กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1675: การมาถึงของหมื่นเซียน
สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก
อู่ อวี้ ใช้เวลาสามปีที่เหลือนี้ รวบรวมเจตจ านงทาง
จิตวิญญาณเพื่อขยับเข้าไปใกล้ระดับจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ขึ้นไปอีกก้าว
ส่วนสถานการณ์บนสวรรค์ฤทัยในตอนนี้คึกคักมี
ชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนจะเริ่มบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน เหล่าจักรพรรดิเซียนเริ่มทยอย
เดินทางมาจากสถานที่ห่างไกลเพื่อมารับชมการ
แข่งขันต่อสู้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน ซึ่ง
จักรพรรดิเซียนที่มาส่วนใหญ่ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่
รู้จัก ส่วนจักรพรรดิเซียนที่ไม่อยู่ในระดับสูงมากนัก ก็
ยังส่งลูกหลานเข้าร่วมการแข่งขันเช่นเดียวกัน
ส่งผลให้เวลานี้เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติก าลัง
หัวหมุนจ้าละหวั่นกับการเตรียมตัวต้อนรับแขกเหรื่อ
ผู้มาเยือน จัดเตรียมที่พักอาศัย ‘อารามหลิวฉาง’ ใน
ส านักถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราให้พวกเขา
ว่ากันว่า ‘อารามหลิวฉาง’ นั่นก็คือพิภพขนาดเล็ก
พื้นที่ด้านในมีขนาดกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก
นับประสาอะไรกับจักรพรรดิเซียนแค่ไม่กี่คน ต่อให้
เป็นสิ่งมีชีวิตหลายล้านชีวิตก็สามารถพักอาศัยอยู่ใน
นั้นได้ สถานที่พักอาศัยของแต่ละคนกว้างใหญ่โอ่อ่า
ไม่ท าให้รู้สึกอึดอัดคับแคบเลยแม้แต่น้อย
จักรพรรดิเซียนบางคนที่มาถึงก่อนค่อนข้างมีชื่อเสียง
โด่งดังเป็นอย่างมาก จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ อู่ อวี้
ล้วนเคยเห็นก่อนจากภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
พวกมันหลายคนมีส่วนร่วมในการบดขยี้ท าลาย
สังหารหมู่สรรพชีวิตในภพเทพปีศาจ
เมื่อจักรพรรดิเหล่านี้มาถึง อู่ อวี้ ก็เฝ้าสังเกตการณ์
อยู่ห่าง ๆ ถึงแม้บางคนจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง ทว่า
แต่ละคนล้วนท่วมท้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซียนดู
สุภาพไม่มีวี่แววการเข่นฆ่าในสายตาเลยแม้แต่น้อย
จักรพรรดิเซียนบนสวรรค์หลายคนมีลักษณะเช่นนี้ อู่
อวี้ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนเหล่านี้เคยร่วมมือกัน
ท าลายล้างภพเทพปีศาจอย่างโหดร้ายไร้ปรานี
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่าตอนนั้นพวกเขาถูกควบคุมจาก
ใครบางคน? ใครก็ตามที่สามารถควบคุมจักรพรรดิ
เซียนระดับสูงหรือแม้กระทั่งจักรพรรดิหยกได้ คนผู้
นั้นจะต้องมีพลังฝีมือน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?”
