กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 169 : ธารโลหิตภายในเทือกเขาคราม
ขณะนี้ ค่ายกลหมื่นกระบี่ กำลังสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง
นอกจากการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของ ค่ายกล
หมื่นกระบี่ แล้ว เสียงหัวเราะของเหล่าสาวก
พรรคจงหยวน ยังดังระงมไปทั่ว ในยามนี้ทั้ง
เทือกเขาแลปฐพีกำลังเดือดพล่าน ท่ามกลางความ
ปันปั่วนคลุมเครือ จะสามารถแลเห็นกรงเล็บของ
วิญญาณปีศาจอันชั่วร้าย
นอกจากปัญหาของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ แล้ว
ทางด้าน หวันเทียน หยู๋เซวีย กำลังต่อสู้กับแรง
กดดันอันใหญ่หลวง จากเหล่าสาวกพรรคจงหยวน
ที่ถูกจับตัวมา
ในบรรดาเหล่าสาวกนับพันที่ถูกจับมานี้ บางคนชั่ว
ร้าย บางเป็นคนตัวอันตราย บางคนกลัวตาย
ถึงแม้ว่ามันจะกลัวตายก็ตาม แต่พวกมันยังรอคอย
ให้ เจียง เซี่ย มาช่วยเหลือ พวกมันกำลังรอให้
ตนเองได้รับอิสระ เพื่อเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วย
” ท่านอาจารย์ ได้โปรดชี้แนะ!” หวันเทียน หยู๋เซ
วีย คุกเข่าลงต่อหน้า เฟิง ซัวหยานี้ เนื่องจากเรื่อง
นี้เกินกว่าที่เขาจะจัดการได้
เหล่าสาวกนับพันของ นิกายกระบี่สวรรค์ แทนที่
จะเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่กลับต้องคอยเฝั้าจับตาเหล่าสาวกของ พรรคจง
หยวน เนื่องจากมันมีอยู่จำนวนมาก ฉะนั้นหาก
เสียการควบคุมไป จะเกิดปัญหารวมถึงผลร้าย
ตามมามากยิ่งขึ้น
ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาอาจจะต้องสังหารผู้คน
จำนวนมากเหล่านี้
เฟิง ซัวหยา ทำได้เพียงหันหน้ากลับมาหา หวัน
เทียน หยู๋เซวีย เนื่องจากเขากำลังง่วนอยู่กับการ
ควบคุม ค่ายกลหมื่นกระบี่ ขับไล่ศัตรูไป
” หยู๋เซวีย เจ้ากำลังทรมานกับความคิดดีชั่ว ซึ่งอยู่
ภายในใจ ทั้งยังไม่อาจตัดสินใจได้ ”
“ขอรับ”
หวันเทียน หยู๋เซวีย ยกศีรษะขึ้นมอง เฟิง ซัวหยา
แม้ว่า เฟิง ซัวหยา ไม่ได้ย้อนหันกลับไปมอง แต่
เขาก็ยังคงพูดคุยต่อ
” นี่คือสงครามของเซียนเต๋า สงครามที่ตัดสินเพียง
แค่แพ้หรือชนะ ไม่มีคำว่าดีหรือชั่ว ทั้งร่างกาย
และ จิตใจของพวกมันเป็นของ พรรคจงหยวน
เราจะปราณีหรือเมตตากับศัตรูไม่ได้ เพราะมัน
เหมือนกับได้ทำเรื่องโหดร้าย ต่อศิษย์พี่น้องของ
เจ้า ”
“เราผู้บำเพ็ญตน เมตตาต่อเหล่าปถุชนทั่วทั้งใต้
หล้า เมตตาต่อคนของเรา แต่นี่คือศึกสงคราม ไม่
ควรให้แก่ศัตรู ต่อให้ผู้นั้นบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไร้ซึ่ง
กำลังต่อสู้ แต่พวกมันก็คือศัตรู สงครามแห่งเซียน
เต๋ามีแต่ความโหดร้ายอำมหิต ไร้ซึ่งคุณธรรมหรือ
