวี้ ต้องรับศึกจะมี
จ านวนมากกว่าพวกมันสองคนอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดาราได้ ถึงแม้ว่ามันจะน่าตกใจพอสมควร แต่ห
ยางเชียนกับหลี่เทียนจีก็เก่งกาจไม่แพ้กัน ฝีมือของ
พวกมันทั้งสองจะต้องไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดารา
ดังนั้นบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ผู้ที่ได้อันดับ
หนึ่งอาจมิใช่ อู่ อวี้ หากเขาต้องการชนะเพื่อได้รับ
คุณสมบัติในการเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ เขา
จะต้องทุ่มเททุกอย่างที่มีทั้งหมด
“ ปรมาจารย์สุภูติจงใจให้ข้าอยู่ในแดนสงครามมาร
ฟ้าเป็นเวลาหมื่นปี หลังจากออกมาก็จะพอดีกับการ
แข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียน ซึ่งท่านคงวาน
แผนการนี้มานานแล้ว ดูเหมือนว่าท่านต้องการให้ข้า
คว้าอันดับหนึ่งมาครอบครอง ”
อู่ อวี้ คิดในใจ เขารู้สึกเข้าใจว่าท่านปรมาจารย์สุภูติ
คิดอะไรอยู่
แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าท าไมปรมาจารย์สุภูติถึงดีกับ
ตนเองมากมายขนาดนี้
ครั้งนี้ อู่ อวี้ มิได้ตกตายอยู่ในแดนสงครามมารฟ้า
ท าให้ปรมาจารย์สุภูติถูกมองว่าก าลังงัดข้อกับ เทพ
สามตา , ท้าวจตุมหาราช , จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
แม้ว่าเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องส าคัญส าหรับ
แต่มันคงไม่ราบเรียบสวยงามอย่างแน่นอน ไม่มี
เหตุผลอันใดที่ท่านต้องท าเช่นนี้ เพียงเพราะต้องการ
ช่วยเหลือ อู่ อวี้
อู่ อวี้ คิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าท าไมบางครั้งที่ประสบ
พบหน้ากับปรมาจารย์สุภูติ เขาถึงรับรู้ถึงความ
จริงใจที่ท่านมีให้เขาเสมอมา แต่จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้
ว่าเหตุใดท่านถึงเมตตาเขาถึงเพียงนี้
” ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้ง
นี้ข้าต้องทุ่มเทจนหมดหน้าตัก ด้วยเพราะท่าน
ปรมาจารย์ต้องการให้ข้าเป็นคว้าอันดับหนึ่งมา
ครอบครอง เมื่อข้าคว้าที่หนึ่งมาได้ข้าจะสามารถก้าว
เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์กลายเป็นจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์! ”
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของ อู่ อวี้ จุดประกายลุก
โชนขึ้นในหัวใจ
ตอนที่เขาอยู่ในแดนสงครามมารฟ้า จิตวิญญาณของ
เขาก็แปรเปลี่ยนไป เขามีความกระตือรือร้นฮึกเหิม
ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะบรรลุสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจท าให้
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขาทวีสูงขึ้น
” บททดสอบจักรพรรดิเซียนจะเริ่มขึ้นในอีกสามปี
ข้างหน้า ในช่วงสามปีนี้เหล่าศิษย์จักรพรรดิเซียนใน
ถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราต้องเตรียมตัวต้อนรับแขก
จักรพรรดิเซียนที่จะมาถึง ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเมื่อถึง
วันนั้นท้าวจตุมหาราชและคนอื่น ๆ เห็นพี่ชาย อู่ อวี้
ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันจะท าหน้าอย่างไร? ” เย่ซีซียัก
คิ้วหลิ่วตากล่าวด้วยความคาดหวัง
“ อย่าไปคิดอันใดให้มากความ ฝึกฝนให้หนักเป็นพอ
ยามนี้เหล่าอู่แข็งแกร่งถึงขั้นสังหารจักรพรรดิเซียนได้
แล้ว แต่พวกเรายังห่างไกลจากเขาอีกหลายขุม เจ้า
ละอายใจบ้างหรือไม่? อับอายบรรพชนที่ส่งต่อมรดก
ให้บ้าง? ” หนานซานหวางเยว่ช าเลืองมองเย่ซีซีแล้ว
กล่าวอย่างแผ่วเบา
” เจ้าก็เป็นเช่นเดียวกับข้ามิใช่หรือ? ”
เย่ซีซีหาได้เกรงกลัวหนานซานหวางเยว่แม้แต่น้อย
หน าซ ้ายังตะคอกกลับไปว่า ” ถ้าเจ้าเก่งจริงก็เข้าร่วม
บททดสอบจักรพรรดิเซียนด้วยสิ อยากรู้นักว่าจะไป
ได้สักกี่น ้า? ”
” เรื่องอะไร… ผู้ส่งต่อมรดกให้เหล่าอู่คือฉีเทียนต้า
เซิ่นยุทธวิชัยพุทธะ มรดกของข้าเทียบไม่ติดหรอก
เพียงแค่ท าตัวหล่อเหลาไปวัน ๆ ก็พอแล้ว ” หนาน
ซานหวางเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ช่วงเวลานี้อารามของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
เมื่อได้ยินเสียงทะเลาะโต้เถียงเสียดสีกันไปมาท าให้ อู่
อวี้ หวนนึกถึงความรู้สึกที่หายไปนาน
เขาถูกจองจ าอยู่ในแดนสงครามมารฟ้าหนึ่งหมื่นปี
แต่ความรู้สึกที่อยู่ในนั้นเหมือนผ่านกาลเวลามาไป
หลายหมื่นปี มันช่างนานแสนนานเหลือเกิน โชคดีที่
เขามีชีวิตรอดกลับมาได้
———————–
วันนี้เอาไปก่อนหนึ่งตอนนะครับ วันนี้หมอนัดตรวจ
ไม่รู้จะเสร็จกี่โมงกลัวกลับมาไม่ทัน เดี๋ยวพรุ่งนี้
ชดเชยให้นะครับ