อู่ อวี้ คิดไม่ออกเลยจริง ๆ
เขาเฝ้ามองสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ แลเห็นจักรพรรดิ
เซียนพาลูกหลานมายังสวรรค์ฤทัยเข้าสู่ส านักจันทร์
เสี้ยวไตรดารา ในตอนนี้ท่านปรมาจารย์สุภูติยังไม่
ปรากฏตัว ส่วนเหล่าสาวกก็วุ่นอยู่กับการต้อนรับ
แขกเหรื่อจักรพรรดิเซียนมากมายที่มาถึง
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่ได้ขุ่นเคืองที่ท่านปรมาจารย์
สุภูติไม่ได้ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง เพราะทุกคนต่าง
รู้ดีว่าบททดสอบจักรพรรดิเซียนนี้ถูกจัดขึ้นโดยท่าน
ปรมาจารย์สุภูติ ทั้งหมดก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เยาว์ได้
เข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ ความจริงแล้วพวกเขา
ทุกคนควรจะขอบคุณท่านปรมาจารย์สุภูติถึงจะถูก
ปัจจุบันข่าวเรื่อง อู่ อวี้ ก าลังจะเข้าร่วมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนได้แพร่กระจายไปทั่วสวรรค์แล้ว
แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะท าให้จักรพรรดิเซียนบางคน
รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าโวยวายคัดค้านแสดง
ท่าทางขุนเคือง เพราะเกรงว่าจะไปท าให้ท่าน
ปรมาจารย์สุภูติไม่พอใจ ในเมื่อปรมาจารย์สุภูติเห็น
ว่า อู่ อวี้ มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์
พวกมันก็ไม่อาจท าอะไรได้ หรือต่อให้ท่านต้องการ
ยกเลิกบททดสอบจักรพรรดิเซียนพวกมันก็กล่าว
อะไรไม่ได้เช่นกัน
ทุกคนต่างรู้ดีว่าวงล้อหยินหยางเป็นศาสตราเซียน
ก าเนิดภพของปรมาจารย์สุภูติ
” ปัจจุบัน อู่ อวี้ นับเป็นผู้เข้าแข่งขันบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดผู้หนึ่ง อีก
ทั้งเขายังเคยเอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามาได้
”
” แต่ไม่รู้ว่าหลังจาก อู่ อวี้ จากแดนสงครามมารฟ้า
ถูกมารฟ้ากัดกินจิตเซียนมาเป็นเวลาหมื่นปี เขายัง
แข็งแกร่งเหมือนเดิมหรือไม่? ”
” ในความคิดเห็นของข้า ผู้ชนะบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนในครั้งนี้ คงไม่พ้นมี ‘หยางเชียน’ บุตรชายของ
เทพสามตา หรือ ‘หลี่เทียนจี’ บุตรชายของเทพนา
จามหาเทพสยบสมุทรซานถัน พวกเขาคือผู้ที่มี
โอกาสเป็นไปได้มากที่สุด นอกจากจะมีชื่อเสียงโด่ง
ดังกว่า อู่ อวี้ มานานมากแล้ว ทั้งสองยังมี
ความสามารถในการเอาชนะจักรพรรดิเซียนได้
ทั้งสิ้น! ”
หลังจากจักรพรรดิเซียนมาถึงส านักถ ้าจันทร์เสี้ยวไตร
ดารา พวกเขาก็จะพ านักอาศัยอยู่ใน ‘อารามหลิว
ฉาง’ บางครั้งก็จะพูดคุยหารือกับคนอื่น ๆ
จักรพรรดิเซียนบางคนคิดว่าหลังจาก อู่ อวี้ ถูกจอง
จ าอยู่ในแดนสงครามมารฟ้าถูกมารฟ้ากัดกินจิตเซียน
เป็นเวลาหมื่นปี ความแข็งแกร่งของเขาจะลดน้อยลง
หรือต่อให้ไม่ลดลงก็ยากที่จะพัฒนาก้าวหน้าในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน ต่อให้เขามีฝีมือจนสามารถ
เอาชนะคู่ต่อสู้ธรรมดาได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะ
เอาชนะคู่ต่อสู้อย่างหลี่เทียนจีและหยางเชียน
เดิมที ‘อารามหลิวฉาง’ ค่อนข้างเงียบเหงาว่างเปล่า
มาอย่างยาวนาน ทว่าช่วงสามปีที่ผ่านมามันกลับ
คึกคักมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
ถึงกระนั้นก็ยังมีจักรพรรดิเซียนที่ไม่ค่อยคุ้นหน้ากัน
อยู่หลายคน และบางคนก็ใหญ่โตอยู่บนสวรรค์มา
ก่อน จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ล้วนกินต าแหน่งบน
สวรรค์กว่าครึ่ง ค่อนข้างโดดเด่นเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่นท้าวจตุมหาราชทั้งสี่ได้แก่ ท้าวธตรัฐ
มหาราช , ท้าววิรูปักษ์มหาราช , ท้าวเวสสุวรรณ
มหาราช , ท้าววิรุฬหกมหาราช การที่พวกมัน
เดินทางมาถึงก่อน เพราะวิตกกังวลเลื่อนของ อู่ อวี้
หรือแม้กระทั่งเทพอสูรบรรพกาลเมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้
มีชีวิตรอดออกมาจากแดนสงครามมารฟ้าได้ มันก็ยัง
ไม่ยอมลดราวาศอกล้มเลิกความคิดที่จะจัดการกับ
เขา เพียงแต่ในตอนนี้มันยังคิดแผนการเด็ด ๆ ไม่ได้
เท่านั้น ที่ส าคัญยังมีปรมาจารย์สุภูติคอยคุ้มกะลาหัว
เขาอยู่ มันจึงไม่กล้าลงมือผลีผลามอันใด
นอกจากนี้ยังมีจักรพรรดิเซียนบางคนได้พาทายาทมา
เข้าร่วมบททดสอบนี้ด้วยอาทิเช่น เทพตาทิพย์ เทพหู
ทิพย์ , แม่ทัพเทียนโย่ว , เทพอัสนีลุ่ยกง เจ้าแม่ฟ้า
แล่บเตียนบ๊อ, เทพตะวันสัญจร เทพราตรีสัญจร ,
เจ็ดเทพดาราเป็นต้น!
