กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 171 : สงครามเทพเซียน 4 ทิศ!
ไม่ต้องสงสัยเลย จิ่วเซียนสามารถทำได้สำเร็จแล้ว
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ที่ยืนหยัดมานาน บัดนี้ได้ถูก
ทำลายลงไปอย่างไม่เหลือซากแล้ว
แน่นอนว่า จิ่วเซียน ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไป
อย่างสาหัสเช่นกัน เพราะสมุนของนางที่แข็งแกร่ง
ที่สุด อย่าง ปักษาคลื่นอัสนี ได้ตกตายไปใน
สงครามครั้งนี้
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงเองก็เช่นกัน แต่ทว่าพวกมัน
กลับได้รับผลกระทบยิ่งกว่าใครๆ จากเจ็ดคน
สิ้นลมหายใจไปห้า จนทำให้ เทียน อี้จุน แทบจะ
กลายเป็นบ้า อันที่จริงตั้งแต่ อู่ เซิ่งจุน ถูกสังหาร
โดย อู่ อวี้ สงครามของการยึดเทือกเขาครามก็
กลายเป็นสงครามของการล้างแค้นไปโดยปริยาย!
พวก เทียน อี้จุน และ ซาน ยู่จี ที่เหลือ สามารถ
กล่าวได้ว่าหลังจบสงครามครั้งนี้ไม่ว่าพวกมันจะ
ได้รับสิ่งใด ก็ถือได้ว่าเหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดงได้
พ่ายแพ้ไปแล้ว!
ในความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นเพราะ อู่ อวี้ ได้มอบ
ให้กับพวกมัน!
แน่นอนว่าการปกปั้องคุ้มครองของค่ายกลหมื่น
กระบี่ได้ช่วยเขาไว้อย่างใหญ่หลวง!
เมื่อค่ายกลหมื่นกระบี่ถูกพังทลายลง ก็ไม่มีเวลาให้
อู่ อวี้ ได้คิดวางแผน ในช่วงเวลานี้สงครามที่
แท้จริงของเหล่าเทพเซียน ก็ได้เริ่มต้นอย่างเป็น
ทางการ!
ก่อนอื่นเลย พวกเทียน อี้จุน และ ซาน ยู่จี ที่เห็น
อู่ อวี้ สังหาร เสิน เอ้อจุน ด้วยตาของตัวเอง พวก
มันก็ได้ปลดปล่อยวิญญาณชั่วร้ายที่เหมือนกับ
เสิน เอ้อจุน ที่อัญเชิญวิญญาณชั่วร้ายและ
วิญญาณอาฆาต! สิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ ในตำแหน่ง
ของค่ายกลหมื่นกระบี่ ปราณกระบี่นับหมื่นได้สูญ
สลายหายไปแล้ว บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยรอยแตก
จำนวนมาก กระแสควันดำได้พุ่งออกมามากมาย
และภายในควันดำนั้น เป็นเหล่าวิญญาณร้าย
หลายสองพันตนและวิญญาณอาฆาตสองพันตน
เป็นอย่างน้อย ปรากฏอยู่บนสนามรบแห่งนี้!
“ฆ่า! สังหารพวกมันอย่าให้เหลือสักคนเดียว!”
“สังหารพวกสาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อมา
เซ่นไหว้ดวงวิญญาณของพี่น้องเราปีศาจเจ็ดทะเล
แดง จบชีวิต ของพวกมันและปล่อยพวกมันตกลง
ไปในนรก!”
ภายใต้เสียงกรีดร้องของ ยู่ ซานจี พวกวิญญาณ
ร้ายและวิญญาณอาฆาตที่ไม่หวาดกลัวความตาย
พุ่งตรงไปที่ประตูศิลาหมื่นกระบี่ พวกมันจ้องมอง
ไปที่เหล่าสาวกของนิกายกระบี่สวรรค์นับพันคน
ด้านนอก คู่ปรับของสาวกนิกายกระบี่สวรรค์อย่าง
สาวกของพรรคจงหยวนได้รอคอยเวลานี้มานาน
แล้ว พวกปีศาจที่อดอยากมาเป็นเวลานาน ชั่ว
วินาทีต่อมาเสียงร้องคำรามก็ดังขึ้น พวกมันนำเอา
ศาสตราเต๋าออกมารีบเร่งพุ่งเข้าไปที่เทือกเขาอัน
ยิ่งใหญ่นี้ มีมากกกว่าพันคนตีฝั่าเข้าไปใจกลาง
ของ นิกายกระบี่สวรรค์ ที่มี หวันเทียน หยู๋เซวีย
และเหล่าผู้อาวุโสเป็นผู้นำอยู่!
