กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 176 : รางไรวิญญาณภายในหุบเขาจิ้งจอก
ออกเดินทางมาแล้วเป็นเวลาสามเดือน ดู
เหมือนว่าพวกเขาตัวติดกันไม่ห่างไปไหน แต่ความ
เป็นจริงแล้วมันเป็นเหมือนกับเขาได้ติดอยู่ในกอง
ทะเลเลือดที่มีศพเป็นภูเขาเลากายังไงอย่างนั้น
มันเปรียบเหมือนกับเสือกำลังเล่นกับเหยื่อของมัน
อู่ อวี้ นั้นรู้ตัวมาตั้งนานแล้วสิ่งที่ จิ่วเซียน แสดง
ออกมาเบื้องหน้าของเขาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ภาพ
ลวงตา ซึ่งที่จริงแล้วนางคือสตรีที่แสนจะน่า
หวาดกลัว และนางก็ย่อมไม่มีทางที่จะปล่อย
เปั้าหมายของตัวเองให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
ในตอนนี้นางได้ทราบว่า อู่ อวี้ ได้ล่วงรู้ถึงความ
จริงแล้ว นางจึงไม่เสแสร้งอีกต่อไป เพราะยังไง
แล้วนี่ก็เป็นวิถีแห่งปีศาจที่มนุษย์ไม่มีทางเข้าใจ
ความสัมพันธ์เป็นเพียงแค่การดูดกลืนเขาเพื่อ
ความก้าวหน้าของนางเองเท่านั้น เกรงว่าจะไม่มี
ความรู้สึกอ่อนไหวใดๆที่เป็นของจริง นอกจากนี้
ยามที่นางได้กลืนกินเขาแล้ว นางก็จะสามารถ
ทะลวงไปถึงขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่
เมื่อเรื่องเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว จิ่วเซียน ก็หมด
ความอดทนที่จะสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไป
แล้ว
“เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าก็ไม่มีความรู้สึกใดๆกับ
เจ้าอีกต่อไปอีกต่อไปแล้ว จิ่วเซียน สำหรับเจ้าแล้ว
มันจะมีแต่ความเกลียดชัง ถ้าหากว่าข้ามีโอกาส
ข้าจะต้องสังหารเจ้าให้จงได้อย่างแน่นอน”! อู่ อวี้
สูดลมหายใจเข้าไปแล้วกล่าวออกมา
“ท่านและ เจียงเซี่ย เองก็ไม่ได้ต่างกัน เจียงเซี่ย
นั้นต้องการสังหารข้า ท่านเองก็ต้องการที่จะ
สังหารข้า เพียงแค่วิธีการมันต่างกัน แถมตอนนี้
ท่านยังเผยจุดประสงค์ของออกมาอย่างชัดเจนแล้ว
เช่นนั้นแล้วท่านกับ เจียงเซี่ย จึงเหมือนกันไม่มี
ผิด”
จิ่วเซียน พลันหัวเราะคิกๆ และกล่าวออกไปว่า “
ท่านคิดว่าเพราะท่านเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่มีอนาคต
กว้างไกลไร้ขีดจำกัด จิ่วเอ๋อ จึงต้องตกหลุมรักท่าน
หรือ? จิ่วเอ๋อนั้นรักเพียงแต่ตัวเองเท่านั้น ไม่เคย
มอบความรักให้กับใครทั้งสิ้น”
นางนั้นบงการความเป็นความตายของเขาอยู่ อู่
อวี้ ได้ลองหลากหลายวิธี แต่ก็ไม่สามารถทำอะไร
ได้ ไม่กี่วันต่อมา อยู่ๆ จิ่วเซียน ก็หยุดเดินทางต่อ
ทันใดนั้นพลังที่คอยคุมขังเขาอยู่ก็หายไป อู่ อวี้ ก็
ล้มไปบนพื้น และเขาก็ลุกขึ้นมาในทันที เมื่อสอด
ส่ายสายตาไปรอบๆก็พบว่าที่ตนเองอยู่ในถ้ำแห่ง
หนึ่ง ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลล้อมรอบไปด้วย
กำแพงหินที่แข็งมาก ภายในนั้นมีหมอกควันบดบัง
สายตาทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“นี่คืออาณาเขตของข้า หุบเขาจิ้งจอก”
