กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 170 : กายาสมุทร
เมื่อคราแรกที่พวกมันทั้ง 3 เสิน เอ้อจุน ปักษา
คลื่นอัสนี เจียงติง ไล่ตามจับ อู่ อวี้ ภายในปั่า
สวรรค์ ในสายตาของพวกมัน เห็นเขาเป็นเพียงแค่
ผู้เยาว์อ่อนด้อยไม่รู้ประสีประสาเท่านั้น
แต่ทว่า บัดนี้ ทั้งเจียงติง และ ปักษาคลื่นอัสนี ต่าง
ตกตายไปด้วยน้ำมือของ อู่ อวี้ แม้แต่ เสิน เอ้อจุน
ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ อยู่ในเวลานี้ ยังถึงกับ
ต้องหลบหนี!
ภาพที่เห็นในสายตาของทุกคน มันช่างเป็นเรื่องที่
น่าขันสิ้นดี
เหล่าสาวก พรรคจงหยวน ซึ่งอยู่ด้านนอก ค่ายกล
หมื่นกระบี่ ที่คอยเฝั้าจับตาดูกันต่อสู้ มันได้เห็น
ปักษาคลื่นอัสนี ตกตายไปต่อหน้าต่อตา ทั้งบัดนี้
เสิน เอ้อจุน ยังหลบลี้หนีตายด้วยความหวาดกลัว
ราวกับสุนัขจนตรอก ทำให้ความเชื่อมั่นของมันถูก
บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้สีหน้าของพวกมัน
หม่นหมองเป็นอย่างยิ่ง
ระดับฝีมือที่พุ่งทะยานขึ้นของ อู่ อวี้ อีกทั้ง
เจตจำนงที่เต็มไปด้วยความอาจหาญ ชนชั้นที่พวก
มันไม่อาจต่อสู้ได้ จึงได้สร้างความสั่นสะท้าน
สะเทือนภายในจิตใจของพวกมันมากมายทีเดียว
สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า ก็คือภาพที่ปรากฏอยู่
เบื้องหน้า บัดนี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นแสงสีทอง ไล่ล่า
ติดตามบดขยี้ เสิน เอ้อจุน เฉกเช่นอินทรีกำลังไล่
จับเหยื่อ
แม้นว่า อู่ อวี้ จะกลายร่างเป็นร่างจำแลงเซียน
วานร แต่ทว่าร่างของ เสิน เอ้อจุน ซึ่งดูราวกับ
สัตว์ร้ายก็ยังสูงใหญ่กว่าเขามาก
แม้ว่า เสิน เอ้อจุน จะพยายามหลบหนีด้วย
ความเร็วมากเพียงใด หากเปรียบเทียบแสงสีทองที่
ไล่ติดตาม ซึ่งรวดเร็วดั่งสายฟั้าฟาดของ อู่ อวี้
แล้ว การหลบหนีของมันจึงดูไร้ประโยชน์สิ้นดี
เวลานี้ผู้คนมากมาย ต่างจับจ้องไปยังพวกเขาทั้ง
สองเป็นตาเดียว
“เจ้า!”
เสิน เอ้อจุน สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลมาจาก
เบื้องหลัง ตัวมันเองก็ล่วงรู้ดีว่า อู่ อวี้ กำลังไล่ล่า
ติดตามหลังมันมาติด ๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า บัดนี้ไม่มี
ทางหลบหนีต่อไปได้ แม้มันจะพยายามรีดเฟั้น
สมองจนหัวแทบไหม้ แต่ก็ยังคงไร้ซึ่งหนทาง แล้ว
ทันใดนั้นเองมันจึงหันหลังกลับ เตรียมพร้อมต่อสู้
แบบหลังชนฝา!
หากกล่าวตามสัตย์จริง คงต้องบอกว่าการตายของ
ปักษาคลื่นอัสนี ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่มัน
อย่างยิ่ง แต่ในยามนี้มันกลับสงบนิ่งลง เนื่องจาก
มันคิดได้ว่าหากพยายามต่อสู้ยืดเยื้อให้นานที่สุด
จนกระทั่งผู้สนับสนุนโดยรอบมาทันท่วงที มันก็
สามารถกำชัยชนะมาจาก อู่ อวี้ ได้!
