กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 174 : ทวงทํานองแหงจุดจบ
เคล็ดตรึงกายา สัมฤทธิ์ผล!
อู่ อวี้ สามารถใช้งานเคล็ดวิชา ได้อย่างหมดจด
สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือ ได้คำ
ชี้แนะจากต้าเซิ่นก็ตาม พลังศักดิ์สิทธิ์จากวิชา
เวทย์ ซึ่งถูกปลดปล่อยออกไป เขาเองก็ไม่อาจ
ล่วงรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ยิ่งเขาชำนาญเชี่ยวชาญ
ในเคล็ดวิชานี้มากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสสัมฤทธิ์ผลใน
การใช้งานยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น
การจัดการกับ เทียน อี้จุน ผู้ครอบครอง ‘เสาโลหิต
ร้อยวิญญาณ’ สำหรับ อู่ อวี้ เขามีเพียงหนทาง
เดียวเท่านั้นคือการใช้ เคล็ดตรึงกายา ถึงจะพอ
พลิกสถานการณ์ได้! หากเคล็ดตรึงกายาล้มเหลว
เขาก็พร้อมจะตายอยู่ที่นี่
บางทีอาจจะเป็นเพราะ โชคชะตาของ ฉีเทียนต้า
เซิ่น ที่ได้ต่อสู้กับพระพุทธองค์ คอยช่วยเหลืออยู่
อย่างน้อยเวลานี้ อู่ อวี้ ก็สามารถทุ่มเทสมาธิ
แรงกายแรงใจทั้งหมด สอดประสานรวมเป็นหนึ่ง
หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น เตรียมพร้อมทะลวงออก
ในชั่วพริบตา เมื่อเคล็ดวิชาตรึงกายาสัมฤทธิ์ผล!
ในการต่อสู้ของผู้เชี่ยวชาญแล้ว ชั่วขณะจิต
สามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้มากมายนับไม่ถ้วน!
เวลานี้ เทียน อี้จุน ยกชู เสาโลหิตร้อยวิญญาณ
เตรียมฟาดฟันหมายสังหารจบการต่อสู้ครั้งนี้ แต่
ในชั่วพริบตาที่ร่างกายของมันถูกตรึง อู่ อวี้ ได้
ปลดปล่อยเคล็ดวิชากระบี่หยินหยางก่อกำเนิด
ทะลวงแทงผ่านร่างของมันไป!
กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด ได้พัฒนาเข้าสู่ระดับลึก
ล้ำมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสู่เจตจำนง
แห่งกระบี่ ไท่จี๋ สอดประสานงานหลอมรวมกับ
รากฐานเซียน ‘กงล้อกระบี่หยินหยาง’ ส่งผลให้
อำนาจทำลายล้างของวิชานี้ รุนแรงมหาศาลยิ่งขึ้น
ภายใต้คมกระบี่ ทั่วทั้งร่างของ เทียน อี้จุน ปรากฏ
หลุมโลหิตขึ้นมากมาย วินาทีต่อมา โลหิตก็สาด
กระเซ็นขึ้นสู่ท้องนภา!
เสาโลหิตร้อยวิญญาณ กระเด็นหลุดลอยจากการ
ควบคุม ร่วงหล่นลงสู่พื้นปฐพี ม้วนกลิ้งไปตาม
บรรพต กวาดทำลายต้นไม้ลำธาร กระแสสายธารา
ระเหยเหือดแห้ง สิ่งมีชีวิตใต้ธาราไม่ว่าจะเป็นกุ้ง
หอยปูปลา ต่างเปลี่ยนกลายเป็นหมอกโลหิต ถูก
ดูดกลืนเข้าไปภายในเสาโลหิตร้อยวิญญาณ
“อั่ก!”