บัดนี้สิ่งที่รอคอยได้บังเกิดขึ้นแล้ว!
ทางฝังของนิกายกระบี่สวรรค์พร่ำรอการสังหาร
ศัตรูมานานแรมปี ส่งผลให้ยามที่สงครามของเหล่า
เทพเซียนปะทุขึ้น เลือดในกายของพวกเขาจึง
เดือดพล่านอย่างที่สุด เมื่อเผชิญหน้ากับกองกำลัง
ไตรภาคี พวกเขาจึงนำศาสตราเต๋ากระบี่ยาว
ออกมา ยืนหยัดอย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความ
กังวล โดยเฉพาะเมื่ออู่ อวี้ สังหารยอดฝีมือของ
ศัตรูไปได้สองคน ทำให้พวกเขามั่นใจยิ่งขึ้น!
ตูม!
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ ในปัจจุบันอยู่กึ่งกลางระหว่าง
ทั่งสองฝั่าย เบื้องหลังของเขาเป็นเหล่าผู้คนที่เขา
คุ้นเคย แม้แต่ผู้เยาว์ที่อ่อนโยน ตอนนี้พวกเขากลับ
มีความแน่วแน่ พร้อมทั้งในมือถือกระบี่ยาว เพื่อ
เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้!
ในขณะนั้นเขาก็ใช้เวลานี้ สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ
หันกลับไปมองเหล่าพี่น้องของเขา แล้วก็มองไปยัง
พวกปีศาจและเหล่าวิญญาณร้าย….
“อู่ อวี้ กลับไปกับจิ่วเอ๋อเถอะ…”
เกิดเสียงดังขึ้นอยู่ภายในหูของเขา มันทำให้เขา
รู้สึกขนลุก
ใช่แล้ว เปั้าหมายของ จิ่วเซียน ก็คือ ตัวเขาเอง
ฉับพลันหันกลับไปมอง จิ่วเซียน ที่ทำลายค่ายกล
หมื่นกระบี่ นางก็เป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามาหาเขา เมื่อ
ค่ายกลหมื่นกระบี่สลายไปแล้วมันทำให้เขาต้อง
สูญเสียที่กำบังจนไม่สามารถจะหลบซ่อนหนีต่อไป
ได้อีกต่อไป
นางจ้องมองมาที่ตัวเขา สายตาเต็มไปด้วยความ
เยือกเย็น ไม่เหลือความเมตตาแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ จิ่วเซียน อยู่ในร่างของปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง
หางสีขาวบริสุทธิ์ส่ายไปมาอยู่เบื้องหลังของนาง
ภายใต้ความเลือนรางนั้น เขามองเห็นเพียงแต่นาง
อยู่ในสายตา เกือบจะลืมเรื่องสงคราม ทุกสิ่งทุก
อย่างเป็นสิ่งลวงตา เบื้องหน้าของเขามีแต่นาง
เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นของจริง
“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน ออกไป!”
ทันใดนั้นหัวของเขารู้สึกเจ็บปวด แต่เมื่อยามที่เขา
ทอดมองออกไป พลันเห็นแสงปราณกระบี่สีน้ำเงิน
ก็ล้อมอยู่รอบตัวของ จิ่วเซียน บนท้องฟั้าผู้พิทักษ์
สูงสุดหลาน ฮั้วหยุน ขี่กระบี่บินจักรพรรดิ พร้อม
ทั้งในมือถือศาสตราเต๋ากระบี่ยาว เข้าขัดขวาง จิ่
วเซียน เอาไว้!