เนื่องจากบัดนี้ อู่ อวี้ และ เสิน เอ้อจุน อยู่ใน
ตำแหน่ง ซึ่งไม่ห่างไกลจากผู้อื่น รวมถึงปีศาจ
หลายตน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันนี้!
” อู่ อวี้ เจ้ากล้าสังหาร ปักษาคลื่นอัสนี จิ่วเซียน
ไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่ ! ในวันนี้ นิกายกระบี่
สวรรค์ ของเจ้าจะจบสิ้น! นี่เป็นวันตายของเจ้า!”
เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้ง เทือกเขาคราม
บัดนี้หมอกสีดำทมิฬห่อหุ้มร่างกายของมัน ได้
ปลดปล่อยกลิ่นอายแข็งแกร่งอย่างยิ่งออกมา ลอย
คละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งเทือกเขา ทันใดนั้น
แสงสว่างส่องสว่างขึ้น แล้ววิญญาณมากมาย
จำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏกายออกมา ประจักษ์แก่
สายตาของทุกผู้คน ตามมาด้วยกลิ่นอายคาวโลหิต
ชวนน่าสะพรึงกลัว ลอยตลบอบอวลคละคลุ้งไป
ทั่ว
” เสิน เอ้อจุน การข่มขู่แค่นี้ คิดว่าจะจัดการกับข้า
ได้เช่นนั้นรึ ? ” อู่ อวี้ หยุดหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้า
ของมัน จากนั้นค่อย ๆ แยกกระบี่หยินหยางออก
จากกัน ไว้ในมือข้างซ้ายและขวา พลังศักดิ์สิทธิ์
หลั่งไหลออกมาจากจุดทั้ง 8 กำลังโคจรหมุนวนอยู่
ภายในร่าง แม้ว่าจะปลดปล่อยออกมาไม่มากนัก
แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเกิดจาก มหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน นั้นกลับมหาศาลอย่างยิ่ง ราวกับมีดอันคม
กริบที่ปิดบังซ่อนเร้นอยู่ภายใน พลังที่ อู่ อวี้ แสดง
ออกมานั้น ได้สร้างความสั่นสะท้านสะเทือนจิตใจ
ของ เสิน เอ้อจุน อย่างยิ่ง!
ยิ่งหวั่นหวาดกลัวมากขึ้นเท่าไหร่ มันยิ่งพยายาม
ปกปิดด้วยโทสะ จากนั้นมันก็แผดเสียงเสียงคำราม
ออกมาดังสะนั่น
” ข้าจะควักลูกตาของเจ้า จากนั้นก็นำร่างกายของ
เจ้าทำเป็นผีดิบ แล้วกลายทาสของข้าไปตราบชั่ว
นิจนิรันดร์ เมื่อนั้นเจ้าจะรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าเสียใจ
เป็นเช่นไร เราจะรู้กันว่าสิ่งที่เรียกว่าน่า
อเนจอนาถแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร!”
หลังจากเสียงคำรามดุดันหยาบกระด้างของมัน
สิ้นสุด ทันทีที่เท้าของมันเหยียบย่างก้าวลงพื้น พื้น
พสุธาโดยรอบก็เกิดรอยแตกระแหงขนาดใหญ่
หมอกควันสีดำก็พวยพุ่งออกมา ท่ามกลางหมอก
ควันสีดำทมิฬนั้น มีเสียงกรีดร้องโหยหวนน่า
อเนจอนาถก็ดังขึ้น ผู้คนมากมายต่างมองเห็นอย่าง
ชัดเจนว่า มีเขี้ยวแหลมคมปรากฏขึ้น วิญญาณ
ปีศาจซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายเน่าเหม็น
ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้นพิภพ เพียงชั่วพริบตา
ศีรษะมากกว่าพันก็ปรากฏ!
