กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1688: ทวนกรีดนภา
หยางเชียนเหวี่ยงหมัดออกไปท าลายความว่างเปล่า
จนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ท าให้สีหน้าของ อู่ อวี้ จริงจัง
ขึ้นมาทันที
ผู้ชมต่างเห็นพลังแฝงที่มากับหมัดอันแสนเรียบง่าย
ของหยางเชียนกันทุกคน
” กระบวนท่านี้คล้ายกับเมฆาผนึกเร้นของข้า
เพียงแต่มันแข็งแกร่งมากกว่า! ” อู่ อวี้ เข้าใจใน
ความแข็งแกร่งของหยางเชียน
คงต้องกล่าวว่าการแข่งขันครั้งก่อนที่เขาต่อสู้กับลุ่ย
เทียนหยวน ถือเป็นการเรียกน ้าย่อยให้กับผู้ชม
ดังนั้นการต่อสู้ระหว่างหยางเชียนกับนางเซียนหลิง
หมี่ก็เหมือนเป็นการจุดระเบิดที่ร้อนแรง สิ่งที่เกิดขึ้น
แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งสอง
ซึ่งดูเหนือกว่าคู่ของ อู่ อวี้ กับลุ่ยเทียนหยวน เพราะ
ตั้งแต่เริ่มต้นหยางเชียนก็ปล่อยหมัดที่สามารถบดขยี้
ท าลายความว่างเปล่าออกมาแล้ว
พลัง ‘กฎสวรรค์ดับโลกา’ ของหยางเชียนนั้นน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก หมัดที่ปลดปล่อยออกมา
บดขยี้ความว่างเปล่าจนแตกสลาย เมื่อนางเซียนหลิง
หมี่เผชิญหน้ากับพลังของมัน นางแทบจะไม่สามารถ
ตอบสนองได้
อย่างไรก็ตามนางเป็นถึงบุตรีของเทพมารดร
วิญญาณเร้น ย่อมมีทักษะกลวิธีมากมายเป็นธรรมดา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมัดของหยางเชียน นางก็
ตะโกนก้องขึ้นว่า : “กฎสวรรค์ความว่างเปล่าทมิฬ!”
เมื่อนางปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์ดังกล่าว ความมืด
มิดก็กระจายปกคลุมทั่วร่างของนาง จากนั้นก็
กระจายสู่รอบนอกทันที เพียงชั่วพริบตาสนาม
ประลองก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของกฎ
สวรรค์ความว่างเปล่าทมิฬ ในเวลานี้ทุกสรรพสิ่ง
เต็มไปด้วยความมืด
เมื่อเจอกับกระบวนท่านี้เข้า แม้แต่หยางเชียนก็ยังไม่
รู้ว่ายามนี้นางเซียนหลิงหมี่อยู่ที่ใดหรือก าลังท าสิ่งใด
อยู่
มันรู้สึกได้ว่าหมัดกฎสวรรค์ดับโลกาที่ปลดปล่อย
ออกไปอัดกระแทกเข้าใส่ความว่างเปล่าแบบเต็ม ๆ
ทว่ายามนี้สนามประลองกับถูกปกคลุมไปด้วยความ
มืดมิด หลังจากนั้นนางเซียนหลิงหมี่ก็หายไปจาก
ต าแหน่งเดิม ซึ่งมันไม่รู้ว่ายามนี้นางหายไปไหนแล้ว
หยางเชียนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเฉยเมย
สายตาของมันยังคงไร้ซึ่งความแยแสเหมือนเช่นเคย
มันก าลังยืนรออยู่กับที่อย่างเงียบ ๆ
ไม่นานนักแสงสีขาวพร่างพราวก็แหวกความมืดมิดที่
ปกคลุมสนามประลอง
“กฎสวรรค์อัญมณีวิญญาณ!”