เทียน เอ้อจุน ยังหลงเหลือสติอยู่บางส่วน ทรุดเข่า
ลงบนพื้น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างไรซึ่ง
เรี่ยวแรง ดวงตาของมันถูกจ้วงแทงโดยกระบี่ของ
อู่ อวี้ ส่วนของดวงตาเล็ก ๆ ที่เหลือรอดอยู่ จ้อง
มอง อู่ อวี้ ด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ
ถึงแม้มันจะตกตายไป ก็ไม่อาจล่วงรู้ว่า ชั่วขณะจิต
ที่ตนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ท้ายสุดแล้วเกิดอะไร
ขึ้นกันแน่!
เห็นได้ชัดว่าพลังฝีมือของมันเหนือกว่า ในขณะที่
มันกำลังจะลงมือสังหาร อู่ อวี้ ผู้ใดจะไปคาดคิดว่า
สถานการณ์จะกลับตาลปัตร กลายเป็น อู่ อวี้ คือผู้
ลงมือสังหารมันเสียเอง
” เจ้า… ใช้วิชาอะไรกัน ” ในขณะ เทียน อี้จุน
พยายามดิ้นรน รีดเฟั้นพลังเฮือกสุดท้ายมันแผด
เสียงร้องคำรามออกมา บัดนี้ร่างกายของมันเต็มไป
ด้วยเส้นเลือดปูดโปน
” คนอย่างเจ้า… ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะล่วงรู้ ”
กระบี่หยินหยางในมือของ อู่ อวี้ ตวัดฟันสะบั้น
ศีรษะของ เทียน อี้จุน ศีรษะของผู้นำปีศาจเจ็ด
ทะเลแดง บัดนี้กระเด็นหลุดลอยตกมาอยู่มือของ อู่
อวี้
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงตกตายไปแล้ว 6 คน ภายใต้
เงื้อมมือของ อู่ อวี้ บัดนี้เหลือเพียงหนึ่ง นั่นก็คือ ยู่
ซานจี!
เมื่อ เทียน อี้จุน ถูก อู่ อวี้ สะบั้นศีรษะ ไม่มีผู้ใด
ตอบสนองได้ทันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาเพียงรู้แค่
ว่า อู่ อวี้ ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่าเหนือจินตนาการของ
พวกเขาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย
กลับพลิกผัน เทียน อี้จุน ผู้แข็งแกร่ง กลายเป็นผู้
ถูกสะบั้นศีรษะสังหารจนสิ้น!
ผู้ซึ่งเป็นรองแค่ยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภา กลับมี
โอกาสได้เอื้อนเอ่ยวาจาก่อนตายเพียงไม่กี่คำ และ
ตกตายไปอย่างไม่ยินยอม!
ทุกผู้คนไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อีก
ต่อไป สายตาที่พวกเขาจับจ้องมอง อู่ อวี้ เสมือน
ดังกำลังจ้องมองทวยเทพอยู่ก็มิปาน บางทีสำหรับ
ทุกผู้คนแล้ว อู่ อวี้ ในเวลานี้อาจกลายเป็น ผู้ที่มี
พลังอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง
แท้จริงแล้วการต่อสู้ในวันนี้ อู่ อวี้ ค่อนข้างเหนื่อย
ล้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งาน
เคล็ดตรึงกาย ทำให้ต้องสูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์ไป
เป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะสามารถฟืนตัวได้
รวดเร็วมากแค่ไหนก็ตาม แต่พลังจิตวิญญาณที่
ต้องสูญเสียไปไม่สามารถฟืนคืนกลับมาได้ในเร็ว
วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาเป็นตาย ขณะที่
เขากำลังถูก วิญญาณร้ายนับร้อยกัดกินร่างกาย
จวบจนกระทั่งเขาได้สังหาร เทียน อี้จุน ตกตายไป
วิญญาณชั่วร้ายถึงได้กระจัดกระจายออกไปจาก
ร่างของเขา
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังคงไม่หยุดที่จะต่อสู้!
นั่นก็เพราะมันคือช่วงเวลาที่เขาปรารถนามาก
ที่สุด!
