กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1758: เหตุการณ์ไม่คาดฝันในสวนลูกท้อ
ในที่สุดที่พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็
สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เมื่อสามารถสรรค์สร้างวัฏสงสาร
ได้แล้วสรรพชีวิตหรือมนุษย์ในพิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ของเขาจะสามารถเวียนว่ายตายเกิดตาม
วัฏสงสารได้
การเกิดแก่เจ็บตายวนเวียนตามวัฏจักร ตราบใดที่ยัง
มีวิญญาณอยู่ก็จะมีชีวิตตลอดไป
เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นตกตายกลายเป็นวิญญาณ ความทรง
จ าที่เคยมีแต่อดีตก็จะถูกลบเลือนหายไป สูญสลาย
กลับคืนสู่ความว่าง
เมื่อพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขาอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์ แม้กระทั่งจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่หก ก็
แทบจะมิใช่คู่ต่อกร อู่ อวี้ อีกต่อไป
เขายังคงฝึกฝนอยู่ภายในสวนลูกท้อต่อไป ซึ่งเป็น
เวลาที่จักรพรรดิเซียนบางคนทะยานมาที่สวรรค์คุน
หลุนล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมเข้าร่วมงานเลี้ยงลูก
ท้อ ท าให้ปัจจุบันสวรรค์คุนหลุนคึกคักมีชีวิตชีวามาก
ยิ่งขึ้น
วันนี้เจ็ดนางเซียนผู้เลอโฉมได้เดินทางมาที่สวนลูกท้อ
นาเซียนทั้งเจ็ดสวมใส่ชุดกระโปรงยาวเจ็ดสี ได้แก่สี
แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น ้าเงิน ม่วง แต่ละคน
ล้วนมีความงามเป็นเอกลักษณ์ ทรวดทรงองค์เอว
เพียวบางผิวพรรณละเอียดอ่อนบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เหมือนหยก เสน่ห์ดึงดูดไร้ที่ติ ที่ส าคัญยิ่งไปกว่านั้น
คือพวกนางทุกคนล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียน!
นางเซียนทั้งเจ็ดเป็นธิดาของจักรพรรดิหยกกับราชินี
มารดร ซึ่งในวันนี้นางมาเยี่ยมเยียนสวนลูกท้อ
นางเซียนนภาเหมันต์ที่เคยน าทาง อู่ อวี้ มาที่สวน
เป็นหนึ่งหนึ่งในนางก านัลรับใช้ธิดาทั้งเจ็ด
เหล่านางก านัลรับใช้และธิดาทั้งเจ็ดมาตรวจสอบ
ความราบรื่น ซึ่งการปรากฏตัวของพวกนางถือเป็น
เหตุการณ์ครั้งใหญ่เลยทีเดียว เนื่องจากพวกนางทุก
คนมีระดับความงามที่เรียกว่าล่มเมืองเลยทีเดียว ทั่ว
ทั้งร่างของนางถูกปกคลุมไปด้วยปราณเซียน ซึ่งดูน่า
หลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อบุตรีของจักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรเดินทาง
มาที่นี่ อู่ อวี้ ย่อมออกมาทักทายเป็นเรื่องปกติ เพราะ
อย่างไรเสียพวกนางมาตรวจสอบความราบรื่นของ
สวนลูกท้อ
แน่นอนว่าค าพูดของพวกนั้นมีอ านาจกว่า อู่ อวี้ มาก
ถึงแม้เขาจะเป็นศิษย์ของจักรพรรดิหยกและได้รับ
สมญานามว่า ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ แต่ก็มิอาจเทียบเคียง