เบื้องหน้าปรากฏเป็นสายตาสีแดงที่แสนงดงามคู่
หนึ่งของปีศาจจิ้งจอก ร่างกายขาวราวกับหิมะ ต้น
ขาอันเพรียวบางโก่งโค้งขึ้นจากผืนดิน นางกำลัง
จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา ภายในดวงตาคู่นั้น
สามารถบ่งบอกได้เลยว่าตอนนี้นางกำลังหิวโซ
อย่างยิ่ง
คาดไม่ถึงว่านางจะพาเขากลับมาที่รังของนางเอง
กล่าวตามตรงแล้ว ไม่คิดว่าจะเข้ามาเจอกับรังของ
นางได้ง่ายเช่นนี้
“ภายนอกหุบเขาจิ้งจอก มีเขาวงกตที่ซับซ้อนอยู่
มันทั้งใหญ่และซับซ้อนมากกว่าหุบเขาโชคชะตา
เซียนของท่านเสียอีก เมื่ออาจารย์ของท่านเข้ามา
ในอาณาเขตเขาวงกตนี้ ถึงจะใช้เวลาสิบวัน ยังไง
ก็ไม่มีทางหาท่านเจอ ดังนั้นทางที่ดีท่านน่าล้มเลิก
ความคิดที่จะมีคนมาช่วยท่านเสียเถิด”
เมื่อ จิ่วเซียน กล่าวประโยคนี้ออกมาก็เหมือนกับ
เป็นการประกาศว่ายังไง อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางรอดอย่าง
แน่นอน
อู่ อวี้ มองไปรอบๆ เขานั้นไม่รู้ว่าทางออกของถ้ำ
แห่งนี้อยู่ที่ไหน เห็นได้ชัดว่า จิ่วเซียน ทำการปิดที่
แห่งนี้เอาไว้ มันให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นห้อง
ขนาดเล็กที่อยู่ภายในหุบเขาโชคชะตาเซียน ในที่
แห่งนี้จึงมีเพียงแค่เขาและ จิ่วเซียน อยู่กันแค่สอง
คน กล่าวใดว่าไม่สามารถมองเห็นเดือนเห็นตะวัน
ใดๆได้เลย
รอบทิศทางมีเพียงกำแพงที่แน่นหนา แต่เบื้องหน้า
มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้
มันคือจิ้งจอกที่สวยงามเทียบเท่ากับ จิ่วเซียน
อย่างไรก็ตามดวงตาของจิ้งจอกตัวนี้เหมือนกับว่า
มันไม่มีจิตวิญญาณอยู่ภายใน แน่นิ่งไม่ขยับ ที่
สำคัญก็คือมันไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งชีวิต ช่างเป็น
ประติมากรรมน้ำแข็งที่ดูสมจริงเป็นอย่างมาก ทำ
ให้ อู่ อวี้ คิดว่ามันเป็นจิ้งจอกน้ำแข็งตัวหนึ่ง
นอกจากรูปปันจิ้งจอกน้ำแข็งนี้ ก็ไม่มีสิ่งใดอีก
จิ่วเซียนนั้นไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ หลังจากที่ปิด
ผนึกถ้ำเรียบร้อยจนนางแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครที่
สามารถเข้ามาช่วยเหลือเขาได้ นางจึงจ้องมองไป
ที่รูปปันจิ้งจอกนี้ พร้อมสายตาแสดงถึงความคิดถึง
ออกมา แต่ทว่าใบหน้าของนางกลับบังเกิดความไม่
พอใจขึ้นและกล่าวว่า “นี่ เป็นพี่สาวของข้า”
“พี่สาว?” อู่ อวี้ คิดว่ามันเป็นเพียงแค่รูปปัน
น้ำแข็งธรรมดาๆ
เมื่อกล่าวถึงประติมากรรมน้ำแข็งนี้ นางนั้นก็เกิด
อาการไม่พอใจเล็กน้อย นางจ้องไปที่ อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวว่า “ใช่แล้ว นี่เป็นพี่สาวของข้า พวกเรา
เติบโตมาด้วยกัน ฝึกตนไปพร้อมๆกัน และค้นหา
ร่างกายที่มีพลังหยางบริสุทธิ์ด้วยกัน เพี่อที่จะให้
พวกเรากลายเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้านภาศักดิ์สิทธิ์
แต่ใช่แล้ว นางทำไม่สำเร็จ และถูกพวกผู้ฝึกตน
เช่นพวกเจ้าทำร้าย!”