หลายปีที่ผ่านมา มีผู้คนนับไม่ถ้วนต้องตกตายไป
ซึ่งอาจถูกฝังกลบอยู่ใต้ผืนพิภพ ตราบใดที่ใช้เคล็ด
วิชาเต๋านอกรีต อัญเชิญและดึงดูดพวกมันขึ้นมา นี่
ถือเป็นครั้งแรกที่มีวิญญาณปีศาจปรากฏออกมา
มากมายเช่นนี้ แน่นอนว่า วิญญาณปีศาจที่ โย่ว
หลิงจี ที่เคยใช้วิชาวิญญาณแค้นอัญเชิญออกมา
แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่นางเรียนรู้มาจากปีศาจเจ็ด
ทะเลแดง และในเวลานี้เหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดง
คือเจ้านายที่แท้จริงของพวกมัน!
วิญญาณชั่วร้ายนับพัน กำลังห้อมล้อม อู่ อวี้ กับ
เสิน เอ้อจุน เอาไว้ อาจกล่าวได้ว่า อู่ อวี้ ในเวลานี้
ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าวิญญาณชั่วร้าย
แต่นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด ท่ามกลางควันสีดำที่พวยพุ่ง
ขึ้น ภาพภูตผีปีศาจที่ได้ปรากฎ กำลังกรีดร้องร่ำไห้
ออกมาอย่างโหยหวน ใบหน้านับพันซึ่งเต็มไปด้วย
ความเจ็บปวดทรมาน กำลังล่องลอยอยู่เหนือหัว
ของ อู่ อวี้
หากมองจากด้านนอก อู่ อวี้ กำลังโดนห้อมล้อม
จากวิญญาณชั่วร้ายนับไม่ถ้วน!
เมื่อเหล่าสาวกของนิกายกระบี่สวรรค์ ได้เห็นภาพ
เหตุการณ์นี้ พวกเขาต่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกห่วง
กังวล อู่ อวี้ อย่างยิ่ง วิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ช่าง
น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง สาวกหนุ่มสาวหลายคน
สีหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นภาพเหล่านี้
“กินมันซะ!”
ภายใต้คำสั่งของ เสิน เอ้อจุน เหล่าวิญญาณชั่ว
ร้ายนับพัน ก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเพื่อตอบรับ
คำสั่ง บางตัวกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปจู่โจมห้อมล้อม
อู่ อวี้ ในทันที โดยเฉพาะวิญญาณแค้นบางตัว
กรีดร้องโหยหวนกลายเป็นคลื่นเสียงม้วนกวาด
ผ่านเข้าไปหา อู่ อวี้
วิญญาณร้ายนับพัน พวยพุ่งเข้าในร่างกายของ อู่
อวี้ ในเวลานี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยวิญญาณ
ร้ายนับพันตน ช่างเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง!
หลังจากวิญญาณร้าย ได้เข้าไปในร่างกายของ อู่
อวี้ ได้สำเร็จ ความตื่นตระหนกในคราแรกของ
เสิน เอ้อจุน ก็แปรเปลี่ยนกลับกลาย เป็นความ
เชื่อมั่นภาคภูมิใจในตนเอง ใบหน้าของมันเย้ยหยัน
ดั่งผู้กำชัยชนะ
“พวกเจ้าไม่ต้องเข้ามา ปล่อย อู่ อวี้ ให้ข้าจัดการ
เอง” เสิน เอ้อจุน โบกมือให้กับผู้คนรอบ ๆ ที่กำลัง
ใกล้เข้ามา จากนั้นมันก็ออกคำสั่งกับวิญญาณชั่ว
ร้ายจำนวนมากมายมหาศาล ให้เริ่มลงมือโจมตี
ทันที
อู่ อวี้ กำลังต่อสู้กับวิญญาณร้ายที่อยู่ภายในร่าง
อย่างสาหัสสากรรจ์ ใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัว ของ
ปีศาจนับพันกำลังล่องลอยหลอกหลอน เขา
สามารถมองเห็นพวกมันทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
ปากของมันมีโลหิตเลอะเกรอะกรังน่าสยดสยอง
บางตัวถูกควักลูกตาออกจนกลวงโบ๋ บางตัวถูกตัด
ลิ้น บางตัวถูกตัดจมูกตัดหู พวกมันส่วนใหญ่ยังไม่
มีทั้งมือและเท้า ดูแล้วช่างน่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง!