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ล้วนเป็นที่รู้จักกันดีบนสวรรค์
จักรพรรดิเซียนสามัญบางคนบนสวรรค์เมื่อพบเจอ
กับพวกเขาก็ยังต้องก้มคารวะทักทาย
พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นจักรพรรดิเซียนชั้น
สามบนสวรรค์ มีสถานะค่อนข้างสูงส่ง เมื่อใดก็ตามที่
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้มาพร้อมกับทายาท ก็จะน ามา
ซึ่งแรงกดดันมหาศาลเสมอ โดยพื้นฐานแล้วศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูตินับสิบต้องออกมาต้อนรับพวกเขา
ส่วนจักรพรรดิเซียนธรรมดาทั่วไปก็จะรีบเข้ามา
ทักทายต้อนรับพวกเขาเช่นกัน
เทพตาทิพย์ เทพหูทิพย์ , เทพอัสนีลุ่ยกง เจ้าแม่ฟ้า
แล่บเตียนบ๊อ พาเหล่าทายาทของตนเองเข้าร่วมบท
ทดสอบครั้งนี้ ทุกคนล้วนกังวลในความเก่งกาจ
อัศจรรย์ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก ในเวลานี้พวกเขา
คอยติดตามถามไถ่สถานการณ์ของ อู่ อวี้ โดยทั่วไป
ข้อมูลทั่วไปที่พวกเขาถามไถ่ อย่างเช่นหลังจากเขา
รอดชีวิตจากแดนสงครามมารฟ้ามาได้เขาได้รับ
บาดเจ็บสาหัสหรือไม่? เหตุผลที่ถามเช่นนี้เพราะ
อยากทราบว่าปัจจุบันความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ อยู่
ระดับใด มีแนวโน้มว่าจะลดลงหรือไม่หลังจากที่
เอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามาได้
ถ้าหากว่าเขายังคงแข็งแกร่งเหมือนเช่นเดิม เมื่อใดที่
ทายาทของตนเองได้พานพบเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
โอกาสที่จะเอาชนะเขาได้จึงมีไม่มากนัก
เนื่องจากส าหรับพวกมันแล้วบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนถือเป็นโอกาสส าคัญ เดิมทีแค่หยางเชียนกับหลี่
เทียนจีเข้าร่วม ลูกหลานของพวกมันก็แทบไม่มี
โอกาสชนะแล้ว
ดังนั้นพวกมันจึงไต่ถาม สถานการณ์ของ อู่ อวี้ แค่
เล็กน้อยเท่านั้น
โดยหลักหลายคนใช้โอกาสนี้พูดคุยสื่อสารกับ
จักรพรรดิเซียนบนสวรรค์ เกี่ยวกับสถานการณ์ความ
เป็นอยู่ของจักรพรรดิเซียนบางคนเพื่อแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การฝึกฝนบ าเพ็ญตน
อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสที่จะพาชนรุ่นหลังมาเปิดหูเปิด
ตาพบโลกภายนอก ส าหรับการแข่งขันครั้งนี้มี
จักรพรรดิเซียนชั้นเลิศมากมายมาเป็นเพื่อนบุตร
หลาน เช่นนั้นการผูกมิตรไมตรีกันไว้ย่อมเป็น
ประโยชน์ในอนาคตอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ แลเห็นแรงศิษย์คนอื่น ๆ เข้าไปทักทายต้อนรับ
ขับสู้จักรพรรดิเซียนผู้เลื่องชื่อ ท าให้เขาแอบรู้สึก
เสียใจเล็กน้อยที่ตนเองไม่สามารถท าหน้าที่นั้นได้
กล่าวได้ว่าปัจจุบันมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ไม่ได้รับ
มอบหมายหน้าที่อะไร
เมื่อจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราเห็นท่าทีของ อู่ อวี้
เขาก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า อู่ อวี้ เป็น ‘ผู้เข้าแข่งขัน’
รับบททดสอบจักรพรรดิเซียน ฉะนั้นควรทุ่มเทสมาธิ
