กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 172 : เสาโลหิตรอยวิญญาณ
สะบั้นให้สิ้น!
เหล่าวิญญาณร้ายหลายสิบตนได้ลอยขึ้นไปบน
ฟากฟั้า!
แน่นอนพวกมันได้กลายเป็นเศษซากที่ลอยกระจัด
กระจายออกไป
ภายใต้การปกปั้องของ อู่ อวี้ ถึงแม้จะเป็นครั้งแรก
ที่พวกเขาต้องรับมือกับการโจมตีของกองทัพ
วิญญาณร้าย ทำให้นอกจากสาวกกว่าร้อยคนที่
โดนเข้าสิงจิตวิญญาณ คนอื่นเพียงแต่ได้รับ
บาดเจ็บเล็ก และ ไม่มีสาวกคนไหนเลยที่ตกตายลง
จากการโจมตีนี้
มีวิญญาณร้ายอย่างน้อยสองร้อยตนต้องการที่จะ
พุ่งเข้ามาโจมตี อู่ อวี้ พวกมันพยายามที่จะยึด
ครองร่างกายของเขา แต่พวกมันก็ต้องถูกภาพ
จำแลงวานรภายในร่างเขาดับทำลายลงไป
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังได้บดขยี้ผู้แข็งแกร่งหลอมรวม
ลมปราณระดับที่เก้าลงไปถึงสองคน เพื่อเปิดทาง
ให้กับเหล่าสาวกนิกายกระบี่สวรรค์ รวมถึงปีศาจ
ร้ายที่มีอายุถึงเก้าร้อยปีอีกหนึ่งตัวด้วย
กระบี่สีทองกวาดผ่านไปที่ใด ที่แห่งนั้นย่อมไม่มี
ศัตรูคนใดที่จะหนีรอดไปได้!
สาวกนิกายกระบี่สวรรค์ ที่อยู่ภายใต้การนำของ
เขาอยู่เบื้องหน้า ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายจนพุ่ง
ทะยานไปสู่สรวงสรรค์!
การเข้าเข่นฆ่าสังหารเพียงครั้งเดียว จากวิญญาณ
ร้ายสองพันตนได้ตกตายไปแล้วแปดร้อยกว่าตน!
พวกมันส่วนใหญ่ล้วนถูกจัดการโดยฝีมือของ อู่ อวี้
!
มือของ อู่ อวี้ ชุ่มไปด้วยเลือด แน่นอนว่ามันย่อม
เป็นเลือดของเหล่าวิญญาณร้าย!
หลังจากที่พุ่งเข้าสู่สมรภูมิรบเพื่อห้ำหั่นในครั้งนี้
สงครามของเหล่าสาวกนิกายกระบี่สวรรค์ก็บรรลุ
ถึงจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ พวกเขาได้ฝั่าทะลวง
วงล้อมของเหล่ากองทัพวิญญาณออกไป เหล่า
วิญญาณร้ายเหล่านั้นได้พุ่งติดตามพวกเขาไปจาก
เบื้องหลัง แต่ทว่าก็ยังไม่ทัน และบัดนี้ เบื้องหน้า
ของอู่ อวี้ ครึ่งหนึ่งเป็นกองทัพปีศาจ อีกครึ่งเป็น
กองทัพของพรรคจงหยวน!
กลิ่นอายของพวกมันได้ระเบิดออกมาอย่างน่า
หวาดหวั่น ส่งเสียงคำรามเข่นฆ่าสังหารศัตรู เพียง
ชั่วเวลาสั้นๆ อู่ อวี้ ที่ได้สังหารเหล่าวิญญาณร้ายก็
พุ่งเข้ามาประหัตประหารกับพวกมันต่อในทันที!
แม้พวกวิญญาณร้ายจะไม่รู้จักความตาย!
แต่อย่างไรก็ตามเบื้องหน้าของพวกเขาที่เป็นผู้ฝึก
ตนและเหล่าปีศาจนั้นไม่ใช่!
โดยเฉพาะเหล่าศิษย์สาวกของพรรคจงหยวน!