อู่ อวี้ ในตอนนี้กำลังมองหาหนทางที่จะสามารถ
ต่อต้าน จิ่วเซียน เนื่องจากว่าอีกฝั่ายได้กล่าวถึง
เรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็ใช้เรื่องนี้ถามกลับไป “เป็นไป
ไม่ได้ อยู่ๆ ปีศาจจิ้งจอก จะสามารถกลายเป็น
ประติมากรรมน้ำแข็งแบบนี้ได้อย่างไร?”
จิ่วเซียน ที่เดือดดาลด้วยโทสะเป็นอย่างมาก จึงใช้
กรงเล็บและหางของมันตวัดไปทำให้ถ้ำแห่งนี้เกิด
การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและกล่าวออกไป
“เพราะว่านางนั้นโง่เขลา ดันไปตกหลุมรักกับผู้ฝึก
ตนคนหนึ่ง และยินยอมที่จะละทิ้งความพยายาม
ในการกลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกเก้านภาศักดิ์สิทธิ์
เพื่อเขา ถูกหลอกลวงโดยคำพูดของผู้ฝึกตนคนนั้น
ทิ้งโอกาสที่จะสามารถกลายร่างไป! สิ่งที่น่า
หัวเราะก็คือ เจ้าผู้ฝึกตนคนนั้นต้องการจะ
ครอบครองความงดงามของนาง แต่ไม่รักนางแต่
อย่างใด ต่อมาก็เกิดปัญหาขึ้นกับพี่สาวของข้า มัน
ได้ไปเรียกเหล่าอาจารย์ของมันและใช้วิชาขั้นสร้าง
แกนนภามาเปลี่ยนให้พี่สาวของข้าต้องกลายเป็น
เพียงประติมากรรมน้ำแข็งเช่นนี้!”
เมื่อได้ฟังเรื่องนี้แล้ว มันเป็นเหมือนโศกนาฏกรรม
ของความรัก
นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ จิ่วเซียน กลายมาเป็นแบบ
นี้
“คนและปีศาจ เป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน ไม่อาจมี
ความรู้สึกรักใคร่กันได้! เป็นเพราะนางนั้นโง่เขลา
แค่เรื่องง่ายๆเช่นนี้นางก็ไม่รู้ ยังยอมมอบ
ความรู้สึกทุกอย่างให้กับผู้ชายคนนั้นอีก สุดท้ายก็
ถูกช่วงชิงชีวิตไป! ดังนั้นจิ่วเอ๋อจึงไม่มีทาง
หลงเชื่อท่านเด็ดขาด วันนี้ข้าจะทำความปรารถนา
ของข้าและพี่สาวให้เป็นจริง ข้าจะต้องกลายเป็น
จิ้งจอกเก้านภาศักดิ์สิทธิ์ให้ได้!จะต้องทะลวงไปถึง
ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่! นี่ไม่ใช่เพื่อตัวของข้า
เอง แต่เพื่อพี่สาวของข้า…….”
“สักวันหนึ่งข้าจะกลับไปแก้แค้น จะให้คนที่ทำร้าย
พี่สาวข้า ต้องให้มันได้ชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำกับ
พี่สาวของข้า!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาทั้งคู่ของนางก็แดงขึ้น
ปรากฏเป็นความดุร้าย จ้องไปที่ตาของ อู่ อวี้
และบัดนี้เขาเห็นแต่เพียงความเกลียดชังที่อยู่ใน
ดวงตาของนางเท่านั้น นี่เป็นใบหน้าที่แท้จริงของ
นาง
อู่ อวี้ คิดไม่ถึงว่านางนั้นจะต้องพบเจอเรื่องแบบนี้
บางทีอาจจะเข้าใจว่าทำนางถึงเกลียดมนุษย์เช่นนี้
อาจจะเข้าความรู้สึกเศร้าโศกที่นางมีต่อพี่สาวของ
นาง แต่นางกำลังจะใช้ อู่ อวี้ เป็นขั้นบันได
เพื่อที่จะเปลี่ยนให้นางกลายเป็น จิ้งจอกเก้านภา
ศักดิ์สิทธิ์!
“การต่อสู้ระหว่างคนและปีศาจ ไม่มีถูกหรือผิด คน
นั้นมีความรู้สึกนึกคิด ปีศาจก็เช่นกัน จิ่วเซียน นั้น
ไม่ได้เป็นปีศาจที่ชั่วร้าย เพียงแต่ว่าเกิดมาอยู่คน
ละฝังกับข้า จึงเท่ากับว่านางกลายเป็นศัตรูกับข้า
เป็นศัตรูโดยกำเนิด!”
