กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1757: มารผู้ไร้เปรียบ
ไม่นานนางก านัลทั้งสองก็ตอบสนอง
” ท่านต้าเซิ่นโปรดรอที่นี่ก่อน ”
ตอนนี้ อู่ อวี้ เป็นคนดังที่ทั่วทั้งสวรรค์ต่างรู้จัก ท าให้
สองนางก านัลรู้สึกประหลาดใจว่าเหตุใดเขาถึงมาหา
ราชินีมารดร
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสองนางก านัลดูสนอกสนใจตนเองเป็น
อย่างมาก พวกนางแอบมองเขาอยู่เนือง ๆ
หลังจากนั้นไม่นานก็มีนางก านัลผู้หนึ่งน าทางเขาไปที่
วังสวรรค์ทะเลสาบหยก เขาเดินตามนางไปเรื่อย ๆ
ภายในวังทะเลสาบหยกมีกลิ่นหอมของบุปผากระ
จายฟุ้งไปทั่ว ทิวทัศน์งดงามสดชื่นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ เดินตามนางก านัลเข้าไปในวังอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเข้ามาในพระราชวังนางก านัลก็หันหลังแล้ว
จากไป
กลางห้องโถงวังทะเลสาบหยก ราชินีมารดรก าลังนั่ง
จิบชาอันหอมละมุนอยู่ จากนั้นนางก็กล่าวขึ้นว่า “ฉี
เทียนต้าเซิ่น เชิญนั่งก่อน”
“ผู้น้อยมิกล้า”
อู่ อวี้ มาที่นี่เพื่อสารภาพผิดจึงไม่กล้าท าตัวผ่อน
คลายสบายอารมณ์ หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นอย่าง
ตรงไปตรงมาว่า ” ข้าน้อยท าเรื่องผิดบาปมหันต์
ราชินีมารดรโปรดลงโทษด้วย!”
“หืม?”
ราชินีมารดรดูค่อนข้างสนใจ จากนั้นนางก็ยิ้มแล้ว
กล่าวว่า ” ต้าเซิ่นเชิญกล่าวได้เลย”
“นี่…”
อู่ อวี้ รู้ว่าค่อนข้างยากที่จะกล่าวออกมา แต่อย่างไร
ก็ตามเขาท าได้เพียงกล่าวออกไปตรง ๆ ว่า ” ข้าน้อย
ขออภัยราชินีมารดร ระหว่างการฝึกฝนเกิด
ข้อผิดพลาดขึ้นท าให้ข้าไม่อาจควบคุมตนเอง จน
เผลอไปกินลูกท้อยี่สิบเจ็ดลูกขอรับ ”
เดิมทีเขาคิดว่าการที่ตนเองกล่าวเช่นนี้ออกไปตรง ๆ
ราชินีมารดรจะต้องโกรธเคืองเขามากอย่างแน่แท้
นางต้องแสดงสีหน้าไม่พอใจแล้วระเบิดความเกรี้ยว
กราดออกมา
แต่กลับกลายเป็นว่าราชินีมารดรไม่แสดงท่าทาง
ประหลาดใจแต่อย่างใดเลย นางจึงโบกมือแล้วกล่าว
ว่า ” เรื่องแค่นี้เอง… เป็นเรื่องเข้าใจได้ ข้าไม่สามารถ
ต าหนิเจ้าหรอก”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจจริง
ๆ
เขาคิดว่ามันเป็นอาชญากรรมร้ายแรงเสียอีก แต่ไม่
คาดคิดว่าราชินีมารดรจะอดทนกับพฤติกรรมของเขา
อยู่ไม่น้อย
ทั้งยังดูเหมือนว่านางไม่แปลกใจแม้แต่น้อยนิด แม้
เขาจะบอกว่าเผลอแอบกินลูกท้อไปก็ตาม เป็นไปได้
หรือไม่ว่านางจะคิดเอาไว้แล้ว?