หลังจากปลิดชีพ เทียน อี้จุน อู่ อวี้ ก็จับจ้องมอง
ไปที่เปั้าหมายใหม่ นั่นก็คือปีศาจเจ็ดทะเลแดงคน
สุดท้าย ยู่ ซานจี!
นางกำลังต่อสู้อยู่กับผู้อาวุโส กูตู๋ เรียกได้ว่าไม่มี
ฝั่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบ! เพลงกระบี่ของอาวุโส
กูตู๋ จัดได้ว่าลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ เคลื่อนตัวไปทางด้านหลังของ ยู่ ซานจี ซึ่งดู
เหมือนว่า ยู่ ซานจี จะสัมผัสได้ถึงการมาของเขา
เช่นกัน อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถสลัด อาวุโส
กูตู๋ ออกไปได้ บัดนี้นางจึงตกอยู่ในสถานการณ์ถูก
ปิดล้อม!
” อู่ อวี้ เจ้าต้องตายอย่างน่าอเนจอนาถ! พวกเรา
เซียนเจ็ด ทะเลแดง มีสหายยอดฝีมือในขั้น สร้าง
แกนนภา มากมายนับไม่ถ้วนอยู่ในทะเลตงไห่!”
” การที่เจ้าสังหารเซียนเจ็ดทะเลแดง จนต้องตก
ตายไปในวันนี้ ในวันข้างหน้าสหายของเราจะ
ค้นหาแล้วจัดการเจ้า เพื่อชำระหนี้แค้นครั้งนี้ให้แก่
พวกข้า! เมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะไม่อาจหนีรอดพ้นเงื้อ
มือของพวกเขา ต่อให้เจ้าอยากตายก็ไม่อาจตาย
ได้!
“พวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต จะเป็นดั่งเช่นฝันร้าย
ของเจ้า! เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานไปจนตราบชั่วนิ
รันดร์ อย่าได้หลงลำพองตน คิดว่าตนเองมี
พรสวรรค์เหนือล้ำ! เพราะเจ้ากำลังทำเรื่อง
ผิดพลาดมหันต์! ”
นางไม่อาจทำใจให้ยอมรับ หรือ เชื่อได้ว่าพี่น้อง
ของนาง ได้ถูกสังหารตกตายไปจนสิ้น แต่ทว่า
ความจริงเบื้องหน้าเป็นสิ่งที่นางไม่อาจปฏิเสธได้
อีกทั้งในยามนี้ อู่ อวี้ กำลังหมายทำลายเข่นฆ่า
สังหารนาง!
อู่ อวี้ ไม่ได้เอ่ยวาจาโต้ตอบนางกลับแม้แต่น้อย
ตัวเขาแลกระบี่หยินหยาง พุ่งกระโจนเข้าไปร่วม
วงการต่อสู้ ผสานการโจมตีร่วมกับผู้อาวุโส กูตู๋
ทะลวงจู่โจม ยู่ ซานจี อย่างฉับพลัน! แลเนื่องจาก
ฝีมือของ ยู่ ซานจี นั้นอ่อนด้อยกว่า เสิน เอ้อจุน
เมื่ออยู่ภายใต้การโจมตีผสานของ อู่ อวี้ กับ ผู้
อาวุโส กูตู๋ เพียงไม่นาน คมกระบี่ของ อู่ อวี้ ก็
สะบั้นศรีษะของนางกระเด็นหลุดออกไป ฉั๊วะ!!!!
บัดนี้นามของ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ได้สูญสลาย
หายไปอย่างสมบูรณ์ เมื่อพวกมันทั้งหมดได้ตกตาย
ไป วิญญาณชั่วร้ายที่กระจัดกระจายทั่วสนามรบ
รวมถึงบนท้องนภา ก็สูญสลายหายไปจนสิ้น …
เหลือเพียงเหล่าผู้ฝึกตนแลปีศาจ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งปีศาจ แม้มันจะไม่หยุดรามือ แต่พวกมันก็
พยายามถอยห่างให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!