กับนางเซียนทั้งเจ็ดได้
“ขอต้อนรับนางเซียนทั้งเจ็ด”
อู่ อวี้ ปรากฏตัวที่ประตูสวนลูกท้อ แล้วต้อนรับนาง
เซียนทั้งเจ็ดเข้าสู่สวนลูกท้อ
ดูเหมือนนางเซียนทั้งเจ็ดค่อนข้างให้ความสนใจใน
ตัว อู่ อวี้ แต่ก็ไม่ได้ไต่ถามอันใดมากนัก แค่หันมา
มองเขาบ่อยพอสมควร เมื่อพวกนางมาที่สวนลูกท้อ
ก็เริ่มตรวจสอบทันที
หลังจากนั้นไม่นานนางเซียนทั้งเจ็ดก็กลับมารวมตัว
กันที่ทางเข้าสวนลูกท้อ
” คงต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีกว่าลูกท้อจะโตเต็มที่
เดี๋ยวเราจะกลับมาอีกครั้ง ท่านต้าเซิ่นโปรดปกป้อง
สวนลูกท้อนี้ให้ดี ”
เวลานี้นางเซียนทั้งเจ็ดหัวเราะคิกคักใส่ อู่ อวี้
หากเปลี่ยนเป็นชายอื่น ถ้าถูกรายล้อมด้วยเหล่าโฉม
สะคราญเช่นนี้เกรงว่าคงได้หัวใจพองโตหน้ามืดตามัว
หลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับความงดงามเหล่านี้แล้วเป็น
แน่
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ มีจิตใจเข้มแข็งแน่วแน่
ไม่หลงกลไปกับความงาม
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาแบกรับไว้บนบ่านั้นส าคัญเพียงใด
แม้แต่นางเซียนทั้งเจ็ดก็มอง อู่ อวี้ ในแง่ดีไม่น้อย
พวกนางยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ตลอดเวลา ท าให้
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอ่อนละมุน
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ กลายเป็นศิษย์
ของจักรพรรดิหยก ฐานะแลตัวตนของเขาเหนือกว่า
ปกติอย่างแน่นอน
หากเอามาเทียบกับเทพสามตาหยางเจียนเขาไม่ได้
ด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย
แต่นี่ยังไม่เพียงพอส าหรับ อู่ อวี้
เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อสืบหาสอดส่องต้นสาย
ปลายเหตุที่ท าให้สองแดนเซียนต้องเปลี่ยนไป ถ้า
หากมีความเป็นไปได้แม้เพียงเล็กน้อยเขาจะแก้แค้น
ให้กับสรรพชีวิตที่อุทิศตนต่อสู้ในพิภพเทพปีศาจ
และฉีเทียนต้าเซิ่น…
หลังจากตรวจสอบแล้วนางเซียนทั้งเจ็ดออกจากสวน
ลูกท้อไป
แต่นางเซียนนภาเหมันต์ยังคงอยู่วางแผนอยากจะ
พูดคุยกับ อู่ อวี้ ต่ออีกสักพัก
ความเป็นจริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมานางเซียนนภา
เหมันต์มาที่สวนลูกท้อค่อนข้างบ่อย เพื่อมาพูดคุยกับ
อู่ อวี้ เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย และทุกครั้งที่มา
นางก็จะหัวร่อต่อกระซิกอย่างสนุกสนาน
ซึ่งครั้งนี้เขาก็รู้จากปากของนางเซียนนภาเหมันต์ว่า
จักรพรรดิเซียนหลายคน มารอร่วมงานเลี้ยงลูกท้อที่
สวรรค์คุนหลุนแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นเทพอายุยืนทักษิณกับผู้เฒ่าจันทรา
ท่านเป็นผู้อาวุโสที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง