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว เพราะว่าเป็นเช่นนี้
ถึงแม้ว่านางจะมีเหตุผลของนาง แต่ไม่ควรที่
จะต้องไปเห็นอกเห็นใจแต่อย่างใด!
กล่าวได้ว่าในตอนนี้ นางนั้นไม่สามารถอดทนได้อีก
ต่อไป ดวงตาของนางแดงก่ำขึ้น และหางของนาง
โบกสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับ
เตรียมพร้อมที่จะจัดการกับเหยื่อของนาง ค่อยๆ
ก้าวเข้าไปหา อู่ อวี้ ถ้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่
อู่ อวี้ กลับถอยหลังไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น เพราะเขารู้
ดีว่ายังไงก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้!
ในช่วงเวลานี้ มันช่างน่าหวั่นพรึงเป็นอย่างมาก!
“จิ่วเซียน เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการที่จะ กินข้า
จริงๆ? ” อู่ อวี้ เคลื่อนไหวและยกกระบี่หยินหยาง
ชี้ไปที่นาง
“หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะยังไง?” จิ่วเซียนหัวเราะ
เยาะเย้ยออกมา
เมื่อพิจารณาจากทุกๆด้านแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่
สามารถหนีรอดไปจากเงื้อมมือของปีศาจจิ้งจอก
ตัวนี้ได้
หมิงซวงพลันพุ่งออกมา จากนั้นก็มองไปรอบด้าน
ใบหน้าของนางมืดมนลงแล้วกล่าวว่า “อู่ อวี้ เอ๋ย
อู่ อวี้ เจ้านี่ช่างโชคร้ายจริงๆ มันยากนักที่จะได้รับ
สืบทอดมรดกที่ต่อต้านสวรรค์เช่นนี้ แต่ต้องมาตก
อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้ ข้าไม่มีวิธีใดๆที่
จะช่วยเจ้าได้เลย”
“ที่กล่าวมา เป็นความจริงรึ?” อู่ อวี้ เกิดความรู้สึก
ยากที่จะเชื่อได้
หมิงซวง กลอกตาของนางแล้วกล่าวว่า “ท่านย่าผู้
นี้ไม่เคยหลอกเจ้า ถ้าหากว่าวันนี้เจ้าสามารถมี
ชีวิตรอดได้ ข้าจะยอมเรียกเจ้าว่า ท่านปูั่ เลย”
เมื่อนางกล่าวเสร็จ นางก็กลับไปอยู่ในพลองทอง
สมปรารถนา จากนั้นก็ตัดสายสัมพันธ์ที่เชื่อมจิต
วิญญาณ มันไม่มีหนทางใดที่จะสามารถช่วยเหลือ
อู่ อวี้ ได้
สิ่งที่ หมิงซวง ได้กล่าวออกมานั้นก็คือ ไม่มีทางที่
อู่ อวี้ จะรอดพ้นจากเคราะห์ในครั้งนี้
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถทะลวงเข้าสู้ขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่เก้าได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก
หลายเดือน ไม่มีทางที่จะสามารถทะลวงได้ในทันที
เมื่อ จิ่วเซียน เข้ามาใกล้ เม็ดเหงื่ออันเย็นเฉียบ
ของ อู่ อวี้ ก็พรั่งพรูออกมา
เส้นทางการเป็นผู้ฝึกตนของเขา จะต้องจบลงในที่
แห่งนี้จริงๆหรือ?
ต้องมากลายเป็นอาหารของเจ้าปีศาจจิ้งจอกตัวนี้?
ผู้สืบทอดของ ฉีเทียนต้าเซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่ จะต้อง
กลายมาเป็นเพียงซากกระดูกอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้?
เขาทำได้แค่เป็นหินรองเท้าเพื่อทำให้ความ
ปรารถนาของปีศาจจิ้งจอกสำเร็จ?
รับรู้ถึงอันตราย ทำให้เขาต้องขนลุกพอง ทั่วทั้ง
ร่างกายเกร็งจนแทบมิอาจขยับได้…..
“อู่ อวี้ จิ่วเอ๋อต้องขอบคุณท่านจริงๆ ข้าจดจำ
ท่านไปตลอดชีวิต” จิ่วเซียนก็กล่าวออกมาอย่าง
อ่อนโยน หลังจากนั้นนางก็พุ่งเข้ามาหมายจะกลืน
กินเขา
ตูม!