ทันใดนั้นวิญญาณร้ายก็ส่งเสียงกรีดร้อง ดิ้นทุรนทุ
รายอย่างทุกข์ทรมาน ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อจิต
วิญญาณของ อู่ อวี้ โดยตรง!
นี่คืออาวุธสังหารของ เสิน เอ้อจุน อีกทั้ง มันยังมี
ฝีมืออยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 10 ส่งผล
ให้พลังอำนาจจากเคล็ดวิชานี้น่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความแยแส
ตั้งแต่ต้นจวบจนปัจจุบัน!
“ภาพจำแลงหัวใจวานร!”
ภาพจำแลงหัวใจวานร ทำให้จิตใจของ อู่ อวี้
สงบนิ่งมากยิ่งขึ้น เขามองเห็นภาพของ ราชา
วานรยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีทอง ที่กำลังลุก
โหมกระหน่ำ ปลดปล่อยพลังอำนาจแห่งทวยเทพ
แพร่ขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ เมื่อวิญญาณชั่ว
ร้ายเข้ามาในร่าง เปลวเพลิงทองคำในร่างกายของ
อู่ อวี้ ซึ่งไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็ลุกโหม
กระหน่ำแผดเผาเหล่าวิญญาณร้ายทุกดวงที่ย่าง
กรายเข้ามา เหล่าวิญญาณส่งเสียงกรีดร้อง
โหยหวนอย่างอเนจอนาถ ท่ามกลางการเผาไหม้
ทำลายนี้!
วิญญาณร้ายนับพัน แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ในพริบตา!
บัดนี้ดวงตาของ อู่ อวี้ กลายเป็นสีทอง ความ
รุนแรงทวีเพิ่มสูงขึ้น จนทุกผู้คนเห็นได้อย่างชัดเจน
ร่างกายสีทองเปล่งประกาย อยู่ท่ามกลางฝูง
วิญญาณชั่วร้าย แม้ว่าจะเป็นร่างของวานรทองคำ
แต่ยังเผยให้เห็นถึงจิตตานุภาพแห่งมนุษย์อันแรง
กล้า!
หวืด!
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็กลับกลายเป็นแสงสีทองอีกครั้ง
พุ่งทะยานเข้าไปหา เสิน เอ้อจุน หมายสังหาร ไม่
ว่าเขาจะไปในที่แห่งแห่งใด วิญญาณร้ายที่เข้า
สกัดกั้นขวางทาง จะถูกสะบั้นออกเป็นสองส่วน
จากกระบี่คู่ในมือ จนพวกมันบินว่อนกระจาย
ออกไปทั่วทุกสารทิศ เมื่อสายตาของ อู่ อวี้ ไป
กระทบเข้ากับวิญญาณชั่วร้ายตนใด วิญญาณตน
นั้นก็จะบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้น ๆ ทันที!
วิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ ไม่อาจหยุดยั้ง อู่ อวี้ ได้!
เพียงชั่วพริบตาวิญญาณชั่วร้าย ก็ถูก อู่ อวี้ บดขยี้
จนแหลกเป็นชิ้น ๆ ราวกับเต้าหู้!
” แข็งแกร่ง! ” ก่อนหน้านี้ เสิน เอ้อจุน ยังคงเต็มไป
ด้วยความภาคภูมิใจ แต่พอมันได้เห็นภาพนี้เข้า
หัวใจของมันก็สั่นสะท้านเต็มไปด้วยความตื่น
ตระหนก
ภาพของ ปักษาคลื่นอัสนี ถูกสะบั้นศีรษะต่อหน้า
ต่อตาของมัน ยังคงตราตรึงวนเวียนอยู่ในหัวใจ
ของมัน
” ข้ายังไม่อยากตาย ข้าจะตายไม่ได้เด็ดขาด!”
