กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 173 : ตอสูกับ เทียน อี้จุน!
เสาโลหิตร้อยวิญญาณ กดทับลงบนร่างของอาวุโส
เซินถู เสาโลหิตมีขนาดความสูงนับสิบจั้ง ความ
หนาหนึ่งฉื่อ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ ขนาดมหึมานี้
กำลังบดขยี้ผู้อาวุโส เซินถู
กระแสเสียงเริ่มหดหาย ดวงตาอ่อนล้าจนไม่อาจ
เปิดกว้างได้ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายในดวงตานั้นก็
คือ วิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วน กำลังดูดเกินเลือดเนื้อ
ภายในกายของเขาอย่างรวดเร็ว บัดนี้ ‘เสาโลหิต
ร้อยวิญญาณ’ กำลังดูดกลืนพลังชีวิตเขาเข้าไป
เพียงชั่วพริบตาร่างกายอันเก่าชรา ถูกดูดกลืนพลัง
ชีวิตจนกลายเป็นซากศพแห้งกรัง…
ตู้มมมม!
ผืนพิภพสั่นสะเทือน เทียน อี้จุน ค่อย ๆ นำ เสา
โลหิตร้อยวิญญาณ ออกมาอย่างไม่เร่งรีบ
นี่คือหนึ่งในสนามรบจากหลายสมรภูมิ ซึ่งสิ้นสุด
ลงอย่างรวดเร็ว ในยามนี้ทุกผู้คนเริ่มสังเกตเห็น
การต่อสู้นี้แล้ว ความกระหายเลือดของ เทียน อี้
จุน ได้แผ่กลิ่นอายแห่งความมืดปกคลุมไปทั่วทั้ง
ผืนปั่า ณ เวลานี้ผู้อาวุโส เซินถู ต้องตกตายไปด้วย
สภาพอเนจอนาถน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ภาพที่
เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึง เขย่าอารมณ์
สั่นสะเทือนจิตใจของทุกผู้คนจนยากจะบรรยาย …
ร่างกายอันน่าเกลียด เทียน อี้จุน อาบโซมไปด้วย
โลหิต บัดนี้ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งที่สุดของ นิกาย
กระบี่สวรรค์ ได้ตกตายไปด้วยน้ำมือของมัน มันคือ
กลิ่นอายอันชั่วร้ายของผู้ฝึกตนนอกรีต ราวกับมัน
ผู้นี้เคยเหยียบย่ำลงบนทะเลซากศพนับล้าน เฉก
เช่นดั่งวิญญาณที่ถูกส่งออกมาจากขุมนรก ไม่มี
ผู้ใดสามารถหยุดยั้งมันได้
เหตุผลที่ปีศาจเจ็ดทะเลแดง หาญกล้าท้าทาย เฟิง
ซัวหยา ปัจจัยสำคัญนั้นมาจาก เทียน อี้จุน
เมื่อเหล่าสาวกจำนวนมากของ นิกายกระบี่สวรรค์
ได้เห็นภาพนี้ ทำให้จิตใจของพวกเขาล่มสลาย
ประดุจดั่งร่วงตกลงไปในหุบเหว ทั้งที่ก่อนหน้านี้
จิตใจของพวกเขาหึกเหิมเป็นอย่างมาก เมื่อไม่นาน
มานี้ผู้อาวุโส เซินถู ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนเสาหลักของ
นิกายกระบี่สวรรค์ ตกตายด้วยสภาพอเนจอนาถ
อย่างรวดเร็วในสนามรบ! ชัยชนะของ อู่ อวี้ ได้
ปลดปล่อยความหวาดกลัวที่พันธนาการอยู่ภายใน
ใจของพวกเขา ต่อสงครามเซียนเต๋าครั้งนี้ แต่
เนื่องจากหมอกโลหิต ทำให้จิตใจของพวกเขา
ถดถอย ส่งผลให้อารมณ์ของพวกเขา จมดิ่งลงสู่
ความหวาดกลัวตายอีกครั้ง
ในเวลานี้สาวกมากมายสีหน้าซีดเผือด เกาะกุม
ศาสตราเต๋าในมือ ด้วยร่างกายที่สั่นเทา
อู่ อวี้ เพิ่งจัดการกับวิญญาณชั่วร้ายได้สำเร็จ กลับ
พบเห็นฉากที่น่าสะเทือนใจเช่นนี้!