เมื่อ เทียน อี้จุน กับ ยู่ ซานจี ตกตายลงไปภายใน
สนามรบ ไม่ต้องไต่ถามถึง เจียงเซี่ย แม้แต่สาวก
สามัญทั่วไปของ พรรคจงหยวน ต่างตระหนักดีว่า
บัดนี้กองกำลังไตรภาคีทั้งสามได้พ่ายแพ้ลงอย่าง
สมบูรณ์! เกรงว่า เทือกเขาคราม จะยังคงเป็น
ดินแดนของ นิกายกระบี่สวรรค์ ต่อไป ในยามนี้
สถานการณ์ของกองกำลังสาม กำลังตกอยู่ใน
วิกฤตต่ำสุด เรียกได้ว่ากระแสสงคราม แทบจะไม่มี
โอกาสพลิกกลับคืน!
ฝีมือของ อู่ อวี้ แข็งแกร่งมากเสียจนสามารถปลิด
ชีพ เทียน อี้จุน ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าในเวลานี้
เจียงเซี่ย จะมีโทสะจนแทบจะกระอักโลหิตออกมา
หลังจาก ยู่ ซานจี ถูกปลิดชีพแล้วตกตายลงไป
ส่งผลให้ อู่ อวี้ กับ ผู้อาวุโส กูตู๋ ได้ถูกปลดปล่อย
จากสนามต่อสู้นี้ จากนั้นพวกเขาก็ไปหาสมรภูมิ
ต่อสู้ โดยการกระโดดเข้าไปร่วมวงต่อสู้กับสามผู้
แข็งแกร่ง ซึ่งมีฝีมืออยู่ใน ขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับ 10 นั่นก็คือสองผู้อาวุโสของ พรรคจง
หยวน กับ อีกหนึ่งปีศาจ!
อู่ อวี้ จ้องมองปีศาจ เขาปล่อยให้ผู้อาวุโสที่เหลือ
ทั้ง 4 นอกเหนือจากผู้อาวุโส เซินถู จัดการกับผู้
อาวุโสทั้งสองของพรรคจงหยวน ส่วนตัวเขาจะ
เผชิญหน้ากับปีศาจเพียงลำพัง!
การต่อสู้ระหว่างผู้อาวุโส ถูกแบ่งออกเป็นสองต่อ
หนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะจบสิ้นลงด้วยเวลาเพียงไม่นาน
นัก หลังจากนั้นพวกผู้อาวุโสก็เข้าไปสมทบ
ช่วยเหลือ เฟิง ซัวหยา กับ หลาน ฮั้วหยุน ในขณะ
นี้ชัยชนะย่อมเป็นของฝั่าย นิกายกระบี่สวรรค์
อย่างแน่นอนที่สุด!
ถึงแม้ความเร็วของปีศาจกระทิง นั้นถือได้ว่าด้อย
กว่าปักษาคลื่นอัสนีเป็นอย่างมาก แต่ทว่าปีศาจ
กระทิงมีข้อได้เปรียบในเรื่องความแข็งแกร่ง
ทนทาน ทั้งยังมีรูปร่างขนาดใหญ่ยักษ์ อีกทั้งยังมี
ความเชี่ยวชาญในการควบคุมผืนปฐพี บัดนี้มันได้
ม้วนกวาดเฉกเช่นกับเกลียวคลื่น ถาโถมพุ่งโจมตี
ทะลวงเข้าสู่ด้านหน้า ส่งผลให้ก้อนศิลาขนาดใหญ่
กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศ ขณะเดียวกัน
ก้อนศิลาขนาดใหญ่นี้ยังร่วงตกลงมาจากฟากฟั้า
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่มันอย่างเย็นชา แม้ว่าสงคราม
ในครั้งนี้ พลังในการต่อสู้ของเขาจะลดถอยลง แต่
เขายังคงมั่นใจว่าสามารถสยบปีศาจตนนี้ได้!
