กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 17 : การเกิดใหม่จากเถ้าธุลี!
พอมีกระบี่ปราบมารแล้ว ท าให้การโจมตีออกไปโดย
ใช้กระบวนท่าสังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทรนั้น
รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจนเกิดช่องว่างที่กว้างใหญ่ราวกับ
ขุนเขาเลยก็ว่าได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลานี้ที่ภายในกายของอู่อวี้
เต็มไปด้วยโทสะ ความเจ็บแค้นมันอัดแน่นอยู่ใน
ทรวงอก ดั่งภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุก
เมื่อ ความเกลียดชัง และ ความเจ็บแค้นมันก าลัง
แผดเผาหัวใจของเขา จนแทบจะมอดไหม้
ถึงจะเป็นเช่นนั้นความสามารถของซือตู๋คัง ก็ไม่ใช่
เรื่องที่จะดูแคลนกันได้ง่าย ๆ มันหมั่นฝึกฝนจนเข้าสู่
สระร่างขั้น 7 อีกทั้งมันยังมีประสบการณ์ต่อสู้
เหนือกว่าอู่อวี้ มันหันหน้ามาทางอู่อวี้หมายปลิด
ชีพ มันสาวเท้าเข้ามาหาอู่อวี้อย่างไร้ซึ่งความเกรง
กลัว มันหมายจะใช้กระบี่ใหญ่เพื่อดับลมหายใจของ
อู่อวี้ ให้ได้ในเพลงกระบี่เดียว!
เชร้งงงง! เสียงของกระบี่ปะทะกระบี่
“เยือกแข็งพันลี้” ( 500 กม )
ความสามารถของเพลงกระบี่เยือกแข็งพันลี้ ของ
ซือตู๋ คัง คือการแผ่ไอเย็นไปทั่วบริเวณ ซึ่งกินรัศมี
กว่าพันลี้ ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในระยะรัศมีจะถูกแช่แข็ง
อย่างฉับพลัน กระบวนท่านี้ได้ส่งผลกระทบให้แก่
ยอดเขาหมิงเทียนทันที ณ เวลานี้บรรยากาศบนยอด
เขาหมิงเทียนเริ่มเย็นยะเยือกเต็มไปด้วยสะเก็ด และ
แผ่นน้ าแข็ง เมื่อมันต้องสัมผัสกับแสงแดดของดวง
อาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ก็ปรากฎแสงแวววาว
ระยิบระยับราวกับดวงดาราในยามราตรี กลิ่นอายที่
แผ่ออกมาจากซือตู๋ คัง ให้ความรู้สึกถึงอันตรายอย่าง
น่าเหลือเชื่อ มันเป็นกลิ่นอายของความแข็งแกร่ง ซึ่ง
มีมากกว่าซือตู๋ จิน จอมเย่อหยิ่งหลายต่อหลายเท่า
” พี่ใหญ่ สับไอ้ทาสชั่วนี่ให้แหลกเป็นชิ้นๆเลย ” ซือตู๋
จินจะไม่มีวันลืมภาพเหตุการณ์อัปยศของมันใน
วันนี้ ตอนนี้มันรอดตายแล้ว มันจึงปรารถนาจะได้
เห็นอู่อวี้พินาศย่อยยับ ตกตายไปอย่างทรมานด้วย
สองตาของมัน
เชร้ง เชร้ง!
เพลงกระบี่สังหารปลาวาฬของอู่ อวี้ ปะทะกับเพลง
กระบี่เยือกแข็งของซือตู๋ คังหลายต่อหลายครั้ง
ถึงแม้ว่าเขาเพิ่งจะใช้กระบวนท่าเดียวเท่านั้น แต่เมื่อ
อู่ อวี้ต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีพลังวัตร
กว่า 200 ม้าศึก มันจึงยากที่จะต้านทานแรงปะทะ
อันดุเดือดนี้ได้ ส่งผลให้ร่างของอู่ อวี้ต้องถอยร่นไป
กว่าสิบก้าว แต่มือของเขาก็ยังคงจับลงบนด้ามกระบี่
ปราบมารอย่างเหนียวแน่น
” อู่ อวี้ พลาดท่าเสียแล้ว”
” กระบี่ใหญ่ของซือตู๋ คังฟาดฟันลงมาในครั้งนี้ มี
พลังมากกว่าครั้งก่อนหน้าถึงสองเท่า!”