หลาน ฮั้วหยุน เข้าใจดีว่า จิ่วเซียน ก็คือคู่ต่อสู้ของ
นาง วิชาเสน่ห์ยั่วยวนของปีศาจจิ้งจอกจะได้ผลดี
ถ้าหากเป็นบุรุษ ส่วนคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับ เฟิง
ซัวหยา ก็คือ เจียงเซี่ย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายกล
หมื่นกระบี่ แน่นอนอยู่แล้วว่า เฟิง ซัวหยา และ
เจียงเซี่ย ย่อมเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน ทันใดนั้นปราณ
กระบี่ก็พลันปรากฎพุ่งขึ้นสู่บนฟากฟั้า!
สี่ยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภาได้เข้าห้ำหั่น! ยามเมื่อ
พวกเขาเข้าปะทะกัน ผู้คนที่อยู่โดยรอบจำต้อง
หลีกออกไป เพราะเกรงว่าอาจจะได้รับบาดเจ็บ
จากการต่อสู้ของพวกเขาก็เป็นได้!
การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งทำให้ภูเขาถล่มดินทลาย
ท้องฟั้าต้องพลิกกลับ! ปราณกระบี่มากมายนับไม่
ถ้วน พลังศักดิ์สิทธิ์ม้วนกวาดไปทุกหนแห่ง ผู้คนที่
ได้เห็นต่างเป็นต้องตกตะลึงไปตามๆกัน อย่างน้อย
แรงกดดันของ จิ่วเซียน ที่ถาโถมใส่ อู่ อวี้ ก็พลัน
มลายหายไปสิ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ อู่ อวี้ รู้สึกได้ตลอดเวลา ว่า
แท้จริงแล้ว จิ่วเซียน ยังคงจับจ้องมองมาที่ตัวเขา
ดวงตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ปรากฏอยู่เหนือหัว
ของเขา ทำให้เขารู้สึกเสียวสะท้านอยู่เบื้องหลัง
ของเขา!
“อู่ อวี้ ปกปั้องพวกเขา สังหารพวกศัตรู!” ทันใด
นั้น เฟิง ซัวหยา ก็มองมาที่เขา
“พวกเขา….”
อู่ อวี้ มองไปรอบๆ เห็นห้าผู้อาวุโสกำลังและผู้
อาวุโสคุมกฏมาเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ สิ่งที่
สำคัญก็คือเหล่าห้าผู้อาวุโสต่างก็อยู่ในขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่สิบ ส่วนกองกำลังไตรภาค ผู้
ที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่สิบมี เทียน
อี้จุน ยู่ ซานจี พร้อมทั้งปีศาจหนึ่งตน และผู้อาวุโส
อีกสองคนของ พรรคจงหยวน
เมื่อ เสิน เอ้อจุน และปักษาคลื่นอัสนีได้ตกตายไป
เพราะฝีมือของ อู่ อวี้ จึงทำให้จำนวนของยอด
ฝีมือของพวกมัน เท่ากันกับฝังของนิกายกระบี่
สวรรค์!
และพวกเขายังคงมี อู่ อวี้ อีกหนึ่งคนด้วย
ดังนั้น อู่ อวี้ คาดการณ์ว่า พวก เฟิง ซัวหยา ก็
มองเห็นตัวเขาได้สังหาร เสิน เอ้อจุน เช่นกัน ทำ
ให้ท้ายที่สุดพวกเขาจึงละทิ้งค่ายกลหมื่นกระบี่ไป
เพราะว่านี่เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะ
สามารถเอาชนะศัตรูได้ ภายในการต่อสู้ทุกๆครั้ง
ยอดฝีมือของกองกำลังไตรภาคียิ่งอ่อนลงทุกครั้ง
ท้ายที่สุดจึงเหลือจำนวนเท่ากันกับนิกายกระบี่
สวรรค์ ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของกองกำลัง
ไตรภาคีในตอนนี้ก็คือพวกมันมีกองกำลังที่มากกว่า
นิกายกระบี่สวรรค์มากกว่าถึงสามเท่า!
บัดนี้สามารถมองเห็นกองกำลังวิญญาณร้าย
ปีศาจและสาวกพรรคจงหยวนมีจำนวนมากมาย
นับไม่ถ้วน
หากไม่มียอดฝีมือที่สูงล้ำคอยปกปั้องผู้คนหลายพัน
คนในนิกายกระบี่สวรรค์ พวกเขาทั้งหมดจะต้อง
ตกตายลงอย่างรวดเร็วเป็นแน่!