หัวใจของมันสั่นสะท้านเต้นถี่รัว คลื่นแห่งความ
หวาดกลัวในแพร่กระจายจรดถึงปลายเท้า ยิ่งมัน
แสดงท่าทางหวาดกลัวมากเท่าไหร่ รูปลักษณ์ของ
มัน ยิ่งดูบ้าคลั่งน่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น!
ภายในดวงตาของ อู่ อวี้ ได้เป็นเปล่งแสงแห่ง
ความดุร้าย เชือดเฉือนคมเช่นดั่งใบมีด เสียงแทง
เข้าไปในดวงตาของ เสิน เอ้อจุ้น!
“ไม่ว่าจะเป็นวิชาต้องห้ามอะไร ข้าก็ต้องงัดออกมา
ให้หมดแล้ว!” บัดนี้สีหน้าอันแสนภาคภูมิใจของ
เสิน เอ้อจุน ได้แปรเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัวขึ้นใน
ชั่วพริบตา มันกางแขนของตนเองออกไป อ้าปาก
ร่ายคาถา จากนั้นก็ทุบอกของตนเองอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกับแสดงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดออกมา
อย่างยิ่ง หรือแม้กระทั่งนำผงสีฟั้าออกมา โรยไป
ทั่วร่างกายของตนเอง จนเมื่อกระทำทุกอย่างเสร็จ
สิ้น มันจะแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าถูกกดดัน จนต้องใช้กายามาร
สมุทร เจ้าตายแน่!”
เมื่อสิ้นเสียง ร่างของมันก็ขยายใหญ่ขึ้น ประดุจดั่ง
จะระเบิดที่แตกออก การเปลี่ยนแปลงร่างกายของ
มัน ขยายใหญ่โตสูงใหญ่กว่า ร่างจำแลงเซียน
วานรของ อู่ อวี้ มากนัก บัดนี้ ร่างกายสูงใหญ่
เหนือคนธรรมดาสามัญของ เสิน เอ้อจุน ได้แปร
เปลี่ยนไปกลายเป็นร่างมหึมาขนาดยักษ์ ราวกับว่า
มันได้เปลี่ยนเป็นปีศาจอย่างแท้จริง เมื่อดูจาก
ขนาดของมันแล้ว เสมือนว่าขนาดของมันจะ
ใหญ่โตเสียยิ่งกว่า ปีศาจปกติทั่วไปเสียอีก!
ในยามนี้ดวงตาของ อู่ อวี้ จับจ้องไปบนร่างของ
เสิน เอ้อจุน บัดนี้ร่างกายของ เสิน เอ้อจุน มี
ขนาดสูงใหญ่ถึง 6 จั้ง ผิวพรรณทั่วร่างของมัน
กลายเป็นสีดำสนิท กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายของมัน
เหมือนเช่นดั่งมังกร มีเกล็ดสีดำขึ้นปกคลุมราวกับ
มัจฉา แทบจะดูไม่ออกเลยว่านี่คือรูปร่างของ
มนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนหัวซึ่งดูคล้ายกับหัว
ของมัจฉา ปากของมันมีขนาดใหญ่มหึมา ฟัน
แหลมคมยาวโง้งออกมา ปากอันใหญ่ยักษ์ของมัน
เรียกได้ว่าสามารถคืนกินปีศาจโดยกัดเพียงแค่คำ
เดียว
นี่คือสัตว์ประหลาดทมิฬ ซึ่งมาจากมหาสมุทรอัน
กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด!
ปีศาจกระหายเลือดอันน่าสะพรึงกลัว หากอยู่ใน
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่แล้วล่ะก็ คงมีเพียงความ
ตายเท่านั้นที่รอผู้พบเจออยู่
” กายามารสมุทร ? ” เห็นได้ชัดว่าเคล็ดวิชาเต๋า
นอกรีตมีความลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็น
ความสามารถก้นหีบที่ เสิน เอ้อจุน ได้ซุกซ่อน
เอาไว้ คาดว่านี่อาจเป็นวิชาต้องห้าม แต่เพื่อ
จัดการ อู่ อวี้ เสิน เอ้อจุ้น จึงจำเป็นต้องใช้มันเพื่อ
สู้ศึกในครั้งนี้
เมื่อมันใช้ออกด้วยวิชากายามาร ชั่วพริบตาความ
โกลาหลแพร่กระจายออกไปทั่ว วิญญาณชั่วร้าย
จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณ ยังไม่น่า
สะพรึงกลัวเท่ากับสัตว์ประหลาดตนนี้ หาก
เปรียบเทียบสัตว์ประหลาดตนนี้เป็นคางคก
วิญญาณชั่วร้ายนับพันที่อยู่รอบ ๆ ก็เปรียบเช่นดั่ง
ลูกอ๊อดตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
“ก๊าซ!!!”