ศีลธรรม มีแต่แพ้หรือชนะเท่านั้น ”
” เราคือผู้บำเพ็ญตนในวิถีแห่งกระบี่ ตราบใดที่
หัวใจของพวกเรานั้นแข็งแกร่ง จงยึดมั่นในวิถีทาง
แสวงหาความเป็นอมตะ ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้
หลุดพ้นจากความทุกข์ ”
” สงครามคือสงครามรุกราน ผู้ชั่วร้ายคือผู้ก่อ
สงครามขึ้นมา กฎของโลกผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด
ซึ่งหากมองในแง่นี้ เจียง เซี่ย ย่อมไม่ผิด หากเรา
อ่อนแอกว่าเราย่อมถูกขับไล่ออกจาก เทือกเขา
คราม หากเป็นเช่นนี้ตัวเรานั่นแหละคือผู้ผิด ไม่ว่า
จะเป็นเรื่องใดก็ตาม ความผิดพลาดใหญ่หลวง
ที่สุดนั่นก็คือความอ่อนแอ ”
” จงสังหารพวกมันเสีย ชโลมโลหิตของศัตรูให้หลั่ง
รินสู่พื้นปฐพี! ”
ในที่สุด เฟิง ซัวหยา ก็ให้ข้อสรุปชี้ชัด
เขาเข้าใจ หวันเทียน หยู๋เซวีย อย่างลึกซึ้งถึง แม้
มันจะดูโหดร้ายอำมหิต แต่ความจริงคือ โลกนี้ก็
ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
การเมตตาศัตรู ถือเป็นการทำสิ่งที่โหดร้ายแก่
ตัวเอง
ทั้งหมดนี้คือการต่อสู้ เพื่อความอยู่รอด ไม่มีความ
ดีหรือชั่ว มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถรอด
ต่อไปได้
“สังหารรรร!”
หวันเทียน หยู๋เซวีย สั่งให้สาวก บั่นศีรษะของ
เหล่าสาวก พรรคจงหยวน นับพันทันที
……
อู่ อวี้ หันกลับไปมอง
“สังหารไปแล้ว?”
เขารู้สึกสะเทือนจิตใจเล็กน้อย
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือ ปฏิเสธได้
” แม้ เจียง เซี่ย จะทอดทิ้งพวกมันไปแล้ว แต่หัวใจ
ของพวกมันยังคงอยู่ พรรคจงหยวน ฉะนั้นนี่จึง
เป็นจุดจบของพวกมัน”
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เนื่องจากเขาเพิ่ง
หลบหนีจาก จิ่วเซียน ได้ไม่นาน เขาจึงล่วงรู้ถึง
ความโหดร้ายของเส้นทางผู้ฝึกตนว่าเป็นเช่นไร ใต้
หล้านี้ยังมีสงครามการต่อสู้แย่งชิงดินแดนระหว่าง
สองอาณาจักร การที่ต้องพาตัวเองมายืนอยู่บน
สนามรบก็เพื่อให้ชีวิตนั้นดีขึ้น จะมีผู้ใดมาแยแสว่า
เราจะเป็นคนดีหรือไม่?
การต่อสู้ยังคงอยู่ไปจนตราบชั่วนิรันดร์ ตราบใดที่
ยังมีมนุษย์อยู่
” การฝึกตนคือเส้นทางแห่งการปล้นชิง ต้องเป็นผู้
แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะสามารถรักษาความ
ยุติธรรมของตนเองเอาไว้ได้ ”
อู่ อวี้ จดจำคำกล่าวนี้ได้อย่างขึ้นใจ เขาล่วงรู้
จิตใจตนเองเป็นอย่างดีว่าบัดนี้ หากเขามีความ
แข็งแกร่งมากเพียงพอ จนเหนือล้ำยิ่งกว่า เฟิง
ซัวหยา หรือ เจียง เซี่ย แน่นอนว่าเขาสามารถ
ยับยั้ง เจียงเซี่ย นำความสงบสุขแลความยุติธรรม
กลับคืนสู่ที่ทั้งดินแดนแห่งนี้ได้
แต่ถ้าหากพูดถึงพลังอำนาจที่เขามีในตอนนี้แล้ว