เมื่อเขามองไปที่ร่างเหือดแห้งไร้วิญญาณของ ผู้
อาวุโส เซินถู ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในปั่า
สวรรค์ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ครานั้น ผู้อาวุโส เซินถู
ได้รับหน้าที่พาเราผู้เยาว์หลบหนีจากศัตรูผู้จะมา
รุกราน ในระหว่างทางต้องเผชิญหน้ากับศัตรูฝีมือ
แข็งแกร่ง และ สถานการณ์สิ้นหวัง แต่ท่านก็ทุ่มเท
ชีวิตปกปั้องพวกเขาจนสุดกำลัง
ผู้อาวุโส เซินถู เป็นสหายเก่าแก่ของ เฟิง ซัวหยา
ความสัมพันธ์แนบแน่นฉันท์พี่น้อง จนสามารถ
ยอมแลกได้แม้แต่ชีวิตหรือความตาย เป็นบุคคลที่
เฟิง ซัวหยา เชื่อถือมากที่สุด!
อ๊ากกกกกก!!!!
แลมองจากระไกลยามนี้ เฟิง ซัวหยา มีสีหน้าบ้า
คลั่ง ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ จากนั้นก็แผดเสียงร้อง
คำรามออกมาด้วยโทสะอันสุดจะกลั้น อู่ อวี้ ไม่เคย
พบเห็นอาจารย์ของเขามีโทสะมาก่อน หากเขาไม่
โดน เจียงเซี่ย หยุดยั้งเสียก่อน ปั่านนี้เขาคงได้
สังหาร เทียน อี้จุน จนตกตายไปแล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าหมองอึมครึม เขา
สามารถมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกแท้จริงของ
อาจารย์ บัดนี้อาจารย์ผู้พระคุณกำลังมีหยาดน้ำตา
สองสายไหลอาบใบหน้า
“อู่ อวี้ … ” ทันใดนั้น สายตาของ อู่ อวี้ และ เฟิง
ซัวหยา พลันประสานสนตากัน
ภายในดวงตาซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่นั้น เห็นได้ชัดว่าใน
ยามนี้อาจารย์ของเขาปรารถนาให้ อู่ อวี้ หยุด
เทียน อี้จุน เสีย อย่าปล่อยให้มันเข่นคร่าล้าง
ทำลาย นิกายกระบี่สวรรค์ แต่ในขณะเดียวกันเขา
ก็ห่วงกังวลในตัว อู่ อวี้ อย่างยิ่ง หลังจากได้ล่วงรู้
ความสามารถในการสังหารผู้คนของมัน ก็เกรง
กลัวว่าเขาอาจจะถูก เทียน อี้จุน สังหาร หาก
จะต้องต่อสู้กับ เทียน อี้จุน ขึ้นมาจริง ๆ …
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่มีเวลาให้ อู่ อวี้ คิด
ไตร่ตรองสิ่งใดมากนัก หลังจาก เทียน อี้จุน ได้
แสดงฝีมือในการฆ่าเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ว่าจะเป็น
หมอกโลหิต หรือ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ มันกำลัง
พุ่งทะยานเข้าไป โดยมีเปั้าหมายคือเหล่าสาวก
นิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่ง อู่ อวี้ ทราบผลของมันดีว่า
การโจมตีครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการนองเลือด!
หวืด!
อู่ อวี้ กระชับกระบี่คู่ในมือ พร้อมกับพุ่งทะยานเข้า
ไปสกัดกั้นอยู่เบื้องหน้า เทียน อี้จุน ราวกับภูต
พราย!
เกิดเป็นการปะทะกันระหว่าง เซียนวานรร่างสีทอง
อร่าม กับ หมอกโลหิตของผู้ฝึกตนนอกรีต แรง
กระทบของการปะทะกัน ส่งผลให้เกิดคลื่นระลอก
ขนาดมหึมาแผ่ขยายกวาดผ่านไปทั่วทั้งท้องนภา
แพร่กระจายออกไปทั่วทุกสารทิศ ดวงตาทั้งสอง
สาดประสาน อู่ อวี้ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ว่า
ในเวลานี้ด้านหลังของ เทียน อี้จุน อาบชโลมไป
ด้วยทะเลโลหิตอย่างไร้สิ้นสุด วิญญาณชั่วร้ายนับ
ไม่ถ้วน แผดเสียงกรีดร้องร่ำไห้อย่างทุกข์ทรมาน!
