กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1756: สวรรค์คุนหลุน
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งทางเลือกอื่น แม้ว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สี่ ทว่าหลังจากกินลูกท้อ
ไปเป็นจ านวนมากมันก็ไม่ต่างจากหายยานะ
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็วางแผนที่จะไปรับผิดกับ
ราชินีมารดร
นี่เป็นวิธีเดียว
แม้ว่าตอนนี้ตัวตนของเขาก็คือฉีเทียนต้าเซิ่น แต่ก็
มิใช่ว่าอยากพบราชินีมารดรแล้วจะพบได้ เขาจะต้อง
คิดหาวิธีไปพบราชินีมารดรให้จงได้
โชคดีที่สวนลูกท้ออยู่ในวังสวรรค์แห่งนี้
” วังสวรรค์แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘สวรรค์คุนหลุน’ ว่า
กันว่าราชินีมารดรพ านักอยู่ที่นี่ บางทีเราอาจจะไป
พบนางโดยตรง” หลังจากคิดได้เช่นนั้น อู่ อวี้
เดินทางออกสวนลูกท้ออย่างเงียบ ๆ มุ่งหน้าไปยัง
สวรรค์คุนหลุน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อู่ อวี้ ตระเวนไปทั่วทุกที่ใน
สวรรค์คุนหมุนไปทุกที่ แต่ก็อยากจะพบเห็นผู้คนอยู่
ที่นี่
บางครั้ง อู่ อวี้ ก็เห็นนางก านัลสวย ๆ มายังสวรรค์
คุนหลุนแห่งนี้
นางก านัลเหล่านี้ทุกคนล้วนมีฝีมืออยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนทั้งสิ้น ใช้ชีวิตอยู่ในสวรรค์คุนหลุน
อย่างสะดวกสบาย หากไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น พวกนางก็
จะใช้ชีวิตอยู่ในสวรรค์แห่งนี้อย่างส าเริงส าราญ
เพื่อจะกลายเป็นเซียนอมตะจะมีมนุษย์สักกี่คนที่เดิน
ไปข้างหน้าแล้วประสบความส าเร็จ ต่อให้ต้องตายก็
ต้องต่อสู้จนถึงที่สุด?
เพื่อที่จะได้เป็นจักรพรรดิเซียน มีเทพเซียนไม่รู้กี่คนที่
พยายามไขว่คว้าโอกาสให้ตนเองเพื่อปีนป่ายขึ้นไป
ต้องแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรการฝึกฝน แข่งขัน
เพื่อให้ตนเองไปสู่ชีวิตนิรันดร์
แต่ถ้าการแข่งขันเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ล้มเหลว ไม่ว่าจะตกตายไปก่อน หรือไม่มีทรัพยากร
ในการฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรเพียงพอ สุดท้ายแล้วสิ่งที่
จะต้องพบเจอก็คือทางตัน รอวันให้อายุขัยของ
ตนเองหมดลงไปเท่านั้น
อู่ อวี้ ตระเวนอยู่ภายในสวรรค์คุนหลุนหลายวัน เห็น
นางก านัลที่เป็นจักรพรรดิเซียนจากระยะไกล ๆ และ
ทุกคนต่างแสดงท่าทีประหลาดใจ
จักรพรรดิเซียนนางก านัลเหล่านี้ แต่ละคนอยู่ใน
ระดับที่เหล่าจักรพรรดิเซียนสามัญต่างรู้สึกริษยา
การที่ได้เห็นจักรพรรดิเซียนสาวระดับสูงอยู่ที่นี่จึง
ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่โดยพื้นฐานแล้วนางก านัลระดับจักรพรรดิเซียน
เหล่านี้ มีพื้นฐานความก้าวหน้าหน้าไม่ค่อยสูงนัก
ส าหรับพวกนางสวรรค์ก็มีกฎของสวรรค์ การที่จะ
ยกระดับพื้นฝึกตนของตนเองมันเป็นเรื่องที่ยากเย็น
อย่างยิ่ง ฉะนั้นการที่พวกนางสามารถอยู่รับใช้ราชินี
มารดรได้ก็ถือเป็นโชคดีตลอดชีวิตแล้ว
นอกจากนี้พวกนางยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับภยันตราย
ใด ๆ
บนสวรรค์ทั้งหมดเสมือนดังร่งป้องกันให้พวกนาง
ทุกครั้งที่เขาได้เห็นนางก านัลจักรพรรดิเซียน อู่ อวี้ ก็
จะตรงเข้าไปหาเพื่อไต่ถามถึงพระราชวังของราชินี
มารดรอยู่ที่ใด
แต่น่าเสียดายที่เหล่านางก านัลจักรพรรดิเซียนเหล่านี้
แม้จะปรากฏอยู่ให้เห็นไกล ๆ ก็จริง ทว่าเพียงแป๊บ
เดียวพวกนางก็หายไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าพวกนาง
มีธุระปะปังจะต้องท า
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือก เขาไม่สามารถรู้ได้ว่า
พวกนางไปที่ใดจึงไม่มีโอกาสได้ติดตามไปซักถาม
ข้อมูลที่ต้องการ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงท าได้แค่เพียงค้นหาต่อไปเรื่อย ๆ
บนสวรรค์คุนหลุนเต็มไปด้วยหมอกปกคลุม หมอก
เหล่านี้คือปราณวิญญาณเซียนซึ่งปะปนอยู่บน
อากาศอย่างเลือนลาง
“วังทะเลสาบหยกอยู่ที่ใดกันแน่?”