ล่ะก็ มันคือสิ่งที่เขาช่วงชิงมาด้วยตนเอง ถึงแม้จะ
ไม่ได้แย่งชิงมาจากคนอื่น ๆ แต่เขาก็มีสมบัติวิเศษ
ที่เขาแย่งชิงมาจากเหล่าผู้มีพรสวรรค์ทั้งหลาย อีก
ทั้งยังช่วงชิงกลิ่นอายฟั้าดินจากสวรรค์และปฐพี
ภายในโลกแห่งเซียนนี้ เต็มไปด้วยความสับสน
วุ่นวาย หากปรารถนาความสงบสุข หากปรารถนา
สันติภาพ แต่ไม่อยากละทิ้งจิตใจของตัวเอง
เช่นนั้นแล้วจงค้นหาเส้นทางของตนเอง และ เกาะ
กุมยึดมั่นมันไว้
หวันเทียน หยู๋เซวีย บั่นศรีษะของสาวก พรรคจง
หยวน ตามคำสั่งของ เฟิง ซัวหยา การหลั่งเลือด
ครั้งนี้ แม้จะดูเหี้ยมโหดอำมหิต แต่มันคือการ
เสียสละ บัดนี้เหล่าสาวก พรรคจงหยวน ต่างตก
ตะลึงทั้งตื่นตกใจอย่างใหญ่หลวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
” เพียงผู้แข็งแกร่ง และ เจตนารมณ์ที่ยึดมั่นเด็ด
เดี่ยวเพียงพอเท่านั้น ถึงจะสามารถปกปั้องดินแดน
และ รักษาความยุติธรรมของตนเองเอาไว้ได้ ทั้ง
สงคราม และ ข้อพิพาททั้งหมด ล้วนอยู่ภายใต้
พื้นที่แห่งความยุติธรรม”
” ดังนั้น ข้าจะต้องแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ”
อู่ อวี้ เคยต่อสู้อยู่ในสงครามมนุษย์ แล้วบัดนี้คือ
การต่อสู้อยู่ในสงครามเซียนเต๋า นี่คือสิ่งที่เขา
ตระหนักอย่างชัดเจน
เส้นทางแห่งการฝึกตนคือการแย่งชิง ผู้ที่มีพลัง
อำนาจถึงจะเป็นวีรบุรุษ!
เวลานี้ อู่ อวี้ วิ่งวนไปรอบ ๆ ค่ายกลหมื่นกระบี่
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ยามนี้ อู่ อวี้ สามารถ
สังหารปีศาจ ที่มีระดับฝีมืออยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณ 9 ได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ปล่อยให้ จิ่
วเซียน พบตัวเขาเด็ดขาด
จิ่วเซียน รู้ว่าไม่อาจหาตัวของเขาในค่ายกลหมื่น
กระบี่ได้ ฉะนั้นในยามนี้ นางจึงร่วมมือกับ เจียง
เซี่ย โหมกระหน่ำโจมตี ค่ายกลหมื่นกระบี่ อย่างบ้า
คลั่ง!
“ฆ่า!”
เพื่อ นิกายกระบี่สวรรค์ เขาต้องสังหารศัตรูฝั่าย
ตรงข้ามให้มากที่สุด เพื่อสถานที่ซึ่งให้ชีวิตแก่เขา
เพื่อดินแดนที่เขารัก อู่ อวี้ รักทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่
ที่นี่
เปรี้ยง!
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็แลเห็นสายอัสนีฟั้าลงมาตรง
ด้านหน้าของเขา ฟาดผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางอัสนีสีม่วง มีร่างของปักษาขนาดใหญ่
อยู่!
นั่นคือ ปักษาคลื่นอัสนี!
บัดนี้มันปรากฏตัวขึ้นอย่างโดดเด่นกลางสนามรบ
โดยไม่ปิดบังตนเองแม้แต่น้อย ทั้งตำแหน่งที่มันอยู่
ในยามนี้ห่างไกลจาก จิ่วเซียน อย่างยิ่ง
ในที่สุดเขาพบเปั้าหมาย ในที่สุดเขาก็พบศัตรู!