สัตว์ประหลาดที่อยู่ด้านหน้า อู่ อวี้ แผดเสียง
คำรามลั่น บัดนี้ ค่ายกลหมื่นกระบี่ กำลัง
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรุนแรงนั้นเทียบเท่า
ได้กับ จิ่วเซียน กับ เจียง เซี่ย ที่โจมตีเข้าใส่ ค่าย
กลหมื่นกระบี่ ซึ่งรุนแรงมหาศาลอย่างยิ่ง!
ตู้ม!
ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก และ หวาดกลัว
กรงเล็บขนาดยักษ์ของ เสิน เอ้อจุน ก็โจมตีเข้าใส่
อู่ อวี้!
นับเป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง!
แม้ปีศาจตนนี้จะโจมตีหมายสังหาร แต่ที่น่า
เหลือเชื่อยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ ดูไม่หวาดหวั่น
เกรงแม้แต่น้อย บางทีในเวลานี้ผู้อื่นอาจจะกังวล
เขาอยู่ แต่ทว่าเขามีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นนั่น
ก็คือต่อสู้!
ในขณะที่วงเล็บถูกฟาดโจมตีออกไป แต่ อู่ อวี้
กลับสามารถถอยหลังหลบได้อย่างทันท่วงที ถึง
กระนั้นการโจมตีกันรุนแรงก็ยังสั่นสะท้านสะเทือน
ปฐพี จนทำให้เหล่าวิญญาณแค้นทั้งหลายต่างถูก
โดนลูกหลงไปตามๆกัน
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
อู่ อวี้ ถูก เสิน เอ้อจุน สะกดข่มจนต้องล่าถอย
กลับไป ราวกับว่า เขาไม่สามารถต้านทานพลัง
อำนาจของมันได้แม้แต่น้อย!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งนี้ได้สร้างความกังวลใจมาก
ยิ่งขึ้น
เสิน เอ้อจุน โหมกระหน่ำโจมตี รุนแรงดุดันอย่าง
ต่อเนื่อง ในขณะที่กำลังรุกไล่โจมตี ทันใดนั้นสาวก
ของ พรรคจงหยวน และ ปีศาจ ที่อยู่โดยรอบ ก็
เปล่งเสียงหัวเราะออกมา เมื่อเห็น อู่ อวี้ กำลังล่า
ถอย ภาพที่ปรากฏอยู่นี้ ทำให้ความมั่นใจของพวก
มันฟืนคืนกลับมาเล็กน้อย
” น่าขัน ” อู่ อวี้ มองไปทางพวกมัน
เมื่อมองย้อนกลับไปยังทิศทางของ เสิน เอ้อจุน มัน
ยังคงปลดปล่อยการโจมตีสังหารออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง พลังมหาศาลจากขนาดตัวใหญ่ยักษ์
ผสานกับเคล็ดวิชาเต๋านอกรีต ด้วยพลังสูงสุด
เช่นนี้ เป็นไปได้ว่ามันจะสามารถบดขยี้ อู่ อวี้
ในขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังเหยียบยืนอยู่บนต้นพฤกษา
ยักษ์
เขากระชับกระบี่ไว้ในมือทั้งสองข้าง แล้วปิดตาลง
“หยินหยางแห่งสวรรค์และปฐพี แบ่งแยกกันอย่าง
ลงตัว”
“ภายในหัวใจของข้า ดำรงอยู่ด้วยอำนาจแห่งห
ยินหยาง”
” ก่อกำเนิดสวรรค์และปฐพี หยินหยางแผ่ขยาย
หมุนวนบรรจบ นามว่าไท่จี๋!”