อู่ อวี้ ยังคงค้นหาผ่านหมอกขาวที่ปกคลุม
ระหว่างที่เดินทางค้นหาไปเรื่อย ทันใดนั้นเขาก็
เพราะว่าตรงเบื้องหน้ามีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่
บรรยากาศที่อยู่โดยรอบเต็มไปด้วยปราณเซียน
นอกจากนี้ยังมีเสียงคลุมเครือดังมาจากทิศทางของ
ทะเลสาบ
อู่ อวี้ เดินเข้ามาใกล้ทะเลสาบอย่างช้า ๆ ไม่นานนัก
เขาก็พบว่าผืนวารีในทะเลสาปนี้คือปราณวิญญาณ
เซียนที่กลายเป็นของเหลว
หากได้ฝึกฝนบ าเพ็ญตนอยู่ภายในทะเลสาบนี้
ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมดียิ่งกว่าสวนลูกท้อเสียอีก!
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ ตกใจอย่างมาก เนื่องจากเขาคิดมา
ตลอดว่าปราณวิญญาณเซียนภายในสวนลูกท้อ
เข้มข้นล้นหลามเป็นอย่างยิ่งไม่มีสถานที่ใดเปรียบได้
แต่เขาไม่คาดคิดว่าปราณวิญญาณเซียนควบแน่น
กลั่นสกัดจนกลายเป็นของเหลวเช่นดั่งทะเลสาบที่อยู่
ตรงหน้านี้
หากเทพเซียนสามัญทั่ว ๆ ไป มีโอกาสได้ฝึกฝน
บ าเพ็ญตนอยู่ภายในทะเลสาบแห่งนี้ เชื่อว่าโอกาสที่
จะก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนมากกว่าเดิมถึงสิบ
เท่า
เรื่องดังกล่าวท าให้ อู่ อวี้ ตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่าง
ยิ่ง
ทรัพยากรบนสวรรค์อยู่ในมือของคนไม่กี่คนเท่านั้น
ยิ่งไม่ต้องถามถึงทรัพยากรของจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงที่จะเตรียมไว้ให้กับเหล่าทายาทนั้นมากมาย
เกินกว่าเทพเซียนทั่วไปนัก
ด้วยเหตุนี้อัตราการเติบโตของเหล่าทายาทจักรพรรดิ
เซียนระดับสูงจึงรวดเร็วกว่าเทพเซียนทั่วไป
” หากมีผู้ใดฝึกฝนอยู่ที่นั่นแล้วล่ะก็ บางทีเราน่าจะไถ่
ถามว่าราชินีมารดรอยู่ที่ไหน ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ภายในหัว จากนั้นก็มุ่งหน้า
ผ่านทะเลสาบแต่แล้วไม่นานนัก เขาก็เห็นแผ่นหลัง
ขาวเนียนราวกับหิมะ
กลายเป็นว่าเวลานี้นางเซียนก าลังอาบน ้ากันอยู่!
“โจรที่ไหนกล้าบุกรุกเข้ามาแอบดูข้าถึงที่นี่”
แม้ อู่ อวี้ จะรีบตอบสนองด้วยการหันหลังกลับทันที
แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเพราะอีกฝ่ายได้เห็นเขา
แล้วหลังจากนั้นนางก็ร้องตะโกนขึ้นทันที
เสียงนั้นกระจ่างใสราวกับหงส์ แต่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิด
ว่าอีกฝ่ายจะเป็นหนานกงเหว่ย!