เขายังจดจำเรื่องราวในปั่าสวรรค์ได้ดี ในวันนั้น
มันคือผู้ลงมือสังหาร จ้าว ฉางเทียน อย่างไร้ความ
ปราณี แล้วใช้กรงเล็บคว้าจับตัวเขาไว้ ประหนึ่งว่า
เขาเป็นเพียงแค่ลูกไก่ในกำมือของมัน จวบ
จนกระทั่งเขาสามารถใช้ กระบี่บินจักรพรรดิ ได้
ปักษาคลื่นอัสนี ก็ยังคงไล่ล่าติดตามอย่างไม่ลดละ
ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ปักษาคลื่นอัสนี ปีศาจพัน
ปีตนนี้ เป็นดั่งฝันร้ายรองลงมาจาก จิ่วเซียน !
อู่ อวี้ กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกระบี่นับหมื่น ซึ่งกำลัง
บินฉวัดเฉวียนรุนแรง บัดนี้เขาพร้อมเผชิญหน้ากับ
ศัตรูคู่แค้นแล้ว!
ขณะนี้สายตาของทั้งสองปะทะกัน มันคือโชคชะตา
มันคือศึกการต่อสู้แห่งชะตากรรม อู่ อวี้ ทะยานไป
เบื้องหน้า พุ่งทะยานเข้าไปหาด้วยความเร็ว เพื่อ
จบการต่อสู้กับปีศาจพันปีตนนี้!
ดวงตาของปักษาคลื่นอัสนี เปียมล้นไปด้วยความ
เย็นชา ไร้ซึ่งความแยแส รวมทั้งประกายสายฟั้าที่
กำลังฟาดอยู่ภายในนั้น
” อู่ อวี้ จิ่วเซียนไม่เคยมีโทสะมากมายถึงเพียงนี้มา
ก่อน เจ้าทรยศหักหลังนาง ปีศาจทุกตนที่อยู่ใน
วันนี้ ต่างโกรธแค้นชิงชังเจ้า ข้าจะให้เจ้าชดใช้
บัญชีแค้นนี้อย่างสาสม” ปักษาคลื่นอัสนีกล่าวด้วย
เสียงแหบแห้ง
“ลงนรกไปซะ!”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ตอบกลับมันไป
บางที ปักษาคลื่นอัสนี อาจคิดว่าเขาเป็นลูกไก่ใน
กำมือ ที่มันสามารถควบคุม หรือ ขยี้เล่นไงก็ได้
เหมือนแต่ก่อน
หรือบางทีปักษาคลื่นอัสนีกำลังดูถูกเขาอยู่ คิดว่า
เขาเป็นแค่เด็กน้อยที่เริ่มฝึกตนได้เพียงไม่กี่ปี…
สำหรับ อู่ อวี้ หากเปรียบเทียบ ปักษาคลื่นอัสนี
เป็นตัวเลขแล้วล่ะก็ มันคือเปั้าหมายอันดับหนึ่ง
เหตุที่เป็นเปั้าหมายอันดับหนึ่ง นั้นก็คือ เพราะเขา
ปรารถนาที่จะสังหาร ผู้มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับ 10 คนแรกภายใน ค่าย
กลหมื่นกระบี่ แห่งนี้!
ด้านนอก ค่ายกลหมื่นกระบี่ ผู้คนบางส่วนได้เห็น
การเผชิญหน้าระหว่าง อู่ อวี้ กับ ปักษาคลื่นอัสนี
คงต้องกล่าวว่าเหตุการณ์นี้นับว่า ดึงดูดสายตา
ของทุกคน จนไม่อาจมองข้ามได้
ในหมู่คนพวกนั้นมีเสียงร้องตะโกนดังขึ้น เสียงนี้
ดึงดูดให้ผู้คนอื่น ๆ ต่างจับจ้องมองมาทาง อู่ อวี้
แม้ จิ่วเซียน ก็ยังหันกลับไปมองยังทิศทางนั้นทันที
ถึงกระนั้นนางก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจ หรือ
เข้าไปร่วมวงด้วย แต่ยังคงลงมือโจมตีต่อไป นาง
ตระหนักดีว่า หากนางเข้าไปหา อู่ อวี้ จะต้องหาย
ตัวไปอีกครั้งเป็นแน่ ตราบใดที่นางยังไม่สามารถ
ทำลาย ค่ายกลหมื่นกระบี่ เฟิง ซัวหยา ก็จะ
สามารถช่วยเหลือ อู่ อวี้ ให้หลบซ่อนตัวต่อไปได้
เวลานี้ จิ่วเซียน ปรารถนาเพียงต้องการทำลาย
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ให้ได้เท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่
หยุดลงมือ หรือ หันเหความสนใจไปทางอื่นแม้แต่
น้อย
นางล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ จะสังหารพวกปีศาจ หรือ ผู้ฝึก
ตนนอกรีต อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้หาได้สำคัญกับนาง
แม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่นางปรารถนานั่นก็คือ อู่ อวี้
เท่านั้น
ท่ามกลางเสียงตะโกนโห่ร้อง ท่ามกลางคำสาปแช่ง
ก่นด่า บัดนี้ อู่ อวี้ กับ ปักษาคลื่นอัสนี กำลัง
เผชิญหน้ากัน!