พวกมันทั้งหลายต่างก็หวาดกลัว อู่ อวี้ และในยาม
นี้ อู่ อวี้ ก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกมัน โดยไม่
กล่าวอันใดให้เสียเวลา เขาเหวี่ยงกระบี่ยักษ์สีทอง
ไป ตวัดฟันออกไป ด้วยความเร็วของมันที่มี
มากกว่าผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมลมปราณระดับสาม
ทำให้พวกมันยากที่จะหลบเลี่ยงต่อวิชานี้ไปได้
หนึ่งสะบั้น ตกตายไปหลายสิบ! เลือดสาดกระจาย
ออกไปทุกหนแห่ง!
เมื่อเปรียบเทียบกับวิญญาณร้ายแล้ว การเข่นฆ่า
สังหารเหล่าผู้ฝึกตนนี้กลับน่าตกตะลึงยิ่งกว่า!
“พรรคจงหยวน ผู้ใดที่ไม่ยอมจำนน มันผู้นั้น
จะต้องตาย!”
อู่ อวี้ สะบั้นออกไปพร้อมกับเสียงคำลามอันลือลั่น
ต่อจากนั้นคลื่นระลอกที่สองของ เคล็ดวิชามหาเต๋า
กระบี่ทองคำ พลันปรากฎขึ้นอีกครา ทำให้สาวก
มากมายต่างตกตายไปในทันที ซึ่งไม่มีแม้แต่โอกาส
ที่จะต่อต้านเคล็ดวิชาเต๋านี้เลยแม้แต่น้อย!
เบื้องหลังของอู่ อวี้ ปราณกระบี่พร้อมทั้งจิตสังหาร
ปรากฎพวงพุ่งขึ้นมาจากทุกหนทุกแห่ง!
พลังอำนาจของนิกายกระบี่สวรรค์เปรียบราวกับ
ว่าพวกเขาเป็นเครื่องจักรสังหาร สายตาอันเย็นยะ
เยือกของพวกเขา บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่จะ
ปกปั้องเจตจำนงและเหล่าพวกพ้องของพวกเขา
เมื่อรวมพลังเข้ากับความแข็งแกร่ง อู่ อวี้ ก็
เหมือนกับมีมีดเล่มใหญ่ได้ปักเข้าไปในหัวใจของ
สาวกพรรคจงหยวน!
“ข้าไม่สู้แล้ว!”
“พวกข้าไม่สู้แล้ว แพ้แล้ว พวกข้าขอยอมแพ้! ”
มีไม่น้อยที่ต้องตกตายไปโดยฝีมือของ อู่ อวี้ เมื่อ
เห็นผู้คนรอบกายของพวกมันต่างตกตายไป
เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง จิตวิญญาณในการต่อสู้ของพวก
มันก็ถูกทำลายจนปั่นปี พวกมันต่างตกตะลึงไปกับ
การเข้าโจมตีอย่างสายฟั้าแลบของ อู่ อวี้ ยามนี้
พวกมันยิ่งหวาดกลัวเขามากจนถึงกับก้นจ้ำเบ้า
หลังจากนั้นพวกมันก็ลุกขึ้นมาแล้ววิ่งหนีราวกับ
คนบ้า!
“หากไม่ไป ก็จงตายเสียบัดนี้!”
หวันเทียน หยู๋เซวีย ที่เป็นผู้นำเหล่าสาวกของ
นิกายกระบี่สวรรค์ ก็ร้องคำรามออกมาด้วยความ
โกรธ
ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ต้องการจะสังหารไป
มากกว่านี้ แต่นี้เป็นสงครามของเหล่าเทพเซียน
ตัวการของหายนะในครั้งนี้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
อู่ อวี้ เพียงคนเดียวก็ได้ทำลายขวัญกำลังใจของ
พวกมันทั้งหมดแล้ว บางทีการสังหารอาจจะ
ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ดังนั้นเขาจึง
เลือกที่จะข่มขู่แทน
เมื่อ อู่ อวี้ ชูกระบี่ของเขาขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าสาวก
นับร้อยของพรรคจงหยวนต่างรีบหลบหนีไป
สงครามยังไม่ทันเข้าสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่พวก
มันกลับพ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว ยังมีหลายสิบคน
ที่ไม่ต้องการจะหลบหนีไป แต่เมื่อหลังจากที่เห็น อู่
อวี้ ไล่ล่าสังหารไปหลายคน พวกมันจึงขวัญหนีดี
ฟั่อหลบหนีออกไป แม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสชั้นสูง
ของพรรคจงหยวนก็เช่นกัน
เหลือเพียงแต่เหล่าปีศาจ!