เมื่อนางกรีดร้อง เรือนร่างอันงดงามของนางก็หันหนี
ไปทางด้านข้างทันที มือของนางถูกปิดบังตามจุด
ซ่อนเร้นต่าง ๆ ใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความอับอาย
อย่างสุดแสน ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในยามนี้ก็คือ
จักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิงหรือหนานกงเหว่ย
เมื่อนางกรีดร้อง เรือนร่างอันงดงามของนางก็หันหนี
ไปทางด้านข้างทันที มือของนางถูกปิดบังตามจุด
ซ่อนเร้นต่าง ๆ ใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความอับอาย
อย่างสุดแสน ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในยามนี้ก็คือ
จักรพรรดิหงส์ระบ าท าเพลิงหรือหนานกงเหว่ย
ขณะที่เรือนร่างอันเย้ายวนส่วนบนของนางโผล่พ้น
จากน ้า เส้นเกศาสีด าขลับซึ่งอาจชุ่มไปด้วยวารีแผ่
สยายอยู่บนแผ่นหลังอันขาวเนียนของนาง ผิวขาว
เนียนราวหิมะ ส่องสว่างประกายแสงระยิบระยับ ทั่ว
ทั้งสรรพางค์กายถูกห่อหุ้มปกคลุมไปด้วยม่านหมอก
จากปราณวิญญาณเซียน
บนใบหน้าอันบริสุทธิ์งดงามของนาง เผยให้เห็นถึง
ความเย็นชาอย่างสุดแสน ซึ่งมันยิ่งท าให้นางดูงดงาม
มากยิ่งขึ้น
นางรีบปิดบังจุดซ่อนเร้นของตนเอง จากนั้นก็เลิกคิ้ว
มองไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่า ” เหตุใด
เจ้าจึงบุกเข้ามาในทะเลสาบหยกของข้าโดยมิได้รับ
อนุญาต ท าให้ข้าต้องเสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้? หากเจ้า
ไม่ให้ความกระจ่าง ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไป!”
ทว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้หันหลังกลับออกไปแล้ว
เขารู้ดีว่าตนเองบุกเข้ามาในสถานที่ที่เรียกว่าวัง
ทะเลสาบหยกโดยมิได้รับอนุญาต จนเผลอไปเห็นสิ่ง
ที่ไม่สมควรเข้า และท าให้หนานกงเหว่ยขุ่นเคือง
แต่จุดประสงค์หลักของเขาก็คือการตามหาราชินี
มารดรเพื่อขออภัย
ดังนั้นเขาที่ไม่ต้องการให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จึงรีบ
เอ่ยขอโทษทันทีว่า ” ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่คิด
ว่าเจ้าจะอาบน ้าอยู่ในทะเลสาบหยกแห่งนี้… ”
“มิได้ตั้งใจ? เจ้าคิดว่าเรื่องจะจบ แค่เพราะเจ้าบอก
ว่าไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้นหรือ?”
ทันใดนั้นสีหน้าของหนานกงเหว่ยก็แปรเปลี่ยนเป็น
เย็นชา พลันเปิดฉากโจมตี อู่ อวี้ ทันที
เรือนร่างอรชรขาวราวหิมะของนาง ปรากฏผ้าแพรสี
ด าสวมคลุมทับในทันที จากนั้นเปลวเพลิงทมิฬอันน่า
สะพรึงกลัวก็ลุกโหมเผาผลาญความว่างเปล่า
โดยรอบ แผ่ขยายไปตามทะเลสาบเข้าใส่ อู่ อวี้
ทันที!
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงคุณภูมิอันน่าสะพรึงกลัวจาก
ด้านหลัง เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หันหลัง
กลับมา แล้วชกหมัดทะลวงฝ่าความว่างเปล่าสวน
กลับไปเช่นกัน!