บนสรวงสวรรค์ และได้รับเชิญมางานเลี้ยงลูกท้อนี่
ด้วย
ขณะที่งานเลี้ยงลูกท้อใกล้เข้ามาทุกขณะ จักรพรรดิ
มารนิรันดร์บางคนมาจากนรก ก็เดินทางมาที่สวรรค์
คุนหลุนเช่นกัน
แน่นอนว่าเหล่าเทพมารและจักรพรรดิมารที่มา
ร่วมงานเลี้ยงลูกท้อ ล้วนเป็นตัวตนอันแข็งแกร่ง
ล าดับต้น ๆ ทั้งสิ้น
เช่นสิบยมบาล ได้แก่ ยมบาลฉินกวงหวาง ยมบาลชิ
เจียงหวางเป็นต้น หลังจากมาถึงแดนสวรรค์แล้ว
พวกมันก็หันไปติดต่อพูดคุยกับจักรพรรดิเซียนคนอื่น
ๆ ด้วยเพราะศักดิ์ฐานะอันสูงส่งในแดนเซียนวัง
สวรรค์ ท าให้การพบปะระหว่างจักรพรรดิเซียนกับ
จักรพรรดิมารไร้ซึ่งอุปสรรคขัดขวางใด ๆ
แน่นอนว่าในงานเลี้ยงลูกท้อนี้ ยังมีจักรพรรดิเซียนที่
มีสถานะต ่าต้อยกว่าบางคนได้โอกาสเข้าร่วมด้วย
ทว่าจักรพรรดิมารที่มีศักดิ์ฐานะเทียบเคียงกับ
จักรพรรดิเซียนเหล่านั้นกับไม่มีโอกาสได้เข้าร่วม ซึ่ง
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่านายเหนือหัวที่แท้จริงของแดน
เซียนวังสวรรค์ ล้วนอยู่บนแดนสวรรค์แห่งนี้
จักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรเป็นผู้ปกครองแดน
เซียนวังสวรรค์แห่งนี้
ส าหรับจักรพรรดิเซียนและจักรพรรดิมารที่เดินทาง
มาถึงก่อน ถูกจัดสรรให้พักอาศัยอยู่ในวังทะเลสาบ
หยก ด้วยความกว้างใหญ่ของพระราชวังซึ่งมากยิ่ง
กว่าพิภพขนาดเล็ก จึงสามารถรองรับจักรพรรดิ
เซียนและจักรพรรดิมารจ านวนมากได้อย่างไม่มี
ปัญหาอันใด
ส่วนสวนลูกท้อที่ อู่ อวี้ เป็นผู้เฝ้าดูก็ค่อนข้างอ้างว้าง
เปล่าเปลี่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว แต่บางครั้งก็จะมีแขก
แวะเวียนมาดูที่นี่บ้าง
นางเซียนนภาเหมันต์เข้ามาคุยกับ อู่ อวี้ หลายต่อ
หลายครั้ง ดังนั้นพวกเขาทั้งของสองจึงสนิทคุ้นเคย
กันมากยิ่งขึ้น
หลังจากนางเซียนทั้งเจ็ดจากไปแล้ว นางเซียนนภา
เหมันต์ก็ตามออกไปเช่นกัน นางเป็นนางก านัลของวัง
สวรรค์แห่งนี้ ปัจจุบันมีจักรพรรดิมารและจักรพรรดิ
เซียนเดินทางมาที่สวรรค์คุนหลุนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นนางก านัลอย่างพวกนางจึงยุ่งกันจนหัวหมุน
เลยทีเดียว
ส่วน อู่ อวี้ ก็ยังคงฝึกฝนบ าเพ็ญต่อไป พยายาม
ผสานรวม ‘วัฏสงสาร’ ที่เขาเพิ่งสร้างในพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์
แต่ในขณะนั้นเองกลับบังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
อย่างกะทันหัน
ขณะที่เขาก าลังหลับตาเข้าฌาน ทันใดนั้นก็สัมผัสได้
ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างในสวนลูกท้อ เขาลืมตา
ขึ้นในฉับพลันพร้อมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ จากนั้นก็
สังเกตเห็นว่าบนต้นท้อราชินีมารดรมีลูกท้อหายไป
อย่างรวดเร็ว!
“มีผู้บุกรุก!”