ท่ามกลางการจับจ้องของปักษาคลื่นอัสนี อู่ อวี้
แปลงกายเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนวานร กลายเป็น
วานรทองคำ ปลดปล่อยกลิ่นอายแข็งแกร่งออกมา
มากยิ่งขึ้น มือทั้งสองข้างถือกระบี่หยินหยางเอาไว้
แผ่กลิ่นอายสังหารปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า อีกทั้ง
เขายังอยู่ภายใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ หาก เฟิง
ซัวหยา เห็นเขาพลาดท่าหรือถูก ปักษาคลื่นอัสนี
จับตัว เฟิง ซัวหยาก็ยังพอช่วยเหลือเขาได้ นี่คือ
ข้อได้เปรียบของ อู่ อวี้
“ข้าอยากเห็นนัก ว่าอัจฉริยะผู้ซึ่งเปียมล้นไปด้วย
พรสวรรค์อย่างเจ้า มันจะแน่สักแค่ไหนกัน!”
ปักษาคลื่นอัสนี แผดเสียงคำรามขึ้นเสียงดัง
จากนั้นมันก็หลอมรวมบอลอัสนีขนาดใหญ่ พร้อม
กับปลดปล่อยออกไป บอลอัสนีทำลายล้างทุก
สรรพสิ่งที่เคลื่อนผ่าน ฟั้าถล่มดินทลาย ทุกสรรพ
สิ่งไหม้จุณกลายเป็นสีดำตอตะโก!
“เหนือเกินกว่าที่เจ้าจะคิดได้ก็แล้วกัน!”
ฉับพลันร่างของ อู่ อวี้ ก็กลายเป็นเงาพร่าเลือน
พุ่งทะยานเข้าไปหาศัตรู!
ชั่วพริบตา ที่เข้าใกล้บอลอัสนี กระบี่คู่มือในมือ
ของเขาผสานหลอมรวมกันอย่างลงตัว ทั้งความ
แข็งแกร่งของกายเนื้อ และ พลังศักดิ์สิทธิ์อัน
มหาศาล ได้หลอมรวมเข้ากับกระบี่หยินหยาง!
เคล็ดวิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำ!
ปลดปล่อยพลังอำนาจอันมหาศาลต่อต้านกลับไป!
พลังศักดิ์สิทธิ์ ผสานเข้ากับพลังจากกายเนื้อ!
เคล็ดวิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำ ที่ อู่ อวี้ ใช้เวลา 3
เดือน ฝึกฝนจนบรรลุสู่ขั้นสมบูรณ์ บัดนี้กระบี่
ทองคำสาดส่องประกายไปทั่วหล้า กระบี่ยักษ์ทะลุ
พุ่งผ่านแหวกผ่าม่านนภาออกไปอย่างรุนแรง ฟัน
ผ่าเข้าใส่บอลอัสสีดำขนาดยักษ์ที่ปักษาอัสนี
ปลดปล่อยออกมา ระเบิดกระจายจนมลายหายไป
สิ้น!
แต่ปัญหาก็คือหลังจากคลื่นสายฟั้าลูกมหึมา ถูก
ทำลายลงไปแล้ว ทว่ากระบี่ทองคำไม่ได้หายไป
แต่ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่บุบสลายแม้แต่น้อย นี่
คือพลานุภาพของมหากระบี่ทองคำอย่างแท้จริง!
ตู้มมมม!
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ ยังคงอยู่บนท้องนภา ยกมหา
กระบี่ทองคำขึ้น พร้อมกับตวัดฟันกระบี่ทองคำ
ขนาดยักษ์เข้าใส่ ปักษาคลื่นอัสนี อย่างบ้าคลั่ง!
เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง!
ปักษาคลื่นอัสนี ควบแน่นดวงธาตุปีศาจใช้ออก
เวทย์ปีศาจผสานเข้ากับสายฟั้า ปลดปล่อยพลัง
อัสนีอันน่าหวาดกลัวพุ่งเข้าโจมตี อู่ อวี้ อย่างบ้า
คลั่ง!
แต่ภาพที่ผู้คนเห็นก็คือ เวทย์ปีศาจของปักษาคลื่น
อัสนีถูก อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายลงในชั่วพริบตา
ปักษาคลื่นอัสนีตกตะลึง บัดนี้มันถูก อู่ อวี้ กดดัน
จนต้องล่าถอย มันพยายามครุ่นคิดว่า ในเวลานี้
ตำแหน่งของ จิ่วเซียน ก็อยู่ห่างไกลออกไป อีกทั้ง
ผู้สนับสนุนคนอื่น ๆ ก็ยังมาไม่ถึง!
“ไปลงนรกซะ!”
เสียงอันดังสนั่น ได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้ได้
พบเห็นอย่างยิ่ง!
ทุกสายตาของผู้คนที่กำลังเฝั้าดู จิตใจของพวกเขา
ต่างรู้สึกอัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ ทุกคนต่าง
ประจักษ์แก่สายตาว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่งมากเพียงใด
กระบี่ของเขาฟันผ่าเข้าใส่ทุกสรรพสิ่ง พุ่งตรงเข้า
ไปที่ส่วนหัวของปักษาคลื่นอัสนี สะบั้นมันจนขาด
กระเด็น จากนั้นเขาก็เตะศีรษะของ ปักษาคลื่น
อัสนี ไปยังทิศทางของ จิ่วเซียน โดยไม่เอื้อนเอ้ยวา
จาใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย!
โลหิตกระจัดกระจาย พวยพุ่งไปยังทุกหนทุกแห่ง!
กระบี่ทองคำสะบั้นหัวปีศาจจนขาดกระเด็น ภาพ
ฉากนี้ได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกผู้คน
เนื่องจากเหล่าสาวก พรรคจงหยวน ก็ถูกสังหาร
ด้วยการบั่นศีรษะเช่นเดียวกัน หัวใจของพวกมัน
พลันหล่นวูบ เพราะบัดนี้ ปักษาคลื่นอัสนี ได้ตก
ตายไปอีกตน โดยไม่ต้องกล่าวถึงขวัญกำลังใจของ
พวกมัน ยามนี้พวกมันอยู่ในจุดต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่าง
ที่สุด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวของ ปักษาคลื่นอัสนี บัดนี้
มันปลิวกระเด็นไปอยู่ข้าง จิ่วเซียน ซึ่งถือว่าเป็น
การยั่วยุอย่างรุนแรง!
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังทิศทางของ จิ่
วเซียน ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป
นี่เป็นครั้งแรก ที่เขาประกาศสงครามกับสตรีผู้นี้
ออกมาอย่างชัดเจน
อู่ อวี้ ปรารถนาที่จะบอกนางว่า นางไม่สามารถ
จัดการหรือดูดซับเขาได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ดูเหมือนว่า จิ่วเซียน จะไม่ได้
แยแสอะไรมากนัก บางทีนางอาจคาดการณ์เรื่องนี้
เอาไว้แล้ว นางมิเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา แต่
อู่ อวี้ พบว่า นางกลับพุ่งเข้าโจมตีใกล้ ประตูศิลา
หมื่นกระบี่ เข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
หวืด!
เบื่องหน้าของ อู่ อวี้ ได้ปรากฎชายรูปร่างสูงโปร่ง
มันจ้องมองไปยังซากศพของ ปักษาคลื่นอัสนีด้วย
ความตกตะลึง
มันพูดนี้คือผู้ฝึกตนนอกรีต เสิน เอ้อจุน
เสิน เอ้อจุน หวาดกลัวขวัญกระเจิง มันรีบหันหลัง
แล้วหลบหนีไปทันที
” เจ้าคือรายต่อไป! ”
อู่ อวี้ ไล่ล่าติดตามเงาร่างนั้นไปทันที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