เรื่องนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกทะแม่ง ๆ
อย่างที่รู้กันว่าการที่เขาได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เฝ้า
สวนลูกท้อ นั่นหมายความว่าเขาได้รับความเชื่อใจว่า
จะไม่ขโมยกินลูกท้ออย่างเด็ดขาด หากไม่ใช่เพราะ
พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขาก าลังจะพังทลาย
อีกทั้งยังไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณของอสูร
กลืนสวรรค์ เขาคงไม่มีทางกลืนกินลูกท้อเช่นนี้แน่
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งราชินีมารดรคาดหวังว่าเขาจะ
สูญเสียการควบคุม?
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
ทันใดนั้นเสียงคมชัดเยือกเย็นก็ดังมาจากประตูห้อง
โถง ” ระหว่างฝึกฝนเกิดความผิดพลาดจนไม่
สามารถควบคุมตนเองได้? นับเป็นข้ออ้างที่ดีจริง ๆ
ต่อให้เจ้าสูญเสียการควบคุมก็คิดว่าจะกินผลลูกท้อได้
อย่างงั้นหรือ? ข้าอยากจะรู้นักครั้งต่อไปเจ้าจะมี
ข้ออ้างโกหกว่าอย่างไรอีก! ”
เสียงดังขึ้นขณะที่หนานกงเหว่ยเข้ามาภายในวัง
อู่ อวี้ หันหน้าไปตามเสียงนั้นทันทีที่ได้ยิน เขาก็เห็น
ว่าหนานกงเหว่ยสวมอาภรณ์ชุดคลุมสีแดง ยืน
ตระหง่านอยู่ตรงทางเข้าห้องโถงด้วยสีหน้าเย็นชา
“ไม่เป็นไร”
ราชินีมารดรยิ้มแล้วกล่าวกับ อู่ อวี้ ” ต้าเซิ่น… เจ้า
ไปเถอะ แต่จงจ าเอาไว้ว่าอย่าให้ท าอีกเป็นครั้งที่สอง
”
” ขอรับ… ข้าน้อยจะไม่ท าอีก ”
อู่ อวี้ ตอบด้วยความเคารพทันที
ในเมื่อราชินีมารดรบอกให้เขาไป เขาก็ไม่สามารถอยู่
ที่นี่ต่อได้อีก
เดิมทีเขามาหาราชินีมารดรเพื่อขออภัย ในเมื่อยามนี้
นางได้ยกโทษให้เขาแล้ว เท่ากับว่าวิกฤตปัญหาได้
จบสิ้นไม่มีอะไรอีกต่อไป
“ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ … ”
อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยเล็กน้อยเมื่อเขาจากมา
เขาไม่คิดว่าราชินีมารดรจะยกโทษแล้วปล่อยผ่าน
เรื่องนี้ไปอย่างง่ายดาย
เขายังจ าได้ดีก่อนที่จะไปคุ้มครองปกป้องสวนลูกท้อ
เขาได้ยินข่าวจากคนอื่น ๆ ว่า การขโมยลูกท้อถือ
เป็นความผิดบาปมหันต์อย่างร้ายแรงชนิดที่เรียกว่า
ไม่มีทางให้อภัยได้ง่าย ๆ
แต่สิ่งที่เขาเจอในตอนนี้ช่างแตกต่างจากค าบอกเล่า
” ถ้าเป็นข้าได้ยินค ากล่าวของตนเอง ก็ยังไม่เชื่อด้วย
ซ ้าว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างการฝึกฝนบ าเพ็ญ…
เหตุไฉนราชินีมารดรถึงยอมเชื่อง่าย ๆ เช่นนี้? หรือ
นางจะคิดว่าลูกท้อยี่สิบเจ็ดลูกมิได้ส าคัญอะไร
นักหนา ”
อู่ อวี้ คิดได้เพียงเท่านี้
เขาเฝ้าสังเกตสีหน้าการแสดงออกของราชินีมารดร
เสมอ ท่าทางของนางยังคงสงบนิ่งไร้ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ถ้านางไม่ได้มองว่างลูกท้อ
เหล่านี้เป็นสิ่งส าคัญ เช่นนั้นก็หมายความว่านางเก็บ
ซ่อนความรู้สึกไว้ได้ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้เขายังโชคดีที่หนานกงเหว่ยมิได้ฟ้องเรื่องที่