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักร
จักรพรรดินิรันดร์ขั้นที่สี่ ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วพื้นฐาน
การฝึกตนของหนานกงเหว่ยอาจจะด้อยกว่าเขา
มาก
เมื่อหมัดถูกชกออกไป อ านาจทลายภพก็บดขยี้ความ
ว่างเป็นเสี่ยง ๆ ฉับพลันเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัว
ก็ระเบิดกระจายหายไปในความว่างเปล่าจนหมดสิ้น
หากมิใช่เพราะ อู่ อวี้ ยั้งมือไว้ พลังทลายภพของเขา
คงบดขยี้เข้าใส่หนานกงเหว่ยโดยตรง
“อัคคีหงส์ระบ าเพลิงทมิฬ”
หนานกงเหว่ยไม่รู้ว่าเขาหยุดมือแล้ว ทว่านางกลับ
ปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น นางกรีด
กรายฝ่ามือของตนเองอย่างเย็นชา ปรากฏเปลวเพลิง
ทมิฬควบแน่นในอากาศ กลายเป็นร่างของหงส์ทมิฬ
เก้าตนเริงระบ าโผบินเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
เมื่อเห็นว่านางยังไม่ยอมหยุด อู่ อวี้ ก็รู้สึกร าคาญ
เล็กน้อย อย่างไรเสียเขาก็มิได้ตั้งใจ ทั้งยังกล่าวขอ
อภัยด้วยความจริงใจไปแล้ว
“อัคคีผลาญสวรรค์!”
ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากดวง
เนตรของ อู่ อวี้ ควบแน่นกลายเป็นล าแสงสีทอง
พลันโจมตีเข้าใส่หงส์เพลิงทมิฬทั้งเก้าทันที
เพียงชั่วอึดใจหงส์เพลิงทมิฬทั้งเก้าก็ถูกแผดเผาจน
สิ้น!
ตอนนี้ อู่ อวี้ แข็งแกร่งมากกว่าหนานกงเหว่ยมาก
จึงไม่ใช่เรื่องยากอันใดที่เขาจะจัดการนาง
แต่ครั้งนี้ อู่ อวี้ รู้สึกร าคาญเล็กน้อย ท าให้ไม่สามารถ
ควบคุมความแข็งแกร่งของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
บัดนี้ล าแสงสีทองจากอัคคีผลาญสวรรค์ถูกยิงทะลุ
ทะลวงผ่านหงส์เพลิงทมิฬทั้งเก้า จากนั้นก็พวยพุ่ง
เข้าใส่หนานกงเหว่ยโดยตรง!
“ระวัง!”
อู่ อวี้ เผลอไผลโจมตีออกไปโดยไม่รู้ตัว ฉับพลันใต้ฝ่า
เท้าของเขาก็ปรากฏพลังอิทธิฤทธิ์ ‘ชั่วพริบตา’
พร้อมพุ่งทะยานเข้าไปหาหนานกงเหว่ยในทันที
เขายื่นมือออกไปดึงร่างของนางออกมาจากต าแหน่ง
นั้น!
จนกระทั่งบัดนี้หนานกงเหว่ยยังไม่ทันได้ตอบสนองใด
ๆ ด้านหน้าของนางก็ปรากฏแสงสีเทาส่องสว่างวาบ
ขึ้น แผดเผาความว่างเปล่าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่เข้าใส่
ศีรษะของนาง
ด้านหน้าหนานกงเหว่ยแสงสีทองห่างจากนางเพียง
แค่คืบเท่านั้น ชั่วพริบตานางรู้สึกราวกับว่าตนเองไร้
ซึ่งก าลังใด ๆ จนอยากจะหลบรอดหนีตายจากวิกฤต
เบื้องหน้า
เมื่อเทียบกับเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ แล้ว อัคคีทมิฬ
ของนางยังห่างชั้นจากเขามาก…
เมื่อนางได้สติกลับคืนมา ก็พบว่าตนเองที่สวมเพียง
ผ้าแพรสีด าโปร่งใส ก าลังแอบอิง อู่ อวี้ อยู่ แม้แต่มือ
อันบอบบางของนางก็ถูกเขาคว้าเอาไว้
สัมผัสจากบุรุษที่ไม่คุ้นเคย ท าให้หนานกงเหว่ย
ต้องการดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว
แต่ อู่ อวี้ ไม่กล้าที่จะปล่อยนาง ถ้าเขาปล่อยไปแล้ว
เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกเล่า?
” ใจเย็น ๆ ก่อน ขออภัยก็ขออภัยไปแล้ว ข้าไม่รู้จริง
ๆ ว่าเจ้าอยู่ที่นี่… ” อู่ อวี้ กล่าวด้วยเสียงต ่า
” แค่กล่าวขอโทษก็จะจบอย่างนั้นรึ ? ถ้าเจ้ายังไม่รีบ
ถอยไป ข้าจะร้องตะโกนบอกผู้อื่น!” หนานกงเหว่ย
ยิ้มเยาะแล้วขู่ทันที
เมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าว อู่ อวี้ ท าได้เพียงปล่อยมือ
จากนาง
หนานกงเหว่ยรีบดึงมือของตัวเองกลับ จากนั้นก็นึก
ขึ้นได้ว่า อู่ อวี้ ช่วยชีวิตนางไว้ ท าให้นางจึงรู้สึกไม่
มั่นใจเล็กน้อย
เมื่อความโกลาหลวุ่นวายผ่านไป ในที่สุดบรรยากาศก็
เริ่มคลี่คลายลง
จากนั้นนางก็ไต่ถามด้วยน ้าเสียงเย็นชาว่า ” เจ้า
ออกมาจากสวนลูกท้อโดยมิได้สนใจที่นั่น เจ้ามาท า
อะไรที่สวรรค์คุนหลุน?”