” อู่ อวี้ ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เจ้าจะ
กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจเช่นนี้ หากข้ารู้เร็วกว่านี้
การจะสังหารเจ้าทิ้งเสียตั้งแต่แรกคงเป็นการดีไม่
น้อย ” เทียน อี้จุน ดูไม่รีบเร่งมันพูดคุยกับ อู่ อวี้
ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ ดวงตาทั้งคู่ของมัน
ตรวจสอบ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
มันไม่เคยคาดคิดว่าพวกมันเจ็ดพี่น้อง จะถูก อู่ อวี้
ซึ่งเป็นผู้เยาว์รุ่นหลัง สังหารตกตายไปถึงห้าคน
เห็นได้ชัดว่าฝีมือที่ก้าวรุดหน้าของผู้เยาว์ผู้นี้ อยู่ใน
ระดับเรียกได้ว่าฝืนลิขิตสวรรค์ หากต้องเผชิญหน้า
ต่อสู้กันจริง ๆ แม้จะเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ก็
ยังถือว่าสูสีทัดเทียมกัน
ไม่ไกลออกไป ยู่ ซานจี กำลังต่อสู้กับ ผู้อาวุโสกูตู๋
กล่าวขึ้นว่า ” พี่ใหญ่ จงไว้ชีวิตมัน ไม่เช่นนั้นแล้ว
จิ่วเซียน คงต้องคลุ้มคลั่งเป็นแน่ หากพี่ใหญ่พลั้ง
มือสังหารมัน เกรงว่าจะเป็นปัญหายุ่งยากมาก
ยิ่งขึ้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น เทียน อี้จุน ทำเพียงยิ้มแต่ก็ไม่เอ่ย
สิ่งใดออกมา หากแต่ดูจากสายตาของ เทียน อี้จุน
แล้ว ดูเหมือนว่ามันไม่ได้สนใจในคำกล่าวทักท้วง
ตักเตือนของ ยู่ ซานจี แม้แต่น้อย
มันได้พูดคุยกับ เจียงเซี่ย แล้ว ข้อสรุปได้ถูกตัดสิน
ว่า เมื่อสังหารศัตรูทุกผู้คนจนสิ้นแล้ว จิ่วเซียน ก็
จะเป็นรายต่อไป
จิ่วเซียน ไว้ชีวิตของ อู่ อวี้ ทั้งยังปล่อยให้เขามี
ฝีมือก้าวรุดหน้า เรียกได้ว่าเกินขีดจำกัดสุดจะทาน
ทนของพวกมันแล้ว
“ฟันเฟืองทั้งหมด แท้จริงก็คือตัวข้านั่นเอง” เทียน
อี้จุน กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จากนั้นมันก็
เปล่งเสียงหัวเราะเยาะ ออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากสังหาร อู่ อวี้ มันจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
สังหารเหล่าพวกเราสองคนอื่น ๆ ของนิกายกระบี่
สวรรค์ สุดท้ายก็สามารถโจมตีโอบล้อม เฟิง
ซัวหยา กับ หลาน ฮั้วหยุน!
ในการต่อสู้ทำศึกสงครามครั้งใหญ่ สิ่งที่จำเป็นมาก
ที่สุดก็คือฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนทุกอย่าง!
หากฝั่ายใดสามารถขับเคลื่อนฟันเฟืองได้ก่อน ฝั่าย
นั้นก็จะกลายเป็นผู้กุมชัยชนะได้ในท้ายสุด !
” อู่ อวี้ เจ้าต้องหยุดผู้ฝึกตนนอกรีตให้ได้ …”
” แม้แต่ ผู้อาวุโส เซินถู ก็พ่ายแพ้ให้แก่มันอย่าง
รวดเร็ว อู่ อวี้ เจ้าจงระวังมันให้มาก … ”
” หาก อู่ อวี้ ถูกสังหาร เช่นนั้นพวกเราคง …”
สภาพการตายอันน่าสยดสยองของผู้อาวุโส เซินถู
จากน้ำมือของ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ มันได้สร้าง
ความสั่นสะเทือนต่อจิตใจของพวกเขาเหล่าศิษย์
แห่งนิกายกระบี่สวรรค์เป็นอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตนนอกรีตที่มาจากทะเลตงไห่นั้น สำหรับ
เหล่าผู้ฝึกตนซึ่งก้าวเดินอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว
พวกมันชั่วร้ายเลวทรามเหี้ยมโหดอำมหิตเสียยิ่ง
กว่าปีศาจ!