ไปกับการเตรียมพร้อมเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิ
เซียน ไม่จ าเป็นต้องออกมาต้อนรับแขกเหรื่อเหมือน
คนอื่น ๆ
ถึงจะรู้เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงเศร้าเล็กน้อย
ในบรรดาเหล่าลูกศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติคนอื่น ๆ
ตัวตนของเขาดูเหมือนจะ ‘พิเศษ’ กว่าเล็กน้อย
นอกจากนี้เขายังไม่ได้ประสบพบหน้ากับจักรพรรดิ
เซียนผู้มาร่วมงานแบบจริง ๆ จัง ๆ เนื่องจากตัวตน
ของเขาค่อนข้างอ่อนไว้ หากไปเสนอหน้าต้อนรับ
แขกเหรื่ออาจจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้โดยไม่
จ าเป็น
หลังจากการมาถึงของจักรพรรดิเซียนระดับสามมา
เช่น สี่ท้าวจตุมหาราช , เทพอสูรบรรพกาล , เจ็ด
เทพดารา , เทพตะวันสัญจร เทพราตรีสัญจร ก็ท าให้
สวรรค์ฤทัยดูคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาก สามารถแลเห็น
ราชันยเทวะผู้มากพรสวรรค์อยู่ทุกหนทุกแห่ง พวก
เขาเหล่านี้ล้วนเป็นชนรุ่นหลังที่ต้องการมีส่วนร่วม
เข้ารับบททดสอบจักรพรรดิเซียน
ไม่นานนักจักรพรรดิเซียนระดับสองก็มาถึง ซึ่งเป็น
ช่วงเวลาที่บททดสอบจักรพรรดิเซียนมีเวลาเหลืออีก
สองเดือน
จักรพรรดิเซียนระดับสองมีต าแหน่งบนสวรรค์สูงส่ง
มากกว่าระดับสาม ได้แก่ เทพสามตาหยางเจียน ,
มหาเทพสยบสมุทรซานถันนาจา , ท้าวหลี่มหาราช
และ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ห้าทิศ
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณแห่งทิศบูรพา ,
มหาเทพตงหัว , เทพมารดรวิญญาณเร้นแห่งทิศอุดร
, มหาเทพเจียวหวงประมุขเหลืองสูงสุดฯลฯ ทั้งหมด
ล้วนอยู่ระดับเดียวกับเทพนาจา
ศักดิ์ฐานะตัวตนของจักรพรรดิเซียนเหล่านี้มีระดับสูง
กว่าสี่ท้าวจตุมหาราช , เทพอสูรบรรพกาลฯลฯ
ดังนั้นเมื่อจักรพรรดิเซียนระดับดังกล่าวมาถึง ศิษย์
ของปรมาจารย์สุภูติจึงต้องออกไปต้อนรับขับสู้เป็น
อย่างดีไม่กล้ารับเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าพวกเขาจะมาที่นี่เพื่อร่วมรับชมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน แต่ส าหรับศิษย์สาวกของปรมาจารย์
สุภูติ เมื่อเจอกับอาวุโสเช่นนี้พวกเขาไม่สามารถท า
ให้คนระดับนี้ขุ่นเคืองใจได้
นอกจากนี้บรรดาศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ ต่างหวัง
ว่าจะมีโอกาสได้ตีสนิทกับเหล่าทายาทลูกหลานของ
จักรพรรดิระดับสูงทั้งหลาย เพราะมีความเป็นไปได้
มากที่บุตรหลานของตัวตนระดับนี้จะก้าวขึ้นสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนกลายเป็นบุคคลส าคัญบนสวรรค์ การ
ตีสนิทเชื่อมสัมพันธ์เป็นสหายจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
อันใด
” อู้วหู้ววววว∼ เหล่าอู่ เจ้าเห็นหรือไม่ ทันทีที่หลี่
เทียนจีบุตรชายของเทพนาจามหาเทพสยบสมุทร
ซานถันมาถึง ก็มีสาว ๆ หน้าตาสะสวยล้อมหน้าล้อม
หลังตอมกันเป็นพรวน ข้าล่ะอิจฉาจริงจริ๊งงง! ” เมื่อ
หนานซานหวางเยว่เห็นภาพฉากดังกล่าวก็รู้อดริษยา
ไม่ได้
ส่วนเทพเซียนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาอยู่นั้น ทั้งหมด