ปีศาจจิ้งจอกพันปี รู้สึกตกตะลึง!
“หยินหยาง ไท่จี๋!”
อู่ อวี้ ใช้วิชากระบี่คู่สังหาร ซึ่งมันเป็นเคล็ดวิชาที่
เขาสามารถใช้สังหาร เทียน อี้จุน ได้!
หางของจิ้งจอกพันปีม้วนขึ้นและกลายเป็น
เหมือนกับลูกบอล เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว
พุ่งเข้าชนกับเคล็ดวิชากระบี่หยินหยางก่อกำเนิด!
“พลังช่างกระจ้อยนัก” ปีศาจจิ้งจอกเยาะเย้ย
เคล็ดมหาเต๋ากระบี่ทองคำ!
สองกระบี่รวมเป็นหนึ่ง กระบี่ทองคำตัดทำลาย
หางของจิ้งจอกนั้นแข็งราวกับเป็นเหล็กกล้า ปัด
ปั้องวิชานี้เอาไว้อย่างง่ายดาย ในขณะนั้น อู่ อวี้ ก็
รู้แล้วว่า ขอบเขตสร้างแกนนภานั้นแตกต่างกับ
ขอบเขตหลอมรวมลมปราณอย่างมาก เกรงว่าถ้า
หากเขาทะลวงไปสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่
เก้าได้สำเร็จ ช่องว่างในด้านของพลังศักดิ์สิทธิ์
ระหว่างเขากับนางก็ยังคงไม่ลดลงแต่อย่างใด!
“ถ้าหากว่าข้ามีศาสตราเต๋าเชื่อมจิตละก็……”
ในพริบตานั้น จิ่วเซียน ก็กลายร่างกลับมาเป็น
มนุษย์ ร่างที่สง่างามส่องประกายอยู่ภายในเมฆ
หมอก ภายใต้ความเลือนรางนั้น อู่ อวี้ ก็เห็นว่าใน
มือของนางมีโซ่เหล็กอยู่เส้นหนึ่ง โซ่นั้นก็ขยายตัว
ในทันที ราวกับเป็นงูยักษ์หมุนวนอยู่รอบๆตัวนาง
ต่อมามันก็ได้พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จนฉีก
กระชากแหวกอากาศ ในช่วงวินาทีของความเป็น
ความตายนั้น อู่ อวี้ ก็กระชับกระบี่หยินหยางแล้ว
เคลื่อนตัวหลีกหนีการโจมตีออกไป
นี่เป็นเพียงการบดขยี้อยู่ฝั่ายเดียว!
อู่ อวี้ เข้าใจว่า เส้นทางแห่งการฝึกตนของเขาไม่มี
จุดสิ้นสุด ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะ แต่ก็มีคนที่
สามารถบดขยี้เขาได้ อย่างเช่น จิ่วเซียน!
“ตรึง!”
สุดท้ายเขาก็ได้ใช้เคล็ดตรึงกายาที่เป็นไม้ตายก้น
หีบออกมา ด้วยพลังในด้านหลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา
กับ จิ่วเซียน ที่มีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่ จึงไม่น่า
แปลกใจที่เคล็ดตรึงกายาจะไร้ผล
หมิงซวง ถอนหายใจแล้วกล่าวออกมา “เด็กน้อย
ข้านั้นไม่ได้ไม่อยากจะช่วยเหลือเจ้า แต่ข้าไร้
หนทางจริงๆ ถ้าหากว่าเจ้าตายไป ข้าไม่รู้ว่า
จะต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่ หรือว่าอาจจะติดอยู่
ในนี้ตลอดไป จริงๆแล้ว……”
เมื่อพูดมาถึงประโยคหลัง นางก็เริ่มร่ำไห้ออกมา
ในที่สุดนางก็กล่าวต่อ “อย่างไรก็ตาม ปีศาจ
จิ้งจอกตัวนี้ จะต้องมีอะไรกับเจ้าก่อนที่เจ้าจะตก
ตาย นอกจากนี้ก็เพื่อความบันเทิงของมัน บางครั้ง
ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหล่ะ เนื่องจากว่าไม่มีวิธีใดที่จะ
ต่อต้านนางได้ เจ้าน่าจะเพลิดเพลินไปกับมันนะ
ข้าขอหลบไปร้องไห้ก่อน เนื่องจากว่าฉากต่อไปนี้
มันไม่เหมาะกับเด็กเช่นข้า ข้านั้นไม่อยากจะเห็น
มันจริงๆ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