ยกตัวอย่างเช่น ผู้อาวุโสหลายคนของ พรรคจง
หยวน ได้หลบหนีลี้กายตนอยู่ในที่มืด ทันทีที่พวก
มันเห็น อู่ อวี้ พุ่งเข้าสกัดขวาง เทียน อี้จุน พวก
มันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
” อู่ อวี้ เจ้าลำพองตนมากเกินไป ถึงได้หาญกล้า
เหิมเกริม สกัดกั้น เทียน อี้จุน เช่นนี้ ”
” ข้าเกรงว่าเขายังไม่ล่วงรู้ว่า เทียน อี้จุน มีฝีมือที่
แข็งแกร่งกว่า เสิน เอ้อจุน ถึงสองเท่า!”
” การที่เขาสามารถเอาชนะ เสิน เอ้อจุน คาดว่า
ฝีมือของ อู่ อวี้ คงเหนือกว่า ผู้อาวุโส เซินถู เพียง
เล็กน้อย แต่ เทียน อี้จุน มีนามอันเลื่องลืออยู่ใน
ทะเลตงไห่ว่า เป็นยอดฝีมือที่เป็นรองแค่ขั้นสร้าง
แกนนภา มันสังหารผู้คนอย่างไร้ความปราณี ! ว่า
กันว่าตอนที่มันหลอมรวมลมปราณอยู่ในขั้นที่ 4 ก็
สามารถสังหารผู้คนไปมากมายแล้ว”
” ดูเหมือนว่าชัยชนะจะโน้มเอียงมาทาง กองกำลัง
ทั้ง 3 ฝั่ายของพวกเรา ค่อนข้างสูงทีเดียว! ”
” ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว
กระแสการต่อสู้คงจะไม่ยากลำบากถึงเพียงนี้ ! ”
” ถูกต้อง! เทียน อี้จุน ท่านต้องสังหาร อู่ อวี้ ให้ได้!
มิฉะนั้น พวกข้าจะไม่สามารถปล่อยวางความ
ชิงชังเคียดแค้นที่มีอยู่ในใจได้! ”
” มันผู้นี้ทำให้สาวก พรรคจงหยวน จำนวนมาก
ต้องตกตายไป …”
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ล่วงรู้ถึงความน่าเกรงกลัวของ
เทียน อี้จุน มากกว่าผู้อื่น เขาล่วงรู้ระดับฝีมือของ
ผู้อาวุโส เซินถู เป็นอย่างดี แต่ท่านผู้อาวุโสกลับถูก
เทียน อี้จุน สังหารได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่นี้ก็เห็น
ได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ฝั่ายตรงข้ามนั่นมีฝีมือ
แข็งแกร่งมากกว่าตนเอง
“เฮ่อ …”
กระแสสงครามในสนามรบ เปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา เทียน อี้จุน กำลังหัวเราะเยาะเย้ย ใน
มือทั้ง 2 ข้างถือจับ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ วง
เวทย์เปลี่ยนรูปที่ประทับอยู่บน เสาโลหิตร้อย
วิญญาณ ได้แสดงพลังอำนาจของมันออกมาอย่าง
เต็มที่ ครู่ต่อมาเสาก็ขยายสูงขึ้นกว่าสิบจั้ง ราวกับ
ว่าเสานี้จะทะลวงสูงขึ้นไปถึงสวรรค์ กลิ่นอาย
ปีศาจกระหายเลือด แผ่กดดันออกมาอย่างรุนแรง
ฉับพลันวิญญาณร้ายหลายร้อยตัวก็ปรากฎกายขึ้น
เกล็ดไอความเย็นปกคลุมไปทั่วทั้งผืนปั่า เทียน อี้
โคจรพลังศักดิ์สิทธิ์ เข้าสู่ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ
มันเปล่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย พร้อมกับยก เสา
โลหิตร้อยวิญญาณ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าหมื่นชั่ง
ขึ้น ฟาดลงมาใส่ อู่ อวี้ มาดหมายสังหารปลิดชีพ!