นี่คือจุดประสงค์ของ เฟิง ซัวหยา ที่มอบหมายงาน
มาให้กับเขา ตอนนี้ อู่ อวี้ มาปรากฏตัวอยู่บนท้อง
นภาเพื่อเป็นคนที่คอยปกปั้องเหล่าสาวกของนิกาย
กระบี่สวรรค์!
ซู หยานหลี่ ชิงหมิง โม่ ซื่อซู พวกเขาเหล่านั้น….
ความจริงแล้วเมื่อค่ายกลหมื่นกระบี่ถูกทำลายลง
พวก เฟิง ซัวหยา ก็ได้ทำการเตรียมการเอาไว้
เรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งหมดต่างก็พุ่งเข้าไป
ปะทะจับคู่กับเหล่าศัตรูตามที่ได้วางแผนเอาไว้
เช่นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของปีศาจเจ็ดทะเลแดง
เทียน อี้จุน ก็ถูกหยุดโดยผู้อาวุโสเซินถู ทั้งสองต่าง
กำลังต่อสู้พัวพันกันอยู่!
บนยอดเขา ผู้แข็งแกร่งขั้นสร้างแกนนภาทั้งสี่คน
และผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมรวมลมปราณระดับสิบทั้ง
สิบคนกำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ก่อให้เกิดเป็นสนามรบขนาดใหญ่กระจายเป็นวง
กว้าง ไม่มีใครที่คิดหาญกล้าจะเข้าไปใกล้แม้แต่นิด
เดียว เหลือเพียงแต่กองกำลังทั่วไปที่เหลือมา
รวมกัน ส่วนอีกด้านหนึ่ง คนหนึ่งพุ่งลงไป คนหนึ่ง
พุ่งขึ้นมา นั่นคือ อู่ อวี้ ที่รั้งตำแหน่งคอยสนับสนุน
เหล่าสาวกแห่ง นิกายกระบี่สวรรค์ นั่นเอง!
ความแตกต่างของนิกายกระบี่สวรรค์ก็คือ พวกเขา
จะจับกลุ่มสามคน สร้างเป็นรูปแบบกระบี่ เมื่อดู
แล้วก็ถือว่าพวกเขาค่อนข้างจะฉลาดกว่า เพราะ
กลุ่มหนึ่งจะคอยระวังเกื้อหนุนให้แก่กัน ยามนี้
เหล่าวิญญาณร้ายนับเป็นคลื่นลูกแรกที่พุ่งเข้ามา
ถึงแม้ว่าฝังตรงข้ามจะดูเหมือนวุ่นวาย แต่ทว่าการ
โจมตีของพวกวิญญาณร้ายนั้นมีผลต่อจิตวิญญาณ
เป็นอย่างยิ่ง พวกวิญญาณร้ายมีจำนวนมากถึงสี่
พันตนมันมีจำนวนมากกว่าพวกเขาถึงสี่เท่า เมื่อ
เทียบกันแล้วฝังนิกายกระบี่สวรรค์ถือได้ว่าอยู่ใน
สถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรง!
นี่เป็นเหตุผลที่ เฟิง ซัวหยา ได้หยุดการประคอง
ค่ายกลหมื่นกระบี่เอาไว้!
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ เฟิง ซัวหยา ได้ฝาก
ความหวังทุกอย่างเอาไว้ที่ อู่ อวี้!
โดยทั่วไปแล้วการโจมตีของวิญญาณร้ายจะมีผล
ต่อจิตวิญญาณ แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นการสังหาร
จริงๆ ดังนั้นมันจะเป็นอันตรายสำหรับนิกายกระบี่
สวรรค์อย่างยิ่ง ถ้าหากว่าพวกวิญญาณร้ายทั้งสอง
ได้ผนึกกำลังร่วมมือกันโจมตี อู่ อวี้ ย่อมไม่อาจที่
จะหยุดยั้งวิญญาณชั่วร้ายได้ แต่ถ้าหากเป็น
วิญญาณร้ายเพียงสองพันตน ก็ไม่นับเป็นอะไร
สำหรับเขา
“ทุกท่าน ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัว รักษารูปแบบ
กระบี่เอาไว้ สังหารศัตรูต่อไป!”