อู่ อวี้ ตระหนักได้ในทันที
เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่ามีผู้บุกรุกก าลัง
พยายามฉกฉวยแอบกินลูกท้อ เขาก็รีบตะโกนพร้อม
แจ้งเตือนจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ด้วยยันต์เซียน
สื่อสาร ที่ส าคัญสุดคือการแจ้งให้ราชินีมารดรรีบมา
ที่นี่โดยไวที่สุด
แต่ในขณะที่เขาก าลังส่งยันต์เซียนสื่อสารออกไปนั้น
เขาก็แลเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่เบื้องหน้า …
นางมีเส้นเกศาสีขาวในตาสีโลหิต ก าลังเยื้องย่างไป
ตามต้นท้ออย่างผ่อนคลายอารมณ์ บางครั้งก็จะดึงลูก
ท้อออกมาแล้วกลืนเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว
“หมิงซวง!”
อู่ อวี้ หยุดการเคลื่อนไหวทันที ด้วยตระหนักว่า
เหตุการณ์เริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยแล้ว
เพราะร่างนั้นเป็นร่างของหมิงซวง แต่ผู้ที่ควบคุมร่าง
ของนางตอนนี้ก็คือเทียนไห่อวี้ฝูเหยา หรือก็คือบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์!
เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ก่อนที่งานเลี้ยง
ลูกท้อจะเริ่ม
ก่อนหน้านี้หมิงซวงยืนยันกับเขาว่านางสามารถ
ควบคุมร่างนี้ได้ตลอดเวลา โดยที่บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของนางได้
แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเห็นได้ชัดว่ามิได้เป็น
เช่นนั้น!
อู่ อวี้ เชื่อว่าหมิงซวงจะไม่หลอกลวงเขา
จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าหมิงซวงที่พยายามท าให้
เขาตายใจ เพราะถูกบรรพชนมารกลืนสวรรค์เข้า
ควบคุมร่างไปแล้ว…
“บัดซบ!”
เมื่อเห็นว่าเป็นหมิงซวง อู่ อวี้ ก็มิอาจส่งยันต์เซียน
สื่อสารออกไป ด้วยกลัวว่าหากเรื่องนี้ไปถึงหู
จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ หมิงซวงคงตายแน่!
แม้ว่าร่างของนางจะถูกควบคุมโดยบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ แต่ในร่างนั้นก็มีจิตวิญญาณของหมิงซวงอยู่
เช่นกัน
นางเข้ามาในสวนลูกท้อได้อย่างไร?
อู่ อวี้ รู้สึกสับสนไปหมด แต่ตอนนี้เขาต้องจับนางให้
เร็วที่สุด มิฉะนั้นแล้วยิ่งลูกท้อหายไปมากเท่าใด ก็ยิ่ง
มีปัญหามากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเก็บยันต์เซียนสื่อสาร พร้อมพุ่งตรง
เข้าไปหาหมิงซวงหรือบรรพชนมารกลืนสวรรค์ทันที
“ อู่ อวี้ คิดว่าเจ้าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ? ฮิฮิฮิ! อย่าได้
เพ้อฝันไปหน่อยเลย เจ้ารู้หรือไม่ว่าทุกพลังอิทธิฤทธิ์
ที่เจ้าใช้งานได้ ข้าก็ท าได้เช่นกัน! ”
จากนั้นร่างของหมิงซวงที่มีนัยน์ตาสีโลหิตและเส้น
เกศาสีขาวก็หันหลังกลับมาทันที ด้วยรูปร่างอัน
งดงามน่าดึงดูดของนางแสดงออกด้วยท่าทางที่ดู
แปลกประหลาดไปเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าบรรพชนมารกลืนสวรรค์ก าลังเข้า
ควบคุมร่างของนาง!
“ หมิงซวงอยู่ที่ไหน? ”
อู่ อวี้ เอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงเย็นชา
” สาวงามตัวน้อยนั่นน่ะหรือ เกรงว่าตอนนี้คงก าลัง
หายไปอย่างสมบูรณ์ เจ้ารู้สึกผิดหวังหรือไม่? ”
บรรพชนมารกลืนสวรรค์แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย แต่
แล้วดวงตาของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นซับซ้อนอีกครั้ง
” แต่ข้าก็ไม่สามารถลงมือกับเจ้าได้เช่นกัน เนื่องจาก
วิญญาณของหมิงซวงหลอมรวมอยู่กับข้า เศษเสี้ยว
วิญญาณของนางอาจส่งผลกระทบกับข้าได้… อ๊า!”