เสียงสนทนาของเหล่าศิษย์ดังอื้ออึงไปทั่ว พวกเขา
เพ่งมองอู่ อวี้ด้วยสายตาเวทนาสงสาร นั่นก็เพราะอู่
อวี้ได้กระท าผิดพลาดอันใหญ่หลวง คือการเข้าไป
ข้องแวะกับตระกูลซือตู๋ ทั้ง ๆ ที่อู่ อวี้ เพิ่งเข้ามาเป็น
ศิษย์ในนิกายกระบี่สวรรค์ได้เพียงไม่นาน แต่เขาก็
ต้องมาตกตายไป
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วศิษย์ในนิกาย จะไม่แยแสต่อเรื่อง
ของผู้อื่น
“พี่ใหญ่อย่าเพิ่งด่วนสังหารมัน ขอให้คมกระบี่ของข้า
เป็นผู้ปลิดชีพมันเอง !” ซือตู๋ จิน รวบรวมพลัง
ทั้งหมดที่มีค่อยๆ ลุกขึ้นยืน การแสดงออกบนสีหน้า
ของมันในตอนนี้ เต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์
ซือตู๋ คังมีสีหน้าเย็นเยียบ มันใช้เทคนิคเท้าพุ่งตัววิ่ง
เข้าไปหาอู่ อวี้ด้วยความเร็วสูง ความเย็นได้แผ่ขยาย
ตามติดในทุกย่างก้าวของมัน เพลงกระบี่เยือกแข็ง
ปลิดชีพ! ฉับพลันร่างของอู่ อวี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วย
ชั้นน้ าแข็ง เมื่อผู้ใดก็ตามตกสู่ใจกลางพายุน้ าแข็งก็
ยากที่จะดิ้นรนหนีรอดออกมาได้!
ส าหรับอู่ อวี้แล้ว ซือตู๋ คังนั้นแข็งแกร่งเกินไป
ความรู้สึกของอู่ อวี้ ณ เวลานี้ราวกับตนเองก าลัง
เหยียบยืนอยู่ในอาณาจักรน้ าแข็ง ซึ่งเต็มไปด้วยหิมะ
กินรัศมีกว่าพันลี้
ไม่ได้การแล้ว!
ซือตู๋ จินสังหารเสิ่น อู๋เต้า ชายชราผู้ไร้ทางสู้อย่าง
โหดเหี้ยมอ ามหิต มันไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎ
ข้อบังคับ ฉะนั้นอู่ อวี้จึงเก็บมันไว้สังหารเป็นคน
สุดท้าย แม้วันนี้มันจะตกอยู่ในสภาพอันน่าสังเวช
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยโลหิตอันแดงฉาน แต่
ภายในแววตาของมัน ก็ยังคงแอบแฝงความเย่อหยิ่ง
เอาไว้ มันยังมีความหวังหลงเหลืออยู่ มันเฝ้า
ปรารถนาที่จะได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของอู่ อวี้
ภาพการตายของศัตรูมันอย่างเต็มสองตา
” อู่ อวี้ ไอ้ทาสต่ าทราม เจ้าจงดื่มด่ ากับความเกลียด
ชังที่เจ้ามีให้แก่ข้าต่อไปเสีย ความเจ็บแค้นที่อัดแน่น
อยู่ในทรวงอกของเจ้า เป้าหมายของเจ้าในครั้งนี้ ก็
เพื่อแก้แค้นให้กับไอ้แก่ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ? หมาย
จะปลิดชีพศัตรูด้วยน้ ามือของตนเองแต่ช่างน่า
เสียดายนี่กระไร ที่เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ล้างแค้นอีก
ต่อไป! ”
“ ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ !!!! ” ซือตู๋ จินเปล่งเสียงหัวเราะ
ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ฟึ่บบบ !!!! ส่วนซือตู๋คังก็ก าลังพุ่งตัวเข้ามาหาอู่อวี้
หมายปลิดชีพ
” ข้ายังตายไม่ได้! ”
‘เจ้าเพิ่งก้าวผ่านประตูสู่เส้นทางวิถีอมตะได้ไม่
นาน มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ไยเจ้าต้องรีบด่วนตาย
นัก?’
เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์อาบไล้ผิวกายของอู่ อวี้
ร่างกายเขาก็ปรากฎประกายแสงสีทอง สว่างไสวไป
ทั่วทั้งร่าง เขาไม่หวาดเกรงซือตู๋ คังแม้แต่น้อย ถึงแม้
พลังของฝ่ายตรงข้ามจะท าบรรยากาศโดยรอบหนาว
เย็น จนเกาะเป็นแผ่นน้ าแข็งหนา แต่หัวใจของอู่ อวี้
นั้นกับร้อนระอุ! มันคือความจริงทุกประการ
“ท่านราชาวานร ในฐานะที่ตัวข้าเป็นผู้สืบทอดมรดก
ของท่าน ข้าจะต้องมาด่วนตายด้วยน้ ามือของคนชั่ว
ช้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ข้ายังตายไม่ได้!”
เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
มันยังไม่จบ!