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ยังไม่ทันโจมตีเข้ามาถึง พิรุณ
โลหิตก็พร่างพรมตกลงมา!
สงครามครั้งนี้ ถือเป็นการทดสอบฝีมือ
ความสามารถการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ฉะนั้นมันจึง
น่าสนใจมากยิ่งขึ้น! สถานการณ์ของสนามรบอื่น
ๆ ก็ไม่ต่างกัน พวกเขาต่างต่อสู้กับผู้ที่ฝีมือ
สมน้ำสมเนื้อเช่นกัน!
เทียน อี้จุน มีฝีมือเข็มแข็งอย่างยิ่ง ไม่ว่าผู้ใดที่ต้อง
ต่อสู้กับมัน ย่อมต้องตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด
จนแทบคลั่ง
” มหากระบี่ทองคำ! ”
ดวงตาของ อู่ อวี้ เย็นยะเยือก ผสานกระบี่ทั้งสอง
ที่อยู่ในมือเข้าด้วยกัน ปลดปล่อยพลังอำนาจของ
เคล็ดวิชาเต๋า มหากระบี่ทองคำ ทันใดนั้นก็ปรากฏ
เป็นกระบี่ทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดไล่เลี่ยกับ
เสาโลหิตร้อยวิญญาณ !
อย่างไรก็ตามการต่อสู้ปะทะฝีมือที่แท้จริง จะทำให้
สามารถเห็นพลานุภาพของ ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ได้อย่างแท้จริง!
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
การปะทะกันของ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ กับ มหา
กระบี่ทองคำ เฉกเช่นดั่งบรรพตปะทะก้อนศิลา
หลังจากศาสตราทั้งสองเข้าปะทะกัน คลื่นทะเล
โลหิตก็สาดกระจายออกไปทั่ว สอดประสานกับ
ประกายเพลิง และ พลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาล
กวาดผ่านมาจากทุกทิศทาง ส่งผลให้ภูผาพังทลาย
ลงในทันที
ทุกผู้คนเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เทียน อี้จุน กำลัง
ก้าวย่างไปข้างหน้า ส่วน อู่ อวี้ ต้องถอยร่นซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า ณ เวลานี้อาณาเขตการต่อสู้กำลังถูกกดดัน
ได้ถอยร่นเข้าไปยังตำแหน่งที่เหล่าสาวก นิกาย
กระบี่สวรรค์ กำลังรวมตัวกันอยู่!
ในทุก ๆ ครั้งที่ เทียน อี้จุน โจมตี มันจะปลดปล่อย
คลื่นโลหิตออกมา เห็นได้ชัดเจนว่า มหากระบี่
ทองคำ ของ อู่ อวี้ กำลังพังทลายลง บัดนี้ มหา
กระบี่ทองคำ ถูกเคลือบอาบชโลมไปด้วยหมอก
โลหิต ราวกับว่ามันมีอานุภาพฤทธิ์กัดกร่อนเฉก
เช่นดั่ง หมอกพิษ
” อู่ อวี้ ไม่อาจหยุดมันได้! ”
” ทำยังไงดี !? ”
ในเวลานี้สาวกทุกผู้คน ต่างตื่นตกใจทั้งยังสับสน
กังวล หากไร้ซึ่งผู้อาวุโสคุมกฎ ซึ่งเฝั้าพิทักษ์
ควบคุมเหล่าสาวกเอาไว้ ปั่านนี้พวกเขาคงแตกหือ
กระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว
ในเวลานี้พวกเขามองเห็น อู่ อวี้ ต้องถอยร่นครั้ง
แล้วครั้งเล่า สีหน้าของทุกคนหม่นหมอง เต็มไป
ด้วยความโศกเศร้ากังวลใจ
แท้จริงแล้วสถานการณ์ที่ อู่ อวี้ กำลังเผชิญอยู่นั้น
ย่ำแย่อย่างยิ่ง
ตู้มมมม!