เขา ‘แอบถ ้ามอง’ นาง ไม่เช่นนั้นเขาคงเจอกับ
สถานการณ์ล าบากมากกว่านี้ …
หลังจากที่เขาจากไป
หนานกงเหว่ยที่อยู่ภายในวังทะเลสาบหยกก็แสดง
ท่าทางขัดใจไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
นางรีบเดินเข้าไปหาราชินีมารดรแล้วกล่าวอย่างขม
ขื่น “ท่านอาจารย์คนผู้นั้นไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย
เขาสามารถพลิกลิ้นผิดค าสัญญาเรื่องจะแลกเปลี่ยน
พลองทองสมปรารถนากับปรมาจารย์ไท่อี้ ถ้ามิใช่
เพราะจักรพรรดิหยกชดใช้แทนด้วยการมอบ ‘โอสถ
จักรวาล’ ให้กับปรมาจารย์ไท่อี้ ข้าก็อยากจะเห็นนัก
ว่าเขาจะมีปัญญารักษาศาสตราเซียนก าเนิดภพของ
ตนเองได้อย่างไร! ”
” ท าไมคนเช่นนี้ถึงที่ได้รับมอบหมายมาปกป้องสวน
ลูกท้อ? ”
หนานกงเหว่ยคิดไม่ออกจริง ๆ
ราชินีมารดรกระเพียงยิ้ม โดยมิอาจคาดเดาได้ว่านาง
ก าลังคิดอันใดอยู่ “เขาเป็นคนดุร้ายต้องใช้เวลาใน
การฝึกฝนอบรม ระบ าเพลิงเจ้าต้องพยายามฝึกฝน
อย่างหนักพยายามไล่ตามเขาให้เร็วที่สุด”
หนานกงเหว่ยหรือจักรพรรดิหงส์ระบ าเพลิงไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้า
หากราชินีมารดรไม่คิดติดใจเอาความ นางก็ไม่มี
เหตุผลที่จะสร้างปัญหาให้กับ อู่ อวี้
แต่หลังจากนั้นได้ยินราชินีมารดรบอกว่า ให้พยายาม
ไล่ตาม อู่ อวี้ ให้ทัน นางก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย
นางไม่สามารถเล่าเรื่องที่นางพบ อู่ อวี้ ทะเลสาบ
หยกโดยบังเอิญ แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็รู้ดีว่า
พลังฝีมือของนางในตอนนี้ไม่สามารถต่อกรกับ อู่ อวี้
ได้
อย่างที่รู้กันว่านางพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ มาแล้วครั้ง
หนึ่งต่อหน้าจักรพรรดิเซียนระดับสูงทั้งหลาย
แม้ว่านางจะกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ แต่นาง
ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ แต่ความแข็งแกร่งระหว่าง
นางกับ อู่ อวี้ ก็มิได้ต่างกันมากนัก
แต่ตอนนี้ช่องว่างความห่างชั้นระหว่างพวกเขาทั้ง
สองกลับกว้างใหญ่เป็นอย่างนี้?
หนานกงเหว่ยรู้ดีว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ แข็งแกร่งกว่า
นางมาก ขนาดจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์กับ
เทพอสูรบรรพกาลยังพ่ายแพ้ให้แก่เขา
แม้พลังฝีมือของนางจะเทียบกับจักรพรรดิเซียนขั้นที่
ห้าแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอ่อนด้อยกว่า อู่ อวี้
หนานกงเหว่ยมองตามแผ่นหลังของ อู่ อวี้ นางแอบ
รู้สึกว่าเขาต้องมีความลับอะไรอยู่แน่ ๆ
ความลับนี้อาจเกี่ยวข้องกับพลองทองสมปรารถนา
ในมือของเขา แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าความลับ
คืออะไร
ดูเหมือนจักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรจะรู้อะไร
เกี่ยวกับเรื่องนี้?
มิฉะนั้นท าไมต้องปฏิบัติกับเขาดีขนาดนี้?