ไม่มีทางที่ อู่ อวี้ จะบอกว่าเขานั้นขโมยกินลูกท้อให้
นางฟังอย่างเด็ดขาด
เขาจึงกล่าวขึ้นว่า ” ข้าต้องการพบราชินีมารดรเป็น
การส่วนตัว เจ้า … ”
ก่อน อู่ อวี้ จะทันได้กล่าวจบ หนานกงเหว่ยก็ยิ้ม
เยาะแล้วสวนกลับแปลว่า ” ข้าไม่บอกเจ้าหรอก ถ้า
ต้องการพบกับอาจารย์ของข้า เจ้าก็ต้องไปหาด้วย
ตนเอง! ”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้น ้าเสียงของนางก็เต็มไปด้วย
ความเย็นชา ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ แฝงอยู่ใน
ดวงตาของนาง
อู่ อวี้ ท าได้เพียงแค่ยอมจ านน
เขาไม่ต้องการท าให้นางหงุดหงิดไม่พอใจ เขาจึงหัน
หลังเตรียมตัวจะจากไปจากไป ” เช่นนั้นข้าไปหาเอง
ก็ได้ ขอตัวก่อน ”
หลังจาก อู่ อวี้ ออกห่างทะเลสาบมาได้จิตใจของเขา
ก็สงบลง ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันช่างน่าอับอายจริง
ๆ โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ถือสาเอาเรื่อง ไม่เช่นนั้นคงเป็น
เรื่องยากหากต้องมานั่งแก้ไขปัญหานี้
เนื่องจากเขากระท าผิดแอบกินลูกท้อ ความผิดนี้มันก็
มากพอที่จะท าให้เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเอง แต่ดันไป
เจอกับสิ่งที่ไม่ควรเห็นโดยบังเอิญ เขายอมเสียความ
มั่นใจเป็นเรื่องปกติ
เขาส่ายศีรษะแล้วทิ้งเรื่องนี้ไว้ข้างหลัง ตัดสินใจที่จะ
ไม่คิดอันใดให้มากความ
เนื่องจากหนานกงเหว่ยปล่อยเขามา นางคงจะไม่ถือ
สาเอาความติดตามเรื่องนี้อีก
ส าหรับเขาเป้าหมายยังคงเป็นเช่นเดิม เขาต้องการ
ไปพบราชินีมารดรเพื่อขออภัยโทษจากนางที่หน้ามืด
เผลอกินลูกท้อไป
เขายังเดินไปข้างหน้าต่อไปบนสวรรค์คุนหลุน
ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยม่านหมอกปราณเซียน
ในที่สุดเขาก็พบพระราชวังกว้างใหญ่งดงามตั้ง
ตระหง่านอยู่ตรงหน้า
” แสดงว่าทะเลสาบหยกกับ ‘วังทะเลสาบหยก’ อยู่
ไม่ห่างกัน ”
อู่ อวี้ นึกถึงส่วนของ ‘ทะเลสาบหยก’ ที่ตนเองเพิ่ง
ผ่านมา แล้วก็อนุมานว่าวังทะเลสาบหยกน่าจะอยู่
ใกล้ ๆ
เขาทะยานมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วพบว่า
นอกวังทะเลสาบหยกมีนางก านัลจักรพรรดิเซียนสอง
คนยืนอยู่ จากนั้นเขาก็กล่าวเสียงดังขึ้นว่า ” พี่สาว
ทั้งสอง โปรดแจ้งราชินีมารดรให้ทราบทีว่าข้าฉีเทียน
ต้าเซิ่นมาขอเข้าพบ ”
สองนางก านัลมองเขา พร้อมกับโค้งค านับจากนั้นก็
ตอบกลับมาว่า ” ท่านต้าเซิ่นโปรดรอสักครู่”
จากนั้นนางก านัลผู้หนึ่งก็ส่งยันต์เซียนสื่อสารแจ้ง
ข้อความ ไปทางวังทะเลสาบหยก
———————–