ถึงแม้ อู่ อวี้ ฆ่าฟันสังหารปีศาจ ทว่าพวกปีศาจก็
ยังคงแสดงความดุร้ายและน่ากลัวออกมา แต่ส่วน
พวกสาวกของพรรคจงหยวนบ้างก็หมอบคลาน
บ้างก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหว มีเพียงพวกปีศาจ
เท่านั้นที่ยืนหยัดเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ โดยตรง
“ถ้าเจ้าไม่ไป เจ้าจะต้องตาย” อู่ อวี้ ได้ยื่นคำขาด
ออกมา แต่ทว่าอีกฝั่ายยังไม่ตอบ สามารถเห็นได้
ว่าพวกปีศาจมีความจงรักภัคดีต่อ จิ่วเซียน
มากกว่าเหล่าสาวกของพรรคจงหยวนที่มีต่อพรรค
ของมันเสียอีก
อู่ อวี้ มองไปที่เหล่าวิญญาณร้ายที่อยู่เบื้องหลัง
ของเขา เขาก็รีบพุ่งเข้าไปกำจัดพวกมันทิ้งในทันที
ตอนนี้เขาเหลือเวลาอยู่ไม่มาก เขาจึงกำชับกระบี่
ในมือและเตรียมที่จะเปิดฉากการสังหารขึ้น! พวก
ปีศาจเหล่านี้ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งเขาเอาไว้ได้!
ในตอนนี้เสียงของ จิ่วเซียน ก็ปรากฏขึ้น
“พวกเจ้าถอยไปก่อน”
นางสั่งให้เหล่าปีศาจถอยออกไป
อู่ อวี้ รู้สึกขนลุกชันขึ้นอย่างน่าตกใจ
เหล่าปีศาจต่างก็เชื่อฟังคำสั่งของนางเป็นอย่าง
มาก เมื่อพวกมันได้ยินคำสั่งของนาง พวกมัน
แน่นอนว่าไม่เต็มใจ ทำได้เพียงคำรามออกมา และ
หันกลับมองไปรอบๆ แล้วจากนั้นพวกมันก็กลาย
ร่างเป็นมนุษย์ จากนั้นจึงแบกเกี้ยวเซียนหลบหนี
ออกไป
ถ้าหากพวกมันไม่ไป อู่ อวี้ ก็จะต้องสังหารพวกมัน
อย่างแน่นอน อีกทั้งที่แห่งนี้ก็ยังเป็น นิกายกระบี่
สวรรค์ อีกด้วย ฉะนั้นหากรั้งอยู่ต่อไปอีก จะต้องมี
ผู้บาดเจ็บเป็นแน่แท้
นางจึงไม่ต้องการให้พี่น้องของตนต้องตกตายเปล่า
ไป
ตอนนี้สาวกของพรรคจงหยวนได้หนี
กระเจิดกระเจิงไปแล้ว บางคนได้เข้าหลบซ่อนตัว
อยู่บนภูเขา คนส่วนใหญ่ได้ยอมแพ้ในสงครามครั้ง
นี้ไปเรียบร้อยแล้ว พวกปีศาจเองก็ถอนกำลัง
ออกไปเช่นกัน ตอนนี้ศัตรูของ อู่ อวี้ จึงเหลือ
เพียงแต่พวกวิญญาณร้ายเท่านั้น
“ทุกท่านอยู่รวมกันเอาไว้ พวกวิญญาณร้ายให้เป็น
หน้าที่ของข้าเอง”
อู่ อวี้ ปล่อยให้พวกเขารออยู่ที่นี่ ที่แห่งนี้มีผู้ฝึกตน
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปดอยู่ไม่น้อยและ
นอกจากนี้ยังมีผู้อาวุโสคุมกฎอยู่อีกสองคน ตราบ
ใดที่ไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่สิบก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร อู่ อวี้
เตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปสังหารเหล่าวิญญาณร้าย
ทั้งหมดด้วยตัวของเขาเอง!
“ได้!”
“ระวังตัวด้วย อู่ อวี้!”
“เจ้าจะต้องปลอดภัยนะ ศิษย์น้อง…”
“ฆ่าพวกมันอย่าให้เหลือ!”