ในขณะที่นางเซียนหลิงหมี่ร้องตะโกน แสงสีขาว
พร่างพราวระยิบระยับอย่างหาที่เปรียบก็แหวกฝ่า
ความมืดออกมา ส่งผลให้สนามประลองยามนี้สว่าง
วาบขึ้นมาในทันที ด้วยแสงที่เจิดจ้าท าให้หยางเชียน
ต้องหลับตาลงชั่วขณะ
ด้วยแสงสีขาวที่สว่างเจิดจ้านี้ หากมันไม่หลับตาลง
เกรงว่าแสงดังกล่าวอาจจะท าให้ดวงตาของมันบอด
เอาได้ ขณะแสงสีขาวสัมผัสเข้ากับร่างกายของมัน
มันยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนตามเนื้อตามตัว ซึ่ง
พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังกฎสวรรค์ของนางเซียนหลิงหมี่
น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
อย่างไรก็ตามพลังเพียงแค่นี้ไม่สามารถสกัดกั้นพลัง
ของหยางเชียนได้
ฉับพลันตาที่สามบนหน้าผากของหยางเชียนก็เบิกขึ้น
แม้แสงสีขาวจะสว่างเจิดจ้ามากเพียงใด ทว่าตาที่
สามของมันก็ยังระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกไป
และนี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่มีชื่อว่า : เนตรแห่งการจอง
จ า!
หลังจากเนตรแห่งการจองจ าปรากฏขึ้น แสงสีขาว
เจิดจ้าที่ปิดกั้นการมองเห็นของผู้ชม ก็ถูกยับยั้งโดย
เนตรแห่งการจองจ าของหยางเชียนแทน เท่ากับว่า
พลังกฎสวรรค์ของนางเซียนหลิงหมี่ไม่สามารถท า
อะไรหยางเชียนได้เลย
ยามนี้นางเซียนหลิงหมี่ถูกสะกดข่มยับยั้งโดยเนตร
แห่งการจองจ า ส่งผลให้ร่างกายของนางไม่สามารถ
ขยับเขยื้อนได้ชั่วขณะ
“เจ้า!”
นางเซียนหลิงหมี่รู้สึกตื่นตกใจและโกรธเคืองในเวลา
เดียวกัน ฉับพลันศาสตราเซียนก าเนิดภพที่อยู่บนมือ
ของนาง ‘กล่องสมบัติจักรวาล’ ซึ่งมีลักษณะเป็นสี
ขาวและสีด าก็ระเบิดพลังอันรุนแรงยิ่งออกมา นาง
พยายามดิ้นรนต้านทานเพื่อให้หลุดพ้นจากเนตรแห่ง
การจองจ าของหยางเชียน
น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าพลังของนางก็ยังไม่มากพอ
ถึงแม้นางจะใช้กล่องสมบัติจักรวาลแล้วก็ตาม ทว่า
ศาสตราเซียนก าเนิดภพก็ยังไม่สามารถท าให้นาง
หลุดพ้นจากปัญหาที่นางประสบพบเจออยู่ได้
สิ่งนี้ท าให้นางกังวล
“ก าเนิดสรรพสิ่ง!”
นี่คือความเชื่อมั่นเฮือกสุดท้ายของนาง มันคือหนึ่งใน
มหาวิถีพลังอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังมาก อ านาจดังกล่าว
ระเบิดออกพร้อมกับศาสตราเซียนก าเนิดภพกล่อง
สมบัติจักรวาล แม้ยามนี้ร่างกายของนางจะถูกผนึก
ไม่สามารถเคลื่อนไหว แต่นางก็ยังสามารถใช้งานมัน
ได้อยู่
ปัจจุบันบนสนามประลองมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง พืช
พรรณพฤกษาจ านวนนับไม่ถ้วนงอกเงยถือก าเนิด
กลายเป็นป่าพงไพร มันก าลังงอกเงยเติบโตแผ่
กิ่งก้านสาขาคดเคี้ยวจ านวนมากคืบคลานไปทางห
ยางเชียน ส าหรับหยางเชียนพืชพรรณพฤกษาเหล่านี้
ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ชั่วพริบตาต่อมากิ่งก้านสาขาก็
เข้ามามัดพันร่างกายหยางเชียนอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดก็เพื่อต้องการให้เนตรแห่งการจองจ านั้นปิด
ผนึกลงอย่างสมบูรณ์ ไม่สามารถส าแดงเดชเช่นก่อน
หน้านี้ได้อีกต่อไป!
เมื่อพืชพฤกษาเขียวขจีจ านวนนับไม่ถ้วนงอกเงย
เติบโตรัดพันห่อหุ้มร่างของหยางเชียนไว้แน่นหนา
จนมันแทบไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แล้ว ในที่สุดนาง
เซียนหลิงหมี่ก็สามารถหลุดพ้นจากเนตรแห่งการจอง
จ าพลิกกระแสการต่อสู้เป็นผู้ถือครองความได้เปรียบ
อีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นเองก็มีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นจาก
ต าแหน่งที่หยางเชียนอยู่ นี่คือพลังอ านาจของ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพทวนกรีดนภาบัดนี้มันถูกกวัด
แกว่งอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมาพืชพฤกษาเขียวขจี
นับไม่ถ้วนก็ถูกทวนกรีดนภาตัดขาด หลังจากนั้นทวน
กรีดนภาก็ตัดฝ่าความว่างเปล่าเข้าไปหานางเซียนห
ลิงหมี่ทันที!