หลังจากนั้นค่อยพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการ
ต่อสู้ครั้งต่อไป
” ท่านอาจารย์ กับ ผู้พิทักษ์สูงสุด ซึ่งอยู่ด้านนั้น
ถือเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในสงครามครั้งนี้ …” อู่
อวี้ มองย้อนกลับทั้งสองสมรภูมิรบ ซึ่งเป็นสมรภูมิ
สำคัญที่สุด ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ ได้ถูก อู่ อวี้
แก้ไขทำลายลงจนหมดสิ้น !
ทว่าบางครั้ง เขาก็ยังคงกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อู่ อวี้ พบว่าตนเองประเมินความมุ่งมั่น ซึ่งหมาย
จะครอบครองเขาของ จิ่วเซียน ต่ำเกินไป ขณะนี้
นางมุ่งมั่นทุ่มเทกำลังทั้งหมดมากยิ่งขึ้น สงคราม
ครั้งสุดท้าย เริ่มต้นจากโทสะอันโกรธเกรี้ยวของ
นาง นางไม่อาจอยู่กับ อู่ อวี้ แม้นว่าเจตนารมณ์
ตั้งแต่ต้นจนจบของนาง คือการได้ตัวของ อู่ อวี้
จวบจนปัจจุบัน เทือกเขาคราม ไม่ได้สลักสำคัญ
หรือ อยู่ในสายตาของนางแม้แต่น้อย
ตู้มมมม!
ทันใดนั้น พลันเกิดเสียงดังกึกก้องขึ้นอย่างฉับพลัน
ทุกคนหันมองตามทิศทางของเสียง อย่างตื่น
ตระหนกตกใจ เนื้อท้องฟั้าด้านบน สายธาราสมุทร
ล่มสลายลงมาอย่างฉับพลัน ในยามนี้ หลาน ฮั้ว
หยุน เปรียบได้ดั่งว่าวที่ถูกตัดสายปั่าน ซึ่งบัดนี้
กำลังตกร่วงหล่นลงไปในหมู่บรรพต โดยไม่กลับลุก
ขึ้นมาอีก เวลานี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่านางจะเป็นหรือ
ตาย
ตู้มมมม!
บัดนี้ จิ่วเซียน ถลาลงสู่พื้น หางขนาดใหญ่ของ
นางกวัดแกว่งไปมาเฉกเช่นอสรพิษ ดวงตาสีแดง
ก่ำจับจ้องเขม็งไปที่ อู่ อวี้
หลาน ฮั้วหยุน พ่ายแพ้ให้แก่นาง!
ในสงครามครั้งนี้เป็นไปได้ว่า แม้แต่ หลาน ฮั้วหยุน
ยังมีแนวโน้มที่จะตกตายไปจากการต่อสู้ หลังจาก
นางร่วงตกลงไปในบรรพต จวบจนบัดนี้นางก็ยังไม่
ปรากฏกายออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า
ถึงแม้นางอาจจะไม่ตกตายไป แต่นางคงจะอยู่ใน
สภาพบาดเจ็บสาหัสรุนแรง!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เตรียมพร้อมเข่นคร่าสังหารวัว
กระทิงพันปี
ในเวลาเดียวกันเองดวงตาของ อู่ อวี้ กับ จิ่วเซียน
ก็สบประสานกัน!