ภายใต้สายตาที่จ้องมองเขาด้วยความเทิดทูน อู่
อวี้ ก็พุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าวิญญาณร้ายอีกครั้ง
หนึ่ง
เพียงหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ กลับสามารถหยุดยั้งพวก
วิญญาณร้ายหลายพันได้!
มีเหล่าวิญญาณร้ายหลายร้อยตนพุ่งเข้ามาหาเขา
แต่พวกมันก็ต้องถูกทำลายลงโดยฝีมือของผู้อาวุโส
คุมกฎทั้งสอง จริงๆแล้วพวกวิญญาณร้ายเหล่านี้มี
พลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับที่หนึ่ง มันไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่ทว่ามัน
กลับมีจำนวนมหาศาลยิ่ง
เหล่าฝูงชนมองไปรอบๆ มองเห็นได้เพียงลำแสง
กระบี่สีทองกวาดไปทั่วทั้งสนามรบ ทุกครั้งที่กระบี่
สีทองกวาดผ่านไปเหล่าวิญญาณร้ายจำนวน
มากมายก็กลายเป็นเพียงแค่ขี้เถ้า เคล็ดวิชามหา
เต๋ากระบี่ทองคำนั้นร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง มันเพียง
พอที่จะแผดเผาวิญญาณร้ายทั้งหมดในสมรภูมิรบ
จนสิ้น!
อู่ อวี้ เพียงคนเดียวแต่ต้องรับมือกับศึกแทบทุก
ด้าน อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงพละกำลังแล้ว ในที่นี้
อู่ อวี้ ก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด แน่นอนว่านี่เป็น
การบดขยี้อยู่ฝั่ายเดียวและจำนวนของวิญญาณ
ร้ายได้ลดลงไปเป็นจำนวนมาก สำหรับวิญญาณ
อาฆาตนั้น ถ้าหากไม่มีเหล่าวิญญาณร้ายอยู่พวก
มันก็ทำได้เพียงแค่ทำให้ผู้คนเกิดความสับสนขึ้น
เท่านั้น!
มีวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาหา
อู่ อวี้ แต่ไม่มีสักตนเดียวที่จะหนีรอดกลับไปได้
เมื่อเวลาผ่านไปสามสิบอึดใจ ผู้คนก็เห็นว่าจาก
วิญญาณร้ายสองพันดวงตอนนี้เหลือเพียงแค่ร้อย
กว่าดวงเท่านั้น มันไม่ได้ปกคลุมไปทั่วท้องฟั้าอีก
ต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะเหลือวิญญาณอาฆาตอยู่ไม่
น้อย แต่ทว่าพวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้
กองกำลังอันทรงพลังที่อยู่ภายในสงครามครั้งนี้ อู่
อวี้ เพียงแค่คนเดียวก็สามารถเก็บกวาดพวกมันได้
ทั้งหมด!
พรรคจงหยวนหนีไปแล้ว เหล่าปีศาจก็ถอนกำลัง
ออกไป ส่วนวิญญาณร้ายทั้งหมดก็ถูกกำจัดจนสิ้น
ซาก!
แต่ถ้าหากมีผู้แข็งแกร่งขึ้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับที่สิบพุ่งเข้ามาขัดขวางและบดขยี้ อู่ อวี้ ลง
ไป เกรงว่าเหล่าสาวกของนิกายกระบี่สวรรค์
ทั้งหมดจะต้องตกตายลงไปอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าตนเองจะสามารถไต่
ไปถึงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่แปดได้ใน
สงครามครั้งนี้ เป็นเพราะว่า จิ่วเซียน ได้มอบ
โอกาสนี้มาให้กับเข้า สามารถกล่าวได้ว่านี่เป็น
โชคชะตา เขานั้นมีวาสนามากกว่า จิ่วเซียน!
เมื่อเหล่าวิญญาณร้ายไม่ได้เป็นภัยคุกคามกับสาวก
ของนิกายกระบี่สวรรค์อีกต่อไป อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่าเขา
ควรจะเข้าร่วมสงครามที่รุนแรงมากกว่านี้ เหล่าห้า
ผู้อาวุโสก็อยู่ในบริเวณนี้! ถ้าหากมีเขาเพิ่มไปอีก
หนึ่งคน ตาชั่งแห่งชัยชนะจะต้องเอนเอียงมาทาง
ฝังเขาแน่นอน!