เพื่อรับเขาเป็นศิษย์จักรพรรดิหยกถึงขนาดยอมแลก
สมบัติล ้าค่าอย่าง ‘โอสถจักรวาล’ เพียงแค่นี้ก็มาก
พอที่จะแสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิหยกเห็น
ความส าคัญของเขามากเพียงใด
……
พอออกจากวังทะเลสาบหยก อู่ อวี้ ก็กลับไปที่สวน
ลูกท้อราชินีมารดร
การฝึกฝนอยู่ภายในสวนลูกท้อเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่ติดว่ามีข้อห้ามไม่ให้เทพเซียนระดับสามัญเข้า
มาแล้วล่ะก็ เขาคงพาลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ ,
เย่ซีซี ติดตามมาด้วยแล้ว
ตอนนี้ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซียังคงฝึก
อยู่ในสวรรค์ฤทัย
ในสวรรค์ฤทัยยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุหาเรื่องพวกเขา
อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นสวรรค์ฤทัยยังเป็นสวรรค์
ระดับสูง ในบรรดาวังสวรรค์ทั้งหมดที่นั่นมีปราณ
วิญญาณเซียนแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง หากฝึกฝนอยู่ที่
นั่นผลที่ออกมาย่อมดีกว่าวังสวรรค์อื่น ๆ
จากนั้น อู่ อวี้ เริ่มฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์อื่น ๆ ของเจ็ด
สิบสองรูปแบบอิทธิฤทธิ์
เหตุผลหลักเพราะเขารู้สึกว่าการต่อสู้ของเขามันดู
เรียบง่ายเกินไป หากมีเรื่องใหญ่ ๆ เกิดขึ้นด้วยพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่มีอยู่ในตอนนี้นับเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ
ได้
อย่างเช่นในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่มีพลังอิทธิฤทธิ์ในการ
ติดตาม
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงวางแผนฝึกฝนยกระดับพลังอิทธิฤทธิ์
ที่มีคุณสมบัติในการติดตาม และบรรดาเจ็ดสิบสอง
รูปแบบอิทธิฤทธิ์ มีพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘
เคล็ดล่าวิญญาณ ‘
เคล็ดล่าวิญญาณต้องปรับแต่งควบคุมเส้นขนบน
ร่างกายของตนเองอย่างละเอียด จากนั้นก็บ่มเพาะ
จนกลายเป็น ‘เข็มล่าวิญญาณ’
เข็มล่าวิญญาณนี้สามารถเจาะทะลวงเข้าไปในพิภพ
จักรพรรดิของผู้อื่นได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่แห่งหนใด
เขาก็สามารถรับรู้ได้อย่างง่ายดาย ไม่มีทางที่มันผู้นั้น
จะหนีรอดจากการไล่ล่าติดตามของเขาไปได้
แน่นอนว่าเคล็ดล่าวิญญาณมิได้ฝึกฝนง่ายๆ
ย้อนกลับไปตอนที่ อู่ อวี้ เพิ่งเริ่มฝึกฝนเคล็ดตรึงกาย
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง และ เคล็ดสะบั้นจิต ยามนั้นเขา
ต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝนอย่างมากกว่าจะ
ส าเร็จ
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่เขาจะไม่สามารถ
เรียนรู้เข็มล่าวิญญาณได้ในทันที
โชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่ในสวนลูกท้อ
ในส่วนลูกท้อมีปราณวิญญาณเซียนแกร่งกล้าเป็น
อย่างยิ่ง ด้วยปราณวิญญาณเซียนอันล้นหลามท าให้
อู่ อวี้ สามารถฝึกฝนบ่มเพาะ ‘เข็มล่าวิญญาณ’ ได้
ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
เมื่อท าความเข้าใจหลักการของมันจนเชี่ยวชาญแล้ว
เขาก็สามารถฝึกฝนมันได้จนส าเร็จในอีกไม่ช้า!