เห็นได้ชัดว่าในวันนี้ นางได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างกับ
การต่อสู้ เพื่อช่วงเวลานี้! พริบตานั้นเอง ร่างกาย
ปีศาจของนางก็พุ่งทะยานเข้าไปหา อู่ อวี้ ด้วย
ความเร็วราวสายฟั้าฟาด ฉับพลันนางก็มาปรากฏ
กายอยู่ตรงด้านหน้าของ อู่ อวี้ ปีศาจวัวกระทิงรีบ
ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จิ่วเซียน ทันที มันสกัดกั้น
เส้นทางการหลบหนีของเขา อู่ อวี้ รีบเร่งหลบหนี
ตามสัญชาตญาณอย่างฉับพลัน แต่เนื่องจากปีศาจ
กระทิงยังคงพัวพัน จึงทำให้การหลบหนีของเขา
ต้องล่าช้าลงเล็กน้อย เพียงชั่วพริบตาศัตรูตัวฉกาจ
ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมกับปลดปล่อยจิต
สังหารออกมาอย่างรุนแรง
” จิ่วเซียน !” ปีศาจพันปีตนนี้ ได้สร้างเงามืดฝังลึก
ไว้ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ มากมาย
อู่ อวี้ ไม่เคยเกรงกลัว เทียน อี้จุน หรือ เจียงเซี่ย
แม้แต่น้อย แต่สำหรับ จิ่วเซียน นั้นแตกต่าง เขา
หวาดกลัวนางจากภายใต้ส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ
แม้ภายในหัวใจของเขาจะหวาดกลัวมากเพียงใด
แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน จิ่วเซียน ถึงโชคชะตา
ชักพาแต่เขากับนางไม่อาจจะมาบรรจบกันได้ นาง
คือหายนะของเขา การดำรงอยู่ของนางคือความ
มืดมิดซึ่งปกคลุมอยู่ภายในจิตใจของเขาอย่าง
แท้จริง
” ท่านควรเรียกข้าว่า จิ่วเอ๋อ ”
เพียงชั่วพริบตา ปีศาจจิ้งจอกก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้า
ของเขา นางคุกเข่าอยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้
สายตาของนางจับจ้อง อู่ อวี้ เขม็ง หางที่อยู่
ด้านหลังทั้งเก้าแผ่สยายชูขึ้นสูง เฉกเช่นหางของ
นกยูงกำลังรำแพน
ภาพนี้ทำให้ทุกผู้คนอกสั่นขวัญแขวนหวาดกลัว
” อู่ อวี้… จิ่วเอ๋อผิดหวังในตัวท่านอย่างยิ่ง จิ่วเอ๋อ
พยายามทำดีกับท่านทุกอย่าง แต่ท่านกลับหลอก
ใช้ จิ่วเอ๋อ ทรยศจิ่วเอ๋อ” จิ่วเซียน กล่าวด้วย
น้ำเสียงไม่พอใจ
สายตาของ อู่ อวี้ เย็นยะเยือกอย่างยิ่ง แม้เวลานี้
ปีศาจวัวกระทิงได้ถอนตัวออกไปแล้ว แต่ด้วย
ระยะทางความห่างของเขากับ จิ่วเซียน นั้นใกล้ชิด
กันมากเกินไป เขาจึงพยายามคิดหาหนทาง
หลบหนีอย่างหนัก
” ผิดหวังเช่นนั้นหรือ เจ้าอย่ามาโกหกโปั้ปดข้า!”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดหาหนทางถ่วงเวลา เนื่องจากการ
ต่อสู้กับ เทียน อี้จุน เขาสูญเสียพลังงานไปเป็น
อย่างมาก ส่งผลให้ในเวลานี้เขาไม่อาจต่อสู้ หรือ
คว้าชัยชนะจาก จิ่วเซียน ได้
” ท่านไม่ต้องถ่วงเวลาไป ข้าจะนำตัวท่านออกจาก
ที่นี่”
” อู่ อวี้ ท่านคงไม่ตำหนิ จิ่วเอ๋อ ท่านเป็นคนแรกที่
ทำให้ จิ่วเอ๋อ โศกเศร้ามากเช่นนี้ ”