” อันใดกัน? ”
การโจมตีนี้รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง นางเซียนหลิงหมี่เพิ่ง
หลุดพ้นจากเนตรแห่งการจองจ า แต่ผลที่ตามมาคือ
นางต้องแบกรักการจู่โจมของหยางเชียน
ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีครั้งนี้ของหยางเชียน ยัง
รุนแรงยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา
ทวนกรีดนภาศาสตราเซียนก าเนิดภพระดับสูง บัดนี้
พลังที่แท้จริงของมันได้ส าแดงเดชออกมาอย่างเต็มที่
ในระหว่างบททดสอบจักรพรรดิเซียน เมื่อนาง
เซียนหลิงหมี่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันทรงพลัง
นี้โดยที่มิอาจต้านทานได้เลย มีเพียง ‘กล่องสมบัติ
จักรวาล’ ที่หยุดยั้งขัดขวางอยู่เบื้องหน้านางใน
ช่วงเวลาวิกฤต แต่นางก็ถูกทวนกรีดนภาโจมตีเข้าใส่
อย่างจัง พลังของมันอัดกระแทกเข้าใส่ร่างอันทรง
เสน่ห์ยั่วยวนของนางเซียนหลิงหมี่ จนลอยละลิ่วปลิว
กระเด็นออกจากสนามประลองไป
ตลอดการต่อสู้หยางเชียนมิได้ยั้งมือปรานีนางแม้แต่
น้อย ทุกกระบวนท่าทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วย
ความเย็นชาโหดเหี้ยม ในสายตาของมันแผ่รังสี
อ ามหิตเจตนาฆ่าออกมาอย่างท่วมท้น
ในที่สุดมันก็สามารถเอาชนะนางเซียนหลิงหมี่ได้
อย่างขาดลอย ด้วยศาสตราเซียนก าเนิดภพทวนกรีด
นภา การต่อสู้ระหว่างทั้งสองช่างลุ้นระทึกน่าตื่นเต้น
เป็นอย่างยิ่ง จากผลลัพธ์ที่ออกมาสรุปได้ว่าฝีมือ
ความแข็งแกร่งของหยางเชียนนั้นเหนือกว่านาง
เซียนหลิงหมี่มากนัก!
เป็นการต่อสู้ที่เหนือยิ่งกว่าคู่ของ อู่ อวี้ กับลุ่ยเทียน
หยวน การบดขยี้อย่างไร้ปรานีในครั้งนี้เหนือความ
คาดหมายของทุกคนที่รับชม
ก่อนหน้านี้จักรพรรดิเซียนระดับอาวุโสยังแอบคิดว่า
ฝีมือความแข็งแกร่งของหยางเชียนกับนางเซียนหลิง
หมี่น่าจะใกล้เคียงสูสีกัน ส่วนฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้
ขึ้นอยู่กับโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ย ้า
เตือนบอกทุกคนว่าพวกมันทุกคนต่างคิดผิด
หยางเชียนแข็งแกร่งกว่านางเซียนหลิงหมี่มากโข ทั้ง
ยังเหนือกว่า อู่ อวี้ กับลุ่ยเทียนหยวนก่อนหน้านี้
นางเซียนหลิงหมี่ถูกทวนกรีดนภาโจมตีเข้าใส่ พลัง
ของมันท าให้นางจนตรอกไม่สามารถท าอะไรได้ ด้วย
พลังขนาดนี้ต่อให้เป็น อู่ อวี้ หรือลุ่ยเทียนหยวนก็
ยากจะต้านทาน?
อู่ อวี้ เฝ้าดูการต่อสู้บนแท่นผู้รับชมด้วยท่าทางเคร่ง
ขรึมตึงเครียด
ปัจจุบันเขาได้เห็นอย่างเต็มตาแล้วว่าหยางเชียนทรง
พลังแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด ความแข็งแกร่งใน
ระดับดังกล่าวสามารถเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนได้อย่าง
ง่ายดาย ส่วนตัวเขากว่าจะเอาชนะลุ่ยเทียนหยวนได้
ต้องงัดสารพัดวิธีออกมาใช้
จากสิ่งที่เห็นดูเหมือนถ้าเขาต้องการเอาชนะหยาง
เชียน เกรงว่าทักษะเคล็ดลับที่มีอยู่ในตอนนี้คงไม่
เพียงพอ!