“วิญญาณร้ายเหล่านี้ ถึงแม้ว่ามันจะดูน่ากลัว แต่
ทว่าพวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแค่คนที่ตายไปแล้ว”
สิ่งที่สำคัญที่สุดบนสนามรบก็คือขวัญกำลังใจของ
เหล่าสาวก อู่ อวี้ รู้ถึงความจริงในเรื่องนี้ดี ดังนั้น
ก่อนอื่นเขาจึงต้องทำให้เหล่าสาวกหายหวาดกลัว
เมื่อปราศจากความหวาดกลัวแล้วจึงจะสามารถ
แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้
“อู่ อวี้ เจ้าวางใจเถอะ พวกเราเคยสังหารเหล่า
สาวกของพรรคจงหยวนมาแล้ว” หวันเทียน หยู่เซ
วีย ได้กล่าวออกมา
เมื่อผ่านการสังหารมาแล้วครั้งหนึ่ง มันก็ทำให้พวก
เขาพัฒนาขึ้น ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับ
วิญญาณร้าย แต่ดูเหมือนว่าเหล่าสาวกนิกายกระบี่
สวรรค์พวกเขาก็ยังคงสามารถรักษาสภาวะที่ดี
ที่สุดเอาไว้ได้ เลือดเย็น แต่ทว่าพวกเขาก็ยังสงบใจ
ได้อีกด้วย
แม้กระทั่ง ชิงหมิง ก็เป็นเช่นเดียวกับพวกเขา นาง
ยิ้มให้กับ อู่ อวี้ นางพยักหน้าให้เขาแสดงความยืน
กรานและมุ่งมั่นของนาง
พวกเขาทั้งหมดมองเห็นว่า อู่ อวี้ อยู่เบื้องหน้า
พวกเขา ในใจก็เกิดความสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความต่อสู้ ทุกคน
แสดงความเคารพและบูชาออกมา สายตาที่มา
จากผู้คนที่ใกล้ชิดเหล่านี้ ทำให้ในใจ อู่ อวี้ เต็มไป
ด้วยพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“เหล่าสาวกนิกายกระบี่สวรรค์ ถึงตัวตายแต่ก็ไม่
ยอมแพ้!”
“บุก!”
พวกเขาคำรามออกมาพร้อมกัน ยกศาสตราเต๋า
กระบี่ยาวชูขึ้นไปบนท้องฟั้า นี่คือปราณกระบี่ที่
แท้จริงพุ่งขึ้นไปบนฟั้า!
อู่ อวี้ พุ่งเข้าไปประหัตประหารเป็นคนแรก ดวงตา
ที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงอยู่ด้านหลังของเขา
ระเบิดความภาคภูมิใจออกมา เหมือนกับเป็น
กระแสน้ำที่ถาโถม กลายเป็นผลพวงให้คนอื่นๆใน
นิกายได้รับความเร่าร้อนนี้ไปด้วย ยามนี้พวกเขา
เปรียบได้ดั่งคมมีด พุ่งเข้าใส่เหล่าวิญญาณร้าย!
“ตามข้ามา สังหารให้สิ้น!”
ด้านหลังของเขาเป็นสาวกนิกายกระบี่สวรรค์ พวก
เขาก่อตัวเป็นรูปแบบค่ายกลที่แหลมคม อู่ อวี้ เป็น
ผู้นำ ตามมาด้วย หวันเทียน หยู๋เซวีย ซู หยานหลี่
และเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเป็นคนที่คอยสั่งการ
เหล่าสาวกนับพันที่เหมือนกับคมมีดนี้ เข้าห้ำหั่น
กับวิญญาณร้าย
อู่ อวี้ ผสานกระบี่คู่ของเขา สายตาเต็มไปด้วย
ความเย็นยะเยือก ในขณะที่พุ่งเข้าใส่วิญญาณร้าย
เขาก็ใช้วิชาเต๋าเคล็ดวิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำ
ก่อให้เกิดเป็นกระบี่ขนาดใหญ่ วิญญาณร้ายอย่าง
น้อยนับร้อยต้องตกตายภายใต้รัศมีการสังหารของ
กระบี่ยักษ์สีทองนี้!