ล้วนเป็นเทพเซียนระดับธรรมดาสามัญทั้งสิ้น
เวลานี้สาวงามมากมายก าลังล้อมหน้าล้อมหลังหลี่
เทียนจี ด้วยตัวตนอันสูงส่ง จึงเป็นที่ชื่นชอบของ
เหล่านางเซียน หากมันเกิดถูกใจคนใดคนหนึ่งเข้า
นางเซียนผู้นั้นคงสบายไปตลอดชีวิตราวกับว่าได้
ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ในก้าวเดียว
แน่นอนว่ามีนางเซียนสองที่แตกต่างจากคนอื่น : นาง
คือบุตรีดีของมหาเทพตงหัว นามว่านางเซียน
เหยาอวิ๋น ซึ่งจัดว่ามีรูปโฉมงดงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วน
อีกคนเป็นบุตรีของเทพมารดรวิญญาณเร้นนามว่า :
นางเซียนหลิงหมี่นางสวมใส่อาภรณ์สีด า ท่ามกลาง
นางเซียนนับหมื่นไม่มีผู้ใดมีเสน่ห์เย้ายวนเท่าพวก
นาง
หนานซานหวางเยว่รู้สึกริษยาหลี่เทียนจีเป็นอย่าง
มาก ท าให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่ง
” จิ๊ ๆ ๆ วัน ๆ ในหัวของเจ้าคิดอะไรอยู่? ไม่หมั่น
ฝึกฝน มองหาแต่สตรีสวย ๆ เจ้าไม่คิดละอายใจบ้าง
หรือไรที่พูดถึงข้าก่อนหน้านี้! ” เมื่อเห็นเช่นนี้เย่ซีซีก็
รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก นางมองรูปร่างหน้าตาของ
ตนเองก็คิดว่านางเองก็เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง เหมือนกัน
แต่เหตุไฉนหนานซานหวางเยว่ไม่ชายตามองนาง
บ้าง?
ยิ่งไปกว่านั้นหนานซานหวางเยว่ยังต าหนิว่านางไม่
หมั่นฝึกฝน นางจึงรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก
” นอกจากฝึกฝนแล้ว ยังมีเรื่องสนุก ๆ ให้ท าอีก
หลายเรื่อง ใช่ไหมเหล่าอู่? ”
หนานซานหวางเยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกล่าวอย่าง
ไม่สนใจว่า ” กล่าวตามตรง… ระหว่างแข่งขันบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียนเมื่อใดที่เหล่าอู่พบเจอกับหลี่
เทียนจี เหล่าอู่ต้องจัดการมันให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่
มีทางหายหงุดหงิดแน่! ”
“ หลี่เทียนจีมีฝีมือแข็งแกร่ง การแข่งขันบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนครั้งนี้เขาเป็นหนึ่งในตัวเต็ง งานนี้เจ้า
เองก็ต้องระวังให้มาก ” ลั่วผินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าว
ด้วยความเป็นห่วง
“อืม”
อู่ อวี้ พยักหน้า
แน่นอนว่าความสนใจของเขาเหมือนกับลั่วผิน หลี่
เทียนจีและหยางเชียนบุตรชายของเทพสามตา มี
ความแข็งแกร่งเหนือกว่ารุ่นเดียวกัน พวกเขาทั้งสอง
ได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี ท าให้มีฝีมือความ
แข็งแกร่งจนสามารถเอาชนะระดับจักรพรรดิเซียนได้
หลังจากการมาถึงของจักรพรรดิเซียนระดับสอง
เวลาในการแข่งขันรวมบททดสอบจักรพรรดิเซียนก็
เหลือเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น
ณ เวลานี้เทพเซียนระดับสูงได้มาถึงแล้ว
ก่อนหน้านั้นปรมาจารย์สุภูติไม่ได้ปรากฏตัวออกมา
ต้อนรับ ถึงแม้จะเป็นเทพสามตาหรือคนอื่น ๆ พวก
เขาเหล่านี้ล้วนถูกต้อนรับโดยศิษย์ของท่าน
แต่ส าหรับการมาถึงของจักรพรรดิเซียนระดับสูง
ปรมาจารย์สุภูติต้องออกมาต้อนรับขับสู้ด้วยตนเอง!
—————–