เทียน อี้จุน ยิ้มอย่างผู้ถือครองความได้เปรียบ
จากนั้นมันก็โบกสะบัดคลื่น เสาโลหิตร้อยวิญญาณ
มหาศาลพวกยพุ่งออกมาอีกครั้ง อู่ อวี้ สกัดกั้นการ
โจมตีด้วย มหากระบี่ทองคำ ส่งผลให้ มหากระบี่
ทองคำ เกิดรอยแตกร้าวจนแทบจะแตกหัก
พังทลายลง ท่ามกลางรอยแตกร้าวนับไม่ถ้วนนั้น
หมอกโลหิตจาก เสาโลหิตร้อยวิญญาณ ก็พุ่งเข้า
กัดกร่อนในรอยแตกร้าวนั้น
แค่แสงที่ส่องสว่างโจมตีออกมาจาก ค่ายอาคม
มหาพลัง จากเสาโลหิตร้อยวิญญาณ ก็มาก
พอที่จะจัดการกับ อู่ อวี้
หลังจากปะทะกันหลายต่อหลายครั้ง แขนของเขา
ก็ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต แต่เนื่องจากเขามีกายาเพชร
อมตะ ร่างกายเขาจึงยังไม่แตกสลาย
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นคือ ในทุก ๆ ครั้งที่เข้า
ปะทะกัน จะปรากฏราวกับว่ามีวิญญาณชั่วร้าย
จำนวนนับไม่ถ้วน ออกมาจากเสาโลหิตร้อย
วิญญาณ แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือความโศกเศร้าทุกข์
ทรมาน ที่ถาโถมเข้ามาภายในร่างของ อู่ อวี้ ผ่าน
ศาสตราเต๋าประจำกาย
นี่คือการโจมตีจากร้อยวิญญาณร้าย ซึ่งมาจากศาต
ราเต๋าเชื่อมจิต!
ภูตผีหลากหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ กำลังถา
โถมพรั่งพรูเข้ามาในร่างของ อู่ อวี้ เปิดอ้าปาก
ขนาดใหญ่ของพวกมัน กัดกินกล้ามเนื้อ กระดูก
โลหิต อวัยวะภายในทั้งห้า หรือแม้กระทั้งจิต
วิญญาณ!
ทันทีที่วิญญาณภูตผีหลายร้อยตน เข้าสู่ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ มันได้ลากเขาเข้าสู่ห้วงแห่งความ
ตาย!
ทั้งใต้หล้ามืดมิด เมื่อเขาตกลงสู่ห้วงทะเลโลหิต ไม่
สามารถแลเห็นแสงของตะวัน เล็ดลอดสาดส่องลง
มาแม้แต่น้อย เนื่องจากทั่วสรรพางค์ร่างกายของ
เขาเวลานี้ ถูกห้อมล้อมรุมทึ้งด้วยวิญญาณชั่วร้าย
กรงเล็บของพวกมันฉีกกระชากร่างกาย ทั้งโลหิต
เลือดเนื้อ กัดกินแทะร่างกายของเขา
หากมองมาจากด้านนอก เวลานี้ อู่ อวี้ ยังคงถอย
ร่น หลังจากเผชิญหน้ากันหลายสิบครั้ง ร่างกายสี
ทองของเขาได้กลายเป็น สีดำ และ สีแดง บัดนี้
ร่างกายของเขากำลังใกล้จะตาย ภูตผีวิญญาณ
ร้ายออกมาจากเส้นผม ผิวหนัง ใบหน้า อย่าง
ต่อเนื่อง เสมือนว่าวิญญาณชั่วร้ายพวกนี้กำลังบ้า
คลั่ง คำรามกรีดร้องร่ำไห้ออกมาอย่างโหยหวน …
สีหน้าของเขาดูซีดเซียวอ่อนล้าอย่างยิ่ง จากนั้นก็
เริ่มซีดลงขึ้นเรื่อย ๆ จนดูราวกับวิญญาณชั่วร้าย
” อู่ อวี้ จบสิ้นแล้วหรือ …”
หลายคนเริ่มหมดหวัง แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อมั่น ชื่น
ชมสรรเสริญ ในตัวของ อู่ อวี้ แต่ภาพที่เขาเห็นใน
ยามนี้ อู่ อวี้ กำลังค่อย ๆ เดินตามรอยเท้าเดิมของ
ผู้อาวุโส เซินถู ชั่วอึดใจต่อมา เขาอาจไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรงต้านทาน จนถูกทับด้วยเสาจนบี้แบน!
บรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง ได้แพร่กระจายไปทั่ว
ทั้ง นิกายกระบี่สวรรค์… หลายคนอยากเข้าไป
ช่วยเหลือใจจะขาด ทว่าพลังฝีมือของพวกเขาก็ยัง
มีไม่เพียงพอ สิ่งที่พวกเขาพอกระทำได้คือ เฝั้า
อธิษฐานไปพร้อมกับหยาดน้ำตา …
อู่ อวี้ รับรู้ถึงความสิ้นหวังของพวกเขา สายตา
ของเขาจ้องมองทะลุผ่านทะเลโลหิต อู่ อวี้
มองเห็นความโศกเศร้ากังวล แลความเจ็บปวด
ของพวกเขาเหล่านั้น … เขามองเห็นว่าภายใน
เทือกเขาคราม เวลานี้กำลังอยู่ท่ามกลางพายุ
สงคราม …
“ข้า …”
ภายใต้การตรวจสอบร่างกาย เขาก็ได้พบเห็นภูตผี
วิญญาณมากมาย นี่คือสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของ
เขาอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง !
” เสาโลหิตร้อยวิญญาณ ช่างร้ายกาจน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง! หากไม่มี เสาโลหิตร้อย
วิญญาณ นี้ แน่นอนว่า เทียน อี้จุน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่
จะมาสามารถเทียบเคียงฝีมือกับข้าได้!”
อู่ อวี้ ล่วงรู้อย่างลึกซึ้งว่าการที่ เทียน อี้จุน
สามารถบดขยี้เขาได้ ทั้งหมดนี้ต้องยกความดี
ความชอบให้แก่ เสาโลหิตร้อยวิญญาณ!
ยามนี้ อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาความ
เป็นความตาย เทียน อี้จุน เหลือบมองเขาด้วย
สายตาดูถูกดูแคลน ทันใดนั้นมันก็ยก เสาโลหิต
ร้อยวิญญาณ ให้ลอยสูงขึ้น จากนั้นมันก็อัด
กระแทกลงมาใส่ตัวของเขา!
” ลงนรกไปซะ! อัจฉริยะงั้นรึ ? เมื่อเจ้าตาย ก็
นับว่าไม่ต่างจากการผายลม ”
เทียน อี้จุน เปล่งเสียงหัวเราะออกมา
ศัตรูทุกผู้คนดูมีความสุข
อู่ อวี้ กัดฟันแน่น
ผู้ใดการบอกว่า เขาไม่มีความสามารถเก็บซุกซ่อน
ไว้ก้นหีบ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำนั่นก็คือการเดิมพัน
“ต้าเซิ่นนนนนน! ”
ภายในจิตใจของเขาเวลานี้ ปรากฏราชาวานรยืน
อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงของคำ ราชาวานรจ้อง
มองมาที่เขาอย่างเย่อหยิ่ง
ภายในดวงตาของ อู่ อวี้ ยามนี้ ท่วมท้นไปด้วย
ความตื่นตระหนกอย่างลึกซึ้ง บัดนี้เขาลืมเลือนไป
เสียสนิทเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณชั่วร้าย ลืมเลือนไป
ว่าร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส บนเส้นทาง
เบื้องหน้ามีเพียงผู้เดียวที่ยืนอยู่ คนผู้นั้นก็คือ เทียน
อี้จุน
อู่ อวี้ จ้องมองมันอย่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว!
“เคล็ดตรึงกายา!”
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ อัดกระแทกเข้าใส่ร่างกาย
ของ เทียน อี้จุน ส่งผลให้ร่างกายของมันถูกตรึง
บัดนี้เคล็ดวิชาตรึงกายสำแดงผลแล้ว!
” ไท่จี๋ หยินหยาง!”
ในขณะเดียวกัน มหากระบี่ทองคำก็สูญสลายหาย
กระบี่หยินหยางถูกแยกแบ่งเป็นสอง ขณะเคล็ด
วิชามหากระบี่ทองคำแสดงผล มัจฉาหยินหยาง
สองตัวก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับแหวกว่ายทะลวง
ผ่านร่างของ เทียน อี้จุน ไปอย่างฉับพลัน!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