ขณะที่กล่าวเช่นนั้น ดวงตาของนางก็ฉายแววชั่วร้าย
อีกครั้ง ภายในดวงเนตรเปี่ยมไปด้วยเส้นโลหิตสีแดง
ก ่า
เมื่อเห็นนางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ห้วงอารมณ์ของ อู่
อวี้ กลายเป็นหนักหน่วงขึ้นมาในทันใด ทั้งยังแฝงไป
ด้วยความเศร้าเสียใจไม่น้อย
ก่อนหน้านี้เขาประเมินบรรพชนมารกลืนสวรรค์ต ่าไป
ทั้งยังไม่เอาใจใส่หมิงซวงเท่าที่ควร ท าให้
สถานการณ์บานปลายมาจนถึงจุดนี้
อู่ อวี้ เห็นว่าในตอนนี้กายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ จิต
วิญญาณของบรรพชนมารกลืนสวรรค์กับหมิงซวงได้
ผสานหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่าได้กับการที่
นางมีสองจิตวิญญาณในหนึ่งเดียว
แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถ
มองเห็นได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อนที่ปรากฏ
ขึ้นในแววตาคู่นั้น
แน่นอนว่ายามนี้นางเป็นส่วนหนึ่งในจิตวิญญาณ
ของหมิงซวงเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากจิตวิญญาณของทั้งสองผสาน
รวมเข้าด้วยกัน ท าให้ทัศนคติที่นางมีต่อ อู่ อวี้
กลายเป็นซับซ้อนมากเช่นกัน
นางไม่รู้ด้วยซ ้าว่าตนเองควรโต้ตอบ อู่ อวี้ อย่างไร?
ด้วยเพราะการปรากฏตัวของบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกแย่มาก แต่ด้วยเพราะส่วน
หนึ่งของหมิงซวงที่อยู่ภายในนั้น ท าให้นางรู้สึก
คุ้นเคยกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างมากเมื่อแรกพบหน้า
อาจกล่าวได้ว่าห้วงอารมณ์ในปัจจุบันของนาง ยุ่ง
เหยิงซับซ้อนอย่างยากจะจินตนาการได้
ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีทีเดียวที่นาง
แอบเข้ามาในสวนลูกท้อ
ตราบใดที่เขาจับตัวนางได้ เขาจะคิดวิธีไต่ถาม
จักรพรรดิหยกดูว่ามีวิธีจะช่วยหมิงซวงหรือไม่
แต่ อู่ อวี้ ก็พยายามระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
เนื่องจากเขาได้ยินนางกล่าวว่า นางได้เรียนรู้พลัง
อิทธิฤทธิ์ทั้งหมดที่เขาเคยฝึกฝนมาแล้ว
นางสามารถพลิกตลบตีลังกาเมื่อใดก็ได้ที่
เตรียมพร้อม หากเป็นเช่นนั้น อู่ อวี้ คงไม่สามารถจับ
ตัวนางได้!
” ข้าต้องท าให้นางคลายความระมัดระวังลง ด้วยการ
เบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นก็เข้าควบคุมตัวนาง
ในทันที ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดกับตนเองแล้วตั้งใจเอ่ยถามขึ้น ” เจ้า
เข้ามาในสวนลูกท้อได้อย่างไร? หากไม่มีกุญแจค่าย
กล ผู้ใดก็ตามที่เข้ามาใกล้ จะถูกบดขยี้ด้วยค่ายกล
สังหาร! ”
” แน่นอนว่าข้าใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ‘เทียมฟ้าจรดดิน’
ติดตามนางเซียนนภาเหมันต์สหายคนสนิทของเจ้า
เข้ามา… ”
บรรพชนมารกลืนสวรรค์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ซึ่งในชั่วขณะนั้น อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
อย่างอาจหาญ!
———————–