ด้วยพลังของ อู่ อวี้ ที่สามารถสังหารผู้แข็งแกร่ง
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่สิบได้ การกำจัด
วิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ ย่อมง่ายดายเมื่อเทียบกับ
การต่อสู้กับ เสิน เอ้อจุน วิญญาณร้ายเหล่านี้มิได้
อยู่ในสายตาเขาสักนิด
“ฆ่า!”
ทันใดนั้นกองกำลังทั้งสี่พลันเข้าสู่สมรภูมิรบอย่าง
เต็มกำลัง!
อู่ อวี้ นั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่เข้าเชือดเฉือนศัตรู
เขาสามารถฉีกกระฉากเหล่าวิญญาณร้ายได้
ในทันที ส่วนเคล็ดวิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำ เพียง
แค่ตวัดฟันครั้งเดียว ก็สามารถผ่าร่างของวิญญาณ
ร้ายนับสิบออกเป็นสองส่วนได้!
ในตอนนั้น พวก หวันเทียน หยู๋เซวีย ยังไม่มีโอกาส
ที่จะแสดงฝีมือ เพราะเพียงแค่ อู่ อวี้ วิ่งผ่านไปที่
ใด ที่แห่งนั้นก็กลายเป็นเพียงแค่ซากศพ ถึงแม้จะ
หลงเหลือพวกมันอยู่บ้าง แต่ก็ถูกเหล่าสาวกนิกาย
กระบี่สวรรค์พุ่งเข้าสังหารในทันที!
เบื้องหน้า มีกระบี่ยักษ์สีทองกวาดผ่านไป!
ซากของเหล่าวิญญาณร้าย พลันปลิวว่อนอยู่เต็ม
ท้องฟั้า!
เขาทำให้ทุกหนแห่งพินาศย่อยยับ เฉกเช่นวีรบุรุษ!
อู่ อวี้ สังหารไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหล่าสาวก
นิกายกระบี่สวรรค์มีขวัญกำลังใจมากยิ่งขึ้นและ
เริ่มมีหวังที่จะสามารถชนะได้ ก่อนหน้านี้ทุกคน
ต่างก็รู้สึกเป็นกังวลและท้อใจ แต่ตอนนี้เมื่อพวก
เขาเห็น อู่ อวี้ ไล่ล่าสังหารเหล่ากองทัพวิญญาณ
ร้ายจนพวกมันไม่สามารถจะกลับมาสู่สนามรถได้
อีก พวกเขาจึงเริ่มเห็นความหวังที่จะสามารถ
เอาชนะได้!
เพียงคนเดียวกลับสามารถสยบกองกำลังไตรภาคี
ได้ ถ้าหากว่าเป็นก่อนหน้านี้ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่
จะกล้าคิดเช่นนี้
นัยน์ตาของเหล่าผู้อาวุโสเริ่มแดงฉาน ในสายตา
ของพวกเขาการกลับมาของ อู่ อวี้ นั้นก็เหมือนกับ
ว่าเทพเซียนได้ลงมาโปรด
ซู หยานหลี่ โม่ ซื่อซู หวันเทียน หยู๋เซวีย พวก
ศิษย์พี่ของเขาเหล่านี้ มองหน้ากันและกัน พวกเขา
เป็นกลุ่มคนที่สนิทกับ อู่ อวี้ มากที่สุด โดยเฉพาะ
ซู หยานหลี่ นางนั้นเฝั้าดูการเจริญเติบโตของศิษย์
น้องผู้นี้มาตลอด
เมื่อ ซู หยานหลี่ ได้สังหารวิญญาณร้ายตัวแรกลง
ได้ นางจึงได้รับความรู้สึกแห่งการปกปั้องพวกพ้อง
ในตอนนี้ นางจึงเข้าใจความรู้สึกของอู่ อวี้ มากขึ้น
เพื่อปกปั้องพวกพ้อง เพื่อที่จะปกปั้องบ้านใหม่
หลังนี้ของเขา อู่ อวี้ จะไม่ยอมสิ้นท่าในที่แห่งนี้!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