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ ประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คาดคิด
ว่าปราณวิญญาณเซียนอันล้นหลามจากสวนลูกท้อ
จะท าให้เขาปรับแต่ง ‘เข็มล่าวิญญาณ’ ได้ง่ายดาย
มากยิ่งขึ้น
นอกจากพลังอิทธิฤทธิ์ล่าวิญญาณแล้ว ยังมี ‘เคล็ด
ดูดวิญญาณ’ อีกด้วย
ความสามารถของเคล็ดดูดวิญญาณนั้นค่อนข้างเรียบ
ง่าย มิใช่เรื่องยากเกินไปที่จะฝึกฝน ซึ่งมันเป็น
เช่นเดียวกับเคล็ดล่าวิญญาณที่สามารถฝึกฝนได้ก็
ต่อเมื่อบรรลุถึงอาณาจักรจักรพรรดิเซียนได้เพียง
เท่านั้น
หากฝึกฝนจนส าเร็จเขาจะสามารถแปรเปลี่ยนเป็น
พลังแทรกซึมเข้าไปในพิภพจักรพรรดิของฝ่ายตรง
ข้ามได้ ต่อมาเขาจะสามารถดูดกลืน ‘จิตวิญญาณ’
ของสรรพชีวิตทั้งหมดในนั้น ซึ่งเทียบเท่าได้กับการ
ตัดการเชื่อมต่อแหล่งพลังงานจากพิภพจักรพรรดิ
ของฝ่ายตรงข้าม!
ด้วยความสามารถนี้เทียบเท่าได้กับการตัดแหล่ง
พลังงานของฝ่ายตรงข้าม ส าหรับจักรพรรดิเซียน
แล้ว พลังเซียนพิภพจักรพรรดิและการรวมพลัง
ทั้งหมดจากสรรพชีวิตในพิภพจักรพรรดิของตนเอง
คือสภาวะความแข็งแกร่งสูงสุดของพวกมัน
เมื่อพลังจากสรรพชีวิตในพิภพจักรพรรดิถูกตัดขาด
ความแข็งแกร่งโดยรวมของคู่ต่อสู้ก็จะอ่อนแอลง
” เคล็ดล่าวิญญาณ ท าให้สามารถตามติดไล่ล่า
วิญญาณของศัตรูนับหมื่นลี้ มิอาจหลบหนีไปไหน
ได้!”
” เคล็ดดูดวิญญาณ สามารถดูดกลืนจิตวิญญาณของ
มนุษย์ ท าให้คู่ต่อสู้อ่อนแอลงมาก! ”
อู่ อวี้ ฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสองอย่างจริงจัง
ภายใต้พลังปราณวิญญาณเซียนอันล้นหลามของ
สวนดอกท้อแห่งนี้ ท าให้การฝึกฝนของเขาด าเนินไป
อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตามเขาครุ่นคิดกับตนเองว่า หากเขามี
โอกาสได้ฝึกฝนอยู่ในสถานที่อย่างทะเลสาบหยก ได้
ดูดซับปราณวิญญาณเซียนที่ควบแน่นกลายเป็น
ของเหลว คาดว่าเขาคงฝึกฝนบ าเพ็ญได้ยังอย่างก้าว
กระโดดรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ทะเลสาบหยก มิใช่สถานที่ที่เขาไปได้
ตามต้องการ
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ก าลังฝึกฝนบ าเพ็ญอยู่ในสวนลูกท้อ
จนกระทั่งพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสองถูกบ่มเพาะจนส าเร็จ
เขาก็เหลือเวลาอีกแค่สามปีก่อนงานเลี้ยงลูกท้อจะ
เริ่ม
ยามนี้ทั่วทั้งแดนสวรรค์ก าลังจัดเตรียมงานเลี้ยงลูก
ท้อกันให้วุ่น ส าหรับจักรพรรดิเซียนหลาย ๆ คนแล้ว
ถือเป็นวันที่ส าคัญยิ่งส าหรับพวกมันเลยทีเดียว
จักรพรรดิเซียนทั้งหลายที่ได้รับเทียบเชิญ ต่าง
เดินทางมาที่สวรรค์คุนหลุนเพื่อเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น
ๆ
แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงปกป้องสวนลูกท้อแห่งนี้อย่างตั้งใจ
ในขณะเดียวกันเขาก็ให้ความส าคัญกับทางด้านใน
พิภพจักรพรรดิของตนเอง บัดนี้วัฏสงสารได้ถูกสร้าง
ขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเท่ากับว่าเขาได้ทะลวงเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สี่เป็นที่
เรียบร้อย
ในแง่ของพลังรบเขาสามารถต่อกรกับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ขั้นที่หกได้เลยทีเดียว!
———————