กล่าวได้ว่ายิ่งนางมีโทสะเกรี้ยวกราดมากเท่าใด
เวทย์ปีศาจที่ จิ่วเซียน ปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งมี
อานุภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ช้านาน อู่ อวี้ ก็ถูกจับเข้าสู่
ภาพมายาแห่งความเคลิบเคลิ้ม สิ่งนี้ไม่ใช่เสน่ห์
ดึงดูด แต่มันคือภาพมายาลวงตา อู่ อวี้ สามารถ
ยับยั้งเสน่ห์ดึงดูดของนางได้ แต่เขาไม่สามารถยั้ง
ภาพมายาที่ จิ่วเซียน สร้างขึ้นได้ บางทีภาพมายา
ของนางอาจเป็น ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่
เก็บซ่อนอยู่ ภายในหัวใจส่วนลึกของเขา อย่างเช่น
ภาพการตายของ เสิ่น อู๋เต้า ซึ่งถูกสังหารด้วย
น้ำมือของ ซือ ตู๋จิน สิ่งที่ซีเฟยกล่าวแก่เขาในราตรี
นั้น อีกทั้งยังยัดเยียดให้เขากลืนกินผงพราก
วิญญาณ หรือ ภาพเหตุการณ์ที่เขาถูกเนรเทศไป
ยังชายแดน ทั้งยังหวุดหวิดเกือบจะถูก หว่านชิง
กลืนกินจนตกตายไป…
เขายืนเผชิญหน้ากับ จิ่วเซียน ภายในแววตาแฝง
ไปด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่เขาได้รับ
ทำให้มือของเขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงจับกระบี่ห
ยินหยาง
ขณะ จิ่วเซียน กำลังห่อหุ้มร่างกายของเขาด้วย
หางของนาง ในเวลานั้น อู่ อวี้ แทบจะไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรงต้านทาน
ในคราแรกทุกผู้คนต่างคิดว่า จิ่วเซียน จะจับ อู่ อวี้
เพื่อนำมาต่อรองกับ เฟิง ซัวหยา แต่ไม่มีผู้ใด
คาดคิดว่า จิ่วเซียน จะไม่ยอมแม้แต่เอื้อนเอ่ยคำใด
ออกมา จากนั้นนางได้พาเขาไปยังทางทิศเหนือ
เพียงชั่วพริบตาบ อู่ อวี้ ก็หายไปจากสนามรบ!
จิ่วเซียนหายไปแล้ว!
อู่ อวี้ ถูกจับตัวไปแล้ว!
นางไม่ได้ปรารถนาเทือกเขาคราม หรือแม้กระทั่ง
ทุกสรรพสิ่ง สิ่งเดียวที่นางต้องการ อู่ อวี้ !
ปีศาจส่วนใหญ่เวลาถอยห่างออกไปนานแล้ว
เหลือเพียงปีศาจกระทิงที่ยังคงอยู่รั้งท้าย จากนั้น
มันก็ไล่ติดตามหลังปีศาจตนอื่น ๆ จากไป
เห็นได้ชัดว่า จิ่วเซียน ละทิ้งที่นี่
สถานการณ์ในเวลานี้ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ได้ถูก
สังหารตกตายไปจนหมดสิ้น เหล่าปีศาจจากไป
พร้อมกับ อู่ อวี้ ในยามนี้เหลือเพียง พรรคจง
หยวน ตัวหลักสำคัญที่ยังคงอยู่ที่นี่ก็คือ เจียงเซี่ย
กับ ผู้อาวุโสสองคน ซึ่งมีฝีมืออยู่ในระดับ หลอม
รวมลมปราณ ขั้น10
ผู้คนไม่อาจคาดคิดได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ใดขึ้นอีก ในสนามรบแห่งนี้?
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่าการต่อสู้ระหว่าง เฟิง ซัวหยา
กับ เจียงเซี่ย จะสิ้นสุดลงเมื่อใด?
ที่แน่ ๆ ในตอนนี้ พรรคจงหยวน ไร้ซึ่งโอกาส
ครอบครอง เทือกเขาคราม อีกต่อไป!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