“ถ้าต้องเผชิญหน้ากับหยางเชียนผู้นี้ เราคงต้องระวัง
ให้มาก”
ส าหรับตอนนี้ อู่ อวี้ วางหยางเชียนไว้เป็นคู่ต่อสู้
อันดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามเป้าหมายของเขาคืออันดับหนึ่งในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน ฉะนั้นเขาจะไม่แพ้ใคร
เด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นหยางเชียนหรือหลี่เทียนจี เขา
ต้องหาวิธีเอาชนะพวกมันให้จงได้ เพียงแค่นี้เขาก็
สามารถสนองความกตัญญูที่มีต่อปรมาจารย์สุภูติ
ส าหรับบททดสอบจักรพรรดิเซียนในรอบที่สอง
ความน่าสะพรึงกลัวในพลังฝีมือของหยางเชียน ได้
เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของจักรพรรดิเซียนทั้งหมด
ทั้งยังสร้างความเพลิดเพลินให้กับพวกมันเป็นอย่าง
ยิ่ง
จักรพรรดิเซียนและเหล่าผู้อาวุโสแสดงความยินดีกับ
เทพสามตา กล่าวชื่นชมสรรเสริญว่ามันเลี้ยงดู
บุตรชายมาดีมาก ด้วยความแข็งแกร่งของหยาง
เชียนยามนี้ ในอนาคตมันจะสามารถรับช่วงต่อของ
บิดามันได้ นับเป็นพรอันประเสริฐยิ่งของตระกูลห
ยาง
แม้แต่เทพมารดรวิญญาณเร้น มารดาของนาง
เซียนหลิงหมี่ ก็ยังแสดงความยินดีกับเทพสามตาด้วย
เช่นกัน
แม้ว่านางเซียนหลิงหมี่จะพ่ายแพ้ให้แก่หยางเชียนก็
จริง แต่เทพมารดรวิญญาณเร้นก็มิได้รู้สึกเสียใจเลย
แม้แต่น้อย แค่เสียดายเท่านั้น
เนื่องจากพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นจักรพรรดิเซียนบน
สวรรค์ ไม่ว่าทายาทลูกหลานของใครจะแข็งแกร่ง ก็
จะท าให้สวรรค์แข็งแกร่งขึ้นไปด้วย ทั้งยังช่วยให้มัน
มีต าแหน่งใหญ่โตบนสวรรค์ ตราบใดที่ผู้ชนะในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้มิใช่ อู่ อวี้ ที่เป็นมนุษย์
แล้วบ าเพ็ญเพียรจนเป็นเซียน แต่เป็นทายาท
ลูกหลานจักรพรรดิเซียน ไม่ว่าจะเป็นใครพวกมัน
สามารถรับได้หมด
การประลองในคู่ต่อไปจะต้องดุเดือดร้อนแรงมากขึ้น
เรื่อย ๆ บางทีอาจจะเป็นหลี่เทียนจี นางเซียน
เหยาอวิ๋นหรือไม่ก็เป็นคนอื่น ๆ
พวกมันหวังว่าคนเหล่านี้จะได้รับอันดับหนึ่งในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน ในทางกลับกันบรรดาราชัน
เทวะหนุ่มผู้เป็นมนุษย์ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรจน
กลายเป็นเซียน ในรอบสองนี้เหลือกันอยู่เพียงไม่กี่คน
เท่านั้น
และ อู่ อวี้ เป็นหนึ่งในคนที่ส าคัญที่สุด
หลังจากการแข่งขันรอบสองจบลง อู่ อวี้ คือหนึ่งในผู้
เข้าแข่งขันทั้ง 32 คนที่ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป
ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันที่เหลือส่วนใหญ่ล้วนเป็น
ทายาทจักรพรรดิเซียน การที่จักรพรรดิเซียนระดับ
อาวุโสยังเฝ้าดูการแข่งขันอยู่เช่นนี้ ก็เพราะต้องการ
ชื่นชมความแข็งแกร่งของหยางเชียนและหลี่เทียนจี
“ ดูเหมือนโอกาสชนะของเหล่าอู่ยามนี้มีไม่มากนัก ”
หนานซานหวางเยว่ลูบคางของตนเองพลางบ่น
พึมพ าไปพลาง “ จากที่เห็นดูเหมือนหยางเชียนผู้นั้น
แข็งแกร่งกว่าเจ้ามาก ดูสิ…ท่าทางของหลี่เทียนยังคง
ผ่อนคลาย แสดงว่าฝีมือของมันคงไม่ด้อยไปกว่าที่ห
ยางเชียนแสดงให้พวกเราเห็นในรอบสองนี่ใช่
หรือไม่? บอกเลยว่ายาก ยาก ยากจริงๆ ! ”
” เจ้าหมายถึงอันใด? ”
เย่ซีซีหันขวับมาหาหนานซานหวางเยว่พร้อมกับคว้า
หูของเขา ” พี่ชาย อู่ อวี้ ของเราเก่งจะตาย นอกจาก
ระดับจักรพรรดิแล้วผู้ใดจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้?