เป็นเวลาครึ่งชั่วยามแล้ว ( 1 ชั่วโมง) ที่ยอดเขาหมิง
เทียนได้กลายเป็นสมรภูมิรบอันดุเดือด ท่ามกลาง
แสงแดดที่แผดจ้าทุกวินาทีตกอยู่ในสถานการณ์ตึง
เครียด เลือดเนื้อของเขาถูกแผดเผาด้วยแสงแดดอัน
ร้อนระอุ จากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
ซือตู๋ คังยังคงพุ่งโจมตีอู่ อวี้ราวกับพายุคลั่ง ทุก
กระบวนท่ามุ่งหมายปลิดชีพ แต่อู่ อวี้ก็สามารถใช้
กระบี่ปราบมารสกัดกั้นการโจมตีได้ทุกครั้งไป ความ
รุนแรงจากการปะทะส่งผลให้กระบี่ปราบมารหลุด
ออกจากมือของอู่ อวี้ กระบี่กระเด็นหลุดออกไปจน
เกือบจะตกจากยอดเขาหมิงเทียน
“อู่ อวี้ ถึงคราวตายของเจ้าแล้ว” ซือตู๋ จินแผดเสียง
ร้อง ขณะที่มันหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังซือตู๋ คัง
รอยยิ้มอันน่าขยะแขยงของมันแสยะยิ้มออกมา
* เชี๊ยะ! *
บัดนี้ในมือของอู่ อวี้ไร้ซึ่งอาวุธ ซือตู๋ คังไม่แยแสแม้
ฝ่ายตรงข้ามของมันจะไร้ซึ่งอาวุธต่อต้าน มันยังคง
มุ่งมั่นโจมตีหมายปลิดชีพต่อไป จิตสังหารอันเย็น
เยียบแผ่ออกมาอีกครั้ง !
“ข้าคืออู่ อวี้!”
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ได้กางแขนทั้ง 2 ข้าง เพื่อรับ
แสงแดดอย่างเต็มที่ ร่างกายของเขาลุกโชนไปด้วย
เปลวเพลิงสีทองอัน ร้อนระอุ ราวกับแสงของดวง
อาทิตย์ก าลังเผาไหม้ เส้นเลือด เส้นเอ็น เนื้อ กระดูก
อวัยวะภายในทั้ง 6 ของเขาจนสิ้น
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามอง ไปยังเหล่าศิษย์ที่รอ
ยืนดูเหตุการณ์อยู่บนยอดเขาหมิงเทียน รวมทั้งซือตู๋
คัง และ ซือตู๋ จิน ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายแสงสี
ทองออกมา
“ข้าคือผู้ครอบครองกายาเพชรอมตะ ตัวข้าคือกายา
อมตะ ข้าจะไม่มีวันพังพินาศ!”
“ในฐานะที่เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา แต่ก็ยัง
สามารถสร้างบาดแผลให้ตัวข้าผู้นี้ได้ นับว่าฝีมือของ
เจ้าไม่เลว! ”
“วันนี้คือจุดเริ่มต้น เส้นทางแห่งเต๋าของข้า นับจากนี้
ไม่ว่าสวรรค์ หรือ ปฐพี จะสั่นสะเทือนเมื่อข้าหวนคืน
ข้าอู่ อวี้จะเป็นผู้ชะล้างความสับสนวุ่นวาย และ ฆ่า
ล้างความอยุติธรรมให้หมดสิ้น ผู้ใดคิดเป็นปรปักษ์
กับข้า ข้าจะเป็นปรปักษ์กับมัน ผู้ใดเกลียดชังข้า ข้า
จะเกลียดชังมัน ข้าจะน าพาโลกใบนี้ไปสู่วิถีทางที่
ถูกต้อง! ”
“โลหิตนักรบทองค าของข้า ได้มาสู่ขั้นตอนสุดท้าย!”
แม้ว่าการจะท าการสละร่างมนุษย์ ในขั้นโลหิตนักรบ
ทองค า ในตอนนี้จะค่อนข้างเสี่ยง และ อันตราย
อย่างยิ่งก็ตาม แต่อู่ อวี้ก็มีจิตใจแน่วแน่หมายทะลวง
ขั้นตอนสุดท้าย ระหว่างการสู้รบในครั้งนี้
โลหิตสีแดงฉานที่อันไร้ที่สิ้นสุดที่ไหลเวียนอยู่ในภาย
กายาของเขานั้น ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเปลวเพลิง
สีทองอันร้อนระอุราวกับดวงอาทิตย์ เขานั้นสามารถ
ทะลวงผ่านประตูด่านสุดท้ายของขั้นโลหิตนักรบ
ทองค าได้จนส่งผลให้ ณ เวลานี้สายโลหิตสีแดงฉาน
ที่เคยไหลเวียนอยู่ทั่วร่างของเขา ได้แปรเป็นเพลิงสี
ทองขึ้นมาแทนที่
“คนผู้นั้นก าลังท าสิ่งใด! อย่าบอกนะว่า มันคิดจะ
เปลี่ยนถ่ายเลือดสละร่างขั้น