ตอนนี้เขาอยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งของเหล่าห้าผู้
อาวุโส
อู่ อวี้ ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีแล้ว ในหมู่ศัตรูห้าคน
คนที่น่ากลัวที่สุดแน่นอนก็คือ เทียน อี้จุน! หัวหน้า
ของปีศาจเจ็ดทะเลแดงต้องการที่จะสังหารเขา ถ้า
หากว่าตัวเขาร่วมมือกับห้าผู้อาวุโสพวกปีศาจ ผู้
ฝึกตนนอกรีตและคนของพรรคจงหยวนจะต้องตก
ตายไปทีละคนแน่นอน!
เมื่อเขากำจัดวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมดออกไป
หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าพวกสาวกของนิกายกระบี่
สวรรค์ได้ปลอดภัยแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง
เร่งขี่กระบี่บินจักรพรรดิออกไป!
ความจริงแล้วการจัดการกับเหล่าวิญญาณร้ายนั้น
ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาไปเพียงแค่ร้อยอึดใจเท่านั้น
ในสนามรบของเหล่าห้าผู้อาวุโส เพียงไม่นานก็พบ
กับผู้อาวุโสเสินถูและ เทียน อี้จุน อย่างไรก็ตาม
เมื่อ อู่ อวี้ หาพวกเขาพบแล้ว หน้าของเขาก็พลัน
เปลี่ยนสีไป!
เทียน อี้จุน ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก รอบๆตัวของ
มันปกคลุมไปด้วยหมอกโ,หิตปิดกั้นสายตาของทุก
คนทำให้ไม่สามารถมองเห็นการต่อสู้ที่อยู่ภายในได้
หมอกเลือดนี้นั้นเหมือนกับเป็นทะเลโลหิตขนาด
ใหญ่ มันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาจนเหมือนกับว่า
มันมีชีวิตเลยก็ว่าได้
กลิ่นคาวเลือดได้ปกคลุมไปทั่วเทือกเขาคราม ทำ
ให้ผู้คนนั้นรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
แต่เมื่อ อู่ อวี้ เตรียมตัวที่จะพุ่งทะยานเข้าไป
หมอกโลหิตก็พลันมลายหายไป เพียงไม่นานก็
สามารถเห็นสภาพการณ์ด้านในได้อย่างชัดเจน
เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็นภาพที่อยู่ภายในนั้น จิตใจของ
อู่ อวี้ ก็ต้องรู้สึกสั่นสะท้านขึ้น
พื้นดินข้างในนั้นเต็มไปด้วยเลือด ในพื้นที่แห่งนี้
ใหญ่ประมาณหนึ่งร้อยจั้ง ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดิน
หรือว่าบนหิน พวกมันทั้งหมดก็ปกคลุมไปด้วย
เลือด
ร่างกายที่แคระแกนของ เทียน อี้จุน ยืนอยู่บนหิน
ก้อนหนึ่ง เสื้อคลุมของมันได้ปลิวออกไปแล้ว เผย
ให้เห็นถึงใบหน้าที่ดูเก่าแก่และยับเยิน เต็มไปด้วย
ริ้วรอยซึ่งดูอัปลักษณ์เป็นอย่างมาก เมื่อเปิดรอย
เหี่ยวย่นเหล่านั้นออกมาก็จะสามารถเห็นเลือดที่ริน
ไหลออกมาได้อย่างชัดเจน
ดวงตาทั้งคู่ของมัน ข้างหนึ่งใหญ่ ข้างหนึ่งเล็ก ตา
ข้างที่ใหญ่ก็เปรียบเหมือนกับปากที่กำลังอ้าอยู่
ส่วนข้างที่เล็กก็เหมือนกับเล็บนิ้วก้อยเพียงเท่านั้น
ตาข้างที่ใหญ่ปกคลุมไปด้วยเส้นเลือด และเส้น
เลือดเหล่านั้นก็บิดไปมาอย่างกับหนอนยังไงอย่าง
นั้น
แต่นั้นก็ยังไม่ใช่ส่วนที่น่ากลัว
สิ่งที่น่ากลัวจริงก็คือพื้นดินที่อยู่เบื้องหน้าดวงตา
ของมัน มันมีเสาเลือดที่มีความสูงนับสิบจั้งตั้งอยู่
เสาเลือดนั้นมีสีดำ ปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่ไม่
สม่ำเสมอ ดูเหมือนกับเกล็ดอสรพิษแต่บางเวลาก็
เหมือนเป็นเกล็ดของปลาด้วยเช่นกัน ช่องว่างที่อยู่
ระหว่างเกล็ดแต่ละเกล็ด มันเหมือนกับว่ามีเส้น
เลือดสีแดงฉานปกคลุมอยู่เต็มไปหมด เมื่อมองจาก
ที่ไกลๆก็เหมือนกับว่ามีร่างแหเลือดคอยรัดพันเสา
เลือดนี้อยู่!
สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ เกล็ดเลือดเหล่านี้เปลี่ยน
ตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา บนเสาเลือดต้นนี้ได้รวมตัว
กันอย่างต่อเนื่อง และเกล็ดที่อยู่บนเสาได้ก่อร่าง
สร้างเป็นใบหน้าที่มีดวงตาเป็นสีแดงฉานและปาก
ที่ยักษ์ที่ดูเหมือนกับเป็นอ่างเลือด ดูแล้วเหมือนกับ
ว่ามันมีชีวิตเป็นของตัวเอง ดวงตาของมันทำให้
จิตใจของคนเกิดความหวาดกลัว แต่มันก็ปรากฏ
ขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น
ใบหน้าไป บางทีก็มีใบหน้าจำนวนมากปรากฏ
ออกมาอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน
เลยสักครั้ง
เสาเลือดต้นนี้ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ อย่าง
มาก เตือนให้ อู่ อวี้ นึกถึงชื่อของมัน!
เฟิง ซัวหยา เคยบอกเขาเอาไว้ว่า เทียน อี้จุน
แทบจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้แข็งแกร่งขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่สิบ ไม่มีใครที่จะสามารถ
ต่อกรกับเขาได้ เหตุผลที่สำคัญก็คือเป็นเพราะว่า
เขานั้นมี ‘ศาสตราเต๋าระดับเชื่อมจิต’ อยู่ชิ้นหนึ่ง
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตเป็นศาสตราเต๋าระดับสูง มันมี
การเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณและมีความนึกคิดเป็น
ของตัวเอง อานุภาพของมันสูงกว่าของเหล่า
ศาสตราเต๋าทั่วไปเป็นอย่างมาก ทั่วทั้งนิกายกระบี่
สวรรค์ เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน ต่างมี
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตกันคนละชิ้นเท่านั้น
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตของ เทียน อี้จุน นั้นดุร้ายและ
เปียมไปด้วยพลัง ได้ยินมาว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยผู้
ฝึกตนนอกรีตขั้นสูงคนหนึ่งในทะเลตะวันออก
นอกจากจะใช้วัสดุที่มีค่ามากมาย ยังมีดวง
วิญญาณจากศัตรูของมันนับร้อยคน มันได้ใช้วิชา
คำสาปกักขังพวกมันไว้อยู่ภายในนั้น บนศาสตรา
เต๋านี้มีอักขระเวทย์ ‘อักขระเปลี่ยนแปลง’ ทำให้
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้
อย่างอิสระ จาก หนึ่งฉื่อ ขยายได้สูงถึง สิบจั้ง
และยังมี ‘อักขระร้อยภูติวิญญาณ’ สิ่งที่น่ากลัว
ที่สุดของศาสตราเต๋าชิ้นนี้คือ ในระหว่างการต่อสู้
ดวงวิญญาณหนึ่งร้อยดวงที่อยู่ภายในศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตนี้ ยามที่โจมตีออกไป มันจะเจาะเข้าไปสู่
ร่างของศัตรู และเหล่าวิญญาณทั้งร้อยดวงนี้
นอกจากจะพุ่งเข้าไปโจมตีจิตวิญญาณของศัตรู
แล้ว มันก็จะกัดกินเลือดเนื้อ กระดูก และอวัยวะ
ภายในอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมี ‘อักขระพละกำลังร้อยภูติ
วิญญาณ’ที่สามารถมอบพละกำลังอันมหาศาล
ให้กับเจ้าของได้อีกด้วย
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตที่สังหารไปทั่วทั้งทะเลแดง
มันมีชื่อว่า “เสาโลหิตร้อยวิญญาณ”
สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ ต้องสั่นสะท้านก็คือ ภายใต้เสา
โลหิตร้อยวิญญาณนี้ เป็นศพของผู้อาวุโสเสินถู
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