ต่อให้เป็นหยางเชียนหรือหลี่เทียนจีก็มิใช่คู่ปรับของ
พี่ชาย อู่ อวี้ หรอกกระมั้ง? ”
“จ้า∼ จ้า∼ ท่านพี่ อู่ อวี้ เก่งกาจเป็นที่สุด ทั้งหมด
ล้วนเป็นอย่างที่เจ้ากล่าว ” เมื่อหนานซานหวางเยว่
ถูกดึงหู เขาก็ร้องขอความเมตตาซ ้าแล้วซ ้าเล่า
” พี่ อู่ อวี้ ไม่ใช่เจ้ารู้หรือไม่? ” เย่ซีซีไม่ลดละ นางยิ่ง
หนักมือขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
ราวกับหมูถูกเชือด
อู่ อวี้ ไม่สนใจของพวกเขา
เพราะตอนนี้เขาก าลังคิดหาวิธีรับมือกับหยางเชียน
การโจมตีที่ทรงพลังของทวนกรีดนภาไม่สามารถ
สร้างผลกระทบให้แก่เขาจนถึงขั้นตกตายได้ แต่ที่น่า
เป็นห่วงก็คือการต่อสู้ครั้งนี้หยางเชียนยังมิได้ลงมือ
อย่างเต็มที่
มันยังคงปิดบังพลังที่แท้จริงเอาไว้อยู่ จึงเป็นเรื่อง
ยากที่เขาจะหาวิธีจัดการมันได้อย่างเบ็ดเสร็จ
” หากเอาศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสองมาเทียบกัน
พลองทองสมปรารถนาของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่ามัน
เลยแม้แต่น้อย ของเราอาจจะเหนือกว่าด้วยซ ้า!”
อู่ อวี้ เชื่อมั่นในฉีเทียนต้าเซิ่นเช่นเดียวกับที่เชื่อมั่น
ในพลองทองสมปรารถนา
ถ้าเขาได้เจอกับหยางเชียนเขาจะไม่แพ้เด็ดขาด!
ตอนเขาอยู่ในสวรรค์ฉีเทียน พลองทองสมปรารถนา
บดขยี้ท าลายฤทธิ์เดชเนตรแห่งจองจ าของเทพสาม
ตาหยางเจียน เขาอยากจะรู้นักว่าเทพสามตาจะกลัว
บุตรชายของมันถูกบดขยี้ท าลายเช่นเดียวกันหรือไม่?
หลังจากการแข่งขันรอบที่สองจบลง พวกเขาจะมี
เวลาพักหนึ่งปี
ยามนี้เหล่าจักรพรรดิเซียนต่างพูดคุยคาดคะเน
ผลลัพธ์ไปต่าง ๆ นานา แต่ในบทสนทนาของพวก
มันแทบไม่มี อู่ อวี้ อยู่เลยแม้แต่น้อย ด้วยเพราะพวก
มันมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับ อู่ อวี้ สักเท่าไหร่นัก
โดยเฉพาะในรอบที่สองการแข่งขันระหว่างหยาง
เชียนกับ นางเซียนหลิงหมี่ ได้บดบังความโดดเด่น
ของ อู่ อวี้ ไปอย่างสมบูรณ์
หนึ่งปีต่อมา บททดสอบจักรพรรดิเซียนรอบที่สามก็
เริ่มขึ้น!
ในรอบนี้ความแข็งแกร่งของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนถือ
ว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น อู่ อวี้ เขาได้เจอ
กับคู่ต่อสู้ตึงมือหนักหนาสาหัสสากรรจ์ แม้คู่ต่อสู้ของ
เขาจะเป็นสตรีความยากล าบากก็มิต่างจากบุรุษแต่
อย่างใด
———————