กระบี่คู่ถูกแทงออกไปเบื้องหน้า วิถีกระบี่วาดออก
อย่างพร้อมเพรียง กระบี่สองสายหมุนวนเป็น
เกลียวเกื้อหนุนซึ่งกัน ราวกับมัจฉาหยินหยางที่
กำลังแหวกว่าย ซึ่งมัจฉาหยินหยางนี้ แท้จริงแล้ว
คือปราณกระบี่อันแสนน่าสะพรึงกลัว
“ทะยานไป!”
กระบี่คู่มัจฉาหยินหยาง ปรากฏแก่สายตาอย่าง
พร้อมเพรียง
ในขณะนั้นเอง เสิน เอ้อจุน ก็คำรามขึ้นเสียงดัง
สนั่น พร้อมกับทะยานผ่านต้นพฤกษาใหญ่ บดขยี้
ก้อนศิลานับไม่ถ้วน ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ อู่
อวี้
” เสิน เอ้อจุน! ” อู่ อวี้ แผดเสียงตะโกน
เสิน เอ้อจุน คำรามเสียงดังสนั่น พร้อมทั้ง
ปลดปล่อยการโจมตีอย่างรุนแรงลงมาจากด้านบน
เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ อู่ อวี้ แทงกระบี่คู่ออกไป!
” กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด หนึ่งเพลงกระบี่ไท่จี้
ทะลวงแทง!”
พริบตานั้นเอง มัจฉาหยินหยางก็ระเบิดออก
แปรเปลี่ยนกลายเป็นปราณกระบี่สีขาว และ สีดำ
จำนวนนับไม่ถ้วน กรีดเฉือนผ่านร่างของ เสิน เอ้อ
จุ้น
ในเวลานี้ โลหิตสาดกระจายขึ้นสู่ฟากฟั้า ซากศพ
ไร้วิญญาณล้มลงในที่สุด!
” อู่ อวี้ …” หัวของ เสิน เอ้อจุน ถูกสะบั้นออกจาก
ลำคอ กลับคืนสู่รูปแบบของมนุษย์ ร่วงตกลงมาอยู่
ตรงเบื้องหน้า อู่ อวี้ แต่น่าเหลือเชื่อที่มันยังคงมีสติ
สายตาของมันจับจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ไปในแววตา
ท่วมด้วยความเจ็บปวดสิ้นหวังอย่างที่สุด
เพียงหนึ่งเพลงกระบี่ อู่ อวี้ สามารถกระชากมัน
จากสวรรค์ลงสู่นรกได้ในพริบตา
เคล็ดวิชาเต๋า กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด ที่ผู้ฝึกตน
โบราณทิ้งเอาไว้ อู่ อวี้ พยายามฝึกฝนอย่างหนัก
จนกระทั่งวันนี้เขามีความคืบหน้าขึ้นบางส่วน
การฝึกฝนอย่างหนัก ทุกอย่างถูกปลดปล่อยออก
เป็นเคล็ดวิชาสังหารที่กวาดผ่านไปทั่วทุกสารทิศ
ในวันนี้
“พวกเจ้าปีศาจเจ็ดทะเลแดง จบสิ้นแล้ว” ในที่สุด
อู่ อวี้ ก็เหลือบมองไปมัน หลังจากนั้นเขาก็แตะหัว
ของมันจนกระเด็นออกไป
อา!!
กองกำลังทั้งสามฝั่ายที่อยู่ด้านนอก ต่างหวาดกลัว
ถึงขีดสุด จากนั้นพวกมันก็พากันล่าถอย ไม่กล้า
แม้แต่จะเหลือบตามอง อู่ อวี้
ในขณะเดียวกัน ค่ายกลหมื่นกระบี่ สั่นสะเทือน
เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็ถูกฉีกกระฉากจนหายไป
เมื่อ อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่า จิ่วเซียน กำลัง
พุ่งตัวเข้าไปใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ แล้วปรากฏกาย
อยู่หน้า ประตูศิลาหมื่นกระบี่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